เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 250 - เตมูจินเสนออุบาย เตรียมเลื่อนเป็นเลเวล 10?

บทที่ 250 - เตมูจินเสนออุบาย เตรียมเลื่อนเป็นเลเวล 10?

บทที่ 250 - เตมูจินเสนออุบาย เตรียมเลื่อนเป็นเลเวล 10?


บทที่ 250 - เตมูจินเสนออุบาย เตรียมเลื่อนเป็นเลเวล 10?

ช่องแชทสาธารณะ ภูมิภาคดินแดนภาคกลาง

"เซี่ยอวี่นี่มันเลวทรามเกินคนไปแล้ว ต่อให้ถูกตระกูลต่งรุกราน จะใช้วิธีรับมือตุกติกบ้างก็ไม่แปลก แต่การลากราษฎรธรรมดามาเป็นโล่มนุษย์นี่มันน่าขยะแขยงเกินไปไหม?"

"บาปหนาแท้ๆ ราษฎรธรรมดานับล้านคน ต้องมากลายเป็นเครื่องสังเวยให้กับสองขุมกำลังระดับท็อปแบบนี้!"

"เฮ้อ การกดขี่จากชนชั้นสูงสู่ชนชั้นล่างมันมีมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ยิ่งเป็นขุมอำนาจระดับตระกูลต่งกับแดนบรรพชนด้วยแล้ว ราษฎรธรรมดานับล้านสำหรับพวกเขาก็เป็นแค่เบี้ยที่สละทิ้งได้เท่านั้นแหละ"

"นั่นสิ จะทำยังไงได้ล่ะ โอกาสในการก่อตั้งอาณาจักรมาถึง ใต้หล้าโกลาหล พวกเราเองยังเอาตัวแทบไม่รอด แล้วนับประสาอะไรกับราษฎรธรรมดาพวกนั้น?"

"สร้างบาปสร้างกรรมแท้ๆ โอกาสก่อตั้งอาณาจักรครั้งนี้เกรงว่าจะทำให้มหาทวีปทั้งเก้าล่มสลายเอาได้เลย"

"ตั้งแต่ตอนที่อ๋องฉินรวบรวมดินแดนภาคกลางเป็นหนึ่ง มหาทวีปทั้งเก้าก็อยู่ในสภาพใกล้จะล่มสลายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ขำชะมัด"

"ผู้อพยพนับล้านสำหรับดินแดนภาคกลางของพวกเราจะนับเป็นอะไรได้ ตายก็ตายไปสิ จะไปสนหน้าอินทร์หน้าพรหมทำไม!"

"พวกเจ้านี่นะ มีดไม่แทงโดนตัวก็ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บ! ทั้งตระกูลต่งและแดนบรรพชนต่างก็มุ่งเป้าไปที่การก่อตั้งอาณาจักร วันนี้มีราษฎรนับล้านกลายเป็นเครื่องสังเวย วันหน้าก็อาจจะเป็นพวกลอร์ดอย่างเราๆ ที่ต้องมาตายในเมืองของตัวเอง ช่างน่าเศร้าและน่าสมเพชจริงๆ!"

"พูดถูก ต้องกำจัดค่านิยมทรามๆ พวกนี้ให้สิ้นซาก! เมื่อก่อนเวลาสู้กันเป็นตายต่างฝ่ายต่างก็ยังรู้จักรักษาหน้าตาไว้บ้าง แต่คราวนี้ไอ้เฒ่าโจรเซี่ยอวี่เล่นไม่อำพรางอะไรเลย เอาราษฎรนับล้านมาเป็นโล่มนุษย์หน้าด้านๆ นี่มันบ้าคลั่งไปแล้ว!"

"แต่ข้าได้ยินมาว่า ตระกูลต่งเป็นคนต้อนคนพวกนี้ไปที่แดนบรรพชนเองไม่ใช่หรือไง"

......

ช่องแชทสาธารณะ ช่องแชทภูมิภาคตอนเหนือของดินแดนภาคกลาง

แม้ว่าข้อความส่วนใหญ่ในที่นี้จะไม่ต่างจากช่องแชทหลักของดินแดนภาคกลางมากนัก

แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับสมรภูมิระหว่างตระกูลต่งกับแดนบรรพชนมากที่สุด จึงยังพอมีคนที่มีสติและมองสถานการณ์ออกอยู่บ้าง เพียงแต่คนเหล่านี้มักจะปิดบังตัวตนเอาไว้

"ตระกูลต่งเล่นหมากตานี้ได้สวยจริงๆ กระแสสังคมในทุกพื้นที่ของดินแดนภาคกลางถูกพวกมันยึดครองหมดแล้ว แดนบรรพชนแย่แน่!"

"แย่อะไรกัน สถานการณ์ของแดนบรรพชนพวกเราก็ใช่ว่าจะไม่รู้ กิจการใหญ่โต เงินทองล้นฟ้า ชื่อเสียงเน่าเหม็นแล้วจะทำไม ในเมื่อมีเงินซะอย่าง! เต็มที่ก็แค่เอาเงินฟาดหัว"

"ตอนนี้ทุกคนมัวแต่ยุ่งกับการทำศึก ใครจะไปสนเรื่องชื่อเสียงกัน"

"ชื่อเสียงของตระกูลต่งก็เหม็นโฉ่ขนาดนั้น ยังมีหน้ามาใช้สื่อโจมตีศัตรูแบบนี้อีกงั้นหรือ?"

"ข้าว่าเซี่ยอวี่กับโจรต่งก็พอกันนั่นแหละ! ผีเน่ากับโลงผุ ไม่มีใครดีไปกว่ากันหรอก"

"พูดแบบนั้นก็จริง แต่ฉากหน้าตระกูลต่งยังชูธง [สืบทอดปณิธานบรรพชน ปกป้องแผ่นดินภาคกลาง] แต่ฝั่งเซี่ยอวี่นี่สิพูดยาก"

"ถุย ชื่อเสียงบรรพชนของมันเหม็นเน่ายิ่งกว่าอีก ยังจะมีหน้ามาชูธงแบบนี้อีกนะ?"

"โจรต่งชื่อเสียงเน่าก็จริง แต่มันก็ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนอยู่นะ โดยเฉพาะในพื้นที่ซีเหลียงและบริเวณรอบๆ ข้าว่าแดนบรรพชนคราวนี้รอดยาก!"

เซี่ยอวี่กวาดสายตาอ่านประวัติการแชทอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเขาก็เจอข้อความของคนที่มีสมองอยู่บ้าง

"แดนบรรพชนกำลังตกที่นั่งลำบาก เดิมทีเป็นฝ่ายได้เปรียบแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับถูกตระกูลต่งปั่นหัวจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก"

"ปักหมุดข้อความในช่องแชทภาคกลาง แถมยังจ้างคนโพสต์วนลูปในช่องแชทระดับภูมิภาคอีก เห็นได้ชัดว่านี่คือแผนการที่ตระกูลต่งจัดฉากขึ้นมาเล่นงานแดนบรรพชนโดยเฉพาะ!"

"ถ้าเซี่ยอวี่ทำตามความต้องการของตระกูลต่งด้วยการเข่นฆ่าราษฎร ชื่อเสียงของเขาต้องป่นปี้แน่! การส่งขบวนพ่อค้า การพัฒนาเมือง และการทำธุรกรรมต่างๆ จะต้องเกิดปัญหาอย่างแน่นอน!"

"แต่ถ้าปล่อยให้ราษฎรล้อมเมืองไว้อย่างนี้ วันข้างหน้าที่กองทัพตระกูลต่งมาประชิดกำแพงเมือง ราษฎรพวกนี้ก็จะกลายเป็นพื้นที่กันชนให้ตระกูลต่งใช้โจมตีเมือง และในขณะเดียวกันก็จะเป็นตัวถ่วงแดนบรรพชนไปด้วย นี่มันเสียเปรียบสุดๆ"

"ยังเหลืออีกวิธีนั่นก็คือ รับผู้อพยพเหล่านี้เข้ามาซะ"

"แต่ก็จะมีปัญหาตามมาอีกนั่นแหละ การเพิ่มผู้อพยพนับล้านเข้ามา มันจะกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งให้กับเมือง"

"แล้วถ้ารับผู้อพยพเข้ามาลอตแรกแล้ว จะมีลอตที่สองลอตที่สามตามมาอีกไหม?"

"และที่สำคัญ... ในหมู่ผู้อพยพพวกนี้ จะมีคนของตระกูลต่งแฝงตัวอยู่หรือเปล่า"

"ยอด ยอดเยี่ยมจริงๆ แผนการนี้ช่างล้ำลึก ตระกูลต่งนี่มีกุนซือโฉดอยู่ไม่น้อยเลยนะเนี่ย! ทำเอาข้าอยากจะไปเป็นกุนซือให้แดนบรรพชนเดี๋ยวนี้เลย!"

"ไอ้คนข้างบนนี่บ้าไปแล้วมั้ง แดนบรรพชนมีซือหม่าอี้อยู่ทั้งคน ใครจะไปง้อแก"

"ฮ่าฮ่าฮ่า สหายพยัคฆ์ซุ่ม! ยุคโกลาหลแบบนี้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ข้าตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้พบท่านอยู่นะ"

......

หลังจากนั่งอ่านช่องแชทอยู่ห้านาที ก็มีแค่ชายลึกลับคนนี้เท่านั้นที่พูดได้ตรงใจเซี่ยอวี่

ด้วยฐานะความมั่งคั่งของเขา การแบกรับภาระผู้อพยพหลักล้านคนไม่ใช่ปัญหาเลย!

แถมพอถึงตอนนั้นยังได้หน้าได้ชื่อเสียงอีกต่างหาก!

แต่ถ้าวันนี้ตระกูลต่งสามารถต้อนผู้อพยพมาได้หนึ่งล้าน วันข้างหน้าพวกมันก็ย่อมต้อนมาได้เป็นสิบล้าน!

หรือว่าแดนบรรพชนจะต้องคอยรับคนพวกนี้เข้ามาเรื่อยๆ งั้นหรือ?

เกรงว่าถึงตอนนั้น แดนบรรพชนคงจะล่มสลายจากภายในโดยไม่ต้องรอให้ใครมาโจมตีด้วยซ้ำ!

และยังมีอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญที่สุด

"ในหมู่คนพวกนี้ มีคนของตระกูลต่งแฝงตัวอยู่หรือไม่!"

ศึกใหญ่กำลังจะปะทุ จะให้เปิดประตูเมืองต้อนรับคนแปลกหน้านับล้านงั้นหรือ?

"ถ้าทำแบบนั้น ข้าคงไม่ได้เรื่องยิ่งกว่าหลิวอาเต้าเสียอีก" เซี่ยอวี่สบถด่าในใจ

หมากตานี้ของตระกูลต่งถือว่าเป็นการสร้างโจทย์สุดหินให้กับเซี่ยอวี่เลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าเซี่ยอวี่จะไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่เรียกว่าชื่อเสียงจอมปลอมพวกนั้น

แต่ถ้าจะให้เขาไปสังหารหมู่ราษฎรนับล้าน เขาก็ทำไม่ลงเหมือนกัน

หลังจากประเมินสถานการณ์คร่าวๆ เซี่ยอวี่ก็ปิดตราประทับเจ้าเมืองลง

เขาตั้งใจจะโยนโจทย์สุดหินข้อนี้ไปให้กับเหล่ายอดขุนพลระดับตำนานของเขาจัดการ

"นี่แหละคือความสุขของการเป็นเจ้าเมือง โยนความเครียดไปให้ลูกน้องรับจบ"

.......

ภายในโถงประชุม จางเหลียงนำข้อมูลทั้งหมดที่มีมาแจ้งให้เหล่าแม่ทัพและกุนซือที่นั่งอยู่ฟังทีละประเด็น

"คาดว่าอีกประมาณสองชั่วโมง ผู้อพยพเหล่านี้ก็จะเคลื่อนขบวนมาประชิดแดนบรรพชนแล้ว"

ลวี่ปู้เป็นคนแรกที่แค่นเสียงเหยียดหยามออกมาจากจมูก

"สมกับเป็นสิ่งที่พวกสายเลือดโจรต่งมันทำกันจริงๆ"

ฝั่งกุนซือกลับไม่มีใครเอ่ยปาก พวกเขาต่างนั่งเงียบเพื่อใช้ความคิด

ตอนแรกเซี่ยอวี่คิดว่าคนที่จะเสนอแผนรับมือให้เขาคงเป็นจางเหลียงหรือไม่ก็ซือหม่าอี้

แต่คิดไม่ถึงว่าคนที่เอ่ยปากขึ้นมาก่อนกลับเป็นเตมูจิน

"ท่านเจ้าเมือง ก็แค่ราษฎรธรรมดานับล้านคน เรื่องขี้ประติ๋วแค่นี้ มอบหมายให้ข้าจัดการเองเถอะ"

สิ่งที่เซี่ยอวี่กลัวที่สุดก็คือการที่เตมูจินเอ่ยปากเป็นคนแรกนี่แหละ

วิธีการแบบชาวทุ่งหญ้า มันใช้ไม่ได้กับสถานการณ์แบบนี้นะโว้ย

"ท่านแม่ทัพเตมูจิน เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าแค่ฆ่าล้างผู้อพยพนับล้านแล้วจะจบปัญหาได้นะ"

"เราจำเป็นต้องจัดการเรื่องที่อยู่ให้กับคนพวกนี้ด้วย"

เพราะกลัวว่าเตมูจินจะไม่เข้าใจ เซี่ยอวี่จึงต้องอธิบายย้ำอีกรอบ

เตมูจินประสานมือตอบ

"ท่านเจ้าเมือง ข้าไม่ได้คิดจะเข่นฆ่าผู้อพยพพวกนี้เลย ข้าสามารถแก้ปัญหานี้ได้จริงๆ!"

"ขอให้ข้าได้ลองดูสักตั้ง รับรองว่าจะต้องทำให้ท่านเจ้าเมืองพึงพอใจอย่างแน่นอน!"

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซี่ยอวี่ก็พยักหน้าตกลง

ในเมื่อแม่ทัพใหญ่ใต้บังคับบัญชาเอ่ยปากถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องสงสัย

สงสัยใครอย่าใช้ ใช้ใครอย่าสงสัย

เซี่ยอวี่กล่าวขึ้นว่า

"ทรัพยากรทุกอย่างในเมืองแดนบรรพชน ท่านสามารถเบิกไปใช้ได้ตามสบาย! ขอเพียงแค่คลี่คลายสถานการณ์นี้ได้ก็พอ!"

หนวดเคราของเตมูจินกระตุกเล็กน้อยก่อนจะยิ้มยิงฟันแล้วพูดว่า

"ข้าต้องการเชลยศึกกับพวกนักโทษประหารสักหน่อย!"

......

สองชั่วโมงต่อมา นอกอาณาเขตแดนบรรพชน ณ แนวป้องกันชายแดนทิศใต้

ผู้อพยพนับล้านคนพากันแห่แหนมาประชิดนอกแดนบรรพชนราวกับฝูงตั๊กแตน ภายใต้การต้อนไล่ของตระกูลต่งจากทุกทิศทุกทาง

และเมื่อถูกกองทัพแดนบรรพชนผลักดัน พวกเขาก็ต้องมารวมตัวกันกระจุกอยู่ที่แนวป้องกันชายแดนทิศใต้

สิ่งมีชีวิตที่ตระกูลต่งต้อนมาก่อนหน้านี้ล้วนแต่เป็นพวกที่มีทักษะการต่อสู้ทั้งสิ้น

พวกมันเจอใครก็พร้อมจะพุ่งเข้าใส่ แดนบรรพชนจึงไม่สามารถผลักดันพวกมันให้ไปกระจุกรวมกันในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้

แต่ตอนนี้ผู้อพยพพวกนี้ก็เป็นแค่ลูกกระต่ายที่ตื่นตูม เซี่ยอวี่เพียงแค่ส่งกองกำลังออกไปไม่กี่หน่วย ก็สามารถต้อนพวกเขามารวมกันตรงนี้ได้อย่างง่ายดาย

ทหารแดนบรรพชนยืนถืออาวุธตั้งแถวเรียงกระดาน มองดูเหล่าผู้อพยพที่มีสีหน้าหวาดกลัวอยู่แต่ไกล

เซี่ยอวี่ที่ยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ หันไปมองเตมูจินที่สวมชุดเกราะเต็มยศ

"ท่านแม่ทัพ ห้ามทำร้ายราษฎรผู้บริสุทธิ์พวกนี้เด็ดขาดนะ!"

เตมูจินมองดูฝูงชนเบื้องหน้าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ก่อนจะพูดกับเซี่ยอวี่ว่า

"ท่านเจ้าเมือง แดนบรรพชนยังขาดทหารอีกเท่าไหร่ถึงจะเลื่อนเป็นเลเวล 10 ได้?"

"ขาดอีกไม่ถึง 700000 นาย!" เซี่ยอวี่ตอบ

เตมูจินกระชับคันธนูในมือแน่นขึ้น

"วันนี้แหละ แดนบรรพชนจะได้เลื่อนเป็นเลเวล 10!"

เตรียมตัวเปิดใช้งานสกิล!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 250 - เตมูจินเสนออุบาย เตรียมเลื่อนเป็นเลเวล 10?

คัดลอกลิงก์แล้ว