- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 62 - ครอบครัวเดียวกันก็ต้องไปให้พร้อมหน้า
บทที่ 62 - ครอบครัวเดียวกันก็ต้องไปให้พร้อมหน้า
บทที่ 62 - ครอบครัวเดียวกันก็ต้องไปให้พร้อมหน้า
บทที่ 62 - ครอบครัวเดียวกันก็ต้องไปให้พร้อมหน้า
ภายใต้แรงผลักดันจากความแค้น หลินอี้ฝืนกลืนยาโอสถเกินขีดจำกัดของร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่มีครั้งไหนเลยที่เส้นลมปราณของเขาจะไม่บวมเป่งจนแทบจะระเบิดออก
ความเจ็บปวดขั้นสุดยอดกัดกินเส้นประสาทของเขาอยู่ตลอดเวลา
แต่เขาก็อาศัยความมุ่งมั่นอันแรงกล้ากัดฟันอดทนผ่านมาได้ทุกครั้ง
ภายใต้บัฟรัศมีแห่งบุตรแห่งโชคชะตา ต่อให้เขาจะรนหาที่ตายแค่ไหน สุดท้ายก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยอยู่ดี
ด้วยการทุ่มเทอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ พลังบำเพ็ญเพียรของเขาจึงเข้าใกล้ขั้นวิญญาณก่อกำเนิดเข้าไปทุกที
ผ่านไปอีกหลายวัน ในที่สุดเขาก็อาศัยการอัดยาโอสถจนทะลวงเข้าสู่ระดับวิญญาณก่อกำเนิดได้สำเร็จ
หลังจากกินโอสถนิพพานเก้าวัฏจักรเข้าไป รากฐานที่สั่นคลอนก็กลับมามั่นคงแข็งแรง
นัยน์ตาเนตรคู่แฝดของหลินอี้สาดประกายแสงเย็นเยียบ
"ในที่สุดก็ถึงเวลาสะสางทุกอย่างเสียที!"
เขาเดินไปหาจางหยวนแล้วบอกเจตนารมณ์ของตนเอง
จางหยวนไม่ห้ามปรามแถมยังบอกว่า "ลุยให้เต็มที่เลย! ไม่ต้องกลัวว่าจะไปลากเอาปัญหาอะไรตามมา!"
เขายื่นแหวนมิติให้หลินอี้หลายวง ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยอาวุธยิงสนับสนุนแบบเต็มพิกัด
ต่อให้มียอดฝีมือขั้นหลอมความว่างเปล่าโผล่มาขวางก็สามารถบอมบ์ให้กลายเป็นจุลได้สบายๆ
พอชิงมู่จื่อกับปรมาจารย์ตะวันลับได้ยินว่าจะไปฆ่าล้างโคตร พวกเขาก็เสนอตัวขอตามไปด้วยทันที
ของถนัดของชอบแบบนี้พวกเขาย่อมไม่พลาดอยู่แล้ว
ท้ายที่สุดคนที่ออกเดินทางไปกับหลินอี้ก็คือทีมสิบสองสหายที่เคยไปถล่มตระกูลหยางมาก่อนหน้านี้นั่นเอง
...
เมืองชิงหลาน
ตระกูลหลิน
ผู้นำตระกูลหลินกำลังนั่งจิบเหล้าอย่างสบายอารมณ์ พลางวาดฝันถึงภาพที่ตระกูลหลินเจริญรุ่งเรืองสุดขีดหลังจากที่หลินฝานลูกชายคนโตมีพลังไร้เทียมทาน
แต่ความฝันอันแสนหวานก็อยู่ได้ไม่นาน
เสียงตะโกนก้องก็ดังสนั่นเหนือคฤหาสน์ตระกูลหลิน
"ไอ้หลิน เปิดประตู! ส่งเดลิเวอรีความตายมาแล้ว!"
เสียงนั้นดังราวกับสายฟ้าฟาด ทำเอาผู้คนทั้งเมืองชิงหลานใจสั่นสะท้านกันไปตามๆ กัน
พอเห็นสัญลักษณ์ของสำนักกระบี่จันทราชัดๆ ทุกคนก็มีแววตาตื่นตระหนก
"นั่นมันคนของสำนักกระบี่จันทรานี่นา! จู่ๆ พวกเขามาทำอะไรที่เมืองชิงหลานเนี่ย"
"ข้าได้ยินมาว่าก่อนที่พวกมันจะฆ่าล้างโคตรใคร พวกมันจะชอบตะโกนว่า ไอ้หยางเปิดประตูอะไรทำนองนี้ด้วยนะ! หรือว่าครั้งนี้ก็จะมามุกเดียวกัน"
"โดนสำนักกระบี่จันทราหมายหัวแบบนี้ ดูท่าตระกูลหลินคงจบเห่แล้วล่ะ!"
พอผู้นำตระกูลหลินได้ยินเสียงตะโกน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เขาส่งสัมผัสเทวะออกไปกวาดมอง ก็เห็นร่างที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตาในเวลาเดียวกัน
"มันมาจริงๆ ด้วย!"
ผู้นำตระกูลหลินและยอดฝีมือในตระกูลรีบพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า
หลินอี้มองดูพ่อบังเกิดเกล้าตรงหน้าพลางกำหมัดแน่นอย่างเงียบๆ
น้ำเสียงของเขาเย็นชาถึงขีดสุด
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ท่านพ่อผู้แสนดีของข้า!"
ผู้นำตระกูลหลินมองหลินอี้ด้วยแววตาตกตะลึง
"เป็นไปได้ยังไง! เจ้าไม่เพียงงอกเนตรคู่แฝดขึ้นมาใหม่ได้ แต่พลังบำเพ็ญเพียรยังก้าวหน้าไปถึงขั้นวิญญาณก่อกำเนิดแล้วด้วย!"
เขาเคยคิดเผื่อไว้เหมือนกันว่าหลินอี้อาจจะกลับมาล้างแค้น
แต่ในความคิดของเขา หลินอี้ต้องขอยืมพลังจากสำนักกระบี่จันทราแน่ๆ
ทว่าตอนนี้พอเห็นหลินอี้ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยพลังขั้นวิญญาณก่อกำเนิด เขากลับรู้สึกว่าเรื่องนี้มันโคตรจะเหลวไหลเลย
จากขั้นรวบรวมลมปราณทะยานสู่ขั้นวิญญาณก่อกำเนิดในเวลาแค่ไม่กี่เดือนเนี่ยนะ!
ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรระดับนี้มันน่าสะพรึงกลัวสะท้านโลกชัดๆ!
นี่ก็แปลว่าพรสวรรค์ของลูกชายคนเล็กคนนี้เหนือกว่าหลินฝานลูกชายคนโตไม่รู้ตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า!
ผู้นำตระกูลหลินเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาตงิดๆ
ถ้ารู้แบบนี้ ตอนนั้นทำดีกับลูกชายคนเล็กหน่อย เรื่องราวคงไม่ลงเอยแบบวันนี้หรอก!
หลินอี้มองผู้นำตระกูลหลินด้วยสายตาเย้ยหยันพลางแค่นหัวเราะ "ให้ข้าทายนะ พี่ชายที่ท่านฝากความหวังไว้นักหนา ตอนนี้อยู่ระดับไหนแล้วล่ะ คงไม่ใช่ว่ายังดักดานอยู่แค่ขั้นแก่นทองคำขั้นต้นหรอกนะ"
สีหน้าผู้นำตระกูลหลินยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่
พลังของหลินฝานอยู่ที่ขั้นแก่นทองคำระดับสามจริงๆ นั่นแหละ
พอเอามาเทียบกับหลินอี้แล้ว โดนเหยียบมิดจนกลายเป็นเศษสวะไปเลย
หลินอี้พูดต่อ "ถ้าไม่มีเนตรคู่แฝดของข้า ป่านนี้เขาคงไปไม่ถึงขั้นแก่นทองคำด้วยซ้ำ! ขยะแบบนั้นคู่ควรให้ท่านลำเอียงรักมันขนาดนี้เลยหรือ"
หน้าแก่ๆ ของผู้นำตระกูลหลินเดี๋ยวซีดเดี๋ยวเขียว เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
แต่แม่บังเกิดเกล้าของหลินฝานซึ่งตอนนี้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ของตระกูลหลิน ทนไม่ไหวตวาดลั่น "ไอ้ลูกชู้ที่เกิดจากนังบ่าวชั้นต่ำอย่างแก มีสิทธิ์อะไรมาเทียบกับลูกชายข้าฮะ"
แววตาของหลินอี้ฉายประกายอำมหิตขึ้นมาทันที
สาเหตุหลักที่เขาถูกทารุณกรรมมานานหลายปีก็เพราะนังแม่ของหลินฝานคนนี้นี่แหละ
เรื่องควักเนตรคู่แฝด นังหญิงชั่วคนนี้ก็เป็นคนเสนอ
หลินอี้หัวเราะเบาๆ "เจ้ายังคิดว่าข้าเป็นไอ้อ่อนแอที่ยอมให้เจ้าข่มเหงรังแกเหมือนเมื่อก่อนอีกงั้นรึ คุกเข่าลงไปซะ!"
เนตรคู่แฝดของเขาเบิกกว้าง
อักขระรูนในอากาศส่องประกาย โซ่ตรวนแห่งกฎเกณฑ์ดังกราวเสียดสีกัน
ในพริบตานั้นแม่ของหลินฝานก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่โถมทับลงมา
ราวกับว่าจิตวิญญาณของนางกำลังจะดิ่งลงสู่ห้วงเหวลึกไปตลอดกาล
"ตุบ!"
เข่าทั้งสองข้างของแม่หลินฝานทรุดฮวบ กระแทกพื้นอย่างแรง
แผ่นหินชนวนบนพื้นแตกเป็นรอยร้าว
เลือดคำโตพุ่งกระฉูดออกจากปากของนาง
"เจ้า!"
ผู้นำตระกูลหลินหน้าถอดสีด้วยความตกใจ
พลังรบของหลินอี้เหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ
แค่ปล่อยแรงกดดันออกมานิดเดียว ก็ทำเอายอดฝีมือขั้นแก่นทองคำขั้นสุดยอดบาดเจ็บสาหัสกระอักเลือดได้แล้ว!
หลินอี้ไม่สนใจเขา แต่กวาดสายตามองเรียงตัวไปยังใบหน้าของพวกที่เคยรังแกเขาทุกคน
ใครก็ตามที่โดนเขามอง ล้วนรู้สึกเหมือนร่วงหล่นลงไปในบ่อน้ำแข็ง ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากฝ่าเท้าพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง
หลินอี้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตอนที่พวกเจ้ารังแกข้า คงไม่เคยคิดล่ะสิว่าจะมีวันนี้"
คนตระกูลหลินแทบทุกคนต่างตัวสั่นเทา
คนทั้งตระกูลหลินไม่มากก็น้อยล้วนเคยด่าทอหรือรังแกหลินอี้กันมาทั้งนั้น
พอบทบาทสลับกันในวันนี้ พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่เกาะกุมไปทั้งร่าง
แม่ของหลินฝานที่ถูกกดติดพื้นยังคงปากดีตะโกนด่าทอ
"หลินอี้! เจ้ารู้หรือไม่ว่าลูกฝานของข้าได้ฝากตัวเป็นศิษย์สำนักมารสวรรค์แล้ว ขุมกำลังนั่นมียอดฝีมือระดับผสานกายขั้นแปดคอยหนุนหลังอยู่นะ แกกล้าหยามเกียรติข้าขนาดนี้ ไม่กลัวจะโดนตามล้างแค้นหรือไง"
หลินอี้แค่นเสียงเย็น "เจ้าพูดพล่ามมากเกินไปแล้ว!"
ดวงตาของเขาสาดประกายแสงเทวะทำลายล้างออกมา
ในพริบตานั้น แขนขาทั้งสี่ของแม่หลินฝานก็ถูกตัดขาดสะบั้น นางนอนร้องโหยหวนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น
คนตระกูลหลินคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็สะดุ้งโหยง ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ
หลินอี้พูดขึ้นมาว่า "ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ว่า ครอบครัวเดียวกันก็ต้องตายให้พร้อมหน้า!"
แสงเทวะทำลายล้างในดวงตาของเขาสาดประกายออกมาอย่างต่อเนื่อง
ชั่วพริบตาเดียวนอกจากผู้นำตระกูลหลินแล้ว คนอื่นๆ ล้วนโดนตัดแขนตัดขากันจนถ้วนหน้า
เลือดสีแดงฉานอาบย้อมพื้นดิน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วทั้งตระกูลหลิน!
ชิงมู่จื่อและคนอื่นๆ ถึงกับใจสั่น
ศิษย์คนที่สามของท่านเจ้าสำนักจางคนนี้ ปกติเห็นเป็นคนสุภาพเรียบร้อย นิสัยอ่อนโยนมาตลอด
ที่พวกเขาตามมาด้วยก็เพราะกลัวว่าไอ้หนุ่มปัญญาชนคนนี้จะโดนรังแกอีก
นึกไม่ถึงเลยว่าพอหลินอี้ลงมือขึ้นมาจริงๆ จะเหี้ยมเกรียมไม่ปรานีขนาดนี้!
ชิงมู่จื่อเสนอไอเดีย "ศิษย์สืบทอดหลิน แค่ตัดแขนตัดขามันยังเบาไปหน่อยนะ ข้ามีต้นพฤกษากระบี่อยู่ต้นนึง จับพวกมันไปแขวนคอให้เลือดไหลออกจนตายไปเลยดีกว่าไหม!"
พูดจบเขาก็หยิบต้นไม้ขนาดยักษ์สูงหลายร้อยเมตรออกมา
กิ่งก้านทุกกิ่งของต้นไม้ยักษ์นี้แหลมคมราวกับกระบี่
แถมพออัดพลังวิญญาณเข้าไป มันยังสามารถทิ่มแทงทะลวงผิวหนังและเนื้อเยื่อได้เรื่อยๆ อีกด้วย
นี่คือของที่เขาตั้งใจหลอมขึ้นมาเพื่อใช้เตรียมรับมือกับศัตรูคู่อาฆาตโดยเฉพาะเลยนะ!
พอปรมาจารย์ตะวันลับกับผู้อาวุโสซือถูเห็นแบบนั้น ก็ร้องอุทานยกนิ้วให้ในความเป็นตัวพ่อวงการทรมาน!
พวกคนตระกูลหลินที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น พอได้ยินแบบนั้นก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด
"พอได้แล้ว!"
ผู้นำตระกูลหลินตวาดลั่น
เขาจ้องมองหลินอี้ด้วยสายตาเย็นเยียบ "ยังไงซะเจ้าก็เกิดในตระกูลหลิน จะตัดรอนกันให้ตายไปข้างเลยรึไง"
[จบแล้ว]