เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 - สวีหรงปรากฏตัว ไอเทมสุดสยอง เซี่ยงอวี่กำลังไปช่วยแล้ว

บทที่ 300 - สวีหรงปรากฏตัว ไอเทมสุดสยอง เซี่ยงอวี่กำลังไปช่วยแล้ว

บทที่ 300 - สวีหรงปรากฏตัว ไอเทมสุดสยอง เซี่ยงอวี่กำลังไปช่วยแล้ว


บทที่ 300 - สวีหรงปรากฏตัว ไอเทมสุดสยอง เซี่ยงอวี่กำลังไปช่วยแล้ว

"อวี้จีเอ๋ยอวี้จี จะทำเยี่ยงไรดี!!!"

เสียงร้องอันแสนจะโศกเศร้านี้ ทำให้ทหารตระกูลต่งที่อยู่รอบนอกถึงกับเลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ด!

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการท้าทายด่านแรก แต่นี่คือมิติเร้นลับสีทองนะ!

ตัวละครในแต่ละด่านล้วนมีพลังอานุภาพมากพอที่จะสังหารทหารนับล้านนายได้สบายๆ!

อวี้จีที่ผสานร่างเข้ากับหมอกสีดำมีพลังเพิ่มขึ้นเป็นสิบๆ เท่า

เธอสะบัดมือเบาๆ เสียงผีผาก็ดังกึกก้องกัมปนาทมาจากบนท้องฟ้า

หมอกสีดำผสานเข้ากับคลื่นเสียง พุ่งเข้าสังหารทหารตระกูลต่งไปหลายพันนายในพริบตา

ซึ่งในจำนวนนั้นก็รวมถึงทหารมารด้วย

ส่วนจางจี้ที่พุ่งเข้าไปเป็นคนแรก อาศัยพลังงานความมืดเป็นเกราะป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้

เขาเป็นถึงขุนพลมาร ระดับดาวถูกดันให้สูงขึ้นจนกลายเป็นสี่ดาวสีแดง

ก่อนที่ฮีโร่ของแดนบรรพชนจะปรากฏตัว ขุนพลระดับห้าดาวสีส้มถือว่าเป็นจุดสูงสุดแล้ว

คนทั่วไปต่างก็ภาคภูมิใจหากได้ครอบครองขุนพลระดับสี่ดาวสีแดง

แม้ว่าเขาจะได้รับการอัปเกรดมาจากการอาบพลังมารก็ตามที

แต่การป้องกันการโจมตีแค่นี้ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย

ตอนนี้อวี้จีเข้าสู่โหมดคลุ้มคลั่งเต็มตัวแล้ว

ทุกครั้งที่เธอสะบัดมือ หมอกสีดำที่พุ่งออกไปก็สามารถพรากชีวิตทหารตระกูลต่งไปได้หลายร้อยนาย

แม้ว่าเมื่อเทียบกับกองทัพสามล้านนายของตระกูลต่งแล้ว

ทหารไม่กี่ร้อยนายจะดูเป็นแค่เศษสวะก็ตาม

แต่ก็ไม่อาจต้านทานความเร็วในการปล่อยสกิลของอวี้จีได้อยู่ดี

"จางจี้!" ต่งเหยาจู่ตะโกนเรียกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

จางจี้กำดาบแน่น สองตาจ้องเขม็งไปที่อวี้จีที่ผสานร่างเข้ากับหมอกสีดำ

"รับคำสั่ง!" เขาตะโกนก้อง ก่อนจะกระโดดลอยตัวขึ้นไปแทงดาบเข้าที่กลางหว่างคิ้วของอวี้จีอย่างจัง

"ไสหัวไป!" อวี้จีตบเขากระเด็นไปในทีเดียว

ตอนนี้เสียงของอวี้จีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว

จากเสียงหวานใสราวกับนกไนติงเกล กลายเป็นเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าแบบผู้ชาย

การตบครั้งนี้ ทำให้จางจี้ลอยไปกระแทกเข้ากับกำแพงเมืองของตระกูลต่งอย่างจัง

จางจี้ในร่างมารกระอักเลือดออกมาคำโต เขาต้องเอาดาบปักพื้นเพื่อพยุงร่างให้ลุกขึ้นมา

ในวินาทีนี้เอง ที่เขาเพิ่งจะได้สัมผัสว่า มิติเร้นลับสีทองมันน่ากลัวขนาดไหน!

แม้แต่ขุนพลระดับสีทองก็อาจจะมาจบชีวิตลงในมิติเร้นลับนี้ได้เหมือนกัน

ที่เขาสามารถทำร้ายอวี้จีได้ในตอนแรก ก็เพราะนี่เป็นแค่ด่านแรก อวี้จีจึงยังไม่ได้มีพลังแข็งแกร่งมากนัก และยังไม่ได้เปลี่ยนร่างเป็นร่างสุดท้าย

แต่ตอนนี้อวี้จีงัดพลังทั้งหมดออกมาใช้แล้ว ก็เท่ากับเป็นการสั่งสอนเขาให้รู้สำนึกไปเลย

"ท่านผู้นำ ขอกำลังทหารให้ข้าสัก 30000 นายเถอะ!" เขาตะโกนขอความช่วยเหลือจากต่งเหยาจู่ที่อยู่บนหอคอยเมือง

ตอนนี้เขาดำรงตำแหน่งนายกองผู้ดูแลเสบียงในตระกูลต่ง

และสกิลส่วนใหญ่ที่เขามี ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับการควบคุมกองทหารทั้งสิ้น

ถ้าแพ้แบบนี้เขาคงไม่ยอมแน่ๆ

ต่งเหยาจู่ไม่ได้สนใจเขา แต่กลับจ้องมองไปที่อวี้จีที่เปลี่ยนร่างไปแล้ว

"ไม่ต้องแล้ว แกกลับมาเถอะ"

"ท่านผู้นำ แต่ว่า..." จางจี้ร้องประท้วงด้วยความไม่พอใจ

"กลับมา!" ต่งเหยาจู่ตวาดแทรกขึ้นมาทันที

ตอนที่เขาส่งจางจี้ลงไป เขาก็ไม่ได้หวังให้จางจี้เอาชนะได้อยู่แล้ว

นี่มันมิติเร้นลับสีทองนะ จางจี้ก็ไม่ใช่ขุนพลสายบู๊ที่เก่งเรื่องการดวลเดี่ยวอยู่แล้วด้วย

ที่ส่งไปก็แค่เพื่อหยั่งเชิงดูฝีมือของหญิงร่ายผีผาเท่านั้น

เพราะเป้าหมายของตระกูลต่งก็คือกวาดต้อนดวงวิญญาณคนดังในมิติเร้นลับทั้งหมด!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอรู้ว่าดวงวิญญาณของคนดังคนนี้คืออวี้จี!

แววตาของเขาก็ยิ่งฉายแววละโมบมากขึ้นไปอีก

เขาสะบัดมือ แหวนมิติก็เปล่งแสงสีทองออกมาแวบหนึ่ง

ไอเทมสีเขียวเรืองแสงชิ้นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือ

ไอเทมชิ้นนี้ ปลายด้านหนึ่งเป็นเคียว ส่วนอีกด้านเป็นโคมไฟรูปทรงลูกบาศก์ที่เปล่งแสงสีเขียวออกมา

เคียวกับโคมไฟถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยโซ่เหล็ก

ไอเทมทั้งชิ้นแผ่รังสีน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างน่าประหลาด

โดยเฉพาะโคมไฟสี่เหลี่ยมที่ส่องแสงสีเขียววิบวับนั่น

แสงสีเขียวอันน่าขนลุกนั้นราวกับสามารถดูดกลืนวิญญาณของมนุษย์เข้าไปได้เลย

ต่งเหยาจู่ยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางโยนไอเทมในมือเล่น

เขาตะโกนเรียก "สวีหรง!"

เสียงทุ้มทรงพลังดังก้องมาจากด้านหลังของเขา "กระหม่อมอยู่นี่!"

ขุนพลที่ถือดาบเล่มใหญ่ปรากฏตัวขึ้น!

เขาคือสวีหรง!

ยอดขุนพลอันดับหนึ่งใต้สังกัดต่งจั๋ว!

สร้างชื่อเสียงตั้งแต่ยังหนุ่ม ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ด่วนจากโลกนี้ไปเร็วเกินไป

ในแง่ของตำแหน่ง เขาไต่เต้าขึ้นไปถึงตำแหน่งจงหลางเจี้ยง ผู้กุมกำลังทหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าจงหลางเจี้ยงภายใต้สังกัดตระกูลต่ง

จงหลางเจี้ยงอีกสี่คนล้วนเป็นคนสนิทจากซีเหลียง มีเพียงสวีหรงเท่านั้นที่ไม่ใช่

และในตอนนั้น ลวี่ปู้ก็เป็นแค่รองแม่ทัพของจงหลางเจี้ยงเท่านั้น!

ส่วนหลี่เจวี๋ยและกัวซื่อยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาเป็นแค่นายกองกิ๊กก๊อกเท่านั้น

ผลงานการรบที่โดดเด่นของสวีหรงก็คือ เอาชนะโจโฉและซุนเกี๋ยน แถมยังจับตัวหลี่หมิน เจ้าเมืองอิ่งชวนมาต้มกินทั้งเป็นได้อีกด้วย!

หลังจากต่งจั๋วเสียชีวิต เพราะเพื่อนร่วมรบแปรพักตร์ สวีหรงจึงถูกรุมล้อมจนต้านทานไม่ไหวและเสียชีวิตคาสนามรบ!

ยอดขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ ต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร ยังไม่ทันได้สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ประจักษ์เลย!

แต่ในตอนนี้ ด้วยผลจากพลังมาร ระดับดาวของเขาก็ยังคงพุ่งสูงถึงห้าดาวสีส้ม!

ในชาตินี้ เขาสาบานว่าจะต้องสร้างชื่อเสียงให้จงได้!

เพราะหลังจากจุติลงมา เขาก็พบว่ามีคนมากมายปรามาสว่าฝีมือของเขาไม่คู่ควรกับระดับดาว แค่บังเอิญมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อยเท่านั้น!

ครั้งนี้ เขาจะทำให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า ที่เขาไม่โด่งดังเท่าที่ควร ก็เพราะเขาตายเร็วไปหน่อยเท่านั้นเอง!

ไม่อย่างนั้น เขาจะต้องเป็นขุนพลที่มีฝีมือทัดเทียมกับลวี่ปู้อย่างแน่นอน!

"ไป จัดการนางซะ!" ต่งเหยาจู่โยนเคียวโคมไฟให้สวีหรง

สวีหรงรับมาไว้ในมือ

"น้อมรับคำสั่งท่านผู้นำ!"

เขาประสานมือทำความเคารพ ก่อนจะหันไปมองอวี้จีในร่างมารที่กำลังอาละวาดอยู่หน้าประตูเมือง!

เขาพันเคียวโคมไฟไว้รอบเอว

สวีหรงตะโกนก้อง "ปลดปล่อยม้าศึก!"

พูดจบ เขาก็กระโดดลงจากหอคอยเมืองทันที

ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงลงถึงพื้น ม้าศึกชั้นยอดก็พุ่งทะยานออกมาจากประตูเมือง รับร่างของเขาเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ

เขาปรายตามองจางจี้ที่ยืนพิงกำแพงเมืองอยู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม

หลังจากถูกครอบงำด้วยพลังมาร แม้ว่าความแข็งแกร่งของเหล่าฮีโร่จะเพิ่มขึ้น

แต่กิเลสและจุดบกพร่องในจิตใจของพวกเขาก็ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย

"คราวหน้าก็ให้หลานชายแกมาลุยแทนก็แล้วกันนะ!"

หลังจากพูดจาถากถางเสร็จ สวีหรงก็ชูดาบเล่มใหญ่พุ่งทะยานเข้าใส่อวี้จีในร่างมารทันที

"แก!!!" จางจี้เบิกตาโพลงด้วยความโกรธ!

แต่เขาก็ไม่อาจโต้เถียงอะไรได้

ก็เขาแพ้จริงๆ นี่นา!

ไม่ว่าจะหาข้ออ้างร้อยแปดพันเก้ามาแก้ตัวยังไง สุดท้ายเขาก็แพ้อยู่ดี

เขาทำได้แค่เดินคอตกกลับเข้าไปในเมือง ปล่อยให้เวทีนี้เป็นของสวีหรงต่อไป

ดวงตาที่กลวงโบ๋ของอวี้จีจ้องมองไปที่ไอเทมสีเขียวเรืองแสงที่เอวของสวีหรงด้วยความหวาดกลัว

เห็นได้ชัดว่าไอเทมชิ้นนั้นมีพลังกดข่มเธอได้ในระดับหนึ่ง

แต่สวีหรงไม่ได้ใช้ไอเทมชิ้นนั้นตั้งแต่เริ่ม

เขากลับใช้ดาบเล่มใหญ่ฟาดฟันอวี้จีในร่างหมอกสีดำอย่างบ้าคลั่ง

ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่า ร่างกายของอวี้จีก็เต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ

"หึ ก็แค่นี้เองนี่นา!" สวีหรงชูดาบเล่มใหญ่ขึ้นเหนือหัว เอ่ยปากอย่างดูถูก

จากนั้น เขาก็ฟาดดาบลงมาด้วยความรุนแรงและเฉียบขาดกว่าเดิม

จางจี้ที่เพิ่งจะกลับขึ้นมาบนหอคอยเมืองได้ยินคำพูดนั้น ก็เผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

คำพูดของสวีหรงมันจงใจฉีกหน้าเขาชัดๆ

"ท่านอา ไม่ต้องโมโหไปหรอกขอรับ ยังมีข้าอยู่อีกคนนะ" ชายหนุ่มหน้าตาคล้ายคลึงกับจางจี้พูดขึ้น

เมื่อได้ยินดังนั้น จางจี้จึงค่อยๆ คลายหมัดที่กำแน่นออก

"รวมพลังของข้ากับหลานชาย อำนาจของเราในตระกูลต่งต้องเหนือกว่าแกแน่นอน!"

......

ในสนามรบ สวีหรงฟาดดาบเข้าใส่อวี้จีอย่างโหดเหี้ยมอีกครั้ง

ไม่มีความปรานีปราศรัยเลยแม้แต่น้อย

ดาบนี้เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล

อวี้จีรีบถอยร่นทันที

แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

ความเร็วของสวีหรงเหนือกว่าเธอมาก!

"อ๊าก!!!" อวี้จีร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด!

เดิมทีสวีหรงก็ได้รับการเสริมพลังจากพลังมารอยู่แล้ว ดังนั้นการโจมตีของเขาจึงสามารถทำร้ายอวี้จีได้จริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ดาบนี้สวีหรงยังงัดสกิลออกมาใช้อีกด้วย

อานุภาพจึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก!

ถึงขั้นฟาดจนหมอกสีดำของอวี้จีแตกกระจายไปบางส่วนเลยทีเดียว

"ฝีมือมีแค่นี้เองรึ?"

สวีหรงเก็บดาบเล่มใหญ่ แล้วหยิบไอเทมที่ต่งเหยาจู่ให้มาจากเอว

มือหนึ่งหิ้วโคมไฟ อีกมือหนึ่งแกว่งเคียว

"งั้นก็จบเกมกันแค่นี้แหละ!"

สวีหรงตวัดเคียวลงมา

......

ไม่ไกลออกไปนัก หุ่นเชิดไร้รูปลักษณ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบจนแทบหมดแรง ชี้มือไปยังทิศทางหนึ่งแล้วพูดกับเซี่ยงอวี่ที่กำลังขมวดคิ้วแน่น

"ท่านแม่ทัพเซี่ยง ดูนั่นสิ ตรงนั้นมีค่ายทหารอยู่!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 300 - สวีหรงปรากฏตัว ไอเทมสุดสยอง เซี่ยงอวี่กำลังไปช่วยแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว