เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 - ราชาแห่งร้านเกม

บทที่ 4 - ราชาแห่งร้านเกม

บทที่ 4 - ราชาแห่งร้านเกม


บทที่ 4 - ราชาแห่งร้านเกม

แต่ผลสรุปคือตอนนี้ เยี่ยอวี่กลับแจกออกไปทีละเจ็ดแปดเหรียญอย่างง่ายดาย และเมื่อมองดูแถวที่ยาวเหยียด ยังมีอีกยี่สิบสามสิบคนที่เตรียมจะมารับเหรียญ หลี่เฉียงก็รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังหลั่งเลือดออกมาจริง ๆ

"เยี่ยอวี่ พวกเราเลิกแจกเถอะ เก็บไว้เล่นเอง หรือไม่ก็เอาไปขายเปลี่ยนเป็นเงินไม่ดีกว่าเหรอ"

หลี่เฉียงกระซิบกระซาบข้างหูเยี่ยอวี่แบบนั้น

เยี่ยอวี่มองดูหลี่เฉียงพลางคิดในใจว่า ถ้าไม่ใช่เพื่อช่วยเจ้านะ ข้าไม่แจกเหรียญเกมพวกนี้หรอก

ในขณะเดียวกัน ดูเหมือนหลี่เฉียงจะเข้าใจอะไรผิดไปอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเหรียญเกมของเยี่ยอวี่ไม่ได้มีแค่สองร้อยหกสิบเหรียญนี้หรอก แต่มันคือ . . .

เขาชี้นิ้วไปข้างหลัง ตู้สล็อตที่ยังคงทำงานอยู่ และคะแนนถูกรางวัลที่แสดงอยู่ที่มุมซ้ายบน ตู้นหนึ่งสี่พันกว่าคะแนน ตู้อีกตู้หกพันกว่าคะแนน และยังมีอีกตู้ที่สูงถึงเก้าพันกว่าคะแนน

เยี่ยอวี่ก็เห็นหลี่เฉียงลุกพรวดขึ้นมาจากม้านั่งทันที ดวงตาเบิกกว้างราวกระดิ่งทองเหลือง สุดท้ายก็ตะโกนคำว่าพับผ่าสิออกมาเสียงดังลั่น

"พับผ่าสิ! นี่ . . . นี่ . . . นี่ นี่เป็นของเจ้าหมดเลยเหรอ?"

หลี่เฉียงในตอนนี้ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกเหลือเชื่อมากมายฉายชัดอยู่บนใบหน้ากลม ๆ ของเขาทั้งใบ

"คุณพระช่วย พี่เยี่ย พี่เยี่ยของข้า วันนี้ดวงพี่มันเป็นอะไรกันแน่เนี่ย หรือว่าพวกเราจะไปซื้อล็อตเตอรี่กันสักใบดีไหม?"

บอกตามตรงว่า ถ้าตอนแรกหลี่เฉียงยอมไปกับเขา เยี่ยอวี่คงเลือกที่จะไปซื้อล็อตเตอรี่จริง ๆ แต่ตอนนี้มันสายไปแล้ว เพราะเวลาของ "การ์ดโชคลาภระดับเทพ" หมดลงแล้ว โชคระดับพลิกฟ้าของเยี่ยอวี่ไม่มีอยู่อีกต่อไป

นอกจากนั้น ถ้าเยี่ยอวี่อยากจะซื้อล็อตเตอรี่เพื่อถูกรางวัลใหญ่แล้วรวยทางลัด เขาคงออกจากที่นี่ไปนานแล้ว

แต่มันชัดเจนมากว่า เยี่ยอวี่จะไม่ทำแบบนั้น

เพราะถ้าจะพูดถึงชาติก่อนอย่างละเอียด หลี่เฉียงก็ทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะพยายามจะออกตัวปกป้องเขา แต่ในชาตินี้ เมื่อมองดูที่ประตูร้านเกม กลุ่มนักเลงที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ในขณะที่เยี่ยอวี่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เขาก็กำหมัดแน่นทันที

เพราะไอ้พวกนี้แหละ ที่เปลี่ยนชีวิตในภายหลังของเขาและหลี่เฉียงไปอย่างสิ้นเชิง

การลุกขึ้นช้า ๆ และสายตาที่จับจ้องอย่างดุดันของเยี่ยอวี่ แน่นอนว่ามันไปสะดุดตาหัวหน้านักเลงที่พึ่งจะเดินเข้ามาในร้านเกมเข้าพอดี

หัวหน้านักเลงคนนี้ชื่อจ้าวหลง อายุประมาณยี่สิบสามยี่สิบสี่ปี เป็นนักเลงที่มีชื่อเสียงในย่านนี้ ที่แขนมีรอยสักรูปมังกร คนทั่วไปมักจะเรียกเขาว่าพี่หลง

เหมือนกับชาติก่อนเป๊ะ จ้าวหลงคนนี้พอเข้ามาก็พ่นประโยคสุดคลาสสิกใส่เยี่ยอวี่ทันที

"ไอ้หนู มัดเปิดตาหมา ๆ ของเจ้าดูหน่อยสิ เจ้ามองใครของเจ้าฮะ!"

ในชาติก่อน เยี่ยอวี่แค่เผลอมองจ้าวหลงคนนี้ไปเพียงแวบเดียวง่าย ๆ ผลกลับถูกเจ้านี่เล็งเป้าเข้าให้

และตามบทของชาติก่อน หลังจากพ่นประโยคนี้ออกมา ไอ้หมอนี่จะพุ่งเข้ามาต่อยเยี่ยอวี่หนึ่งหมัด จากนั้นก็บังคับให้เยี่ยอวี่ควักเงินทั้งหมดในตัวออกมาเพื่อเป็นค่าขอโทษ

แต่ในชาตินี้ จ้าวหลงคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่พุ่งเข้ามาต่อยเยี่ยอวี่ แต่ในทางกลับกัน เขากลับถอยหลังกรูดไปก้าวใหญ่ทันที

นั่นเป็นเพราะอะไรน่ะเหรอ ลองมองไปรอบ ๆ ร้านเกมดูสิ

ในตอนนี้ทุกคนในร้านเกม ต่างพากันหันสายตามาจ้องมองที่ประตู จ้องเขม็งไปที่กลุ่มของจ้าวหลงเป็นตาเดียว

หลังจากนั้นเยี่ยอวี่ก็สะบัดมือทีหนึ่ง คนที่พึ่งจะนั่งเล่นเกมอยู่หน้าตู้เกมก่อนหน้านี้ทุกคน กลับลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมด!

จ้าวหลงเห็นภาพแบบนั้น สีหน้าก็แข็งค้างไปทันที ในขณะเดียวกันเขาก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ

ทว่าสิ่งที่ทำให้จ้าวหลงหวาดกลัวยิ่งกว่า คือฉากต่อมา

ผู้คนที่ลุกขึ้นยืนพรวดพราดเหล่านั้น เมื่อเห็นเยี่ยอวี่เดินตรงไปหาจ้าวหลง ทุกคนกลับเดินตามหลังเยี่ยอวี่มา เดินตรงไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน

มองจากที่ไกล ๆ มันเหมือนกับฉากในหนังมาเฟียกู๋หั่วจื่อเลยทีเดียว ทั้งน่ากลัวและข่มขวัญสุด ๆ

จ้าวหลงและลูกน้องที่อยู่ข้างหลังเขาเมื่อเห็นฉากนี้ ต่างพากันตัวสั่นเทา ขวัญหนีดีฝ่อไปหมด สุดท้ายยังต้องเชิดคอขึ้นและลอบกลืนน้ำลายแห่งความหวาดกลัวลงคอไปอึกใหญ่

มีลูกน้องคนหนึ่ง ถึงกับทนรับแรงกดดันแบบนี้ไม่ไหว ตกใจจนคลานหนีออกจากร้านเกมไปทันที

ส่วนคนที่เหลืออยู่ ไม่ใช่ว่าไม่อยากหนี แต่ตอนนี้ขาอ่อนจนหนีไม่ไหวแล้ว ต่างพากันอึ้งกิมกี่ไปหมด

"บัดซบ ไหนเจ้าบอกว่าไอ้เยี่ยอวี่นี่มันไม่มีหัวนอนปลายเท้าไง แล้วนี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันวะ!"

จ้าวหลงในตอนนี้กลัวจนขวัญเสีย ขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่

แม้ว่าวันนี้เขาจะพามคนมาด้วย แต่ก็มีแค่ห้าหกคน เมื่อกี้พึ่งจะวิ่งหนีไปอีกคนหนึ่งด้วย

แต่คนที่เดินตามเยี่ยอวี่มาหาเขาในตอนนี้ อย่างน้อยก็มีตั้งสามสิบสี่สิบคน!

ที่ปรึกษาข้างกาย หรือก็คือไอ้ผมเหลืองคนนั้นเมื่อเห็นฉากนี้ ก็ตกใจจนหน้าถอดสีไปเหมือนกัน

"ข้า . . . ข้า . . . ข้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน คุณชายฉินบอกข้าว่า พ่อแม่ของเยี่ยอวี่ก็แค่คนงานธรรมดาสองคน ในบ้านไม่มีเบื้องหลังอะไรเลย แล้วก็สั่งให้พวกเราสั่งสอนมันให้หนักสักมื้อก็พอ เสร็จแล้วก็จะได้เงินหนึ่งร้อยหยวนไปใช้"

"สั่งสอนมันให้หนักสักมื้อ?"

เมื่อมองดูเยี่ยอวี่ที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าตนเอง และคนอีกสามสิบสี่สิบคนที่อยู่ข้างหลังเยี่ยอวี่ จ้าวหลงก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมา คิดในใจว่าคนที่กำลังจะถูกสั่งสอนอย่างหนัก น่าจะเป็นพวกเรามากกว่านะ

ส่วนเยี่ยอวี่ในตอนนี้ ได้เดินมาหยุดตรงหน้าจ้าวหลงแล้ว จากนั้นเขาก็เชิดหน้าขึ้น จ้องเขม็ง และพ่นลมหายใจออกทางจมูกใส่จ้าวหลงประโยคหนึ่ง

"ข้ามองเจ้าแล้วจะทำไม!!"

พูดจบ เยี่ยอวี่ก็ยกมือขึ้น

จ้าวหลงเห็นภาพแบบนั้น ก็หลับตาปี๋ทันที

ในขณะที่เขาคิดว่า ฝ่ามือของเยี่ยอวี่จะฟาดลงบนใบหน้าของเขาอย่างแรง ทว่าเสียง เพียะ กลับดังมาจากข้าง ๆ แทน

ไอ้ผมเหลืองที่ยืนอยู่ข้างจ้าวหลงถูกเยี่ยอวี่ตบจนมึนงงไปหมด คิดในใจว่าประโยคเมื่อกี้ข้าไม่ได้เป็นคนพูดสักหน่อย

ผลปรากฏว่าในตอนที่ไอ้ผมเหลืองพยายามจะอธิบายให้ตัวเอง ทุกคนก็เห็นเยี่ยอวี่ตบลงไปที่ใบหน้าของไอ้ผมเหลืองเป็นครั้งที่สองอย่างแรง

เมื่อมองดูรอยนิ้วมือสีแดงบนหน้าของไอ้ผมเหลือง จ้าวหลงก็ใจหายวาบ ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกโชคดีอย่างบอกไม่ถูก คิดในใจว่าดีนะที่ไม่ใช่เขาที่ถูกตบ ในขณะเดียวกัน เจ้านี่ก็ตัวสั่นถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็ว

เพราะถ้าทำแบบนั้น คนที่ยืนอยู่หน้าสุดก็จะเป็นไอ้ผมเหลืองนั่นเอง

ในขณะเดียวกัน จ้าวหลงก็ส่งสายตาไปให้ไอ้ผมเหลือง เป็นเชิงบอกว่าความผิดนี้เจ้าต้องรับไปคนเดียว

เพราะเรื่องนี้ เดิมทีก็เป็นเพราะเจ้าสารเลวอย่างเจ้าเข้าใจผิด เพราะเยี่ยอวี่คนนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน แต่เป็นลูกพี่ใหญ่!

ไม่อย่างนั้นล่ะก็ จะสามารถกวักมือเรียกคนทั้งร้านเกมให้ออกมาพร้อมกันได้ยังไง

ดังนั้นไอ้ผมเหลืองคนนี้ ควรจะต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้

"จ้าวหลง! เจ้ามาทำอะไรที่นี่!"

อู๋หู่พึ่งจะไปเข้าห้องน้ำมา พอเดินกลับมาเห็นเยี่ยอวี่พี่น้องที่พึ่งรู้จักกันหมาด ๆ ของเขากำลังเผชิญหน้ากับจ้าวหลงศัตรูคู่อาฆาตอยู่พอดี

จ้าวหลงคนนี้ก็คือคนที่ถูกเขาอัดจนหมอบเมื่อคืนนี้แบบหนึ่งต่อสี่ ดังนั้นอู๋หู่จึงคิดว่า วันนี้จ้าวหลงตั้งใจจะมาแก้แค้นเขาแน่ ๆ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 4 - ราชาแห่งร้านเกม

คัดลอกลิงก์แล้ว