- หน้าแรก
- ทะลุมิติไร้พ่ายด้วยหนึ่งระบบลงชื่อเข้าใช้
- บทที่ 60 - เจ้าแต่งเข้าวังเซียนสิ
บทที่ 60 - เจ้าแต่งเข้าวังเซียนสิ
บทที่ 60 - เจ้าแต่งเข้าวังเซียนสิ
บทที่ 60 - เจ้าแต่งเข้าวังเซียนสิ
"พาพวกเขาสะขึ้นมาพบข้า"
เสียงอันทรงอำนาจดังก้องไปทั่วท้องฟ้า ผู้อาวุโสคุมกฎน้อมรับด้วยความเคารพอย่างยิ่ง "ข้าจะรีบพาพวกเขาขึ้นไปเดี๋ยวนี้"
สิ้นเสียง ผู้อาวุโสคุมกฎก็หันมามองกลุ่มของเฉินเสี่ยวเทียน แค่นเสียงเย็นว่า "ตามข้าไปพบรองเจ้าวัง เดี๋ยวอย่าพูดจาส่งเดชล่ะ ไม่อย่างนั้นรับผลที่ตามมาเอาเองนะ"
"ใครอยากจะไปพบกัน แกให้พวกเราไป พวกเราก็ต้องไปงั้นเหรอ?" เยาเมี่ยบ่นกระปอดกระแปด
"ขึ้นไปดูหน่อยเถอะ" เฉินเสี่ยวเทียนเอ่ยปาก "ยังไงพวกเราก็ต้องขอยืมค่ายกลส่งตัวของคนอื่นเขาไม่ใช่หรือไง?"
ผู้อาวุโสคุมกฎเผยสีหน้าสงสัย ไอ้หนูนี่มันมองออกได้ยังไงว่าวังเซียนของพวกเขามีค่ายกลส่งตัว
คนที่รู้เรื่องนี้ มีอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น
ต้าเฉียวกับเสี่ยวเฉียวมองด้วยสายตาระแวดระวัง จากนั้น พวกเขาก็เดินตามอีกฝ่ายขึ้นบันได ไปจนถึงภายในตำหนัก
ภายในตำหนัก หญิงสาวสวมผ้าปิดหน้าคนหนึ่งกำลังปรุงโอสถ เตาหลอมไฟลุกโชน กลิ่นหอมฟุ้งของตัวยาลอยโชยมาแตะจมูก
"หอมจังเลย นี่มันยาอะไรเนี่ย" เสี่ยวเฉียวเอ่ยถาม
"น่าจะเป็นโอสถระดับเจ็ด หอมอำพันมังกร"
หลังจากเฉินเสี่ยวเทียนพูดจบ รองเจ้าวังก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เอ่ยว่า "ไม่คิดเลยว่า จะมีคนที่สามารถเดาได้ว่าข้ากำลังปรุงยาอะไร เพียงแค่อาศัยกลิ่นเท่านั้น"
"เจ้าเป็นนักปรุงโอสถด้วยงั้นหรือ?"
เฉินเสี่ยวเทียนไม่ได้ปฏิเสธ ตัวเขาเองเป็นนักปรุงโอสถระดับแปด แน่นอนว่าระดับย่อมต้องสูงกว่ารองเจ้าวังผู้นี้อยู่แล้ว
อีกฝ่ายปรุงโอสถระดับเจ็ดนี้ ยังต้องคอยเฝ้าอย่างตั้งอกตั้งใจขนาดนี้ ฝีมือย่อมต้องด้อยกว่าเขาเล็กน้อยเป็นธรรมดา
"เรียนรองเจ้าวัง คนกลุ่มนี้พูดจาไม่เข้าหู มีเรื่องกระทบกระทั่งกับศิษย์หญิงในวัง..."
ผู้อาวุโสคุมกฎอธิบายสถานการณ์อย่างคร่าวๆ รองเจ้าวังก็เอ่ยเสียงเรียบ "ศิษย์วังเซียนของข้างดงาม เรื่องนี้ผู้คนต่างรู้ดี หลายปีมานี้ไม่รู้ว่ามีคนตั้งเท่าไหร่ที่จ้องจะจับปลาในบ่อของพวกเรา"
"พวกเขาขอโทษแล้วก็ให้มันจบๆ ไปเถอะ"
"ยิ่งไปกว่านั้น... มีเซียนกระบี่เฉินอยู่ที่นี่ วังเซียนของพวกเราก็คงทำอะไรเขาไม่ได้หรอก"
พอได้ยินประโยคนี้ ผู้อาวุโสคุมกฎกับผู้อาวุโสเซียว ก็ต่างเผยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจออกมาพร้อมกัน
ชื่อเสียงเรียงนามของเซียนกระบี่เฉินนั้น โด่งดังเป็นพลุแตกในดินแดนวิญญาณ แพร่สะพัดไปทั่ววงการผู้ฝึกยุทธ์แล้ว
กระบี่เพียงเล่มเดียวที่ฟันทำลายการโจมตีของคนนับพัน แถมยังสังหารยอดฝีมือระดับเทวะไปอีกนับไม่ถ้วน
ถึงกับทิ้งรอยแยกยาวหลายร้อยลี้เอาไว้ตรงจุดเกิดเหตุ
บีบบังคับให้หลายสิบสำนักต้องยอมสวามิภักดิ์
พลังการต่อสู้ระดับนี้ หากวางไว้ในดินแดนวิญญาณทั้งหมด ก็สามารถยืนหยัดอยู่ในแนวหน้าได้อย่างมั่นคง
"เจ้าก็คือเซียนกระบี่เฉิน?" สายตาของผู้อาวุโสคุมกฎพินิจพิจารณาเฉินเสี่ยวเทียนอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นางมองระดับพลังของคนผู้นี้ไม่ออก นึกว่าเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
คิดไม่ถึงเลยว่า อีกฝ่ายกลับเป็นถึงเซียนกระบี่เฉินผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง!
เฉินเสี่ยวเทียนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ฉายาเซียนกระบี่เฉินนั่น คนอื่นเขาเรียกกันไปเองมั่วๆ ฝีมือปราณกระบี่ของข้าจริงๆ แล้วก็งั้นๆ แหละ"
ได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสเซียวก็อดรนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากว่า "ผู้อาวุโสถ่อมตัวเกินไปแล้ว... กระบี่นั้นพวกเราศึกษากันมาแล้ว เปลี่ยนเป็นคนอื่นไม่มีใครทำได้หรอก"
"ผู้อาวุโสคือยอดฝีมือที่พวกเราสมควรติดตาม ศิษย์หญิงนับหมื่นในวังเซียนของข้า ล้วนเป็นแฟนคลับของท่าน..." ผู้อาวุโสเซียวมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมบูชาต่อผู้แข็งแกร่ง ถ้านางรู้ตั้งแต่แรกว่าคนผู้นี้คือเซียนกระบี่เฉิน ตอนอยู่ที่โรงเตี๊ยมนางคงยอมพลีกายให้ไปแล้ว
"เจ้านายของพวกเราไปที่ไหน ก็มีแต่สาวสวยมารุมล้อมชอบพอนะเนี่ย" สองพี่น้องต้าเฉียวสบตากัน แล้วหัวเราะคิกคักออกมา
ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน พวกนางย่อมมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าสายตาของผู้อาวุโสเซียวนั้นไม่ปกติ มันเป็นท่าทีที่แฟนคลับตัวยงเท่านั้นถึงจะมีได้
ตอนนั้นเอง รองเจ้าวังก็พูดขึ้นว่า "แขกผู้มีเกียรติมาเยือนวังเซียนของข้า วังเซียนย่อมไม่กล้าต้อนรับขับสู้ให้บกพร่อง"
"ผู้อาวุโสเซียว ไปเชิญศิษย์จากสาขาย่อยสำนักศิลปะมา มาร่ายรำให้แขกผู้มีเกียรติชมสักชุด"
"แล้วก็เตรียมสุราชั้นเลิศมาด้วย ข้าจะได้ดื่มฉลองกับเซียนกระบี่เฉินให้เมามายกันไปสามวันสามคืนเลย"
"น้อมรับคำสั่ง" ผู้อาวุโสเซียวหันหลังถอยออกไป ผู้อาวุโสคุมกฎจึงเอ่ยถาม "รองเจ้าวัง จะให้เชิญคนของสำนักเซิ่งเทียนมาด้วยหรือไม่?"
"ไม่จำเป็น ครั้งนี้วังเซียนของข้าจะรับรองแขกเป็นการส่วนตัว... อีกอย่าง ข้ายังมีเรื่องส่วนตัวบางอย่างที่จะคุยด้วย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสคุมกฎก็พยักหน้าเล็กน้อย หันหลังพาคนจากไป
"เซียนกระบี่เฉิน เชิญนั่ง ไม่ต้องเกรงใจ"
"เจ้าคิดซะว่าวังเซียนคือบ้านของตัวเองก็แล้วกัน"
"ข้าไม่คิดจะเกรงใจท่านอยู่แล้ว" เฉินเสี่ยวเทียนไม่ใช่คนที่ชอบสงวนท่าทีหรือขลาดกลัว เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายอย่างตามสบาย เอ่ยว่า "โอสถระดับเจ็ดของรองเจ้าวัง ยังต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะก่อตัวเป็นรูปร่างได้ มิสู้..."
"เจ้าเรียกข้าว่าจื่ออวิ๋นก็พอ" รองเจ้าวังบอก
เฉินเสี่ยวเทียนเปลี่ยนสรรพนาม "เจ้าวังจื่ออวิ๋น ข้าเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา ข้าไม่อ้อมค้อมล่ะนะ"
"ได้ยินมาว่าวังเซียนของเจ้า มีค่ายกลส่งตัวที่สามารถเดินทางไปแดนสวรรค์ได้โดยตรง ไม่ทราบว่าจะขอยืมใช้สักครั้งได้หรือไม่"
"ได้สิ" จื่ออวิ๋นพยักหน้า
พอตอบรับง่ายดายขนาดนี้ เฉินเสี่ยวเทียนก็ถึงกับอึ้งไปเลย ข้ออ้างที่เตรียมไว้ในใจจำต้องกลืนลงคอไปหมด
"ขอบคุณ" เฉินเสี่ยวเทียนเผยรอยยิ้ม
"ไม่ต้องรีบขอบคุณไป ข้ามีเงื่อนไข"
"รู้อยู่แล้วว่าคงไม่ใจดีขนาดนั้น..." เฉินเสี่ยวเทียนจ้องมองอีกฝ่าย เอ่ยว่า "ขอแค่เงื่อนไขของเจ้าวังจื่ออวิ๋นไม่เกินเลยจนเกินไป ข้าก็รับปากได้หมด"
จื่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้น ดวงตากลอกกลิ้ง พิจารณาเฉินเสี่ยวเทียนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ เอ่ยปาก "ขอเพียงเซียนกระบี่เฉินยอมแต่งเข้าวังเซียนของข้า ค่ายกลส่งตัว เจ้าจะใช้ตอนไหนก็ตามสบายเลย"
"อะไรนะ?" ต้าเฉียวและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงไปพร้อมกัน เยาเมี่ยถึงกับวางน่องไก่ในมือลง มองด้วยความตกตะลึง
เฉินเสี่ยวเทียนมุมปากกระตุก กล่าวว่า "เจ้าวังจื่ออวิ๋นมีอารมณ์ขันไม่เบาเลยนะ ข้ายังนึกว่านางฟ้าอย่างท่าน จะอยู่สูงส่งเกินเอื้อมซะอีก..."
"ข้าไม่ได้ล้อเล่น" จื่ออวิ๋นพูดเสียงเรียบ "วังเซียนของข้ามีแต่ศิษย์หญิง ไม่มีผู้ชายเลยสักคน... แต่ด้วยวัยเพียงเท่านี้ เซียนกระบี่เฉินกลับมีความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ หากแต่งเข้าวังเซียนของข้า ย่อมไม่มีใครคัดค้าน"
"อีกหนึ่งปีให้หลัง หากสามารถให้กำเนิดทายาทได้ล่ะก็ ข้าเชื่อว่าด้วยสายเลือดของเซียนกระบี่เฉิน ทายาทผู้นั้นจะต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้แน่"
"สู้เจ้าลองเก็บไปคิดดูหน่อยไหม?"
หน้าของเฉินเสี่ยวเทียนเริ่มคล้ำลงเล็กน้อย คำพูดนี้ฟังดูมีเหตุมีผล ฟังดูดีทีเดียว
แต่เขาไม่มีทางรับปากหรอก
"ลูกพี่ นี่มันเรื่องดีเลยนะ"
"ท่านแต่งเข้าวังเซียน วังเซียนทั้งวังก็ต้องฟังคำสั่งท่าน ท่านจะไปแก้แค้นก็มีคนช่วยแล้ว"
เยาเมี่ยตื่นเต้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก "ลูกพี่ รีบพยักหน้ารับปากนางเร็วเข้าสิ นี่มันเรื่องดีตกมาจากสวรรค์ชัดๆ โชคดีแบบนี้ต่อให้แย่งกันแทบตายก็ยังไม่ได้มาเลยนะ"
"ข้าจะทุบหัวแกให้" เฉินเสี่ยวเทียนเตะอีกฝ่ายไปหนึ่งที พูดอย่างมีน้ำโห "แกคิดว่าข้าจะเอาเรื่องสำคัญตลอดชีวิตของตัวเองมาล้อเล่นหรือไง?"
"นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ" น้ำเสียงของจื่ออวิ๋นราบเรียบ "ถ้าหากเซียนกระบี่เฉินยินยอมแต่งเข้าวัง ศิษย์หญิงกว่าห้าหมื่นคนในวังเซียนของข้า เจ้าเลือกได้ตามสบายเลย"
"รวมถึงข้าด้วย..." นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก
"ฮ่าฮ่า!" เยาเมี่ยกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น พลางบอกว่า "ลูกพี่ ท่านได้ยินหรือเปล่า ผู้หญิงคนนี้ก็ถูกใจท่านเหมือนกัน รีบรับปากนางเร็วเข้า รับนางมาเป็นพี่สะใภ้ซะเลย"
"ไสหัวไป" เฉินเสี่ยวเทียนตบเยาเมี่ยกระเด็นออกไปนอกประตู เอ่ยปากว่า "อย่ามาส่งเสียงโวยวายแถวนี้ ถ้าแกชอบนัก แกก็แต่งเข้าวังไปเองสิ"
"ข้าไม่มีปัญหา" ต้าเฉียวกับเสี่ยวเฉียวพูดขึ้นพร้อมกัน
คิดไม่ถึงว่า จู่ๆ จื่ออวิ๋นก็พูดขึ้นมาว่า "ถึงแม้เขาจะไม่ธรรมดา มีเส้นสายที่ทรงอิทธิพลในแดนอสูร... แต่ถ้าเทียบกับเซียนกระบี่เฉินแล้ว ก็ยังห่างชั้นกันอยู่มาก"
"เซียนกระบี่เฉิน ขอเพียงเจ้ารับปากแต่งเข้าวัง ทรัพยากรทั้งหมดของวังเซียน เจ้าสามารถเรียกใช้ได้ตามใจชอบ พวกข้าก็สามารถติดตามเจ้าไปยังแดนสวรรค์ได้เช่นกัน"
"ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร พวกข้าจะทุ่มเทช่วยเหลือเจ้าอย่างสุดกำลัง"
"แล้วถ้าข้าไม่ตกลงล่ะ?" เฉินเสี่ยวเทียนหรี่ตาลง
(จบแล้ว)