เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 - คัมภีร์ใจมาร-โทสะ

บทที่ 230 - คัมภีร์ใจมาร-โทสะ

บทที่ 230 - คัมภีร์ใจมาร-โทสะ


เคร้งคร้าง ...

เป็นเพราะตัวตนที่แท้จริงของเทพนักรบกลายเป็นคาร์ด ขวานในมือของมันจึงร่วงลงพื้น เกิดเสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน จากนั้นม้วนกระดาษหนังแกะในมือของมันก็ร่วงหล่นลงบนพื้นเช่นกัน

"ท่านโกลด์!!!"

"อ๊าก ... "

ภูตที่มุงดูอยู่ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เพียงแค่ชั่วพริบตา ขุนพลที่ใช้พลังอันแข็งแกร่งกดขี่พวกมันจนต้องยอมสยบกลับถูกฆ่าตายในพริบตา สถานการณ์เช่นนี้ทำให้พวกมันไม่มีความกล้าที่จะรั้งอยู่ต่อ ต่างพากันบินหนีไปยังประตูสู่ดาร์กเวิลด์ที่ยังสลายไปไม่หมด ทว่ายังไม่ทันที่พวกมันจะบินผ่านไปได้ เส้นด้ายหุ่นเชิดสีม่วงก็พุ่งเข้ามาห่อหุ้มพวกมันรวบยอดเอาไว้ราวกับตาข่าย และกักขังพวกมันไว้ที่หน้าประตู

และในจังหวะก่อนที่ประตูสู่ดาร์กเวิลด์จะสลายหายไปอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางสายตาของเทียนเฉิงกวงและเซเรน่า บนคาร์ดเทพนักรบแห่งดาร์กเวิลด์ที่ตกอยู่บนพื้นก็มีไอสีดำพวยพุ่งขึ้นมาราวกับไอน้ำ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนและภูตทุกตัวที่ยังตั้งตัวไม่ติด จู่ๆ มันก็แปรสภาพเป็นแสงสีขาวและพุ่งพรวดเข้าไปหลอมรวมกับประตูมิติ เมื่อประตูปิดลง มันก็หายไปจากมิติแห่งนี้ทันที

"นั่นมันอะไรกันคะ" เซเรน่าวิ่งมาอยู่ข้างเทียนเฉิงกวงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอชี้ไปที่ประตูบานนั้นพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เทียนเฉิงกวงไม่ได้อธิบายให้เธอฟัง เพราะหลังจากที่แสงสว่างหลอมรวมเข้าไปในประตู คาร์ดไม่กี่ใบที่เทพนักรบเคยถือไว้ในมือก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ก่อนจะปรากฏร่างของใครบางคนขึ้นมาทีละร่าง

เหล่าเอเลเมนทัลฮีโร่ฟื้นคืนชีพกลับมาจากคาร์ดแล้ว

"อึก ... "

"ที่นี่ที่ไหนเนี่ย"

"แค่กๆ แค่กๆๆ ... คุณดอกไม้อยู่ไหม ... ฉันต้องการการรักษา ... "

"ชาวเมืองล่ะ ชาวเมืองไปไหนกันหมด"

เอเลเมนทัลฮีโร่กลุ่มใหญ่เพิ่งจะเรียกสติกลับมาได้ก็พากันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวโวยวายกันยกใหญ่

หากเทียบกับเสียงโวยวายของเทพนักรบแล้ว เสียงเหล่านี้สำหรับเทียนเฉิงกวงถือว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย

"ทุกคน ... " ในระหว่างที่พวกเขากำลังสับสนและไม่เข้าใจสถานการณ์ เซเลอร์แมนก็ใช้โซ่ตะขอเกี่ยวเพดานเอาไว้ ก่อนจะดึงตัวเองลอยละลิ่วตกลงมาบนพื้น และรีบอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบๆ ให้พรรคพวกฟังทันที

แบบนี้ก็ช่วยประหยัดแรงเทียนเฉิงกวงไปได้เยอะเลย

เขาอาศัยจังหวะที่เซเลอร์แมนกำลังขอบคุณเทียนเฉิงกวง เดินไปตรงจุดที่เทพนักรบเคยยืนอยู่ หยิบขวานของมันขึ้นมาแกว่งไปมา ก่อนจะยื่นไปให้อัลเคมิค เมจิกเชียนที่กำลังตาลุกวาว

จะว่าไปแล้ว ...

ของสิ่งนี้บางทีอาจจะเป็นทองคำแท้ๆ ก็ได้นะ!

จากนั้นก็เป็นตัวตนที่แท้จริงของเทพนักรบแห่งดาร์กเวิลด์ โกลด์ คาร์ดมอนสเตอร์เผ่าปีศาจ เลเวล 5 พลังโจมตี 2300

ถึงแม้คาร์ดใบนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรในเด็คของเทียนเฉิงกวงเลย แต่เทียนเฉิงกวงก็จำได้ว่า ก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา ดาร์กเวิลด์ก็ได้เปลี่ยนจากกลยุทธ์ปั๊มการ์ดบนมือของดาร์กเวิลด์แดนสนธยาไปแล้ว

ดาร์กเวิลด์ในปัจจุบัน ... คือเด็คฟิวชั่นนะ!

เอฟเฟกต์ทิ้งการ์ดบนมือของราชันย์เทพมังกรจะว่ายังไงดีล่ะ ทิ้งการ์ดไงล่ะ

นอกเหนือจากนั้น บนม้วนกระดาษหนังแกะที่สำคัญใบนั้นก็มีภาพวาดของคนผู้หนึ่งอยู่

"อืม ... "

เทียนเฉิงกวงกางม้วนกระดาษหนังแกะออก กวาดสายตามองขึ้นลงอย่างละเอียด ลังเลอยู่นานก็ยังดูไม่ออกว่าภาพนี้วาดอะไรเอาไว้

อย่างแรกเลย เมื่อดูจากโครงสร้างแล้ว มันมีจมูกมีตา ก็น่าจะเป็นใบหน้าของคน แต่ทว่า นอกเหนือจากนี้ ลายเส้นทั้งหมดก็ให้ความรู้สึกกับเทียนเฉิงกวงได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือนามธรรม

ลายเส้นของคนบนม้วนกระดาษหนังแกะไม่เหมือนมนุษย์เลยสักนิด ดูเหมือนปีศาจเสียมากกว่า บางทีสำหรับพวกปีศาจแห่งดาร์กเวิลด์แล้ว แบบนี้ต่างหากถึงจะเป็นวิธีการวาดภาพที่ถูกต้องตามแบบฉบับ

เปลี่ยนเป็นภาพสเกตช์ให้ฉันทีสิ!

แบบนี้ใครจะไปดูออกล่ะ!

แควก ...

ในระหว่างที่กำลังดึงม้วนกระดาษหนังแกะอยู่นั้น จู่ๆ เทียนเฉิงกวงก็รู้สึกว่าสัมผัสมันแปลกๆ เขาจึงดึงต่อไปด้านล่าง และพบว่าในรอยแยกของม้วนกระดาษหนังแกะใบนี้ ดูเหมือนจะมีอะไรแปลกๆ ซ่อนอยู่

เขาให้อัลเคมิค เมจิกเชียนที่อยู่ข้างๆ ใช้ขวานกรีดเปิดออกเบาๆ ลองเคาะดู ก่อนจะหยิบคาร์ดใบหนึ่งออกมาจากด้านใน

"เอ๊ะ ข้างในนี้มีคาร์ดซ่อนอยู่ด้วยเหรอ" เทียร์ร่าพูดด้วยความสงสัย "ทำไมข้าถึงสัมผัสไม่ได้เลยล่ะ"

เธอถึงกับสัมผัสไม่ได้เลยงั้นเหรอ!?

เทียนเฉิงกวงหยิบคาร์ดขึ้นมา ก้มลงมอง เซเรน่าที่อยู่ข้างๆ ก็ชะโงกหน้าเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เทียนเฉิงกวงรีบห้ามเธอไว้และบอกไม่ให้เธอเข้ามาใกล้

คัมภีร์ใจมาร-โทสะ!

เอฟเฟกต์ก็คือ เมื่อคาร์ดใบนี้ถูกส่งลงสุสาน คาร์ดชื่อเดียวกันในสุสานจะถูกนำออกจากการเล่น

มองเผินๆ เหมือนจะเป็นคาร์ดที่ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง แต่ทว่า ...

นี่ไม่ใช่คาร์ดธรรมดาๆ แต่เป็นเครื่องสังเวยที่ใช้สำหรับพิธีกรรม!

มันคือชิ้นส่วนของคัมภีร์ใจมาร ซึ่งเป็นคัมภีร์สังเวยที่ใช้ตามหาการฟิวชั่นขั้นสุดยอดอย่างซูเปอร์โพลิเมอไรเซชัน!

ในต้นฉบับ พวกมันโจเมะก็เป็นเพราะถูกคัมภีร์ใจมารครอบงำ ทำให้ความรู้สึกมุ่งร้ายต่อจูไดในใจถูกขยายใหญ่ขึ้นอย่างบ้าคลั่ง นอกจากจะต้องตายอย่างน่าเวทนาแล้ว ยังบีบให้จูไดแทบจะเสียสติไปด้วย

เทียนเฉิงกวงหันกลับไปมองม้วนกระดาษหนังแกะอีกครั้ง คราวนี้เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าของสิ่งนี้มีไว้เพื่ออะไร

ภูตแห่งดาร์กเวิลด์พวกนี้มาเพื่อจับเครื่องสังเวยสินะ

ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นคัมภีร์ใจมารแบบผลิตจำนวนมากเสียด้วย

ดังนั้นจึงเป็นการค้นหาเครื่องสังเวยแบบหว่านแห

เทียนเฉิงกวงขมวดคิ้ว

ตามการตั้งค่าแล้ว ดาร์กเวิลด์เป็นลูกน้องของราชันย์อหังการ แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกยูเบลส่งผลกระทบด้วย

ดูท่าทางแล้ว เวลาที่ตัวเองจะถูกหมายหัวคงอีกไม่ไกลแล้วล่ะ

ยูเบลที่มีพลังของแสงสว่างแห่งการทำลายล้างงั้นเหรอ ...

ในต้นฉบับ จนกระทั่งยูเบลรวมร่างกับจูได จากนั้นก็ใช้พลังแห่งความมืดของจักรวาลเอาชนะแสงสว่างแห่งการทำลายล้างได้อย่างราบคาบ ก่อนหน้านั้นแสงสว่างแห่งการทำลายล้างก็มักจะคอยส่งผลกระทบต่อทุกคนที่มีความคิดชั่วร้ายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการขยายความโลภหรือมอบพลังเหนือธรรมชาติให้โดยตรง แสงสว่างแห่งการทำลายล้างเปรียบเสมือนต้นตอของความชั่วร้ายทั้งปวงที่คอยหว่านแหไปทั่ว เพื่อรอให้คนที่มีความสามารถมาทำลายล้างโลก

และการร่วมมือกันของยูเบลกับมันก็ยิ่งเหมือนกับเสือติดปีก

ท้ายที่สุดแล้วยูเบลไม่ว่าจะเรื่องดวลหรือเรื่องกำลังกายก็ถือว่าเป็นตัวตนระดับท็อป ในต้นฉบับมันบีบคั้นจูไดจนถึงขีดสุดจนไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องใช้ซูเปอร์โพลิเมอไรเซชันหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมันถึงจะแก้ปัญหาวิกฤตครั้งใหญ่นี้ได้สำเร็จ

และนี่ ... เห็นได้ชัดว่าคือศัตรูที่เทียนเฉิงกวงต้องเผชิญหน้าแล้ว

นี่ไม่ใช่เรื่องที่เทียนเฉิงกวงชอบแส่เรื่องชาวบ้านหรอกนะ

ความจริงแล้ว ในโลกใบนี้เทียนเฉิงกวงก็เอาแต่ทำเรื่องของตัวเองมาตลอด ถึงแม้จะรู้ว่ามีตัวละครที่ชั่วร้ายอยู่บ้าง แต่ตราบใดที่ไม่ได้มาหาเรื่องเขา เขาก็จะไม่เข้าไปยุ่งกับคนพวกนั้นเลย ยกตัวอย่างเช่น ภูตตัวประกอบส่วนใหญ่ในต้นฉบับ หรือศัตรูบางคนที่คอยต่อกรกับจูไดในต้นฉบับ คนพวกนี้เทียนเฉิงกวงหลายคนยังไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นไกลหรอก อย่างเช่น ไซโค ช็อกเกอร์ หรือพวกผู้พิทักษ์สุสาน เทียนเฉิงกวงยังไม่เคยเจอพวกมันเลย

การดวลระหว่างฮีโร่กับฮีโร่อย่างจูไดและเอ็ด หรือเส้นทางที่ฟุบุกิ มิซาวะ และมันโจเมะเลือกเดินด้วยตัวเอง เทียนเฉิงกวงก็ทำได้มากสุดแค่ให้คำแนะนำ ส่วนสุดท้ายจะเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเขาเอง

กระทั่งตอนเหตุการณ์เซเว่นสตาร์เมื่อปีที่แล้ว เขาก็เตรียมตัวเอาไว้แล้วว่า ถ้าเกิดประธานกรรมการบริหารคาเงมารุออกมาท้าดวลกับจูได เขาก็จะมอบศิลานักปราชญ์ให้กับจูได หรือไม่ก็มอบซูเปอร์โพลิเมอไรเซชันให้ไปเลย

เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่คาเงมารุกำลังตามหาไม่ใช่ดูเอลลิสต์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เป็นดูเอลลิสต์ที่ครอบครองพลังแห่งภูตที่แข็งแกร่งที่สุดต่างหาก

ถึงแม้ในภายหลังประธานกรรมการบริหารคาเงมารุจะจากโลกนี้ไปอย่างงงๆ ก็เถอะ แต่ความคิดของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ในสถานการณ์ที่จำเป็นก็ช่วยเหลือเพื่อนฝูงบ้าง ตัวเขาเองก็ไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก ส่วนพวกเขาก็ไม่ใช่เด็กทารก ทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะเป็นดูเอลลิสต์ที่ยอดเยี่ยมได้ยังไงล่ะ

สิ่งที่เขาอยากจะทำในโรงเรียนก็คือตั้งใจต่อกรกับกองทัพฟิวชั่นยังไงล่ะ!

แต่ทว่า ...

ยูเบล

เรื่องนี้คงช่วยไม่ได้แล้วล่ะ

นี่คือสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้า เพราะต่อให้เทียนเฉิงกวงจะไม่มีความสนใจ หรือกระทั่งเชื่อมั่นว่าจูไดในโลกใบนี้ที่มีพรรคพวกที่พึ่งพาได้มากกว่าและการดวลที่แข็งแกร่งกว่าจะสามารถเอาชนะยูเบลได้ เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับยูเบลอยู่ดี

เพราะว่า ...

ยูเบลจะโจมตีทุกคนที่อยู่รอบตัวจูไดอย่างไม่เลือกหน้า!

ไม่ว่าจะเป็นการดวลหรือพลังเหนือธรรมชาติ มันก็จะงัดออกมาใช้ทั้งหมด!

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขาที่เป็นเพื่อนรักของจูไดเลย

แต่จะให้ตีตัวออกห่างจากจูไดเพราะเรื่องแบบนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้หรอกนะ

การที่เขาได้เป็นเพื่อนกับจูได ไม่ใช่เพราะเขาไปทำความรู้จักกับจูไดในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นตัวเอกของต้นฉบับหรอกนะ แต่เป็นเพราะหลังจากที่จูไดชวนเขาไปดวลแท็กทีมด้วยกัน วันเวลาที่ผ่านไปก็ทำให้เขาได้เป็นเพื่อนกับคนที่น่าสนใจและเลือดร้อนคนนี้ต่างหาก

เพื่อนคนอื่นๆ ก็เหมือนกันนั่นแหละ

ดังนั้นจึงไม่มีความเป็นไปได้ที่จะตีตัวออกห่างหรอก!

"นักรบเผ่ามนุษย์!" อีกด้านหนึ่ง นักรบแห่งเอเลเมนทัลฮีโร่ที่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วก็ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ก่อนจะค้อมคำนับเทียนเฉิงกวงอย่างเป็นทางการ "ขอบคุณที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ!"

เขาเก็บคัมภีร์ใจมาร-โทสะไว้เป็นอย่างดี ก่อนจะรีบตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "ทุกคนไม่ต้องทำขนาดนี้หรอกครับ เห็นคนเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือ มันเป็นสิ่งที่ดูเอลลิสต์ทุกคนพึงกระทำอยู่แล้วครับ ไม่ต้องเกรงใจหรอก"

เซเรน่าก็พยักหน้าตาม

"แต่ว่า ในฐานะผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ พวกเราก็ต้องขอขอบคุณ ... "

ภูตที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำก็คือ เอเลเมนทัลฮีโร่ ธันเดอร์ ไจแอนท์ ซึ่งเป็นหัวหน้าของเหล่าผู้พิทักษ์ที่หลงเหลืออยู่ในสกายสแครปเปอร์ หลังจากกล่าวขอบคุณเสร็จ เขาก็รีบถามนักรบมนุษย์ทั้งสองว่า มีเรื่องอะไรให้พวกเขาช่วยเหลือในโลกแห่งนี้หรือเปล่า

แบบนี้ก็ถือว่าได้เริ่มต้นการเดินทางข้ามมิติตามแผนการเดิมเสียที

"มีค่ะ มี คุณน่าจะรู้จักดูเอลอาคาเดเมียใช่ไหมคะ"

"อ้อ! อย่างนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้ว พวกคุณเป็นเพื่อนของจูไดสินะ ... "

ถึงแม้จะเคยมาเยือนที่นี่แค่ไม่กี่ครั้ง แต่จูไดดูเหมือนจะมีชื่อเสียงในหมู่ภูตฮีโร่มากทีเดียว

"ฉันเข้าใจแล้ว ... แต่ว่า สกายสแครปเปอร์ในตอนนี้น่ะ ... " ธันเดอร์ ไจแอนท์รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย

ด้วยสภาพของสกายสแครปเปอร์ในตอนนี้ การจะหาคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมให้กับนักรบหน้าใหม่ของเผ่ามนุษย์นั้น มันออกจะยากไปสักหน่อย ...

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่เป็นไร! คู่ต่อสู้แบบไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ!" เซเรน่าตื่นเต้นจนต้องยกมือขึ้นสูง เพื่อพยายามเรียกร้องความสนใจจากเหล่าฮีโร่

ตอนนี้เธอก็กำลังคันไม้คันมืออยากจะดวลเต็มที่แล้ว

"อย่างนี้นี่เอง ถ้างั้น ฉันเข้าใจแล้วล่ะ" ธันเดอร์ ไจแอนท์พยักหน้ารับ "เอาเป็นว่า เดี๋ยวพวกเราจะจัดการหาคู่ต่อสู้ให้กับนักรบหญิงท่านนี้เองระหว่างที่พวกเรากำลังพักผ่อน ขอเชิญทุกท่านไปพักผ่อนที่กิลด์ฮีโร่ก่อนก็แล้วกันนะ"

"รบกวนด้วยนะครับ"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 230 - คัมภีร์ใจมาร-โทสะ

คัดลอกลิงก์แล้ว