เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 280 วันที่มีความสุขที่สุด

(ฟรี) บทที่ 280 วันที่มีความสุขที่สุด

(ฟรี) บทที่ 280 วันที่มีความสุขที่สุด


ในเวลานี้ เซียวโหยวหรานไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเข้าร่วมการแชทของกลุ่มเพื่อนนักอ่าน เธอจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่จิตใจของเธอไม่ได้อยู่กับมันเลย

เธอเศร้ามากเมื่อนึกถึงทัศนคติที่เย็นชาของสวี่ชิวเหวินในคืนนี้และการหลีกเลี่ยงเธอด้วยข้ออ้างว่าจะไปเข้าห้องน้ำ

ทันใดนั้นจู่ๆคอมพิวเตอร์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือน มีคนส่งข้อความถึงเธอในเพนกวิน

เซียวโหยวหรานถูกปลุกด้วยเสียงของมัน เธอกลับมามีสติอีกครั้ง ก่อนจะเหลือบมองอินเทอร์เฟซของเพนกวินและเห็นว่าเป็นโปรไฟล์ของเสี่ยวสวี่ที่กะพริบอยู่

เซียวโหยวหรานทั้งประหลาดใจและมีความสุข! เธอรีบคลิกรูปโปรไฟล์อย่างรวดเร็วและเห็นข้อความที่เขาส่งมา

“โหยวหราน เธอถึงบ้านหรือยัง? หลับอยู่หรือเปล่า?”

นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่ชิวเหวินเริ่มพูดคุยกับเธอนับตั้งแต่วันนั้น

มุมปากของเซียวโหยวหรานอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

ด้วยกลัวว่าสวี่ชิวเหวินจะรอนานเกินไป เธอจึงรีบพิมพ์ตอบกลับ “ฉันถึงบ้านแล้ว ยังไม่นอนเลย”

หลังจากส่งข้อความก็ไม่มีการตอบกลับใดๆ

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวโหยวหรานหายไปอีกครั้ง

เสี่ยวสวี่ส่งข้อความถึงเธอ เธอคิดว่าเขาไม่โกรธอีกต่อไปและให้อภัยเธอแล้ว แต่เขากลับไม่ตอบอะไรเลย... หรือเขาเพียงแค่กังวลว่าเธอจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยไหม?

เธอเริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เธอหยิบมันขึ้นมาและเห็นว่าเป็นข้อความจากเสี่ยวสวี่!

เนื้อหาทำให้เธอลุกขึ้นจากที่นั่งทันที

“ฉันอยู่ข้างล่างบ้านเธอ”

เธอตรวจสอบเวลาและพบว่าเธอส่งข้อความไปไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ แม้ว่าบ้านของเธอจะอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเสี่ยวสวี่ แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาประมาณ 7 หรือ 8 นาทีในการเดินเท้า

เสี่ยวสวี่มาถึงเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?

เขาวิ่งมาที่นี่?

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เซียวโหยวหรานก็มีความสุขมากจนแทบจะกระโดดขึ้นมา

ด้วยสงสัยว่ากำลังฝันอยู่หรือเปล่า เธอจึงรีบเดินไปที่เตียง เปิดหน้าต่าง แล้วมองลงไป

ใต้โคมไฟถนนมีชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่

จะเป็นใครได้อีกนอกจากสวี่ชิวเหวิน?

มันคือเสี่ยวสวี่จริงๆ!

ขณะนี้ สวี่ชิวเหวินก็เห็นเซียวโหยวหรานที่ชั้นบนเช่นกัน แม้ว่าจะมองเห็นได้ไม่ชัดเจนแต่เขาก็ยังโบกมือทันที

เซียวโหยวหรานหัวเราะคิกคักและตะโกนว่า “เสี่ยวสวี่ ฉันจะรีบลงไป!”

หลังจากตะโกนเธอก็หันหลังแล้ววิ่งออกจากห้องนอน

เธอรีบมากจนแม้แต่รองเท้าที่หลุดก็ยังไม่สนใจจะใส่กลับด้วยซ้ำ เธอวิ่งไปที่ทางเข้าด้วยเท้าข้างหนึ่งสวมรองเท้าแตะผ้าฝ้ายและอีกข้างหนึ่งเปลือยเปล่าบนพื้นเย็น

หลังจากมาถึงทางเข้า เซียวโหยวหรานรีบสวมรองเท้าสำหรับนอกบ้านอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้หัวใจของเธอเต็มไปด้วยสวี่ชิวเหวิน

แต่เมื่อมาถึงหน้าประตู เธอก็ชะลอความเร็วลงทันที

เธอจัดทรงผมและเสื้อผ้าเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูกันขโมยแล้วก้าวออกไปข้างนอก

ด้านนอกประตู ใต้โคมไฟถนนสลัว ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ เขาสวมเสื้อคลุมตัวยาวโดยมีเสื้อสเวตเตอร์คอเต่าสีดำอยู่ข้างใต้ ผมของเขาจัดทรงอย่างพิถีพิถันและมึความยาวปานกลาง แม้ว่าตอนนี้จะยุ่งนิดหน่อยก็ตาม

หนุ่มหล่อคนนี้คือเพื่อนสมัยเด็กของเธอ สวี่ชิวเหวิน

อารมณ์ของเซียวโหยวหรานตอนนี้เป็นเหมือนพายุทอร์นาโดในทะเลที่มีคลื่นลมรุนแรง แต่ภายนอกเธอยังคงสงบ

เธอยืนอยู่ที่ประตู เฝ้ามองสวี่ชิวเหวินจากระยะไกล ไม่กล้าเข้าไปใกล้

จู่ๆเธอก็กลัวว่ามันจะเป็นเพียงความฝัน…

ภายใต้แสงไฟสลัว รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้าของสวี่ชิวเหวิน เขาโบกมือเบาๆ

เซียวโหยวหรานยังคงยืนอยู่กับที่โดยไม่ขยับ

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยืนนิ่ง สวี่ชิวเหวินจึงริเริ่มเดินไปหาเธอ

สวี่ชิวเหวินเดินไปที่ตำแหน่งหนึ่งเมตรตรงหน้าเซียวโหยวหรานก่อนจะหยุดลง

เห็นได้ชัดว่ามันเป็นช่วงกลางฤดูหนาว แต่รอยยิ้มของเขากลับอบอุ่นราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ

สวี่ชิวเหวินมองไปยังใบหน้างดงามของเซียวโหยวหรานซึ่งเขาไม่เคยเบื่อที่จะมองเลย

สีหน้าเอาแต่ใจของเธอ สีหน้าขี้เล่น สีหน้าหวาดกลัว สีหน้าภาคภูมิใจ สีหน้าร้องไห้… ฉากต่างๆปรากฏขึ้นในใจของเขา

สวี่ชิวเหวินมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวแล้วเอ่ยเบาๆ “ฉันขอโทษ โหยวหราน ฉันมาช้าเกินไป”

เสียงของเขาอ่อนโยนอย่างสุดจะพรรณนา

เซียวโหยวหรานไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเธอทันที

เสี่ยวสวี่ขอโทษเธอ มันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดหวังมาก่อน

เธอเพียงรู้สึกว่าความโศกเศร้าและความคับข้องใจทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมานี้ในที่สุดก็มีหนทางระบาย... เซียวโหยวหรานไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไปและโยนตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของสวี่ชิวเหวิน

เซียวโหยวหรานร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ราวกับจะหลั่งน้ำตาทั้งหมดในชีวิตของเธอ

ดวงตาของสวี่ชิวเหวินก็แดงก่ำเช่นกัน เขากอดเซียวโหยวหรานไว้แน่นแล้วพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ฉันขอโทษ”

ในคืนวันที่แปดของปีใหม่ทางจันทรคติ ด้านนอกบ้านของเซียวโหยวหราน สวี่ชิวเหวินและเซียวโหยวหรานกอดกันแน่น... ทั้งสองกอดกันราวกับจะหลอมรวมตัวเองเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่าย

“อย่าร้องไห้เลย โหยวหราน มันเป็นความผิดของฉันเอง” สวี่ชิวเหวินลูบหลังหญิงสาวเบาๆและปลอบโยนเธอ

เสี่ยวสวี่มาหาเธอและขอโทษเธอ เห็นได้ชัดว่าเธอมีความสุขมาก แต่น้ำตาของเธอกลับหลั่งไหลออกมาไม่หยุดอย่างควบคุมไม่ได้

เซียวโหยวหรานร้องไห้เป็นเวลานานก่อนที่เสียงสะอื้นของเธอจะค่อยๆเบาลง ดวงตาที่สวยงามคู่นั้นแดงและบวมจากการร้องไห้

สวี่ชิวเหวินรอจนกระทั่งเธอหยุดร้องก่อนจะถอยกลับเล็กน้อย

เขามองลงไปที่ดวงตาของหญิงสาว ค่อยๆเช็ดน้ำตาออกจากหางตาของเธอด้วยปลายนิ้วอย่างอ่อนโยน

เซียวโหยวหรานเงยหน้าขึ้น มองเข้ามาในดวงตาของสวี่ชิวเหวิน และปล่อยให้เขาทำทุกอย่างที่ต้องการ

หลังจากทำจนเสร็จ สวี่ชิวเหวินไม่ได้พูดอะไร เพียงมองเซียวโหยวหรานอย่างเงียบๆ

เซียวโหยวหรานเริ่มรู้สึกวิตกกังวลอีกครั้ง เธอพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น “ฉันขอโทษ เสี่ยวสวี่ ฉันไม่ควรปฏิเสธนาย ฉันจะไม่ทำมันอีก ยกโทษให้ฉันได้ไหม? โปรดอย่าไปชอบคนอื่นเลย...”

สวี่ชิวเหวินผงะเล็กน้อยกับคำพูดของเธอ

เธอไม่รู้อะไรเลย เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงตีตัวออกห่างจากเธอ แต่เธอกลับคิดเหตุผลและขอโทษขึ้นมาก่อน?

เซียวโหยวหรานคนเก่าจะไม่ขอโทษถ้าเธอไม่ผิด แต่ตอนนี้ เพื่อรั้งเขาไว้และไม่ให้เขาโกรธ เธอจึงเปลี่ยนแปลงตัวเอง

สวี่ชิวเหวินนึกถึงชีวิตของเซียวโหยวหรานในชาติก่อน

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยเธอก็ไปอังกฤษเพียงลำพัง

จนกระทั่งชีวิตแต่งงานครั้งแรกของสวี่ชิวเหวินสิ้นสุดลง เขาได้เรียนรู้จากหนิงว่านชิวว่าเซียวโหยวหรานยังไม่ได้แต่งงานเลย และผมของป้าจางก็กลายเป็นสีเทาด้วยเหตุนี้

สวี่ชิวเหวินคิดกับตัวเองว่าหากชีวิตก่อนเขาไม่ละเลยการเรียนในสมัยมัธยมปลายและฟังเซียวโหยวหราน พวกเขาคงจะเข้ามหาวิทยาลัยเจียวทงด้วยกันและมีความสัมพันธ์อันแสนหวานในรั้วมหาวิทยาลัย จากนั้นก็แต่งงานกันหลังจากเรียนจบ

เพียงเพราะเขาติดเล่นในสมัยมัธยมปลายและทำให้เกรดตกต่ำ พวกเขาจึงถูกแยกจากกันเป็นเวลาหนึ่งปี

หากพวกเขาไม่ต้องแยกจากกันในปีนั้น ไม่ว่าเฉาหยูจะพยายามแค่ไหน เขาก็คงไม่มีโอกาสได้ทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสอง

สวี่ชิวเหวินถอนหายใจแล้วอธิบายทันที “เธอไม่ได้ทำอะไรผิด มันเป็นความผิดของฉันทั้งหมด ฉันไม่ได้ดูแลเธอให้ดี ฉันทำให้เธอผิดหวังและเสียใจ”

เซียวโหยวหรานไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

เมื่อเห็นสีหน้าสับสนของเธอสวี่ชิวเหวินก็ยิ้มออกมา จากนั้นเอื้อมมือไปลูบหัวหญิงสาว “เด็กโง่”

ทัศนคติของสวี่ชิวเหวินเปลี่ยนไปหนึ่งร้อยแปดสิบองศา การเปลี่ยนแปลงนี้รุนแรงมากจนเซียวโหยวหรานรู้สึกเหมือนเธอกำลังฝัน

เซียวโหยวหรานไม่รู้ว่าทำไม และเธอไม่ต้องการที่จะคิดถึงเหตุผล... เธอรู้แค่ว่าตัวเองมีความสุขมาก

“โหยวหราน” จู่ๆสวี่ชิวเหวินก็เรียกเธออย่างเสน่หา

“อือ”

“ก่อนหน้านี้ฉันทำเกินไป แต่จากนี้ฉันจะดูแลเธออย่างดี”

“เสี่ยวสวี่~~”

เซียวโหยวหรานทั้งมีความสุขและหวั่นไหว

สวี่ชิวเหวินจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ

ดวงตาของเซียวโหยวหรานนั้นสวยงามมาก แม้ว่าตอนนี้พวกมันจะแดงและบวม แต่ก็ชัดเจนราวกับคลื่นน้ำสีคราม

เธอก้มศีรษะลงแล้วถามเบาๆ “เสี่ยวสวี่ นายปล่อยฉันก่อนได้ไหม”

สวี่ชิวเหวินสังเกตเห็นความเขินอายของเธอ เขาพูดว่า “อืม” เป็นการยอมรับและกำลังจะปล่อยมือ แต่ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนใจ

สวี่ชิวเหวินไม่เพียงแค่ไม่ปล่อยมือเท่านั้น แต่เขายังกอดเซียวโหยวหรานไว้แน่นยิ่งขึ้นและพูดอย่างครอบงำ “ฉันจะไม่ปล่อยเธออีกต่อไป”

เซียวโหยวหรานหน้าแดงก่ำ เธอกัดริมฝีปากโดยสัญชาตญาณ

สายตาของสวี่ชิวเหวินค่อยๆลดต่ำลง และเห็นหญิงสาวที่กำลังกัดริมฝีปาก

ความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะครอบครองเกิดขึ้นในใจของเขา

หากเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะลังเล แต่ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ปล่อยเธอไป

สวี่ชิวเหวินวางมือบนแผ่นหลังของหญิงสาว ดึงเธอมาข้างหน้า บังคับให้เธอแนบชิดกับเขา

ทั้งสองตัวติดกันจนไม่มีช่องว่าง จากนั้นสวี่ชิวเหวินก็ก้มศีรษะลงและจูบเธออย่างแรง...

เซียวโหยวหรานที่ถูกจูบตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเธอรู้สึกตัว แม้ว่าจะรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ได้ แต่เธอก็จะไม่ปฏิเสธเสี่ยวสวี่อีกต่อไป

เธอยืนเขย่งเท้าและปล่อยให้สวี่ชิวเหวินลิ้มรสริมฝีปากของเธออย่างอิสระ

เธอยังเปิดปากออกด้วยซ้ำ ปล่อยให้เขาบุกรุกเข้ามา ให้เขาปล้นลิ้นเล็กๆอันนุ่มนวลของเธอโดยไม่มีการต่อต้านใดๆ

เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขาอย่างสมบูรณ์

สวี่ชิวเหวินเป็นเหมือนสัตว์ป่าดุร้ายที่แทบจะกลืนกินเธอทั้งเป็น

นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของเซียวโหยวหรานอย่างไม่ต้องสงสัย

ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยเธอมักจะได้ยินเรื่องคนนั้นจูบคนนู้นอยู่บ่อยๆ เธอมักจะเยาะเย้ยแนวคิดเรื่องการจูบอยู่เสมอ แต่หลังจากได้สัมผัสด้วยตัวเอง ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าทำไมเพื่อนร่วมชั้นหญิงเหล่านั้นถึงกระตือรือร้นกับการจูบมาก

ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันทำให้จิตใจของเธอว่างเปล่า

เธอไม่รู้ว่าการหยุดคืออะไร เธอเพียงยอมรับทุกสิ่งภายใต้การนำของสวี่ชิวเหวินอย่างอดทน

ทั้งสองจูบกันเกือบสิบนาที

ในที่สุดสวี่ชิวเหวินก็ริเริ่มหยุด

เขาเป็นนักจูบที่เชี่ยวชาญและมีทักษะมากมาย แต่สำหรับเซียวโหยวหรานนี่เป็นครั้งแรก ไม่สิ ครั้งที่สอง เพียงครั้งก่อนหน้ามันสั้นเกินไป และเห็นได้ชัดว่าไม่น่าจดจำเท่าครั้งนี้

เซียวโหยวหรานหอบหายใจอย่างแรง

เมื่อเห็นท่าทางของเธอสวี่ชิวเหวินก็อดหัวเราะไม่ได้

ใบหน้าของเซียวโหยวหรานยิ่งแดงก่ำหลังได้ยินเสียงหัวเราะของเขา

เธอไม่กล้ามองสบตาสวี่ชิวเหวิน เพียงกอดเขาด้วยมือทั้งสองข้างและฝังศีรษะของเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา ราวกับการทำเช่นนี้สวี่ชิวเหวินจะไม่เห็นสีหน้าของเธอ

สวี่ชิวเหวินยิ่งหัวเราะอย่างมีความสุขมากขึ้นเมื่อเห็นเซียวโหยวหรานพยายามซ่อนความเขินอาย

ทั้งสองกอดกันอย่างเงียบๆในคืนฤดูหนาว

ไม่มีใครพูดและไม่มีใครปล่อยมือ

ผ่านไปประมาณสิบนาที ในที่สุดสวี่ชิวเหวินก็ถามขึ้น “เธอหนาวไหม?”

เซียวโหยวหรานรีบร้อนออกมาโดยลืมสวมแจ็กเก็ตและมีเพียงเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูเท่านั้น

เสื้อสเวตเตอร์หนามากแต่ยังคงแสดงส่วนนูนเด่นด้านหน้าอันงดงามของเธอ

“ฉันไม่หนาว” เซียวโหยวหรานส่ายหัว เธอไม่เต็มใจที่จะปล่อยมือ ด้วยกลัวว่าสวี่ชิวเหวินจะหายไปหากทำเช่นนั้น

คืนนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของเธอ

สวี่ชิวเหวินรู้ว่าเซียวโหยวหรานกำลังอดทนกับมันอยู่ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกหนาวเมื่อสวมเสื้อผ้าเพียงเท่านี้

“โหยวหราน ปล่อยก่อน”

หลังจากเขาพูดจบก็ริเริ่มปล่อยมือทันที ภายใต้สายตาสับสนของเซียวโหยวหราน เขาปลดกระดุมเสื้อแจ็คเก็ตออกแล้วกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง

เสื้อแจ็คเก็ตของสวี่ชิวเหวินไม่เพียงพอที่จะคลุมทั้งสองคน แต่มันเพิ่มความอบอุ่นให้กับเธอได้

เมื่อเทียบกับความอบอุ่นทางกาย หัวใจของเซียวโหยวหรานในเวลานี้อบอุ่นกว่ามาก

หลังจากลังเลอยู่นาน เธอก็เรียกเขาด้วยเสียงแผ่วเบา “เสี่ยวสวี่”

“อืม?”

“ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน?”

สวี่ชิวเหวินหยุดชั่วคราวและถามกลับ “เธอคิดว่าไง?”

เซียวโหยวหรานเงียบไป

สวี่ชิวเหวินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนที่จะมา... หลังจากเกิดใหม่ สวี่ชิวเหวินเคยคิดว่าเขาได้ให้อภัยกับการกระทำของเซียวโหยวหรานในชีวิตก่อนแล้วและถือว่าเธอเป็นเพียงน้องสาวเท่านั้น

แต่จริงๆแล้วมันเป็นแค่การหลอกตัวเอง สวี่ชิวเหวินไม่เคยละทิ้งความรู้สึกที่มีต่อเธอได้ เพียงแค่ว่า “การทรยศ” ของเธอในชีวิตก่อนนั้นยากเกินไปสำหรับเขาที่จะยอมรับ

ดังนั้นหลังจากได้รู้ความจริง เขาก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้และรีบมาที่บ้านของเซียวโหยวหราน

เขาเงียบไปสองสามวินาทีก่อนที่จะพูดว่า “เธอเป็นน้องสาวที่ดีของฉัน”

เซียวโหยวหรานหน้ามุ่ยหลังจากได้ยิน “ฉันเป็นแค่น้องสาวที่ดี?”

สวี่ชิวเหวินยิ้มและถาม “แล้วเธออยากเป็นอะไร?”

เซียวโหยวหรานตอบทันที “แน่นอน ฉันอยากเป็นแฟนของนาย!”

สวี่ชิวเหวินลดศีรษะลง วางคางไว้บนหัวของเธอแล้วถูมันเบาๆ

“เด็กโง่ แฟนอาจจะเลิกกันได้ แต่การเป็นน้องสาวจะไม่มีวันเปลี่ยน พี่ชายจะทำดีกับน้องสาวของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ดังนั้นฉันจะดีกับเธอในอนาคต จะไม่รังแกเธออีก และจะไม่ปล่อยให้ใครมารังแกเธอด้วย”

เซียวโหยวหรานไม่ได้พูดอะไรเลยหลังจากฟังคำกล่าวของเขา

สวี่ชิวเหวินถามอีกครั้ง “เธอไม่อยากให้ฉันดีกับเธอหรอ?”

เซียวโหยวหรานส่ายหัวแล้วพยักหน้า

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เธอก็ถามด้วยเสียงแผ่วเบา “นายมีน้องสาวกี่คน?”

สวี่ชิวเหวินยิ้มด้วยความรักใคร่ “แน่นอนว่ามีแค่เธอเท่านั้น”

เซียวโหยวหรานมีความสุขมากหลังจากได้ยิน

แต่สวี่ชิวเหวินก็เปลี่ยนน้ำเสียงและพูดต่อ “ไม่สิ ฉันยังมีน้องสาวอีกสองคน”

หัวใจของเซียวโหยวหรานเต้นผิดจังหวะ

โชคดีที่สวี่ชิวเหวินอธิบายทันที “แต่สองคนนั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องและมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับฉัน น้องสาวที่ดีเพียงคนเดียวที่ไม่เกี่ยวข้องทางสายเลือดคือเธอ”

เซียวโหยวหรานรู้สึกโล่งใจ

เธอถามเบาๆ “นายจะดีกับฉันตลอดไปใช่ไหม?”

“แน่นอน” สวี่ชิวเหวินตอบรับ “ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เธอต้องการฉันจะไปอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เมื่อเธอรู้สึกแย่ฉันจะคอยปลอบใจเธอ เมื่อเธอมีความสุขฉันจะแบ่งปันความสุขกับเธอ หากเธออยากกินอะไรฉันจะพาเธอไปกินทุกอย่าง ไม่ว่าเธอต้องการซื้ออะไรฉันก็จะพยายามหาเงินมาให้ ต่อให้เธอต้องการดวงดาวบนท้องฟ้า ฉันก็จะสร้างยานอวกาศออกไปนอกโลกเพื่อนำดวงดาวมาให้... ฉันจะปฏิบัติต่อเธออย่างดีไปตลอดชีวิต”

หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูดเซียวโหยวหรานก็พูดเบาๆว่า “อืม”

เธอสะเทือนใจมาก หากสวี่ชิวเหวินขอให้เธอตายเพื่อเขาตอนนี้ เธอก็จะทำโดยไม่ลังเล

เธอรู้สึกเพียงว่าความคับข้องใจทั้งหมดที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานมาจนถึงตอนนี้หายไปแล้ว

หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความรักอันไม่รู้จบ

ในเวลานี้เท่านั้นที่สวี่ชิวเหวินตระหนักว่าจริงๆแล้วเขาใส่ใจเซียวโหยวหรานมากเพียงใด

เมื่อมองดูใบหน้างดงามของเซียวโหยวหราน เขาก็อยากจะหลอมรวมเธอเข้ามาในร่างกายของเขา

เขาก้มศีรษะลง ขยับหน้าเข้าไปใกล้ และลิ้มรสริมฝีปากสีแดงอันอ่อนนุ่มของหญิงสาว

หลังจากจูบกันเป็นเวลานาน สวี่ชิวเหวินก็ริเริ่มปล่อยอีกครั้ง

เซียวโหยวหรานสูดลมหายใจเข้า ดวงตาของทั้งสองสบกันอย่างรักใคร่ และทันใดนั้นเธอก็หัวเราะออกมา

/////

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 280 วันที่มีความสุขที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว