- หน้าแรก
- ลงชื่อเข้าใช้หนึ่งล้านปี ออกมาอีกทีพี่คือพระเจ้า
- บทที่ 230 คนตระกูลซูคนแรก การพบพานในดินแดนเซียน
บทที่ 230 คนตระกูลซูคนแรก การพบพานในดินแดนเซียน
บทที่ 230 คนตระกูลซูคนแรก การพบพานในดินแดนเซียน
บทที่ 230 คนตระกูลซูคนแรก การพบพานในดินแดนเซียน
ทุกคนพากันมองไป เห็นเพียงชายหนุ่มรูปงามผู้มีบุคลิกสง่าผ่าเผยยืนเอามือไพล่หลัง แม้ทั่วร่างจะไม่ได้แผ่กลิ่นอายใดๆ ออกมา ทว่ากลับทำให้ทุกคนในที่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจนแทบจะขาดใจ
ราวกับว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นเทพมารที่เดินทางมาจากยุคบรรพกาล
เขาเป็นใครกันแน่!
ในใจของทุกคนต่างมีคำถามนี้ผุดขึ้นมา
ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงอันอ่อนโยนก็ดังขึ้น
"เจ้าคือ...ซูเกิ่งใช่ไหม"
ซูเกิ่งที่นอนหลับตาอยู่บนพื้นชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงนี้...ช่างคุ้นหูเหลือเกิน
หัวใจของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รีบเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก็เห็นร่างอันคุ้นเคยอย่างยิ่งยืนอยู่ตรงนั้น
ในความสลัวราง เขาราวกับได้ย้อนกลับไปยังภูเขาวั่งอวิ๋น ย้อนกลับไปยังโลกสวรรค์เร้นลับอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ซูเกิ่งที่เป็นชายชาตรีร่างกำยำ กลับรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาดื้อๆ
ความรู้สึกนี้ราวกับเขาเป็นเพียงเด็กน้อยที่ออกไปโดนรังแกอยู่ข้างนอก แล้วในที่สุดผู้ปกครองก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อออกหน้าแทนเขา
เมื่อได้เห็นซูเฉิน ซูเกิ่งก็ถึงกับเสียงสั่นสะอื้น เขาเอ่ยถามด้วยความลังเล
"ท่าน...ท่านบรรพชน ใช่ท่านหรือเปล่าขอรับ"
เขากลัวเหลือเกินว่านี่จะเป็นเพียงแค่ความฝัน
ในโลกสวรรค์เร้นลับ จำนวนครั้งที่เขาได้พบกับซูเฉินนั้นมีน้อยมาก แต่ทุกครั้งที่ได้พบ ซูเฉินมักจะให้ความรู้สึกเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่ใจดี อีกทั้งยังมอบความรู้สึกปลอดภัยและเป็นเสาหลักอันแข็งแกร่งให้กับเขาเสมอมา
ทว่าเมื่อมาถึงดินแดนเซียน ความรู้สึกปลอดภัยและความมั่นใจเหล่านั้นกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น
บรรพชนงั้นหรือ!?
คนในลานกว้างต่างพากันตกตะลึง
นี่มันเรื่องอะไรกัน!
เบื้องลึกเบื้องหลังของซูเกิ่ง พวกเขาย่อมรู้ดีกว่าใคร ก็แค่คนที่เหินฟ้าขึ้นมาจากโลกเบื้องล่าง แถมยังไม่มีรากฐานอะไรเลยด้วยซ้ำ
ต่อให้ซูเกิ่งจะมีบรรพชนที่เป็นยอดฝีมือสุดแกร่งอยู่ในโลกเบื้องบนจริงๆ แต่ทำไมบรรพชนผู้นั้นถึงไม่เคยมาตามหาซูเกิ่งเลยล่ะ
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย ทว่าความหวาดกลัวกลับมีมากกว่า โดยเฉพาะจ้าวอวี่ ตอนนี้หัวใจของเขาสั่นระรัว แทบอยากจะคุกเข่าลงโขกศีรษะขอร้องให้รู้แล้วรู้รอด
แม้กลิ่นอายบนร่างของซูเฉินจะแผ่วเบามาก แต่เขาก็รู้ดีว่า อีกฝ่ายต้องมีพลังไม่ต่ำกว่าระดับเซียนปฐพีอย่างแน่นอน
เซียนสวรรค์เป็นอย่างต่ำ!
ผู้ฝึกตนระดับนี้ ในเมืองจุยเซียนทั้งเมืองไม่มีเลยสักคน
คนที่มีพลังสูงที่สุดในเมืองจุยเซียนก็เป็นเพียงระดับครึ่งก้าวสู่เซียนสวรรค์เท่านั้น
ซูเฉินยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า "ไม่ได้เจอกันเสียนาน เจ้าดูน่าเวทนาไม่เบาเลยนะ"
พูดจบ เขาก็สะบัดมือเบาๆ คนอื่นๆ ในลานกว้างพลันสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา รวมไปถึงผู้ฝึกตนระดับเซียนปฐพีขั้นสมบูรณ์ผู้นั้นด้วย
สำหรับซูเฉินในตอนนี้ การสังหารพวกเขก็ไม่ต่างอะไรกับการบี้มดปลวก
ซูเฉินชี้ปายนิ้วไปที่ซูเกิ่งอีกครั้ง อาการบาดเจ็บตามร่างกายของเขาก็เริ่มฟื้นฟูอย่างปาฏิหาริย์ เพียงแค่เวลาไม่กี่ลมหายใจ ก็กลับมาเป็นปกติอย่างสมบูรณ์
เมื่อเห็นอาการบาดเจ็บของตนหายเป็นปลิดทิ้ง ผนวกกับการตกตายของพวกจ้าวอวี่ ในที่สุดซูเกิ่งก็เชื่อสนิทใจว่า คนตรงหน้าก็คือบรรพชนแห่งตระกูลซูของพวกเขา...ซูเฉิน!
"ปัง!"
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ ซูเกิ่งก็คุกเข่าลงตรงหน้าซูเฉินแล้วโขกศีรษะอย่างแรง
"ซูเกิ่ง ขอคารวะท่านบรรพชน!"
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แม้ความแข็งแกร่งของซูเฉินในโลกสวรรค์เร้นลับจะร้ายกาจมาก แต่ไม่คิดเลยว่าเมื่อมาถึงดินแดนเซียนก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
จู่ๆ ซูเกิ่งก็นึกถึงบทสนทนาระหว่างเขากับประมุขตระกูลซูในตอนที่ยังอยู่โลกสวรรค์เร้นลับ
ตอนนั้นเขาสงสัยมากว่าเหตุใดท่านบรรพชนซูเฉินถึงไม่ยอมเหินฟ้าขึ้นสู่สวรรค์ ประมุขตระกูลในตอนนั้นบอกว่า บางทีระดับพลังของท่านบรรพชนอาจจะไร้เทียมทานในดินแดนเซียนแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเหินฟ้าขึ้นมา
ตอนนั้นซูเกิ่งยังรู้สึกไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว เรื่องนี้คงจะเป็นความจริง
ซูเกิ่งตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกปลอดภัยที่เคยมีกลับคืนมา ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น
จากนี้ไป ในที่สุดด้านหลังของเขาก็มีคนคอยหนุนหลังเสียที
หลายปีมานี้เขาใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหลือเกิน ทำอะไรก็ต้องระแวดระวังไปเสียหมด ตอนนี้เมื่อมีท่านบรรพชนอยู่ เขาก็ไม่ต้องทำตัวต่ำต้อยอีกต่อไปแล้ว
ทว่าซูเฉินกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ลุกขึ้นเถิด เล่าเรื่องที่เจ้าเผชิญในดินแดนเซียน...หืม?"
พูดยังไม่ทันจบ เขาก็หันขวับไปมองทิศทางหนึ่งอย่างกะทันหัน
"ใครหน้าไหนกล้าสังหารคนของตระกูลหลิวข้า รนหาที่ตาย!"
กลิ่นอายของหลิวฮวนประมุขตระกูลหลิวดังก้องไปทั่วเมืองจุยเซียน ร่างของเขาพุ่งตรงมายังตระกูลจ้าวอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่นี้เขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของน้องชายตนเองจู่ๆ ก็หายไป
นั่นหมายความว่าน้องชายของเขาตายแล้ว!
บัดซบ!
ตระกูลจ้าวถึงกับมีวิธีการสังหารยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีขั้นสมบูรณ์ได้เชียวหรือ
ไอ้พวกสวะ!
"หนวกหู!"
เสียงราบเรียบไร้อารมณ์ดังขึ้น หลิวฮวนยังไม่ทันได้ออกจากตระกูลหลิวอย่างเต็มตัว ก็ถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวบางอย่างกวาดล้างจนตายคาที่ ซ้ำร้ายตระกูลหลิวกว่าครึ่งยังถูกทำลายล้างไปด้วย
อะไรนะ!
ผู้คนนับไม่ถ้วนในเมืองจุยเซียนม่านตาหดเกร็งอย่างรุนแรง เดิมทีพวกเขายังคิดอยู่เลยว่าใครกันช่างกล้าหาเรื่องตระกูลหลิว นี่มันไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรอกหรือ
แต่เพียงชั่วพริบตา หลิวฮวนกลับถูกสังหารไปเสียแล้ว
นี่มันยอดฝีมือระดับไหนกัน!
ผู้คนในเมืองจุยเซียนต่างหายใจหอบถี่ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา พวกเขามองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเจ้าของเสียงเมื่อครู่ลงมืออย่างไร
เพียงแค่คิดก็สามารถสังหารหลิวฮวนผู้มีพลังระดับครึ่งก้าวสู่เซียนสวรรค์ได้แล้ว
ต้องมีพลังฝีมือที่น่ากลัวขนาดไหนกัน!
ภายในตระกูลจ้าว
ซูเฉินมีสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก เขาเกลียดการถูกขัดจังหวะมากที่สุด อาการนี้มันก็เหมือนกับคนหงุดหงิดตอนตื่นนอนนั่นแหละ
วินาทีต่อมา เขาก็สะบัดมือเบาๆ แล้วพาตัวซูเกิ่งหายวับไปจากตระกูลจ้าวทันที
ณ ภัตตาคารที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าอันคึกคักของเมืองจุยเซียน
บนชั้นสูงสุด
การตกแต่งภายในหรูหราโอ่อ่า ผู้ที่สามารถเข้ามาใช้จ่ายในสถานที่แห่งนี้ได้ แทบทั้งหมดล้วนเป็นคนจากขุมกำลังชั้นนำของเมืองจุยเซียน
บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารเลิศรส กลิ่นหอมฉุยเตะจมูก
"นั่งลงสิ!"
เมื่อซูเฉินเอ่ยปาก ซูเกิ่งก็ทำความเคารพหนึ่งครั้ง ก่อนจะค่อยๆ นั่งลงด้านข้างซูเฉินอย่างระมัดระวัง
"เล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่เจ้าเข้าสู่ประตูสวรรค์จนถึงตอนนี้ให้ข้าฟังหน่อย เอาแต่เนื้อหาสาระสำคัญก็พอ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเกิ่งก็รีบลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่ก็ถูกซูเฉินกดไหล่ให้นั่งลง "นั่งพูดไปเถอะ"
ซูเกิ่งพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาเรียบเรียงความคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมด
"หลังจากเข้าสู่ประตูสวรรค์มา ช่วงแรกทุกอย่างก็ดูเป็นปกติขอรับ แต่พอใกล้จะเข้าสู่ดินแดนเซียน ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น มันคล้ายกับค่ายกลส่งตัวของโลกสวรรค์เร้นลับทำงานผิดพลาดจนเกิดรอยแยกมิติ"
"โชคดีที่มีของวิเศษที่ท่านบรรพชนเคยมอบให้ ข้าถึงรอดชีวิตมาได้ หากถูกดูดกลืนเข้าไปในนั้นล่ะก็ คงไม่อาจล่วงรู้ชะตากรรมได้เลย"
"แต่ถึงกระนั้น ข้าก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสเจียนตาย แต่โชคดีที่ได้นายท่านผู้เฒ่าตระกูลจ้าว..."
ซูเกิ่งพูดพลางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเองตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่างละเอียด
ซูเฉินฟังแล้วก็พยักหน้า ดวงตาหรี่แคบลง
เจอเข้ากับสถานการณ์เดียวกันจริงๆ ด้วย
"หลายปีมานี้จำนวนผู้ที่เหินฟ้าขึ้นสู่ดินแดนเซียนน้อยลงบ้างหรือไม่"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ซูเกิ่งก็พยักหน้าตอบ "ไม่ใช่แค่น้อยลงขอรับ แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเลยก็ว่าได้ แต่ข้าเคยได้ยินมาว่าก่อนหน้าข้าก็มีผู้ฝึกตนเหินฟ้าขึ้นมาอยู่หลายคน ทว่าสถานการณ์ก็ไม่ต่างจากข้าเท่าไหร่นัก พวกเขาทั้งหมดล้วนบาดเจ็บสาหัสหลังจากการเหินฟ้า"
"ข้าเดาว่าพวกเขาน่าจะเป็นผู้อาวุโสของตระกูลซู แต่เนื่องจากข้ามีพลังจำกัด ประกอบกับดินแดนเซียนเต็มไปด้วยอันตราย ข้าจึงไม่กล้าผลีผลามออกตามหาพวกเขารอบทิศ"
ความโหดร้ายและกฎแห่งปลาใหญ่กินปลาเล็กในดินแดนเซียนนั้น รุนแรงยิ่งกว่าโลกสวรรค์เร้นลับเสียอีก ด้วยพลังระดับเซียนปฐพีของเขา หากไปเจอเข้ากับยอดฝีมือ ก็คงไม่ต่างอะไรกับมดปลวก
ดังนั้นซูเกิ่งจึงทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ในเมืองจุยเซียนเพื่อบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบๆ
ซูเฉินรับฟังแล้วก็เงียบไป ผ่านไปหลายวินาที เขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นว่า
"วางใจเถอะ ในเมื่อข้ามาถึงดินแดนเซียนแล้ว ต่อจากนี้ไป คนของตระกูลซูจะไม่มีวันถูกรังแกอีกเป็นอันขาด"
"ตระกูลซูของข้าจะค่อยๆ เติบโตจากจุดต่ำสุด และก้าวขึ้นเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนเซียน เฉกเช่นเดียวกับที่เคยทำสำเร็จในโลกสวรรค์เร้นลับ จะไม่มีผู้ใดมาหยุดยั้งพวกเราได้"
[จบแล้ว]