- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในร่างนายน้อยพร้อมระบบจำลอง
- บทที่ 15 - คัมภีร์ลับกลไกเซียนอวี่ฮว่า
บทที่ 15 - คัมภีร์ลับกลไกเซียนอวี่ฮว่า
บทที่ 15 - คัมภีร์ลับกลไกเซียนอวี่ฮว่า
บทที่ 15 - คัมภีร์ลับกลไกเซียนอวี่ฮว่า
[โลกดินแดนเงาหมอก เวลาผ่านไปสามร้อยสามสิบแปดปี]
[ภายใต้การมุมานะบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก ท่านก็ก้าวเข้าสู่ขั้นจินตันระดับหกได้สำเร็จ]
[หลินเฟิงมาหาท่านอีกครั้ง]
"ศิษย์พี่รอง ท่านออกไปตามหาทรัพยากรบำเพ็ญเพียรกับข้าเถอะ หากเอาแต่มุมานะบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากอยู่เช่นนี้ ต่อให้อายุขัยของท่านสิ้นสุดลง ก็ไม่มีทางฝึกฝนจนถึงระดับหยวนอิงได้หรอก" หลินเฟิงที่มีสีหน้าร้อนใจเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม
[ท่านเข้าใจความหวังดีของหลินเฟิง แต่เขาหารู้ไม่ว่าท่านคือคนในโลกจำลอง หน้าที่ของท่านคือการเพิ่มระดับการบ่มเพาะให้มั่นคง การออกไปผจญภัยแม้จะมีโอกาสได้รับทรัพยากรเพื่อยกระดับการบ่มเพาะอย่างรวดเร็ว แต่นั่นก็มาพร้อมกับอันตรายที่ไม่คาดคิด หากต้องตกตายลงด้วยอุบัติเหตุ อายุขัยในการจำลองครั้งนี้ก็จะสูญเปล่าไปโดยปริยาย ท่านส่ายหน้าปฏิเสธหลินเฟิง หลังจากเขาจากไป ท่านก็ยังคงปิดด่านบำเพ็ญเพียรต่อไป]
[โลกดินแดนเงาหมอก เวลาผ่านไปสี่ร้อยสี่สิบแปดปี]
[ในช่วงสุดท้ายของชีวิต ท่านก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นจินตันระดับเจ็ดได้สำเร็จ]
[ท่านตกตาย]
[สิ้นสุดการจำลอง]
[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล ท่านสามารถเลือกหนึ่งในรางวัลต่อไปนี้]
[หนึ่ง ผู้บำเพ็ญตบะ พรสวรรค์ (ดีเลิศ)]
[สอง โอสถไขกระดูกหยกสิบขวด]
[สาม ระดับการบ่มเพาะขั้นจินตันระดับเจ็ด]
"เลือกข้อสาม"
[แจกจ่ายรางวัลเรียบร้อยแล้ว ระดับการบ่มเพาะหลอมรวมเข้ากับร่างกายของโฮสต์โดยอัตโนมัติ]
ระดับการบ่มเพาะของเฉินฝานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปราณวิญญาณที่เป็นของเหลวภายในร่างกายควบแน่นกลายเป็นแกนทองคำ (จินตัน) หนึ่งเม็ด จากนั้นลวดลายบนแกนทองคำก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเจ็ดสายจึงหยุดลง
"ผลตอบแทนในครั้งนี้ดีมากทีเดียว ดูเหมือนว่าแนวคิดของข้าจะถูกต้อง หากจำลองไปสักหนึ่งเดือน ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินของสำนักเซวี่ยหยวนนั่นจะยังเป็นคู่ต่อสู้ของข้าได้อีกหรือ!" เฉินฝานยิ้มอย่างมั่นใจ
หนึ่งวันผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
"นี่เป็นการจำลองครั้งที่ยี่สิบแล้ว ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์คูณรางวัลแบบคริติคอลขึ้นหรือไม่"
"เครื่องจำลองเริ่มการจำลอง"
เฉินฝานเปิดเครื่องจำลองด้วยความคาดหวัง
[เริ่มการจำลอง]
[ท่านเดินทางมาถึงเขตหมอกหนาทึบในเทือกเขาเทียนตูตามปกติ ท่านใช้เวลาครึ่งปีก็ข้ามผ่านเขตหมอกมาได้ ท่านปลอมตัวเป็นผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมปราณระดับเก้าแล้วเข้าร่วมสำนักเซียนอวี่ฮว่าอีกครั้ง สามปีต่อมา ท่านแสดงระดับการบ่มเพาะขั้นสร้างรากฐานระดับสาม และได้กลายเป็นศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสอวี้เฉวียน ท่านออกไปข้างนอกหนึ่งครั้ง นำทรัพยากรในถ้ำของผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงมาครอบครอง แล้วกลับมาปิดด่านบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง ศิษย์น้องเล็กของท่านยังคงเป็นท่านที่คอยดูแล ท่านมอบโอสถสร้างรากฐานมรรคาฟ้าให้เขากิน ก่อนจะกลับไปปิดด่านบำเพ็ญเพียรต่อ]
[ห้าปีต่อมา ศิษย์พี่ใหญ่ของท่านกลับมา หลังจากสืบข่าวมาหลายปี ท่านก็รู้ว่าพรสวรรค์พิเศษของศิษย์พี่ใหญ่คือ (จิตกระบี่กระจ่างแจ้ง) และอาจารย์ของท่านก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายกระบี่เช่นกัน ท่านออกจากด่านมาพูดคุยกับศิษย์พี่ใหญ่ ตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่ของท่านอยู่ในขั้นจินตันระดับเจ็ด ซึ่งเป็นระดับเดียวกับท่าน ส่วนระดับการบ่มเพาะที่ท่านแสดงออกมาในตอนนี้คือขั้นหลอมปราณระดับแปด เมื่อเสิ่นเทียนสี่สัมผัสได้ถึงระดับการบ่มเพาะของท่าน เขาก็แอบตกใจอยู่ลึกๆ]
"ศิษย์น้อง อีกสองปีให้หลังข้าจะกลับมา หากถึงตอนนั้นเจ้าก้าวเข้าสู่ขั้นจินตันแล้วล่ะก็ จงไปที่แนวหน้ากับข้าเถอะ ข้าจะดูแลเจ้าเอง" เสิ่นเทียนสี่เดินเข้ามาตบไหล่ท่านพร้อมกับให้คำมั่นสัญญา
[ท่านรู้ว่าหากตามศิษย์พี่ใหญ่ไป คงไม่พบเจอกับอันตรายใดๆ ในการจำลองครั้งก่อน เขาก็มีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมาโดยตลอด เมื่อคิดดูแล้ว ท่านจึงตอบตกลงไป]
[สองปีต่อมา ท่านออกไปข้างนอกหนึ่งครั้ง เมื่อกลับมาก็กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันแล้ว]
[ศิษย์พี่ใหญ่มาตามสัญญา ท่านเดินทางไปกับเขาจนถึงเขตแดนรอยต่อระหว่างสำนักเซียนอวี่ฮว่าและสำนักมารชิงอวิ๋น]
[เมื่อท่านมาถึงที่นี่ ท่านจึงเข้าใจแล้วว่าเหตุใดศิษย์พี่ใหญ่ถึงมักจะมาอยู่ที่นี่ตลอดเวลา พรสวรรค์ของเขาคือ ขอเพียงเขาได้สังหารศัตรูฝั่งตรงข้าม เขาก็จะสามารถรักษาสภาวะกระจ่างแจ้งเอาไว้ได้ตลอด ด้วยวิธีนี้ เขาไม่เพียงแต่ได้รับแต้มผลงาน แต่ยังได้รับทรัพยากรอีกด้วย ดังนั้นความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาโดยตลอด]
[ท่านอยู่ที่นี่มาห้าปีแล้ว รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับท่าน ท้ายที่สุดท่านก็เลือกที่จะกลับไปบำเพ็ญเพียรที่สำนัก]
[เมื่อกลับมาถึงสำนัก ท่านก็หาข้ออ้างสุ่มๆ ไปบอกอาจารย์เรื่องที่คนของสำนักมารชิงอวิ๋นไปก่อความวุ่นวายที่โลกบำเพ็ญเพียรหนานเยี่ยน]
[หลังจากนั้น ทุกๆ ยี่สิบปี ท่านจะเปิดเผยระดับการบ่มเพาะให้เพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ สองร้อยปีต่อมา ท่านก็ก้าวเข้าสู่ขั้นจินตันระดับเก้าแล้ว]
[สิ่งที่ทำให้ท่านรู้สึกแปลกใจก็คือ ทางฝั่งโลกบำเพ็ญเพียรหนานเยี่ยนกลับไม่มีคนของสำนักมารชิงอวิ๋นมาบุกโจมตีสำนักเซียนอวี่ฮว่าเลย หลังจากที่ท่านลองไปสืบข่าวดู จึงได้รู้ว่าพวกมันล้มเลิกแผนการนี้ไปแล้ว มิน่าเล่า ท่านถึงไม่ได้รับทรัพยากรที่เป็นรางวัลจากสำนักเลย]
[โลกดินแดนเงาหมอก เวลาผ่านไปสามร้อยสามสิบห้าปี]
[ท่านฝึกฝนจนก้าวเข้าสู่ขั้นจินตันจุดสูงสุด]
[ท่านเดินทางไปที่ยอดเขาจินหลินเพื่อยื่นเรื่องขอใช้พื้นที่รับทัณฑ์สวรรค์ ชายชราคนหนึ่งได้จัดเตรียมให้ท่านไปรับทัณฑ์สวรรค์ที่แดนกำเนิดชีวิตในอีกหนึ่งปีให้หลัง]
[หนึ่งปีต่อมา ท่านเดินทางไปที่แดนรับทัณฑ์สวรรค์และฝ่าด่านทัณฑ์สายฟ้าได้สำเร็จ จนกลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิง ท่านเตรียมตัวจะกลับไปปิดด่านบำเพ็ญเพียรต่อที่ตำหนักอวี้เฉวียน]
"ไอ้หนู เจ้านี่มันช่างซ่อนตัวเก่งเสียจริง! ข้ารอมาตั้งร้อยกว่าปี ในที่สุดก็หาโอกาสได้เสียที" ชายชราในชุดคลุมสีดำกัดฟันกรอดมองมาที่ท่าน ก่อนจะลงมือโจมตี
[ท่านมองดูชายชราชุดดำที่พุ่งเข้ามาโจมตีด้วยความไม่เข้าใจ ท่านไม่เคยไปสุงสิงกับใคร ไม่เคยแม้แต่จะไปแย่งชิงวาสนาของผู้อื่น แล้วจะมีคนมาซุ่มโจมตีท่านได้อย่างไร]
[ชายผู้นี้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงขั้นหก ท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา]
ท่านมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย จึงลองหยั่งเชิงถามดู "ใต้เท้าจำคนผิดหรือไม่ ข้าเอาแต่ปิดด่านบำเพ็ญเพียร ไม่เคยไปล่วงเกินท่านเลยนะ!"
ชายชราผู้นั้นกลับไม่ลดพลังเวทลงแม้แต่น้อย เขากลับเพิ่มพลังเวทให้รุนแรงยิ่งขึ้น พร้อมตวาดลั่น "หลังจากสืบข่าวมาหลายปี ข้ารู้หมดแล้วว่าเป็นเจ้าที่เอาความลับไปบอก"
"เดิมทีแผนการร้อยปีของใต้เท้าพีเป็นความลับขั้นสุดยอด หากไม่ใช่เพราะเจ้า แผนการก็คงไม่มีทางล้มเหลวหรอก"
[ท่านรู้แล้วว่าปัญหาของการจำลองครั้งนี้อยู่ที่ใด ท่านบอกอาจารย์เรื่องโลกบำเพ็ญเพียรหนานเยี่ยนเร็วเกินไป ทำให้สายลับภายในสำนักเซียนอวี่ฮว่ารู้ว่าแผนการลับของพวกมันรั่วไหล จึงยกเลิกแผนการไป และผู้ริเริ่มแผนการนี้ก็ผูกใจเจ็บกับท่านมาโดยตลอด เขาสั่งให้สายลับภายในสำนักเซียนอวี่ฮว่ารอโอกาสซุ่มสังหารท่าน ส่วนเหตุผลที่ชายชราชุดดำผู้นี้ไม่ดักสังหารท่านตอนที่ท่านออกจากสำนัก ก็เป็นเพราะท่านสามารถดึงดูดทัณฑ์สายฟ้าให้ผ่าลงมาได้ทุกเมื่อ ซึ่งนั่นเป็นตัวแปรที่ใหญ่เกินไป ชายชราชุดดำคาดเดาไว้แล้วว่าท่านจะไม่ฟื้นฟูพลังเวทในทันที ต่อให้ท่านทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นหยวนอิงได้ แต่ในเวลานี้ ท่านจะต้องเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดอย่างแน่นอน]
[ท้ายที่สุดท่านก็ทนรอความช่วยเหลือจากสำนักเซียนอวี่ฮว่าไม่ไหว]
[ท่านตกตาย]
[สิ้นสุดการจำลอง]
[เริ่มสุ่มสร้างรางวัล ท่านสามารถเลือกหนึ่งในรางวัลต่อไปนี้]
[หนึ่ง ระดับการบ่มเพาะขั้นหยวนอิงระดับหนึ่ง]
[สอง โอสถจิตวิญญาณฟ้าหนึ่งขวด]
[สาม เคล็ดวิชาวิถีราชันอวี่ฮว่าเทียน ระดับคุณภาพ (สมบูรณ์แบบ)]
[โฮสต์จำลองครบยี่สิบครั้ง กระตุ้นรางวัลคริติคอล การเลือกระดับการบ่มเพาะไม่สามารถรับผลคริติคอลได้]
เฉินฝานถอนหายใจอย่างจนปัญญา "ครั้งนี้จู่ๆ ก็ตาย ไม่ได้ควบคุมคนที่ไปพบเจอในช่วงนี้ให้ดี ทำให้พรสวรรค์ไม่แสดงออกมาในรางวัล โอสถจิตวิญญาณฟ้าก็เป็นแค่ยาที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันกิน รางวัลไม่ได้ดีเท่าไรเลย"
"ข้าเลือกข้อสาม"
[กระตุ้นรางวัลเคล็ดวิชาคูณหนึ่งร้อยสามสิบเท่า เริ่มแจกจ่ายรางวัล เนื่องจากเคล็ดวิชามีระดับสูงเกินไป จึงไม่สามารถก่อตัวเป็นหยกจารึกได้ ระบบได้หลอมรวมเข้ากับความทรงจำในห้วงความรู้ของโฮสต์โดยอัตโนมัติ]
เฉินฝานยกมือขึ้นกุมศีรษะ ข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามามีปริมาณมหาศาลเกินไป มันกระแทกเข้าจนเขาปวดหัวตึบๆ
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินฝานก็ส่ายหัวเบาๆ ความรู้สึกอึดอัดเหล่านั้นก็หายไปในที่สุด
"คัมภีร์ลับเซียนอวี่ฮว่าช่างครอบคลุมเสียจริง! มีทั้งวิชาตัวเบา เคล็ดวิชาลับ และวิชากระบี่"
"การจำลองในอนาคต ข้าก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องเคล็ดวิชาอีกแล้ว"
"จุดอ่อนด้านการโจมตีของข้าก็ถูกเติมเต็มเสียที"
เฉินฝานมีสีหน้าดีใจ เขาเดินไปที่สระน้ำหลังลานบ้าน เขาโบกมือสร้างม่านพลังกั้นเขตแดนเอาไว้ชั้นหนึ่งก่อน แสงปราณกะพริบวาบที่ปลายนิ้ว เงากระบี่หกเล่มปรากฏขึ้น
เขาใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ไปข้างหน้า
เงากระบี่ทั้งหกเล่มในมือพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ดุจดั่งอัสนีบาตหกสายหลากสีสัน!
ตู้ม—
ประกายกระบี่สว่างจ้า คลื่นน้ำลูกใหญ่พวยพุ่งขึ้นเป็นวงกว้างในรัศมีร้อยเมตร ภาพที่เห็นช่างยิ่งใหญ่อลังการนัก!
จากนั้นร่างของเขาก็สั่นไหว แล้วไปปรากฏขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง
เฉินฝานพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ตอนนี้วิธีการต่อสู้ของเขาไม่ได้มีแค่แบบเดียวเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ทว่าเมื่อเขามองเห็นปลาตายเกลื่อนเต็มพื้น สีหน้าของเขาก็มืดมนลงทันที ปลาพวกนี้เป็นของสุดรักสุดหวงของท่านพ่อเขาทั้งนั้น
เฉินฝานกวาดปลาทั้งหมดมากองรวมกัน พลังวิญญาณในมือสั่นไหว ปลาทั้งหมดก็สลายกลายเป็นผุยผง ร่างของเขากะพริบวูบและหายไปจากสวนหลังบ้าน
(จบแล้ว)