- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 590 - ไม่รู้เรื่องรู้ราว!
บทที่ 590 - ไม่รู้เรื่องรู้ราว!
บทที่ 590 - ไม่รู้เรื่องรู้ราว!
บทที่ 590 - ไม่รู้เรื่องรู้ราว!
ฟริ้ว!
แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากกลางอากาศ พริบตาเดียวก็ร่อนลงบนแท่นสูงตรงกลางอย่างงดงาม
เมื่อร่างนั้นหยุดนิ่งสนิท เว่ยหงถึงได้เห็นหน้าตาของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน
นางเป็นหญิงสาวรูปโฉมงดงามในชุดกระโปรงยาวสีแดงสไตล์ราชสำนัก ดูจากหน้าตาน่าจะอายุราวๆ สามสิบปี ผิวพรรณขาวผ่องราวกับหิมะ เรือนผมสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยผมทรงสูงชี้ฟ้า นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นราวกับจะดึงดูดจิตวิญญาณของผู้ที่จับจ้องให้จมดิ่งลงไป ทุกท่วงท่ารอยยิ้มล้วนเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน ช่างเป็นหญิงสาวที่สามารถปลดปล่อยความงดงามและเสน่ห์ของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยมจริงๆ
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่หญิงสาวผู้นี้ปรากฏตัวบนแท่นสูง นางก็ดึงดูดความสนใจของผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนในงานได้ในพริบตา ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่แท่นประมูลอย่างพร้อมเพรียง
ในเวลานี้ หญิงสาวแสนสวยเดินไปหยุดอยู่หลังโต๊ะหยก นางหยิบค้อนสีทองขนาดเล็กขึ้นมา แล้วเคาะเบาๆ ลงบนระฆังทองเหลืองที่แขวนอยู่บนชั้นไม้ข้างๆ
หง่าง!
เสียงระฆังที่ฟังดูไม่ดังมากนักแต่กลับดังกังวานชัดเจน ก้องกังวานไปทั่วทั้งสถานที่จัดงานประมูล
แถมเสียงระฆังนี้ยังดูเหมือนจะสามารถสั่นสะเทือนไปถึงส่วนลึกของจิตใจได้ ทันทีที่เสียงระฆังดังขึ้น ทั่วทั้งงานประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที
ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนต่างหุบปากเงียบ ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมาอีก
รอจนกระทั่งทุกคนเงียบเสียงลง หญิงสาวแสนสวยในชุดกระโปรงสีแดงก็ส่งยิ้มหวานแล้วเอ่ยขึ้น "คิกคิก ผู้น้อยอวี๋ซวง ขอคารวะสหายนักพรตและผู้อาวุโสทุกท่านเจ้าค่ะ!"
พูดจบ หญิงสาวก็ย่อเข่าทำความเคารพไปรอบๆ ก่อนจะพูดต่อว่า "ผู้น้อยไร้ความสามารถ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการประมูลในวันนี้ หากมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง หรือมีเรื่องล่วงเกินประการใด หวังว่าสหายนักพรตและผู้อาวุโสทุกท่านจะโปรดให้อภัย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะช่วยสนับสนุนการทำงานของผู้น้อยด้วยนะเจ้าคะ!"
สตรีที่ชื่ออวี๋ซวงผู้นี้ไม่เพียงแต่มีรูปโฉมงดงาม แต่ฝีปากก็ยังยอดเยี่ยมมาก แถมดูเหมือนจะถนัดเรื่องการกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนเป็นพิเศษ เพียงแค่คำพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนในงานถึงกับร้องเชียร์ออกมาอย่างถูกใจ
แถมระดับพลังของนางก็เป็นของจริง ไม่อิงนิยาย นางคือผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานขั้นกลาง ย่อมมีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นผู้ดำเนินการประมูลในงานระดับนี้ได้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้นี้จะมีชื่อเสียงโด่งดังไม่เบา เว่ยหงสังเกตเห็นว่าผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนพอได้ยินชื่ออวี๋ซวง ก็ทำหน้าเหมือนกับว่าในที่สุดก็จะได้เห็นตัวจริงเสียงจริงสักที
มีเพียงเว่ยหงที่มืดแปดด้านไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย และเขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะซักไซ้ไล่เลียง
หง่าง!
อวี๋ซวงเคาะระฆังอีกครั้ง เพื่อให้งานประมูลกลับมาเงียบสงบอีกหน
คราวนี้นางหุบยิ้มลงและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย "เอาล่ะเจ้าค่ะ ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา สหายนักพรตและผู้อาวุโสทุกท่าน ข้าขอประกาศว่า งานประมูลเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!"
สิ้นเสียงประกาศของอวี๋ซวง ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนในงานต่างก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที
ในขณะเดียวกัน สาวใช้คนหนึ่งก็ประคองถาดเดินขึ้นมาบนแท่นประมูลอย่างช้าๆ
หลังจากสาวใช้คนนั้นวางถาดลงบนโต๊ะหยกและถอยไปยืนอยู่ตรงมุมห้อง อวี๋ซวงก็เปิดผ้าแพรที่คลุมถาดอยู่ออกอย่างแผ่วเบา
นางหยิบสิ่งของที่อยู่บนถาดขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วพูดกับผู้บำเพ็ญเพียรในงานว่า "สหายนักพรตทุกท่านโปรดดู นี่คือเรือเหาะระดับสองขั้นกลาง เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของปรมาจารย์แห่งการสร้างศาสตราวุธ เมิ่งเชียนอวิ๋น เรือเหาะลำนี้มีความเร็วเป็นเลิศ แถมยังมีการสลักค่ายกลป้องกันระดับสองขั้นกลางเอาไว้ และยังมีค่ายกลพรางตากางกั้นอยู่ด้วย ส่วนห้องหับและตำหนักบนเรือก็มีครบครัน ถือว่าเป็นของวิเศษที่หาได้ยากยิ่งนักเจ้าค่ะ"
"ราคาเริ่มต้นของเรือเหาะลำนี้อยู่ที่สองหมื่นหินวิญญาณ และการเสนอราคาเพิ่มในแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหินวิญญาณนะเจ้าคะ"
"สหายนักพรตทุกท่านสามารถเสนอราคาได้โดยการกรอกตัวเลขลงบนป้ายหยกผ่านทางที่ถืออยู่ ส่วนผู้อาวุโสที่อยู่ด้านบนก็สามารถเสนอราคาผ่านป้ายหยกชนิดพิเศษภายในห้องหินได้เลย ตัวเลขจะแสดงผลคู่กับหมายเลขห้องหินของท่านเจ้าค่ะ"
"บัดนี้ การประมูลขอเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!"
เมื่อสิ้นเสียงของอวี๋ซวง ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนในงานก็เริ่มเสนอราคากันทันที
ต้องรู้ก่อนนะว่านี่คือเรือเหาะที่สร้างโดยปรมาจารย์เมิ่งเชียนอวิ๋นเชียวนะ ไม่ว่าจะใช้เดินทาง ใช้หลบหนี หรือใช้ไล่ล่าศัตรู มันก็เป็นของวิเศษที่หาตัวจับยาก ประโยชน์ใช้สอยของมันมีมากมายมหาศาล ดังนั้นบรรดาผู้บำเพ็ญเพียรกระเป๋าหนักทั้งหลายพอเห็นของประมูลชิ้นนี้ก็แทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะสอยมาครอบครองให้จงได้
"ของชิ้นแรกก็เอาเรือเหาะมาล่อเลยแฮะ ผู้จัดงานประมูลครั้งนี้ใจป้ำไม่เบาเลย!"
เว่ยหงได้แต่รำพึงรำพันด้วยความทึ่ง
เห็นได้ชัดว่าผู้จัดงานประมูลต้องการใช้ของชิ้นแรกมาสร้างความคึกคักให้กับงาน จึงได้นำเรือเหาะลำนี้มาประมูลเป็นอันดับแรก จุดประสงค์นั้นชัดเจนจนไม่ต้องอธิบายให้มากความ
และก็เป็นไปตามคาด บรรยากาศภายในงานร้อนแรงขึ้นมาทันตาเห็น
"สองหมื่นหนึ่งพันหินวิญญาณ!"
"สองหมื่นสามพัน!"
"สองหมื่นห้าพัน!"
"สองหมื่นแปดพัน!"
"..."
ตัวเลขราคาถูกเสนอขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันบนผนังผลึกหยกขาวขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าอวี๋ซวง ก็แสดงตัวเลขราคาล่าสุดขึ้นมา ตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนนั้นก็คือราคาประมูลสูงสุดในขณะนั้นนั่นเอง เพียงแต่ว่าตัวเลขบนผนังผลึกหยกขาวเปลี่ยนไปเร็วมาก ตอนนี้พุ่งทะยานไปถึงสามหมื่นหนึ่งพันแล้ว
เว่ยหงนั่งกอดอกมองดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ โดยไม่ได้ขยับเขยื้อนทำอะไรเลย
เรือเหาะล้ำค่าแบบนี้เขาย่อมอยากได้เป็นธรรมดา แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจำเป็นต้องมี แถมกำลังทรัพย์ของเขาก็ไม่มากพอที่จะประมูลมันมาได้อยู่แล้ว เขาจึงไม่คิดจะเข้าไปร่วมวงแย่งชิงด้วยเลย
ไม่นานนัก เมื่อราคาของเรือเหาะพุ่งทะลุสี่หมื่นหินวิญญาณ ความเร็วในการเปลี่ยนตัวเลขบนผนังผลึกหยกขาวก็เริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าราคาที่สูงลิ่วขนาดนี้จะทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ถอดใจกันไปหมดแล้ว
"เยี่ยมมากเจ้าค่ะ สหายนักพรตหมายเลขหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเสนอราคาที่สี่หมื่นสองพันหินวิญญาณ มีท่านใดจะให้ราคาสูงกว่านี้อีกไหมเจ้าคะ"
น้ำเสียงใสแจ๋วที่แฝงไปด้วยความเย้ายวนของอวี๋ซวงดูเหมือนจะไม่ดังมาก แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในหูของผู้บำเพ็ญเพียรทุกคน นางพูดโปรโมทต่อว่า "เรือเหาะลำนี้เป็นของวิเศษระดับสองที่หาได้ยากยิ่งนัก ไม่ว่าจะใช้เดินทางหรือใช้หลบหนีก็ถือเป็นตัวเลือกชั้นยอด สหายนักพรตทุกท่านอย่าพลาดโอกาสนี้นะเจ้าคะ!"
"ยอดเยี่ยม สหายนักพรตหมายเลขหนึ่งพันสองร้อยแปดสิบหกเสนอราคาที่สี่หมื่นสามพันหินวิญญาณ ดีมากเจ้าค่ะ ยังมีใครจะสู้ราคาอีกไหมเจ้าคะ"
"สี่หมื่นสามพันหินวิญญาณครั้งที่หนึ่ง สหายนักพรตทุกท่านอย่าพลาดของวิเศษชิ้นนี้นะเจ้าคะ ปรมาจารย์เมิ่งเชียนอวิ๋นไม่ได้สร้างของแบบนี้ออกมาบ่อยๆ นะ!"
"ดีเจ้าค่ะ สี่หมื่นสามพันหินวิญญาณครั้งที่สอง ถ้าไม่มีใครให้ราคาสูงกว่านี้ เรือเหาะลำนี้ก็จะตกเป็นของสหายนักพรตหมายเลขหนึ่งพันสองร้อยแปดสิบหกแล้วนะเจ้าคะ!"
"สี่หมื่นสามพันหินวิญญาณครั้งที่สาม ตกลงเจ้าค่ะ! ขอแสดงความยินดีกับสหายนักพรตท่านนี้ด้วย โปรดไปดำเนินการรับของที่หลังเวทีได้เลยเจ้าค่ะ!"
อวี๋ซวงแจ้งเตือนติดต่อกันสามครั้ง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเสนอราคาแข่งอีก นางก็ใช้ค้อนสีทองเคาะลงบนระฆังทองเหลืองอย่างเฉียบขาด
เสียงระฆังดังหง่าง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการประมูลของชิ้นแรกเสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการ
สาวใช้ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องรีบเดินเข้าไปเก็บเรือเหาะลงถาด แล้วเดินกลับเข้าไปหลังเวทีทันที
และในตอนนั้นเอง สาวใช้อีกคนหนึ่งก็ค่อยๆ เดินประคองถาดขึ้นมาจากด้านล่างของแท่นประมูล!
[จบแล้ว]