- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 180 - เข้าสู่สระแปลงมังกร
บทที่ 180 - เข้าสู่สระแปลงมังกร
บทที่ 180 - เข้าสู่สระแปลงมังกร
บทที่ 180 - เข้าสู่สระแปลงมังกร
เฉินฮ่าวยังคงลอยคว้างอยู่กลางอากาศในตำแหน่งที่ค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจรามือไป
หากต้องปะทะกันจริงๆ ก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้
เมื่อเห็นดาบโลหิตชาดลอยกลับไปสงบนิ่งอยู่บนชั้นวางอาวุธ ยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดผู้นั้นจึงหันไปสั่งทหารยามทั้งสองว่า "ดาบหนักระดับวิญญาณเล่มนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาอะไรบางอย่าง น่าจะเกิดการขัดแย้งกับกระบี่คู่กายของท่านแม่ทัพใหญ่เย่เข้ากระมัง!"
ข้อสันนิษฐานนี้ทำเอาเฉินฮ่าวถึงกับหูผึ่งเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้เฉินฮ่าวแทบคลั่งก็คือ ยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดผู้นี้เอาแต่ยืนเฝ้าอยู่ในห้องไม่ยอมก้าวเท้าไปไหน จนกระทั่งการประชุมราชการในท้องพระโรงสิ้นสุดลง บรรดาขุนนางผู้เป็นเจ้าของอาวุธต่างก็ทยอยกันเข้ามาหยิบฉวยเอาอาหารอันโอชะเหล่านั้นกลับไป
พวกเขาแต่ละคนต่างก็มองกระบี่ที่ปักอยู่บนพื้นด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้าไปแตะต้อง
"ท่านแม่ทัพใหญ่เย่ เมื่อครู่นี้ดาบหนักเล่มนั้นกับกระบี่คู่กายของท่านดูเหมือนจะเกิดการขัดแย้งกันขึ้นขอรับ!"
เมื่อเห็นเย่ลี่จวินเดินเข้ามาในห้อง ยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดผู้นั้นก็รีบรายงานทันที
"โอ้" เย่ลี่จวินหันไปมองสือชีด้วยความประหลาดใจ
สือชีรีบแก้ตัวทันควัน "ดาบโลหิตชาดของข้ามีนิสัยเกรี้ยวกราดไปสักหน่อยน่ะขอรับ!"
เย่ลี่จวินไม่ได้ใส่ใจนัก "ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีปัญหาอันใด ดาบโลหิตชาดเป็นถึงอาวุธมาร ย่อมยากที่จะควบคุมได้อยู่แล้ว เจ้าคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักพัก!"
หากเย่ลี่จวินล่วงรู้ความจริงว่า ดาบโลหิตชาดกำลังจ้องจะเขมือบกระบี่สุดที่รักของเขาอยู่ล่ะก็ เขาคงมีความคิดที่จะสับสือชีเป็นหมื่นๆ ชิ้นเลยทีเดียว!
สือชีได้แต่ก้มหน้ายอมรับผิด "ขอรับ!"
เฉินฮ่าวจ้องมองสือชีนิ่งเงียบไม่ปริปากพูดอะไร
เพราะไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด ในหัวของเขาดันไปนึกถึงสมัยตอนที่ยังเป็นนักเรียน แล้วไปก่อเรื่องวุ่นวายในโรงเรียนจนถูกเรียกผู้ปกครองมาพบ สถานการณ์ช่างดูคล้ายคลึงกันเสียนี่กระไร
"ท่านจิตวิญญาณแห่งดาบ!"
"ข้าไม่ได้หาเรื่องนะ ข้าก็แค่อยากจะผูกมิตรกับพวกมัน ใครจะไปรู้ว่าพวกมันจะอ่อนไหวขนาดนั้น" เฉินฮ่าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้พบปะกับเผ่าพันธุ์เดียวกันมากมายขนาดนี้ ข้าก็เลยตื่นเต้นไปหน่อย เจ้าลองคิดดูสิ ข้าจะทำร้ายเจ้าได้อย่างไรกัน"
"จริงรึ"
"เอ่อ... ข้าเคยหลอกเจ้าด้วยรึ"
"..."
"ว่าแต่ องค์จักรพรรดิพระราชทานรางวัลอันใดให้เจ้าบ้างเล่า"
"มีที่ดินดีๆ ตั้งหมื่นหมู่ ศักดินาอีกร้อยครัวเรือน แล้วยังมีบรรดาศักดิ์หนานเจวี๋ยอีก เคล็ดวิชาระดับลี้ลับขั้นกลาง สิทธิ์ในการเข้าใช้สระแปลงมังกรหนึ่งครั้ง และสิทธิ์ในการเข้าหอตระหนักรู้อีกหนึ่งครั้ง!"
เฉินฮ่าวอดไม่ได้ที่จะค่อนขอด "ที่ดินหมื่นหมู่ ศักดินาร้อยครัวเรือน บรรดาศักดิ์งั้นรึ ฟังดูเหมือนจะไร้ประโยชน์สิ้นดี! หรือว่าเจ้าจะลองเอาที่ดินไปขายเพื่อแลกเป็นทุนไปซื้อวัสดุมาหลอมดาบดีล่ะ"
"ที่ดินยังขายไม่ได้หรอกนะ!"
เฉินฮ่าวเอ่ยอย่างจริงจัง "ข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ ถ้าอย่างนั้นก็เก็บไว้ก่อนเถอะ!"
"สระแปลงมังกรที่ว่านี่ คือรางวัลจากการประลองยุทธ์ยอดผู้กล้าใช่หรือไม่"
"ใช่แล้ว!" สือชีพยักหน้ารับ "แต่ท่านแม่ทัพเย่เคยบอกข้าว่า สระแปลงมังกรจะเปิดให้เข้าใช้ทุกๆ สามปี โดยทั่วไปแล้วเชื้อพระวงศ์จะได้สิทธิ์เข้าใช้เป็นกลุ่มแรก ส่วนผู้ชนะสามอันดับแรกจากงานประลองยุทธ์จะได้สิทธิ์เข้าใช้ทีหลัง สระแปลงมังกรของแท้นั้นมีสรรพคุณล้ำเลิศมาก แม้แต่ยอดฝีมือระดับก่อกำเนิดก็ยังได้รับประโยชน์มหาศาล และในปีนี้ข้าเป็นคนแรกที่ได้สิทธิ์เข้าใช้สระแปลงมังกร!"
"มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ"
เฉินฮ่าวถึงกับอึ้งกับวิถีปฏิบัติของราชวงศ์ ที่แท้รางวัลที่มอบให้ผู้ชนะสามอันดับแรกก็คือน้ำล้างตัวที่พวกราชวงศ์ลงไปแช่ก่อนหน้านี้แล้วนั่นเอง!
สมแล้วที่ของดีๆ ล้วนต้องตกเป็นของพวกพ้องก่อนเสมอ!
"แล้วหอตระหนักรู้เล่า"
"เป็นสถานที่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ฝึกยุทธ์สามารถทำความเข้าใจในเจตจำนงแห่งวรยุทธ์ได้มากขึ้น และยังสามารถยกระดับความลึกซึ้งในการตระหนักรู้ได้อีกด้วย นับว่าเป็นสถานที่ที่ล้ำค่ายิ่งนัก!" สือชีกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ได้ยินมาว่าการเปิดหอตระหนักรู้แต่ละครั้ง เพียงหนึ่งชั่วยามก็ต้องสูญเสียหินวิญญาณไปนับหมื่นก้อน แม้แต่บรรดาองค์ชายก็ใช่ว่าจะมีโอกาสได้เข้าไปใช้บริการกันทุกคน ส่วนข้าได้สิทธิ์เข้าใช้เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น"
เมื่อเห็นสือชีแสดงอาการตื่นเต้นดีใจ เฉินฮ่าวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน "รางวัลพวกนี้ ล้วนแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและเลือดเนื้อของเจ้าทั้งสิ้น หากเขาไม่ได้หูหนวกตาบอด ก็สมควรจะงัดเอาของดีๆ ออกมามอบให้เจ้าบ้าง หากเขาคิดจะเอาเปรียบเจ้าล่ะก็ เจ้าก็หนีไปพึ่งใบบุญของแคว้นโลหิตทมิฬเสียเลยก็สิ้นเรื่อง ไม่แน่ว่าทางนั้นอาจจะเสนอผลประโยชน์ให้เจ้ามากกว่านี้ก็ได้นะ!"
"..."
"ท่านแม่ทัพเย่หมายความว่า ให้ข้าเข้าใช้สระแปลงมังกรในวันนี้เลย องค์ชายสี่คว้าอันดับสองในงานประลองยุทธ์ ฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญยิ่งนัก จึงมีรับสั่งให้เขาเป็นผู้เข้าใช้สระแปลงมังกรเป็นคนที่สอง!"
"แล้วต้วนซวี่เจี๋ยเล่า"
"น่าจะเป็นคนที่สี่ หรือไม่ก็คนที่ห้า!"
"กล้ามีลัดคิวกันด้วยรึ..."
สือชีกระซิบ "อืม ท่านแม่ทัพใหญ่กำชับข้าว่าให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ อย่าแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด!"
ภายใต้การนำทางของเย่ลี่จวิน สือชีเดินทะลุผ่านภูเขาจำลองภายในอุทยานของพระราชวัง เข้าสู่ถ้ำแห่งหนึ่ง หลังจากผ่านด่านทหารยามที่คุ้มกันอย่างแน่นหนาหนาหลายชั้น และเดินเท้าต่อไปอีกครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็พบกับชายชราสองคนที่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ เย่ลี่จวินชูป้ายหยกประจำตัวขึ้นแสดง
"ซานเอ๋อร์เฝ้าอยู่ตรงนี้ หลังจากเจ้าออกมา ซานเอ๋อร์จะพาเจ้าออกไปเอง!"
"ไม่มีเวลาจำกัดงั้นรึ"
"จะจำกัดเวลาไปทำไมเล่า วันนี้เป็นวันของเจ้าทั้งวัน!" เย่ลี่จวินเอ่ย "เจ้าสามารถดูดซับพลังงานได้มากเท่าที่เจ้าต้องการ เอาให้เต็มที่ไปเลย อย่างไรเสียร่างกายของเจ้าก็มีขีดจำกัดอยู่แล้ว แต่จงจำไว้ว่าห้ามนำน้ำจากสระแปลงมังกรออกไปโดยเด็ดขาด!"
"รับทราบ!"
บานประตูหินเปิดออก ไอพลังปราณอันหนาแน่นแปรสภาพเป็นหมอกสีขาวพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกของประตู สือชีสูดลมหายใจเอาไอพลังปราณอันบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ ความสดชื่นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างทันที!
บานประตูหินปิดลง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือสระน้ำขนาดมหึมา น้ำในสระเป็นสีทองอร่าม เหนือสระน้ำขึ้นไปมีรูปสลักมังกรทองทำจากหินตั้งตระหง่านอยู่ มังกรทองขดตัวอยู่บนเพดาน ใบหน้าดุดันน่าเกรงขาม หยดของเหลวสีทองอร่ามหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปากมังกรลงสู่สระแปลงมังกรเบื้องล่างพอดิบพอดี!
หยดลงมาทีละหยดเช่นนี้ มิน่าเล่าถึงต้องใช้เวลาถึงสามปีกว่าจะเปิดให้เข้าใช้ได้สักครั้ง!
สือชีถอดชุดเกราะออกและกระโดดลงไปในสระแปลงมังกร ความหนาวเหน็บเสียดกระดูกแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเขาอดไม่ได้ที่จะสะท้านขึ้นมา
เฉินฮ่าวเอ่ยเร่ง "ให้ข้าลงไปแช่ด้วยสิ!"
ของเหลวสีทองอร่ามนั้นค่อนข้างเหนียวหนืด แต่ดาบโลหิตชาดกลับไม่รู้สึกรู้สาอันใดเลย เพียงแต่ช่วยเร่งปฏิกิริยาการดูดซับพลังปราณให้เร็วขึ้นอีกนิดหน่อยเท่านั้น
สำหรับดาบวิญญาณแล้ว น้ำในสระนี้หาได้มีประโยชน์อันใดไม่!
"สือชี เจ้าสัมผัสได้ถึงสิ่งใดบ้าง หรือว่ามันจะเป็นของปลอม"
สือชีไม่ได้ตอบคำถามของท่านจิตวิญญาณแห่งดาบ ทันทีที่เขาแช่ตัวลงในน้ำ เขาก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขากำลังกระหายน้ำอย่างหนัก และเริ่มดูดซับพลังงานมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในของเหลวนั้นเข้าสู่ร่างกาย พลังงานเหล่านั้นช่างอ่อนโยนและนุ่มนวล มันซึมซาบเข้าสู่ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูกของเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังของเขาเหนียวแน่นทนทานยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อทรงพลังยิ่งขึ้น และกระดูกแข็งแกร่งยิ่งขึ้น... วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
เฉินฮ่าวไม่ได้รบกวนสือชีอีก ร่างกายของสือชีค่อยๆ เปล่งประกายแสงสีทองอร่าม และในวินาทีต่อมา เจตจำนงแห่งพละกำลังก็ถูกปลดปล่อยออกมา!
ทันทีที่เจตจำนงแห่งพละกำลังถูกปลดปล่อย เฉินฮ่าวก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าพลังงานในสระแปลงมังกรได้แปรสภาพกลายเป็นวังน้ำวน และพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของสือชีอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
ร่างกายของเขาราวกับเป็นหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ดูดซับพลังงานจากสระแปลงมังกรอย่างตะกละตะกลามและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพักเลยแม้แต่น้อย
เฉินฮ่าวเฝ้ามองน้ำในสระแปลงมังกรที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากข้นหนืดกลายเป็นเจือจาง จากสีทองอร่ามกลายเป็นสีทองหม่นอย่างเงียบๆ...
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน สือชีจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"อิ่มตัวแล้วรึ"
"ยังหรอก!" สือชีส่ายหน้า "ข้าแค่รู้สึกว่าพลังงานที่ดูดซับได้มันเริ่มลดน้อยลงแล้วน่ะ!"
"งั้นก็ดูดซับต่อไปสิ"
"พอแค่นี้เถอะ ดูดซับต่อไปก็คงไม่ช่วยให้ระดับพลังพัฒนาขึ้นไปได้มากกว่านี้สักเท่าไหร่หรอก เหลือไว้ให้พวกเขาสักหน่อยก็แล้วกัน!" สือชีเอ่ยเสียงแผ่ว "พลังงานที่เหลืออยู่นี้อาจจะไม่มีประโยชน์อันใดกับข้ามากนัก แต่สำหรับองค์ชายสี่และคนอื่นๆ มันยังคงมีประโยชน์อยู่มากทีเดียว"
"เจ้านี่ช่างรู้จักมักน้อยเสียจริง หากเป็นข้าล่ะก็ ข้าจะซดน้ำในสระแปลงมังกรให้เกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่น้ำก้นสระให้พวกมันเลยเชียวล่ะ!"
"..."
แล้วจะให้สือชีพูดยังไงได้ล่ะ
ความไร้ยางอายของท่านจิตวิญญาณแห่งดาบนั้น เขาประจักษ์แก่สายตามานานแล้ว
หลังจากก้าวขึ้นมาจากสระแปลงมังกร องครักษ์คนสนิทของเย่ลี่จวินก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที