เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี) บทที่ 190 กำหนดความสัมพันธ์ (1)

(ฟรี) บทที่ 190 กำหนดความสัมพันธ์ (1)

(ฟรี) บทที่ 190 กำหนดความสัมพันธ์ (1)


สวี่ชิวเหวินพบม้านั่งหินริมทางแล้วนั่งลง จากนั้นก็เริ่มการรอคอย

ในระหว่างที่รอ สวี่ชิวเหวินรู้สึกถึงความคาดหวัง ความประหม่า และความกังวลผสมปนเปกันไป อารมณ์ของเขาซับซ้อนมาก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เฉิงลู่ก็ยังไม่ปรากฏตัว

เขาเริ่มรู้สึกกังวลเล็กน้อย หากมีบุหรี่ในเวลานี้ เขาคงจะสูบบุหรี่มันสักหน่อยเพื่อคลายความกระสับกระส่ายของเขา

หลังจากรออยู่อีกสักพัก เฉิงลู่ก็ยังไม่มา

สวี่ชิวเหวินอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเฉิงลู่ถูกป้าหอพักจับไว้และไม่สามารถออกมาได้หรือเปล่า?

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความอีกฉบับให้เฉิงลู่อีก

แต่มันไม่ได้รับการตอบกลับ

เขารอจนกระทั่งห้าโมงเย็น เวลาที่ชั้นเรียนใกล้จะเลิกแล้ว

ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังเริ่มลับขอบฟ้า แต่งแต้มทิวทัศน์ด้วยสีแดงเพลิง

ยามเย็นของฤดูใบไม้ร่วงในจินหลิงนั้นสวยงามเป็นพิเศษ

สวี่ชิวเหวินมองดูเมฆที่ลุกไหม้บนท้องฟ้า และอารมณ์ของเขาก็สงบลงมาก

ในเวลานี้ เสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

สวี่ชิวเหวินหันกลับไปและเห็นเฉิงลู่วิ่งมาด้วยอาการเหนื่อยหอบ

เขารีบถามอย่างรวดเร็ว “ทำไมเธอถึงพึ่งมาล่ะ?”

เฉิงลู่กลอกตาใส่สวี่ชิวเหวิน “คุณป้าหอพักไม่ยอมปล่อยฉันออกมา เธอยืนกรานให้ฉันบอกว่าคุณมาจากชั้นเรียนไหน”

สวี่ชิวเหวินได้ยินดังนั้นก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “แล้วสุดท้ายเธอออกมาได้ยังไง?”

เฉิงลู่ยิ้มอย่างขบขัน “ฉันบอกว่าคุณเป็นอันธพาลที่คอยตามรังควานฉัน และฉันไม่รู้ชื่อของคุณด้วยซ้ำ เธอก็เลยปล่อยฉันมา”

“ฉันไปเป็นอันธพาลและคอยตามรังควานเธอตั้งแต่เมื่อไหร่?”

เฉิงลู่หัวเราะเบาๆ “ถ้าคุณไม่ใช่พวกอันธพาล ทำไมคุณถึงขึ้นมาบนหอพักหญิงล่ะ?”

สวี่ชิวเหวินพูดไม่ออก “ถ้าฉันไม่ขึ้นไปเธอจะลงมาพบฉันหรอ?”

“รู้ได้ยังไงว่าฉันไม่อยากลงมาพบคุณ?” หลังจากพูดอย่างนั้น เฉิงลู่ก็หน้าแดงและเปลี่ยนน้ำเสียงทันที “ฉันไม่ลงมาหรอก!”

สวี่ชิวเหวินหัวเราะเบาๆ “แล้วทำไมเธอถึงรีบวิ่งมาที่นี่จนหายใจไม่ออก? ไม่ใช่เพื่อมาพบฉันเหรอ?”

ใบหน้าของเฉิงลู่แดงก่ำกว่าเดิม แดงเสียยิ่งกว่าเมฆที่ลุกไหม้บนท้องฟ้า สูญเสียภาพลักษณ์ภูเขาน้ำแข็งตามปกติไปโดยสิ้นเชิง

เธอพยายามทำเป็นสงบและแสดงสีหน้าเย็นชา แต่ก็พบว่ามันทำได้ยากจึงถามออกมาแทน “คุณบอกว่ามีอะไรจะพูดกับฉันไม่ใช่เหรอ? รีบพูดมาสิ”

ด้วยคำถามของเฉิงลู่ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป

ตอนนี้เป็นคราวของสวี่ชิวเหวินที่ต้องรู้สึกกังวล

เขาคิดว่าตนเป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์ ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะรู้สึกประหม่าในสถานการณ์เช่นนี้

สวี่ชิวเหวินมองไปยังใบหน้างดงามของเฉิงลู่และดวงตาที่สดใสของเธอ

หญิงสาวคนนี้คือไป๋เยว่กวงในชีวิตก่อนของเขา และเขาชอบเธอมานานกว่าทศวรรษแล้ว

สวี่ชิวเหวินนึกถึงการรวมตัวในชั้นเรียนหลังจากสำเร็จการศึกษาในชีวิตก่อน ซึ่งเขาได้ยินเพื่อนร่วมชั้นพูดถึงเฉิงลู่

หลังจากสำเร็จการศึกษา เฉิงลู่ก็กลับไปที่หางโจวเพื่อทำงานเป็นข้าราชการ

ด้วยรูปลักษณ์ที่สุดยอด ครอบครัวที่ดี บวกกับการงานและอนาคตอันสดใส ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนๆเฉิงลู่ก็เป็นผู้หญิงที่โดดเด่นที่สุด

แต่ถึงแม้จะมีคุณสมบัติทั้งหมดนี้ จนกระทั่งถึงการรวมตัวในชั้นเรียนที่ทุกคนล้วนอายุสามสิบกันหมด เฉิงลู่ก็ยังคงเป็นโสด

เฉิงลู่ในชีวิตก่อนดูเหมือนจะไม่สนใจผู้ชายคนใดเลย

แต่ในชีวิตนี้ เฉิงลู่กลับมีความประทับใจที่ดีต่อเขามาก ด้วยเหตุนี้สวี่ชิวเหวินจึงมั่นใจ

เพียงแต่เขาไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้พัฒนาไปจนถึงระดับความชอบพอหรือไม่

แท้จริงแล้ว แนวทางปฏิบัติที่รอบคอบที่สุดคือการรักษาความสัมพันธ์กับเฉิงลู่ต่อไป จนกระทั่งความรู้สึกทั้งหมดตรงกัน และทุกอย่างจะลงตัวโดยธรรมชาติ

แต่เขาไม่อยากรออีกต่อไป

การเตรียมงานเลี้ยงนี้ทำให้เขาและเฉิงลู่มีโอกาสได้มีปฏิสัมพันธ์กันมากมาย แต่ตอนนี้เมื่อมันจบลง โอกาสที่ทั้งสองจะได้พบกันอีกก็ย่อมน้อยมาก

ดังนั้นเขาจึงกระตือรือร้นที่จะยืนยันความสัมพันธ์ของพวกเขา

เฉิงลู่จ้องมองมาที่สวี่ชิวเหวิน ราวกับจะคาดเดาสิ่งที่เขาต้องการพูด

ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย เฉิงลู่พึมพำกับตัวเองแต่ก็ราวกับต้องการให้เขาได้ยินเช่นกัน “ใครจะคิดว่าเจ้าชายเจียงหลิงก็รู้สึกประหม่าและเขินอายเป็นเหมือนกัน งั้นเรามานั่งรอสักพักจนกว่าเขาจะพร้อมก็แล้วกัน”

เฉิงลู่นั่งลงบนม้านั่งหินข้างๆสวี่ชิวเหวิน

แต่ถึงแม้เธอจะนั่งลงแล้ว เขาก็ยังคงเงียบอยู่

เห็นได้ชัดว่าสวี่ชิวเหวินเตรียมสิ่งที่จะพูดไว้แล้ว แต่เขากลับมีความกังวลมากมาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะกล่าวออกมา

เฉิงลู่มองไปยังท้องฟ้าตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

และแล้วครึ่งชั่วโมงก็ผ่านไปเช่นนี้

น่าแปลกที่สวี่ชิวเหวินยังไม่พูดอะไร

เฉิงลู่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน “คนที่สงบอยู่เสมอภายใต้ความกดดันบนเวทีและไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้จะได้ยินเสียงเชียร์ของสาวๆมากมายในงานเลี้ยง กลับกลายเป็นคนขี้อายในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ สวี่ชิวเหวินก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย

แม้ว่าเฉิงลู่จะไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่เธอจะพูดถึงใครได้อีก?

สวี่ชิวเหวินเปลี่ยนแนวทางกะทันหันและตัดสินใจแสดงทุกอย่างผ่านการกระทำ

เขาวางแผนที่จะจับมือของเฉิงลู่

ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าเฉิงลู่จะปฏิเสธ แต่เขาก็ยังสามารถพูดได้ว่ามันเป็นการจับโดยไม่ได้ตั้งใจและมีหนทางให้หลบหนี

เขามองไปยังมือหยกอันบอบบางของเฉิงลู่ที่วางอยู่บนม้านั่ง พร้อมที่จะเอื้อมมือออกไปสัมผัสมัน

แต่ทันใดนั้น จู่ๆเฉิงลู่ก็ยกมือขึ้นเพื่อจัดทรงผม

ความพยายามครั้งแรกของสวี่ชิวเหวินในการจับมือจบลงด้วยความล้มเหลว

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว

เฉิงลู่พูดด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “ถ้าคุณไม่พูดอะไร ฉันจะกลับแล้ว”

สวี่ชิวเหวินเสี่ยงที่จะถูกค้นพบและแอบเข้าไปในอาคารหอพักหญิงเพื่อเรียกเฉิงลู่ออกมา แม้ว่าสุดท้ายจะถูกจับได้ก็ตาม แต่หากเขาปล่อยเธอกลับไปตอนนี้ ความเสี่ยงทั้งหมดที่เขาทำมาจะไม่สูญเปล่าหรอกหรือ?

เขารีบตะโกนทันที “อย่าเพิ่งไป!”

เฉิงลู่มองสวี่ชิวเหวินและพูดอย่างใจเย็น “ตอนนี้คุณกล้าพูดแล้ว เมื่อกี้คุณมัวแต่ทำอะไร?”

ในเวลานี้เอง โทรศัพท์มือถือของสวี่ชิวเหวินก็ดังขึ้น

สวี่ชิวเหวินหยิบโทรศัพท์ออกมาดู มันเป็นข้อความจากจินฮ่าวหนาน บอกถึงตำแหน่งของร้านอาหารและขอให้เขาไปที่นั่นโดยเร็ว

ทันใดนั้นสวี่ชิวเหวินก็พบข้อแก้ตัวและพูดกับเฉิงลู่ “ตงจุนเชิญทุกคนไปทานอาหารเย็นคืนนี้ มากับฉันสิ”

เฉิงลู่ถามเขา “ฉันจะไปที่นั่นด้วยตัวตนอะไร”

หลังจากหยุดชั่วคราว เธอก็พูดต่อ “ฉันไม่ได้มาจากแผนกของคุณ มันไม่เหมาะสม”

อันที่จริงเธอก็ได้รับข้อความจากตงจุนก่อนที่จะมาพบสวี่ชิวเหวิน

และต่อให้ไม่มีการเชิญ แต่เธอก็ช่วยแผนกการจัดการและวิศวกรรมในการจัดงานเลี้ยง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่ต้อนรับเธอ เธอจงใจพูดเช่นนี้เพื่อดูว่าสวี่ชิวเหวินจะตอบสนองอย่างไร

แต่สวี่ชิวเหวินไม่เข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของเธอ

“มีอะไรไม่เหมาะสม? ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ งานคงไม่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ ฉันรับประกันได้เลยว่าจะไม่มีใครคัดค้าน”

เฉิงลู่ไม่ได้ยินสิ่งที่เธอต้องการและรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย

เธอยืนขึ้นโดยไม่พูดอะไรสักคำ หันหลังแล้วเริ่มเดินไปทางประตูทิศใต้ของมหาวิทยาลัยเจียวทง

สวี่ชิวเหวินติดตามเธอไปอย่างเงียบๆ

เมื่อพวกเขามาถึงร้านอาหารที่ตงจุนพูดถึง หลังจากเข้ามาในห้องส่วนตัว ทุกคนยกเว้นสวี่ชิวเหวินและเฉิงลู่ก็มาถึงแล้ว

นักศึกษาชายทั้งหมดจากสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวแทนชั้นเรียนและเลขานุการของแผนกการจัดการและวิศวกรรม สมาชิกคณะกรรมการศิลปะ ประธานฝ่ายวรรณกรรมและศิลปะพร้อมทั้งผู้ช่วย รวมทั้งหมดมากกว่าสามสิบคน แบ่งออกเป็นสองโต๊ะ

หลังจากที่สวี่ชิวเหวินและเฉิงลู่มาถึง ตงจุนก็ดึงสวี่ชิวเหวินไปยังที่นั่งหลัก

สวี่ชิวเหวินเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีเฉิงลู่และหนิงหรงนั่งอยู่ทั้งสองด้าน

ทันทีที่เขานั่งลง ตงจุนก็ถามเฉิงลู่ “เฉิงลู่ ทำไมเธอถึงมาพร้อมชิวเหวินล่ะ? บ่ายนี้พวกเธอสองคนคงไม่ได้อยู่ด้วยกันใช่ไหม?”

ขณะที่พูด เขาก็มองสวี่ชิวเหวินด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

คนอื่นๆต่างก็หัวเราะเช่นกัน

สวี่ชิวเหวินเหลือบมองเฉิงลู่โดยสัญชาตญาณ อยากรู้ว่าเธอจะตอบอย่างไร

เฉิงลู่พูดโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “เราบังเอิญพบกันระหว่างทาง”

/////

จบบทที่ (ฟรี) บทที่ 190 กำหนดความสัมพันธ์ (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว