เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(พิเศษ) บทที่ 151 สวี่ชิวเหวิน: อย่าทะเลาะกันเลย หยุดเถอะ ฟังอาจารย์ก่อน

(พิเศษ) บทที่ 151 สวี่ชิวเหวิน: อย่าทะเลาะกันเลย หยุดเถอะ ฟังอาจารย์ก่อน

(พิเศษ) บทที่ 151 สวี่ชิวเหวิน: อย่าทะเลาะกันเลย หยุดเถอะ ฟังอาจารย์ก่อน


(TL: หากบทไหนมีการแข่งฟุตบอลจะเปิดเป็นตอนฟรีแบบนี้ หากไม่อินเหมือนผมก็อ่านข้ามๆได้ ไม่นานก็จบช่วงนี้แล้ว และหลังจากนี้ไปความสัมพันธ์ของพระเอกจะเริ่มเข้าสู่ความวุ่นวาย)

ปีกจากสาขาธุรกิจกำลังรอให้ศูนย์หน้าจ่ายบอลให้เขาเพื่อทะลวงแนวรับของคู่ต่อสู้และทำประตู

จินตนาการเป็นสิ่งสวยงาม อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือศูนย์หน้าของเขาอยากจะโชว์ แต่สุดท้ายก็เสียบอลให้คู่ต่อสู้

ตอนนี้เขาเหมือนตัวตลก ทำได้เพียงมองคู่ต่อสู้วิ่งไปที่แดนของตน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้

และศูนย์หน้าที่เสียบอลก็จ้องมองสวี่ชิวเหวินด้วยท่าทางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

บนอัฒจันทร์ เมื่อเห็นสวี่ชิวเหวินสกัดบอลได้อีกครั้ง ไป๋เยว่เอ๋อร์และซูหยานหยานก็แปลงร่างเป็นเชียร์ลีดเดอร์ทันทีและตะโกนด้วยความตื่นเต้น

ตงจุนเองก็กำหมัดแน่นและมุ่งความสนใจไปที่ลูกบอล

ด้วยความร่วมมือจากหยางไป่ซานและเพื่อนบ้าน หลังจากเคาะบอลสองสามครั้ง กระบวนทัพของคู่ต่อสู้ก็ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง

หยางไป่ซานฉวยโอกาสวิ่งไปยังกรอบเขตโทษ จากนั้นรับบอลจากฝ่ายซ้ายและยิงประตู

บอลโค้งเป็นรูปกล้วย ลอยข้ามไหล่ผู้รักษาประตูจากสาขาธุรกิจเข้าไปตุงตาข่าย

“ว้าว!”

เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นดังขึ้นอีกจากบนอัฒจันทร์

เมื่อเห็นการทำประตูของหยางไป่ซาน สวี่ชิวเหวินก็มีความสุขมากเช่นกัน

แต่ทันใดนั้น ศูนย์หน้าของคู่ต่อสู้ก็เอื้อมมือมาผลักเขาอย่างแรง

สวี่ชิวเหวินไม่ทันระวังตัวและสะดุดจนเกือบจะล้มลง

เขาหันหน้าไปมองด้วยความประหลาดใจ เพียงเพื่อพบว่าคนที่ผลักคือศูนย์หน้าสาขาธุรกิจ ชายหนุ่มที่เขาขโมยบอลมาสองครั้ง

ใบหน้าของคู่ต่อสู้เต็มไปด้วยความโกรธ

สวี่ชิวเหวินตระหนักได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกระทำด้วยความอับอาย

สวี่ชิวเหวินไม่ได้โกรธและเพียงยิ้ม อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆไม่สามารถยอมรับได้

ตงจุนและหลายๆคนบนอัฒจันทร์เริ่มตะโกนทันที!

ถังเว่ยเว่ยก็กัดริมฝีปากและมองดูเหตุการณ์อย่างกระวนกระวาย

เสิ่นหมินเหยายังคงเงียบ แต่ดวงตาของเธอจับจ้องมาที่สวี่ชิวเหวิน

ไป๋เยว่เอ๋อร์และซูหยานหยานไม่สงบเท่าพวกเขาสองคน

ซูหยานหยานยืนขึ้นและตะโกนทันที “แพ้แล้วพาลหรอ? มาผลักกันแบบนี้ได้ยังไง!”

ไป๋เยว่เอ๋อร์ก็ยืนขึ้นเช่นกัน เธอเอามือป้องปากเป็นรูปแตรแล้วตะโกนว่า “แพ้แล้วยอมรับไม่ได้ก็แค่พวกขยะ!”

เมื่อไป๋เยว่เอ๋อร์สบถด่า หญิงสาวทั้งสามและนักศึกษาชายคนอื่นๆก็มองมาทันที แต่ละคนต่างประหลาดใจ

การเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆข้างสนามแทบไม่มีผลกระทบใดๆ

แต่สนามเองก็ไม่สงบในเวลานี้

เมื่อเห็นศูนย์หน้าของสาขาธุรกิจผลักสวี่ชิวเหวิน เพื่อนร่วมห้องจาก 412 เช่นจินฮ่าวหนานและหลิวจื้อฮ่าวก็รีบรุดมาข้างหน้าทันทีเพื่อต้องการขอคำอธิบาย

หยางไป่ซานเพิ่งยิงประตูที่สองของเขาและกำลังจะเฉลิมฉลองกับเพื่อนร่วมทีม แต่กลับเห็นใครบางคนผลักสวี่ชิวเหวินก่อน

เขาไม่สามารถทนต่อพฤติกรรมดังกล่าวได้ จึงรีบวิ่งเข้ามาในฝูงชน ผลักอีกฝ่ายกลับและปะทะกันอย่างรวดเร็ว

หยางไป่ซานได้เปรียบ ศูนย์หน้าของฝ่ายตรงข้ามแทบจะไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ ทำได้เพียงหลบไปทางซ้ายและขวาเท่านั้น

ผู้เล่นของสาขาธุรกิจรีบรุดมาทันทีเมื่อเห็นว่าหนึ่งในนั้นถูกโจมตี

นี่คือการแข่งขันฟุตบอลประจำปีของมหาวิทยาลัยเจียวทง แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แต่ทุกเกมจะมีอาจารย์พละเป็นเมื่อผู้ตัดสิน

สิ่งต่างๆบานปลายเร็วเกินไป เมื่ออาจารย์พละรู้สึกตัว สถานการณ์ก็ควบคุมไม่ได้แล้ว

นี่ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่ต้องพูดถึงนักศึกษา แม้แต่อาจารย์พละที่ทำหน้าที่ผู้ตัดสินก็ต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เขารีบวิ่งเข้ามาและตะโกนอย่างไม่รีรอ “หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”

อาจารย์ทำได้เพียงดึงนักศึกษาออกไปทีละคนเท่านั้น

ในเวลานี้ สวี่ชิวเหวินรู้ดีว่าการต่อสู้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างแน่นอน เขาใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาสุดท้าย อาศัยความแข็งแกร่งของตัวเองแทรกตัวไปหาศูนย์หน้าของฝ่ายตรงข้าม จากนั้นโดยไม่ลังเล เขายกเท้าขึ้นเตะอีกฝ่ายและตะโกนเสียงดัง “หยุด หยุดสู้กันได้แล้ว! อาจารย์บอกให้หยุด!”

ศูนย์หน้ารายล้อมไปด้วยผู้คนและไม่รู้ว่าโดนใครเตะ ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่หนีด้วความสับสน

เมื่อเห็นว่าอาจารย์ดึงนักศึกษาที่อยู่รอบๆออกไปแล้ว สวี่ชิวเหวินก็หยุดทันเวลาและยังคงตะโกนว่า “อย่าทะเลาะกัน หยุดเถอะ ฟังอาจารย์ก่อน”

อาจารย์หลายคนไม่เห็นการกระทำของสวี่ชิวเหวิน แต่ได้ยินเสียงตะโกนของเขา และพอใจมากกับการให้ความร่วมมือนี้

หลังจากที่ทุกคนถูกแยกออกจากกัน อาจารย์คนหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พวกเธอบ้ากันไปหมดแล้วหรือไง? นี่คือการแข่งกีฬา ไม่ใช่สถานที่สำหรับต่อสู้”

ศูนย์หน้าสาขาธุรกิจอยู่ในสภาพน่าสังเวชและได้รับความช่วยเหลือจากสมาชิกในทีม

ดูจากสภาพของเขา ก็แน่ใจว่าคงเล่นต่อไปไม่ได้ แค่หวังว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น

และต่อให้มีบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ชุลมุนกัน จึงเป็นไปไม่ได้ว่าจะเจอคนที่เตะเขา

ผู้เล่นจากทั้งสองฝ่ายยังคงขุ่นเคือง พวกเขาจ้องมองกันและกันข้ามอาจารย์ผู้ตัดสิน

อาจารย์ผู้ตัดสินหลายคนรวมตัวกันเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการรับมือ

ในไม่ช้าก็มีการตัดสินใจ

อาจารย์ผู้ตัดสินคนหนึ่งกล่าวว่า “ฉันจะแจ้งให้ที่ปรึกษาของพวกเธอทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนี้หมายเลข 1 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและหมายเลข 7 สาขาธุรกิจได้รับใบแดงและถูกไล่ออกจากสนาม!”

หยางไป่ซานเริ่มกังวลทันทีที่เขาได้ยินสิ่งนี้และตะโกนกลับ “อาจารย์ มันไม่ยุติธรรมเลย! พวกเขารับความพ่ายแพ้ไม่ได้จึงเริ่มลงมือก่อน!”

อาจารย์จ้องมองเขาอย่างเคร่งขรึม “แล้วเธอต้องใช้กำลังกลับด้วยหรือไง? หากมีข้อขัดข้องใดๆให้ไปหาที่ปรึกษาของตัวเอง!”

หยางไป่ซานรู้สึกหงุดหงิดอย่างมาก แต่อาจารย์ได้ตัดสินใจแล้ว เขาไม่สามารถยกเลิกได้

อีกด้านหนึ่ง สาขาธุรกิจไม่ได้คัดค้านการตัดสินหรือไม่พอใจกับบทลงโทษใดๆ ในทางกลับกัน พวกเขาแสดงท่าทีเยาะเย้ย และบางคนถึงกับหัวเราะออกมา

หยางไป่ซานอดไม่ได้ที่จะเดือดดาล “หัวเราะอะไร? ต่อให้ไม่มีฉันพวกนายก็แพ้อยู่ดี!”

นักศึกษาบางคนจากทีมตรงข้ามไม่เต็มใจที่จะถอยและโต้กลับ “ยังไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่จะตกรอบ!”

“เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเธอยังอยากแข่งต่ออยู่ไหม?”

อาจารย์ขัดจังหวะการทะเลาะกันระหว่างผู้เล่นทั้งสองทีมท่วงที

หยางไป่ซานออกจากสนามด้วยความหดหู่

ทันทีที่มาถึงอัฒจันทร์ ตงจุนและคนอื่นๆก็เข้ามาล้อมเขาเพื่อถามถึงสถานการณ์

เมื่อได้ยินว่าเขาได้รับใบแดงทุกคนก็พากันไม่พอใจ

ภายในสนาม

เนื่องจากเป็นการถูกไล่ออกไม่ใช่เปลี่ยนตัว ทั้งสองฝ่ายจึงต้องเล่นต่อโดยมีฝั่งละ 10 คนเท่านั้น

เมื่อไม่มีหยางไป่ซาน ความแข็งแกร่งของสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศก็ลดลง

แม้ว่าเพื่อนจากบ้านเกิดของหยางไป่ซานจะประสานงานกันได้อย่างราบรื่น แต่พวกเขาก็ยังขาดความเร็วและทักษะ

อย่างไรก็ตาม สาขาธุรกิจไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก

ศูนย์หน้าซึ่งแต่เดิมเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดถูกส่งออกจากสนาม ทำให้ทีมที่เหลือขาดความสามารถในการบุกโจมตี

ผลสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายต่อบอลกันไปกันมาและไม่สามารถคุกคามประตูของคู่ต่อสู้ได้

อย่างไรก็ตาม ทีมของสวี่ชิวเหวินนำอยู่สองลูก พวกเขาไม่ต้องรีบร้อนและยินดีเสียเวลากับฝ่ายตรงข้าม

เมื่อเวลาผ่านไป สาขาธุรกิจก็เริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ปีกของพวกเขามองหาโอกาสหลายครั้งและพยายามเลี้ยงเดี่ยวเข้าไปทำประตูจากระยะไกล

แต่ความเร็ว ปฏิกิริยา ความอดทน และความสามารถโดยรวมของสวี่ชิวเหวินนั้นเหนือกว่าคู่ต่อสู้ ทุกครั้งที่เข้ามาใกล้ เขาจะบังคับให้อีกฝ่ายทำผิดพลาดและเสียบอล หรือไม่ก็แย่งมาโดยตรง

ในที่สุดเวลาก็หมดลง

ทีมของสวี่ชิวเหวินเอาชนะสาขาธุรกิจ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

เมื่อได้ยินเสียงนกหวีดสุดท้ายของผู้ตัดสิน สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศก็สวมกอดกันอย่างตื่นเต้น

หยางไป่ซานก็รีบวิ่งลงสนาม และล้อเลียนผู้เล่นสาขาธุรกิจด้วยท่าทางและเสียงหัวเราะ

ทีมสาขาธุรกิจเถียงกลับไม่ได้ พวกเขาออกจากสนามด้วยใบหน้าก้มต่ำและเต็มไปด้วยความหดหู่

/////

จบบทที่ (พิเศษ) บทที่ 151 สวี่ชิวเหวิน: อย่าทะเลาะกันเลย หยุดเถอะ ฟังอาจารย์ก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว