เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 720 - เหยื่อล่อ จิตมุ่งร้าย!

บทที่ 720 - เหยื่อล่อ จิตมุ่งร้าย!

บทที่ 720 - เหยื่อล่อ จิตมุ่งร้าย!


บทที่ 720 - เหยื่อล่อ จิตมุ่งร้าย!

หลังจากเตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพ เว่ยหงก็เก็บซ่อนกลิ่นอายทั้งหมดเอาไว้แล้วเฝ้ารอการปรากฏตัวของศัตรู

เขาจงใจเหลือธงค่ายกลอันสุดท้ายเอาไว้ในมือยังไม่ยอมปักลงไป ก็เพื่อให้ค่ายกลยังไม่ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ แบบนี้ก็จะไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณเล็ดลอดออกไป ทำให้ศัตรูไม่สามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายล่วงหน้าได้

ขอเพียงเขาสามารถล่อศัตรูมายังสถานที่แห่งนี้ได้ เขาก็สามารถปักธงค่ายกลอันสุดท้ายลงไปได้ทันทีหลังจากที่ศัตรูเข้ามาในเขตของค่ายกลแล้ว ในเวลาเดียวกันก็ปล่อยมนุษย์กระดาษออกไปและกระตุ้นการทำงานของจานค่ายกล ด้วยวิธีนี้ค่ายกลก็จะทำงานอย่างรวดเร็ว ทำให้ศัตรูไม่สามารถหลบหนีออกไปได้อีก

และข้อดีอีกอย่างของการที่เว่ยหงทำแบบนี้ก็คือ หากศัตรูระแวดระวังตัวเกินไปจนไม่ยอมติดกับ เขาก็สามารถเก็บธงค่ายกลทั้งหมดกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ถึงตอนนั้นไม่ว่าจะตามล่าหรือล่าถอยก็ทำได้สะดวกมาก

เขาลองคาดเดาความเป็นไปได้ต่างๆ นานาอยู่ในใจรอบหนึ่ง จากนั้นก็หลับตาลงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

หนึ่งชั่วยาม!

สองชั่วยาม!

ครึ่งวันต่อมา เว่ยหงก็ลืมตาขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

เขามองผ่านช่องว่างเล็กๆ ที่จงใจใช้กระบี่บินแหวกเอาไว้ไปยังกลางอากาศ เห็นเรือเหาะลำหนึ่งกำลังพุ่งทะยานมาจากทางทิศตะวันออกด้วยความเร็วสูงมาก เมื่อครู่นี้ยังเหมือนอยู่ตรงเส้นขอบฟ้าอยู่เลย แต่เพียงแค่พริบตาเดียว เรือเหาะลำนั้นก็เข้ามาใกล้เว่ยหงแล้ว

เมื่อเห็นว่าเรือเหาะกำลังจะมาถึง เว่ยหงก็จงใจเผยกลิ่นอายที่แฝงไปด้วยความมุ่งร้ายออกไปสายหนึ่ง

แต่กลิ่นอายสายนี้แค่ปรากฏขึ้นวูบเดียวเท่านั้น จากนั้นเขาก็เก็บซ่อนมันกลับไปอย่างรวดเร็ว

ทว่าเป้าหมายของเว่ยหงกลับบรรลุผลแล้ว เพราะเขามองเห็นว่าเรือเหาะลำนั้นชะลอความเร็วลงจริงๆ

"มาสิ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเจ้าจะทนไม่ลงมาดูได้!" เว่ยหงลอบแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

บนเรือเหาะ

เฉาเสียนกับเฉาหยวนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่บนดาดฟ้าเรือเหาะ กำลังทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ด้านหลังของพวกเขามีคนในตระกูลระดับเลี่ยนชี่ขั้นปลายยืนอยู่สิบกว่าคน ในตอนนี้ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังเตรียมตัวทำเรื่องที่สำคัญมากๆ อยู่

ในตอนนี้เฉาเสียนที่อายุมากกว่าเพิ่งจะพูดคุยกับเฉาหยวนที่อยู่ด้านข้างจบ จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขารีบหันขวับไปมองป่าเขาเบื้องล่างทันที ในแววตามีความสงสัยพาดผ่าน

"ไม่ชอบมาพากลแฮะ!"

เฉาเสียนตัดการส่งพลังวิญญาณทันที ทำให้เรือเหาะค่อยๆ หยุดนิ่งลง

ส่วนเฉาหยวนที่อยู่ด้านข้างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย รีบหันไปมองเฉาเสียนแล้วถามเสียงเบา "พี่รอง ข้าไม่ได้สัมผัสผิดไปใช่ไหม"

พูดจบเฉาหยวนก็มองตามสายตาของเฉาเสียนลงไปเบื้องล่าง แต่ในเวลานี้กลับมองไม่เห็นความผิดปกติใดๆ เลย

ส่วนเฉาเสียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขมวดคิ้วแน่นพลางพูดว่า "ไม่น่าจะผิดหรอก เพราะข้าก็สัมผัสได้เหมือนกัน กลิ่นอายสายนั้นแค่แวบมาวูบเดียวก็หายไป แต่กลับเต็มไปด้วยจิตมุ่งร้าย ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน!"

น้ำเสียงของเฉาเสียนเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความตึงเครียดเช่นกัน

เพราะถ้าพวกเขาสัมผัสไม่ผิดล่ะก็ ในป่าเบื้องล่างนี้จะต้องมีคนดักซุ่มอยู่แน่ๆ เพียงแต่พอเห็นเรือเหาะของพวกเขาปรากฏตัวขึ้น ก็เลยเผลอปล่อยกลิ่นอายออกมาสายหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถูกเฉาเสียนทั้งสองคนสัมผัสได้อยู่ดี

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาย่อมไม่กล้าบินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปข้างหน้าอีก

ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหน้าจะมีศัตรูดักซุ่มอยู่อีกมากน้อยแค่ไหน และศัตรูพวกนี้ใช่คนของตระกูลถังหรือไม่ก็ยากที่จะบอกได้ ถ้าไม่สืบให้รู้เรื่องเสียก่อน เฉาเสียนไม่มีทางยอมจากไปแบบนี้แน่

เมื่อเห็นสีหน้าของเฉาเสียนทั้งสองคน ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ขั้นปลายสิบกว่าคนที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มกระสับกระส่ายขึ้นมาบ้างแล้ว

เฉาหยวนรีบถามเสียงเบา "พี่รอง แล้วตอนนี้จะทำยังไงดี ลงไปดูไหม"

ถ้าอยากจะรู้สถานการณ์เบื้องล่างให้ชัดเจน พวกเขาก็ต้องลงไปดูถึงจะรู้

ในเมื่อรู้แล้วว่ามีคนแอบซ่อนตัวหรือดักซุ่มอยู่เบื้องล่าง พวกเขาก็ต้องหาทางลากตัวคนคนนั้นออกมาให้ได้

แต่เฉาหยวนกลับรู้สึกลังเล เพราะกลัวว่าเบื้องล่างจะมีคนของตระกูลถังดักซุ่มอยู่เป็นจำนวนมาก

ในเวลานี้เฉาเสียนกลับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่ต้องกังวล ต่อให้ข้างล่างจะมีคนดักซุ่มอยู่จริงๆ ขอเพียงพวกเราไม่บุกเข้าไปในกับดักก็ไม่ต้องกลัวอะไร ยิ่งไปกว่านั้นสถานการณ์เบื้องล่างก็มองเห็นได้ทะลุปรุโปร่งไปหมด ถ้ามีใครวางกับดักอะไรเอาไว้จริงๆ ทำไมพวกเราถึงจะดูไม่ออกล่ะ!"

"นั่นก็จริง!" เฉาหยวนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะพูดว่า "งั้นก็ลงไปดูกันเถอะ แต่ไม่ต้องร่อนลงไปถึงพื้นหรอกนะ!"

"แน่นอนอยู่แล้ว!"

เฉาเสียนตอบรับคำหนึ่ง จากนั้นก็ควบคุมเรือเหาะให้ค่อยๆ ลอยต่ำลงไป

ในเวลานี้เฉาหยวนแผ่สัมผัสเทวะออกไปก่อน ครอบคลุมพื้นที่รัศมีสองร้อยวา จากนั้นก็สองมือประสานอิน ครู่ต่อมาก็มีก้อนหินขนาดยักษ์เท่าโม่แป้งจำนวนนับไม่ถ้วนก่อตัวขึ้นกลางอากาศ

"ร่วงลงไป!"

พร้อมกับเสียงตวาดแผ่วเบาของเฉาหยวน ก้อนหินนับร้อยก้อนก็พุ่งกระหน่ำลงไปยังป่าเบื้องล่างทันที

ตู้มตู้มตู้ม!

ไม่นาน ต้นไม้และหินผาจำนวนมากก็ถูกทุบจนหักโค่นและแตกกระจาย เสียงระเบิดดังกึกก้องกังวานอย่างต่อเนื่อง แถมยังก่อให้เกิดกลุ่มควันและฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งป่า

ในเวลานี้เอง จู่ๆ ดวงตาของเฉาหยวนก็สว่างวาบขึ้น เพราะสัมผัสเทวะของเขาได้สัมผัสถึงร่างที่ดูทุลักทุเลร่างหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากป่าอย่างกะทันหัน แถมกลิ่นอายของมันก็ดูอ่อนล้าลงไปมาก ราวกับว่าได้รับบาดเจ็บไม่เบาเลยทีเดียว

"ในที่สุดก็หาตัวเจ้าเจอจนได้นะ เจ้าหนูสกปรก!"

เฉาหยวนแสยะยิ้มเย็นชา สีหน้าก็ดูผ่อนคลายลงไปมาก

ในอาณาเขตที่สัมผัสเทวะของเขาครอบคลุมอยู่ นอกจากร่างที่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนร่างนั้นแล้ว ก็ไม่มีผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นหลงเหลืออยู่อีกเลย แถมยังไม่มีกับดักอะไรปรากฏขึ้นมาด้วย

แม้แต่เฉาเสียนที่ตีหน้าเครียดมาตลอดก็ยังคลายคิ้วลง หลังจากใช้สัมผัสเทวะสแกนดูอย่างละเอียดถึงสองรอบ เขาก็มั่นใจแล้วว่าไม่มีกับดักใดๆ ซ่อนอยู่จริงๆ

ดังนั้นเขาจึงตะโกนขึ้นทันที "ตามไป เจ้านี่ต้องเป็นคนที่ตระกูลถังส่งมาแน่ๆ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าฝีมือจะอ่อนหัดจนเผลอทิ้งร่องรอยเอาไว้ ในเมื่อเป็นแบบนี้พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจแล้ว!"

พูดจบ เฉาเสียนก็ควบคุมเรือเหาะให้พุ่งตามคนผู้นั้นไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ขั้นปลายทั้งสิบกว่าคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในเมื่อมีศัตรูแค่คนเดียว ย่อมไม่มีอันตรายอะไรอีกแล้ว

ในเวลานี้ วิชาวิถีศิลาร่วงหล่นของเฉาหยวนก็สิ้นสุดลงแล้ว ป่าเขาเบื้องล่างอยู่ในสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี ต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น เศษหินกระจัดกระจายไปทั่ว มองดูด้วยตาเปล่าก็ไม่เห็นว่าจะมีกับดักอะไรซ่อนอยู่เลย

เมื่อเป็นเช่นนี้ เฉาเสียนและเฉาหยวนก็ยิ่งวางใจมากขึ้น

เพราะคนที่กำลังหลบหนีวิ่งฝ่าป่าเขาไป ดังนั้นพวกเขาจึงควบคุมเรือเหาะให้บินต่ำลงมา โดยให้เรือเหาะอยู่ห่างจากพื้นดินแค่สิบกว่าวาเท่านั้น แทบจะติดกับยอดไม้ของต้นไม้พวกนั้นอยู่แล้ว

ความเร็วของเรือเหาะนั้นรวดเร็วมาก ราวกับว่าวินาทีต่อไปก็จะตามทันผู้บำเพ็ญเพียรที่กำลังวิ่งหนีอยู่เบื้องหน้าได้แล้ว

ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆ ร่างที่เฉาหยวนและเฉาเสียนไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนก็โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ทันทีที่ปรากฏตัว ร่างนั้นก็สะบัดมนุษย์กระดาษขนาดเท่าฝ่ามือห้าตัวออกไปรอบทิศทาง

วินาทีต่อมา มนุษย์กระดาษขนาดเท่าฝ่ามือทั้งห้าตัวก็ขยายร่างขึ้นรับลมจนมีขนาดเท่าคนจริง แถมยังไปยืนประจำตำแหน่งที่กำหนดไว้อย่างรวดเร็ว สองมือก็เริ่มประสานอินด้วยความเร็วสูง

ในขณะเดียวกัน ร่างที่วิ่งหนีอยู่เบื้องหน้าก็เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นมากะทันหัน

ตู้ม!

เสียงระเบิดดังกึกก้องทำให้เฉาเสียนทั้งสองคนถึงกับชะงักไป ไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังตกตะลึงอยู่นั้น เว่ยหงที่ปรากฏตัวออกมาก็ปักธงค่ายกลอันสุดท้ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็อัดฉีดพลังวิญญาณเข้าไปในจานค่ายกลหยกขาวอย่างเต็มที่ พร้อมกับประสานอินกระตุ้นการทำงานไปพร้อมกับมนุษย์กระดาษ

วินาทีต่อมา ม่านแสงสีครามก็พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 720 - เหยื่อล่อ จิตมุ่งร้าย!

คัดลอกลิงก์แล้ว