เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 260 นักฆ่าบนถนน

(ฟรี) บทที่ 260 นักฆ่าบนถนน

(ฟรี) บทที่ 260 นักฆ่าบนถนน


เช้าวันรุ่งขึ้น

สวี่ชิวเหวินไปกับหนิงว่านชิวและซื้อ Hyundai Elantra ตัวท็อปโดยทันที ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมประกันภัย ป้ายทะเบียน และสิ่งต่างๆอยู่ที่ 160,000 หยวน

สวี่ชิวเหวินชำระเงินด้วยบัตรของเขา

เมื่อพนักงานขายเห็นสวี่ชิวเหวินจ่ายเงินเธอก็ประหลาดใจ เธออยากรู้อยากเห็นมากและถามหนิงว่านชิวทันที

หนิงว่านชิวภูมิใจในตัวลูกชายของเธอมากและอดไม่ได้ที่จะบอกพนักงานขายว่าลูกชายของเธอทำเงินได้มากมาย

หลังจากได้ยินดังนั้น พนักงานขายก็ชื่นชมสวี่ชิวเหวินและทำให้หนิงว่านชิวมีความสุขมาก

จนกระทั่งพวกเขาออกจากโชว์รูมรอยยิ้มบนใบหน้าของหนิงว่านชิวไม่เคยจางหายไปเลย

เมื่อออกมาด้านนอก หนิงว่านชิวเป็นคนขับและสวี่ชิวเหวินนั่งอยู่บนเบาะผู้โดยสาร เขาอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “แม่ ทำไมแม่ถึงบอกพนักงานขายมากขนาดนั้น”

หนิงว่านชิวกลอกตาใส่เขา “ลูกไม่อยากให้แม่บอกญาติกับเพื่อนๆ พอแม่พูดกับคนแปลกหน้าสองสามคำก็ยังมาบ่นอีก?”

สวี่ชิวเหวินถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เอาล่ะๆ ผมไม่ยุ่งแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”

หนิงว่านชิวก้มศีรษะลงและเริ่มจัดการกับรถยนต์ราวกับมือใหม่

สวี่ชิวเหวินเห็นดังนั้นก็คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างเงียบๆแล้วถามอย่างกังวล “แม่ยังไม่ลืมวิธีขับรถใช่ไหม?”

หนิงว่านชิวขมวดคิ้ว “เลิกบ่นเสียที แม่ใช้เวลาคิดก่อนไม่ได้หรือไง?”

สวี่ชิวเหวินยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก

หนิงว่านชิวได้รับใบขับขี่เมื่อปีก่อน แต่เมื่อเห็นท่าทางปัจจุบันของแม่ เธออาจจะลืมไปเกือบหมดแล้ว

สวี่ชิวเหวินเสียใจอยู่ครู่หนึ่ง เขาควรจะขับด้วยตัวเองแล้วไปหาพื้นที่โล่งเพื่อสอนหนิงว่านชิวก่อน

“แม่ ทำไมไม่ให้ผมขับก่อนล่ะ? ครั้งหน้าแม่ค่อยขับเอง”

หนิงว่านชิวหันมาจ้องมองเขา “แม่ขับได้ หยุดจู้จี้จุกจิกได้แล้ว ถ้าจะงอแงก็ลงจากรถแล้วเดินกลับบ้านไป”

สวี่ชิวเหวินรู้สึกตกใจกับออร่าของแม่และหุบปากทันที เพราะเขารู้หนิงว่านชิวหมายความอย่างนั้นจริงๆ

ไม่นานรถก็สตาร์ทและค่อยๆแล่นไปตามถนน

ระหว่างทางกลับบ้าน ความเร็วรถอยู่ที่ประมาณ 20-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น และยังเบรกกะทันหันเป็นครั้งคราว

สวี่ชิวเหวินกังวลมากจนแทบจะอาเจียนออกมา

ในที่สุดเมื่อรถมาถึงบ้าน สวี่ชิวเหวินก็เปิดประตูทันทีและกระโดดลงไป

ยืนอยู่บนพื้นแข็ง ขาของเขาสั่นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้... การขับรถของหนิงว่านชิวน่ากลัวเกินไป

หนิงว่านชิวก็ลงจากรถเช่นกัน เมื่อเห็นปฏิกิริยาของลูกชายใบหน้าของเธอก็เริ่มแดง แต่เธอยังคงพูดอย่างเย็นชา “เป็นอะไรไป เราก็ถึงบ้านอย่างปลอดภัยไม่ใช่หรือไง?”

สวี่ชิวเหวินทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น เขาจะไม่นั่งรถที่แม่ขับอีกเป็นครั้งที่สอง

บ่ายสามโมง

สวี่ชิวเหวินรับหน้าที่ขับรถพาแม่ไปบ้านคุณยาย

ครอบครัวของคุณยายอาศัยอยู่ในชนบท หากเดินทางด้วยรถประจำทางต้องใช้เวลากว่าสามชั่วโมง ในขณะที่การขับรถเองเพียงชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว

ระหว่างการเดินทาง หนิงว่านชิวเฝ้าดูการขับรถอันนุ่มนวลของลูกชาย จากนั้นก็นึกถึงการขับของตัวเองในตอนเช้า... เธอจึงหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างเพื่อพยายามปกปิดความละอาย

ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้านคุณยาย

หนิงว่านชิวซื้อของมามากมาย ทั้งขนม โยเกิร์ต และเสื้อผ้า

หลังจากหยุดรถ คุณยายก็ออกมาทักทาย ใบหน้าของเธอยังคงมีรอยเหี่ยวย่น แต่เมื่อเห็นลูกสาวและหลานชาย เธอก็ยิ้มออกมาทันที

สวี่ชิวเหวินและแม่ของเขายุ่งอยู่กับการขนย้ายสิ่งของ ในขณะที่คุณยายพึมพำอยู่ด้านข้างว่าทำไมต้องซื้อของมามากมาย

หนิงว่านชิวพูดด้วยรอยยิ้ม “ใกล้จะปีใหม่แล้ว เราต้องซื้อของมาให้คุณแม่สิคะ”

บ้านของคุณยายเป็นแบบที่พบได้ทั่วไปในชนบท ด้านหน้ามีบ้านหลังคากระเบื้องขนาดใหญ่ ถัดไปเป็นบ้านขนาดเล็กอีกสาม ซึ่งล้อมลานบ้านตรงกลางไว้

ในสวนมีต้นทับทิม ต้นแพร์ รวมทั้งไก่และเป็ด

เมื่อเดินผ่านประตูบ้าน คุณจะเห็นภาพ “เมสสิยาห์[1]” แขวนอยู่เต็มไปหมดบนผนังตรงข้ามกับทางเข้า

ภาพเหมือนของเมสสิยาห์อยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้ว ในความเป็นจริงหลายครอบครัวในหมู่บ้านก็มีภาพเหล่านี้เช่นกัน แม้คนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจมากนัก แต่ปู่ของสวี่ชิวเหวินมักจะเช็ดรูปเหมือนและจุดธูปทุกวัน

สวี่ชิวเหวินเคยได้ยินปู่ของเขาพูดถึงว่าได้พบกับเมสสิยาห์ที่กรุงปักกิ่งในช่วงกองทัพแดง[2]ได้อย่างไร

ปู่ของเขาเป็นครูในโรงเรียนมัธยมต้น ในช่วงปิดเทอมเขามักจะใช้เวลาช่วงบ่ายเล่นไพ่นกกระจอกกับชายชราคนอื่นในหมู่บ้าน

ส่วนคุณยายมักจะยุ่งอยู่ที่โรงเก็บของด้านหลัง ตั้งแต่วัยเด็กสวี่ชิวเหวินรู้สึกสงสัยกับสิ่งหนึ่งมาโดยตลอด... นั่นคือดูเหมือนคุณยายจะไม่เคยว่างเลย เธอมีกิจกรรมมากมายให้ทำอยู่เสมอ

หลังจากมาถึงบ้านคุณยาย คุณยายก็นำลูกแพร์และทับทิมมาให้ พร้อมทั้งถามว่าหิวน้ำหรือเปล่า

จริงๆแล้วสวี่ชิวเหวินไม่ได้หิวหรือกระหายน้ำ แต่เพื่อให้หญิงชราสบายใจ เขาจึงตอบรับด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นคุณยายและหนิงว่านชิวก็เริ่มเตรียมอาหารเย็นในครัวด้านหลังบ้านเล็กๆ

หนิงว่านชิวมีพี่สาวทั้งหมดสามคนและพี่ชายอีกหนึ่ง

ความสัมพันธ์ระหว่างห้าพี่น้องไม่ค่อยดีนัก

ป้าและลุงของสวี่ชิวเหวินมีผลการเรียนไม่ดีและส่วนใหญ่จบมัธยมต้นเท่านั้น มีเพียงหนิงว่านชิวที่มีผลการเรียนดีและไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย

หลังจากแต่งงาน บรรดาป้าๆก็อาศัยอยู่ในชนบท เผชิญกับลมและฝน ทำงานท่ามกลางแสงแดดในฟาร์ม พวกเขาจึงดูแก่กว่าหนิงว่านชิวมาก นอกจากนี้รูปร่างหน้าตาของพี่สาวทั้งสามก็ไม่ดีเท่าหนิงว่านชิว

เนื่องจากมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในอดีต ความสัมพันธ์ของหนิงว่านชิวกับเหล่าพี่สาวของเธอจึงไม่ค่อยดีนัก

สำหรับลุงคนเดียวของสวี่ชิวเหวิน ความสัมพันธ์นั้นยิ่งแย่ลงไปอีก

ก่อนแต่งงานลุงเป็นคนมีเมตตามาก แต่หลังจากแต่งกับภรรยา เขาก็ราวกับกลายเป็นคนละคน

พวกเขาโต้เถียงกันมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สวี่ชิวเหวินจำได้ว่าตอนที่เขายังเป็นเด็ก ป้าของเขาชี้หน้าและดุคุณตาคุณยาย ในขณะที่คุณลุงยืนฟังอยู่ข้างๆโดยไม่พูดอะไรสักคำ

กล่าวโดยสรุปคือ ความสัมพันธ์ของหนิงว่านชิวกับพี่ชายพี่สาวของเธอนั้นไม่ดีเลย... และเนื่องจากผู้อาวุโส ความสัมพันธ์ของสวี่ชิวเหวินกับลูกพี่ลูกน้องของเขาจึงไม่ค่อยดีนักเช่นกัน

โดยปกติแล้วหนิงว่านชิวจะไม่กลับบ้านในช่วงเทศกาล มีเพียงวันพิเศษอย่างปีใหม่เท่านั้น

เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ...

ไม่นานก็ห้าโมงเย็น

ครอบครัวของลุงเป็นคนแรกที่มาถึงหลังจากสวี่ชิวเหวิน บ้านของพวกเขาอยู่ใกล้ที่สุดเมื่อเทียบกับป้าๆคนอื่นๆ

แต่เมื่อเวลาหกโมงเย็น ครอบครัวของป้าคนอื่นๆก็มาถึงเช่นกัน

นี่เป็นประเพณีของครอบครัว ทุกๆปีพวกเขาทั้งหมดจะกลับมาบ้านในช่วงสองวันก่อนปีใหม่ แต่มีเพียงลุงและหนิงว่านชิวเท่านั้นที่อยู่ต่อ ในขณะที่ป้าคนอื่นๆจะไปอยู่กับครอบครัวของสามี

เมื่อผู้คนกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ ลานที่ครั้งหนึ่งเคยว่างเปล่าก็มีชีวิตชีวา

แม้ว่าสวี่ชิวเหวินจะมีความสัมพันธ์ไม่ดีกับลุงๆป้าๆและลูกพี่ลูกน้อง แต่เขาก็รู้วิธีปฏิบัติตนต่อหน้าผู้อาวุโส... เขาทักทายผู้อาวุโสแต่ละคนอย่างสุภาพ

/////

[1] พระเมสสิยาห์ (救世主) หมายถึง พระผู้ช่วยให้รอด ตามความเชื่อในกลุ่มศาสนาอับราฮัม ได้แก่ศาสนายูดาห์ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม

[2] กองทัพแดงของกรรมกรและชาวนาจีน หรือเรียกอย่างย่อว่า กองทัพแดง (红军) เป็นกองกำลังทหารของพรรคคอมมิวนิสต์จีนระหว่างปี พ.ศ. 2471–2480 ถือกำเนิดขึ้นจากการแตกแยกและการก่อกบฏของทหารคอมมิวนิสต์บางส่วนในกองทัพปฏิวัติแห่งชาติจีน

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 260 นักฆ่าบนถนน

คัดลอกลิงก์แล้ว