- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมพรสวรรค์ไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 10 - ประลองอีกครั้ง กระบี่เดียวปลิดชีพ!
บทที่ 10 - ประลองอีกครั้ง กระบี่เดียวปลิดชีพ!
บทที่ 10 - ประลองอีกครั้ง กระบี่เดียวปลิดชีพ!
บทที่ 10 - ประลองอีกครั้ง กระบี่เดียวปลิดชีพ!
ความเงียบสงัด! ทั่วทั้งลานเงียบกริบไร้สรรพเสียง!
ใครจะไปคิดว่า สถานการณ์จะพลิกผันได้รวดเร็วขนาดนี้
จู่ๆ เย่อู๋เฉินก็เปลี่ยนกระบวนท่า กระบี่เดียวจ่อทะลวงคอหอย
ถ้ากระบี่ในมือของเขาไม่ใช่กระบี่ไม้ ป่านนี้เจียงมู่เหยี่ยคงหัวหลุดจากบ่าไปแล้ว
"แพ้แล้ว เจียงมู่เหยี่ยพ่ายแพ้ให้แก่เย่อู๋เฉินจริงๆ!"
"ซี๊ด นี่มันไม่น่าเชื่อเลย..."
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้าง ตกตะลึงจนลืมหายใจไปพักใหญ่ รู้สึกราวกับว่าเวลาถูกหยุดนิ่งไว้ ณ วินาทีนี้
การประลองเพลงกระบี่ เย่อู๋เฉินได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด!
เจียงหยวนอู่มีประกายประหลาดใจวาบขึ้นในดวงตา เมื่อสบตากับผู้อาวุโสตระกูลเจียงหลายคนที่อยู่ข้างๆ ต่างก็มองเห็นความตกตะลึงในแววตาของกันและกัน
ชัยชนะครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลย
เจียงมู่เหยี่ยพ่ายแพ้อย่างหมดรูป!
"น้องอู๋เฉินชนะแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า น้องข้าชนะแล้ว!" เย่อิงสยงดีใจจนกระโดดโลดเต้น วิ่งพุ่งเข้าไปกอดเย่อู๋เฉินไว้แน่น หมุนตัวอยู่กับที่หลายรอบ
"พี่อิงสยง ท่านเลิกหมุนได้แล้ว ข้าเวียนหัวจะตายอยู่แล้ว" เย่อู๋เฉินอดบ่นไม่ได้
"ฮ่าฮ่าฮ่า น้องข้าเก่งที่สุด ยอดเยี่ยมมาก!" เย่อิงสยงไม่ฟังอะไรทั้งนั้น จับแก้มยุ้ยๆ ของเย่อู๋เฉินมาหอมฟอดใหญ่หลายที
เย่หลิวหลี เย่หรงเฟิ่ง เย่เจี้ยนหมิง และคนอื่นๆ ก็ตื่นจากภวังค์ความตกตะลึง แทบจะร้องไห้ด้วยความดีใจ โห่ร้องด้วยความยินดี
ใครจะไปคิดว่า เย่อู๋เฉินในวัยสามขวบ จะเอาชนะเจียงมู่เหยี่ยได้
นี่ไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะระหว่างเด็กสองคนเท่านั้น
แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงผลแพ้ชนะระหว่าง 'วิชากระบี่บั่นหิมะ' ของตระกูลเย่ กับ 'วิชากระบี่สยบพยัคฆ์' ของตระกูลเจียงอีกด้วย
ใครบอกว่าวิชากระบี่บั่นหิมะด้อยกว่าล่ะ!
ตอนนี้ เย่อู๋เฉินก็ใช้กระบี่บั่นหิมะคว้าชัยชนะมาได้แล้ว
ตรงข้ามกับรอยยิ้มแห่งความยินดีบนใบหน้าของคนตระกูลเย่ สีหน้าของโจวลี่ถิงกับฮูหยินเฒ่ากลับดูย่ำแย่สุดๆ
โดยเฉพาะโจวลี่ถิง ใบหน้าดำคล้ำเป็นก้นหม้อ พูดด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่า "เป็นไปไม่ได้ นี่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ลูกกิเลนของข้าจะไปแพ้ไอ้ขยะรากปราณระดับสามได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องมีอะไรตุกติกแน่!"
"นั่นสิ มู่เหยี่ยเป็นอัจฉริยะรากปราณระดับเจ็ด มีสติปัญญาเป็นเลิศ ทำไมถึงแพ้เย่อู๋เฉินได้?" ฮูหยินเฒ่าเองก็ไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ ส่ายหน้ารัวๆ คิดว่าต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่แน่
ตอนนั้นเอง เจียงมู่เหยี่ยก็ทำหน้าไม่ยอมแพ้ ตะโกนลั่นออกมาด้วยความโกรธแค้น "ท่านแม่ ข้าไม่ได้แพ้ เพลงกระบี่ที่เขาใช้เมื่อกี้ ไม่ใช่วิชากระบี่บั่นหิมะเลยสักนิด!"
"อะไรนะ?"
"ไม่ใช่วิชากระบี่บั่นหิมะ?"
บรรดาผู้ฝึกตนตระกูลเจียงต่างงุนงงกันไปหมด
เห็นเจียงมู่เหยี่ยก้าวออกมา จ้องเย่อู๋เฉินเขม็ง "ก่อนหน้านี้ข้าเคยประลองกับศิษย์ตระกูลเย่มาแล้ว วิชากระบี่บั่นหิมะสู้เคล็ดวิชากระบี่สยบพยัคฆ์ของตระกูลเจียงไม่ได้เลย แต่กระบวนท่าที่เจ้าใช้เมื่อกี้ มันรวดเร็วและดุดันราวกับสายฟ้า ไม่ใช่สไตล์ของวิชากระบี่บั่นหิมะเลยสักนิด!"
"ไม่ใช่กระบี่บั่นหิมะ?" โจวลี่ถิงได้สติขึ้นมา ก็ตวาดเสียงดังทันที "เอาล่ะสิ เย่หลิวหลี เจ้านี่มันร้ายลึกจริงๆ กล้าสอนลูกให้โกงต่อหน้าต่อตาคนอื่น!"
เย่หลิวหลียิ้มอย่างมีเลศนัย "ก่อนเริ่มการประลอง พวกเจ้าก็ไม่ได้บอกนี่นาว่าอู๋เฉินใช้ได้แค่วิชากระบี่บั่นหิมะ? ขอแค่เอาชนะด้วยเพลงกระบี่ได้ ก็ถือว่าไม่ได้ทำผิดกฎ ผลแพ้ชนะตัดสินไปแล้ว โจวลี่ถิง เจ้าแพ้แล้วพาลหรือไง?"
"เจ้า... เจ้ามันเถียงข้างๆ คูๆ!" โจวลี่ถิงโกรธจนเต้นเร่าๆ ลูกชายของนางเป็นถึงลูกกิเลนรากปราณระดับเจ็ด ตอนนี้มาแพ้ให้เย่อู๋เฉิน วันหน้าจะเอาหน้าไปไว้ไหนในจวนโหว คงกลายเป็นตัวตลกแน่ๆ
เมื่อเห็นว่าเถียงสู้เย่หลิวหลีไม่ได้ โจวลี่ถิงก็รีบเข้าไปกอดแขนฮูหยินเฒ่า "ท่านแม่เจ้าคะ ท่านต้องจัดการให้มู่เหยี่ยนะเจ้าคะ ตกลงกันแล้วว่าจะประลองกันอย่างยุติธรรม แต่เย่อู๋เฉินกลับแอบใช้เพลงกระบี่อื่นลอบกัด หน้าด้านที่สุด!"
ฮูหยินเฒ่ามีสีหน้าลำบากใจ ทำได้เพียงหน้าด้านพูดออกไปว่า "เย่อู๋เฉินใช้เพลงกระบี่อื่นเอาชนะ ถือว่าชนะแบบไม่ยุติธรรมจริงๆ ข้าว่าการประลองวันนี้ ถือว่าเสมอกันก็แล้วกัน!"
"เสมอกันงั้นหรือ?" คนตระกูลเจียงต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูก
คิดในใจว่าฮูหยินเฒ่าเข้าข้างกันหน้าด้านๆ แบบนี้เลยหรือ! คิดว่าทุกคนตาบอดหรือไง?
ตอนนั้นเอง เย่เจี้ยนหมิงก็ก้าวออกมา "ฮูหยินเจียงพูดผิดแล้ว ก่อนอื่น ก่อนประลองไม่ได้มีข้อกำหนดว่าต้องใช้กระบวนท่าไหน ต่อให้กำหนดว่าต้องใช้แค่กระบี่บั่นหิมะสู้กับกระบี่สยบพยัคฆ์ อู๋เฉินของข้าก็ยังเป็นผู้ชนะอยู่ดี เพราะกระบวนท่าที่เขาใช้เมื่อกี้ มันคือวิชากระบี่บั่นหิมะ!"
เจียงหยวนอู่ส่ายหน้า "เจี้ยนหมิง วิชากระบี่บั่นหิมะ ข้าก็เคยเห็นมาแล้ว ไม่เห็นมีกระบวนท่าที่อู๋เฉินใช้เมื่อกี้เลย!"
"ในเมื่อท่านโหวไม่เชื่อ งั้นข้าจะแสดงให้ทุกคนดูเอง!" เย่เจี้ยนหมิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ชักกระบี่คู่กายออกมา ตะโกนลั่น "กระบี่ร่วงไร้ร่องรอย ปัดหิมะเขาอุดร!"
เคร้ง!
ชั่วพริบตาเดียว ปราณกระบี่ก็แผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้า แสงกระบี่วูบวาบ
เย่เจี้ยนหมิงร่ายรำกระบี่อย่างต่อเนื่อง คลื่นกระบี่พุ่งทะยานเสียดฟ้า!
"เป็นเพลงกระบี่ที่งดงามมาก คล้ายกับเพลงกระบี่ที่อู๋เฉินใช้เมื่อกี้จริงๆ!" เจียงหยวนอู่พยักหน้าเล็กน้อย พอลองพิจารณาดูดีๆ ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง
ตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสตระกูลเจียงผมขาวโพลนคนหนึ่งก็อุทานออกมา "ยอด ยอดเยี่ยมมาก ที่อู๋เฉินใช้เมื่อกี้คือวิชากระบี่บั่นหิมะจริงๆ แต่เป็นวิชากระบี่บั่นหิมะที่ถูกดัดแปลงแล้ว ทำให้การใช้กระบี่เรียบง่ายและตรงไปตรงมามากขึ้น แต่พลังกลับเพิ่มขึ้นถึงสามส่วน!"
"ถูกต้อง มันคือกระบวนท่ากระบี่บั่นหิมะที่ถูกดัดแปลงแล้วจริงๆ!" ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ต่างก็มองออกเช่นกัน เมื่อหันไปมองเย่อู๋เฉินอีกครั้ง แววตาของพวกเขาก็เป็นประกาย
นี่แหละคืออัจฉริยะด้านกระบี่ตัวจริง!
ร่างจิตกระบี่แต่กำเนิดแน่นอน!
ไม่อย่างนั้นคงอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ได้
"วิชากระบี่บั่นหิมะที่ถูกดัดแปลงแล้ว เป็นไปได้อย่างไร หรือว่าไอ้เด็กนี่จะเป็นร่างจิตกระบี่แต่กำเนิดจริงๆ?" โจวลี่ถิงเริ่มตื่นตระหนก ประกายสังหารฉายชัดในดวงตา
หากเย่อู๋เฉินเป็นร่างจิตกระบี่แต่กำเนิดจริงๆ ทรัพยากรการฝึกตนที่เจียงมู่เหยี่ยได้รับในจวนโหว จะต้องถูกแบ่งออกไปส่วนหนึ่งแน่ๆ
นี่เป็นสิ่งที่นางยอมรับไม่ได้เด็ดขาด
เจียงมู่เหยี่ยก็รู้ดีถึงความรุนแรงของสถานการณ์นี้เช่นกัน
เขาต้องเอาชนะให้ได้ เพื่อเรียกคืนความสนใจจากจวนโหว
หลังจากครุ่นคิด เจียงมู่เหยี่ยก็ก้าวออกมาอีกครั้ง ประสานมือคารวะเจียงหยวนอู่ "ท่านปู่ เมื่อกี้เย่อู๋เฉินออกกระบี่เร็วเกินไป ข้าไม่ทันตั้งตัวถึงได้พ่ายแพ้ ขอโอกาสให้ข้าได้ประลองกับเย่อู๋เฉินอีกครั้งเถอะ ครั้งนี้ ข้าจะต้องชนะแน่!"
ตอนนี้ เย่อู๋เฉินเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นร่างจิตกระบี่แต่กำเนิด แต่เจียงมู่เหยี่ยนั้นเป็นผู้มีรากปราณระดับเจ็ดของแท้แน่นอน
เจียงหยวนอู่ย่อมให้ความสำคัญกับเจียงมู่เหยี่ยมากกว่าอยู่แล้ว จึงพยักหน้าตกลงทันที "เอาล่ะ พวกเจ้าลองประลองกันอีกครั้ง ข้าก็อยากจะดูเหมือนกันว่าอู๋เฉินชนะเพราะโชคช่วย หรือเพราะมีฝีมือจริงๆ!"
เย่หลิวหลีปฏิเสธเสียงแข็งทันที "ไม่ยุติธรรมเลย อู๋เฉินอายุยังน้อย ให้ประลองอีกรอบ พละกำลังต้องไม่พอแน่!"
"ใช่แล้ว ผลแพ้ชนะตัดสินไปแล้ว เจียงมู่เหยี่ยแพ้ก็คือแพ้ ถ้าอยู่ในสนามรบจริงๆ ศัตรูจะให้โอกาสเจ้าเริ่มใหม่หรือไง?" เย่หรงเฟิ่งกอดอก คำพูดประโยคเดียวก็ทำเอาอีกฝ่ายเถียงไม่ออก
แต่โจวลี่ถิงกลับหน้าด้านหน้าทน โวยวายไร้เหตุผลต่อไป "หึ ชนะเพราะลอบกัดจะนับเป็นวีรบุรุษได้อย่างไร ลูกหลานของจวนเจิ้นเป่ยโหวของข้า มักจะทำอะไรอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา เอาชนะซึ่งหน้าเสมอ!"
"เจ้ามันพูดจาไม่รู้เรื่อง!" เย่หลิวหลีโกรธจัด นางคนนี้อาศัยว่าคลอดลูกมีรากปราณระดับเจ็ดเข้าหน่อย ก็ทำตัวเย่อหยิ่งจองหองขึ้นทุกวัน
"หึ ในเมื่อรนหาที่ตายเอง ข้าก็จะสงเคราะห์ให้" เย่อู๋เฉินแค่นยิ้มเย็นในใจ จากนั้นก็หันไปคารวะเย่หลิวหลี "ท่านแม่ ข้ายังมีแรงเหลือเฟือ สามารถสู้กับเจียงมู่เหยี่ยได้อีกรอบขอรับ!"
เย่หลิวหลีขมวดคิ้ว "อู๋เฉิน เจ้าอย่าฝืนตัวเองสิ!"
"ท่านแม่วางใจเถอะ ข้ามั่นใจ" เย่อู๋เฉินหยิบกระบี่ไม้ขึ้นมา
"หึ คราวนี้เจ้าต้องแพ้แน่!" เจียงมู่เหยี่ยก็หยิบกระบี่ไม้ขึ้นมา เตรียมตัวพร้อมสู้
"ดูให้ดีๆ ล่ะ คราวนี้ไม่ใช่วิชากระบี่บั่นหิมะที่ดัดแปลงแล้ว แต่ข้าก็ยังเอาชนะเจ้าได้อยู่ดี!" จู่ๆ สายตาของเย่อู๋เฉินก็เฉียบคมขึ้น รังสีอำมหิตของกระบี่แผ่ซ่านทั่วร่าง ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาดทะลวงฟ้า น่าเกรงขามสุดๆ
"เคร้ง!"
เขาพุ่งตัวไปข้างหน้า กระบี่แหวกอากาศ กระบี่นี้เร็วกว่าครั้งก่อนเสียอีก พริบตาเดียวก็ถึงตัว
"ปะ... เป็นไปได้อย่างไร?" เจียงมู่เหยี่ยถูกจิตสังหารของกระบี่ที่แข็งแกร่งนี้ข่มขวัญจนขาอ่อน ถึงกับฉี่ราดกางเกงไปตรงนั้นเลย
กระบี่ไม้ในมือของเขาถูกปัดกระเด็นไปอีกครั้ง และคอของเขาก็ถูกปลายกระบี่ของเย่อู๋เฉินจ่อเอาไว้อีกแล้ว
การประลองยังไม่ทันได้เริ่มจริงๆ ก็โดนปลิดชีพในกระบวนท่าเดียวไปซะแล้ว!
ใครๆ ก็ดูออกว่าเจียงมู่เหยี่ยแพ้ราบคาบ ไม่มีข้ออ้างใดๆ ให้แก้ตัวอีกแล้ว
"ลูกกิเลนของข้า ลูกกิเลนของข้าจะไปแพ้ได้ยังไง แถมยังแพ้หมดรูปขนาดนี้..." โจวลี่ถิงราวกับถูกฟ้าผ่า เจ็บปวดรวดร้าวถึงทรวงใน ราวกับท้องฟ้าถล่มทลายลงมา นางก้มหน้างุด รู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงอยู่เต็มแผ่นหลัง
วินาทีนี้ นางไม่สามารถเงยหน้าสู้เย่หลิวหลีได้อีกต่อไป!
(จบแล้ว)