- หน้าแรก
- ระบบวันสิ้นโลกติดบั๊ก ทำข้ากลายเป็นเทพทรูในโลกเซียน
- บทที่ 60 - ป๋าเปย์อันดับหนึ่งหน้าใหม่
บทที่ 60 - ป๋าเปย์อันดับหนึ่งหน้าใหม่
บทที่ 60 - ป๋าเปย์อันดับหนึ่งหน้าใหม่
บทที่ 60 - ป๋าเปย์อันดับหนึ่งหน้าใหม่
ยอดฝีมือขั้นผสานกายทั้งสองคนเริ่มสับสนในชีวิตตัวเองแล้ว
ในโลกนี้มันจะมีคนหน้าใหญ่ใจป้ำเบอร์นี้อยู่จริงๆ เรอะ!
เจอกันครั้งแรก ก็เปิดตี้แจกของวิเศษตั้งหมื่นชิ้นเลย!
นี่มันคือเสี่ยสายเปย์ระดับไหนกันวะเนี่ย!
พวกเขาลองดูดของวิเศษมาไว้ในมืออีกสองสามชิ้นเพื่อทดสอบดู ก็ยังไม่พบความผิดปกติอะไรอยู่ดี
บนของวิเศษพวกนั้น ไม่มีทั้งคลื่นพลังปราณ ไม่มีทั้งรอยประทับอักขระ เป็นแค่ของวิเศษธรรมดาๆ ดาษๆ เท่านั้น
เมื่อเห็นดังนั้น พวกเขาก็คลายความกังวลไปได้เปราะใหญ่
"ฟุ่บ!"
ทั้งสองคนตวัดมือรวบของวิเศษทั้งหมดให้ลอยเข้ามาหาตัวเอง
มุมปากของจางหยวนยกสูงขึ้นจนแทบจะฉีกถึงรูหู
ในจังหวะที่ของวิเศษทั้งหมดลอยเข้ามาใกล้ทั้งสองคนในระยะไม่ถึงสองสามเมตร จางหยวนก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ พร้อมกับหลุดคำสั้นๆ ออกมาจากปาก
"บึ้ม!"
ของวิเศษระดับหลอมความว่างเปล่าทั้งหมด เหมือนถูกกดปุ่มระเบิดเวลา ระเบิดกัมปนาทขึ้นพร้อมกันในพริบตา
พลังงานอันบ้าคลั่ง แปรสภาพเป็นคลื่นยักษ์ถาโถมเข้ากลืนกินยอดฝีมือขั้นผสานกายทั้งสองคน
"แย่แล้ว!"
ใบหน้าของทั้งสองคนซีดเผือดลงในทันที
การที่ของวิเศษระดับหลอมความว่างเปล่าจำนวนมหาศาลระเบิดอัดหน้าในระยะเผาขนแบบนี้ พลังทำลายล้างของมันเกินกว่าจะจินตนาการได้!
พวกเขารีบงัดเอาของวิเศษป้องกันตัวออกมาอย่างร้อนรน แต่แล้วก็ถูกพลังงานระเบิดกลืนหายไปในชั่วอึดใจ
"ตู้ม!"
พลังทำลายล้างกวาดม้วนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างรอบทิศทาง
สรรพสิ่งที่อยู่ในระยะสายตา ล้วนถูกบดขยี้จนแหลกสลายในพริบตา
ดอกเห็ดขนาดยักษ์อันน่าสะพรึงกลัว ค่อยๆ ลอยตัวสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าบริเวณด้านนอกสำนักกระบี่จันทรา
บรรดาคนของสำนักกระบี่จันทราต่างก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
หลายคนถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
จนกระทั่งม่านพลังสามารถสกัดกั้นคลื่นกระแทกจากการระเบิดเอาไว้ได้ทั้งหมด หัวใจที่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มของพวกเขาถึงได้กลับมาเต้นตามปกติ
"เชี่ยเอ๊ย! ขวัญเอ๊ยขวัญมา นึกว่าสำนักกระบี่จันทราจะปลิวหายวับไปกับตาซะแล้ว!"
"ของวิเศษเป็นหมื่นชิ้นระเบิดพร้อมกัน! นี่มันโคตรจะอำมหิตเลย!"
"สงสัยจะมีแค่ท่านเจ้าสำนักจางคนเดียวมั้ง ที่กล้าทำอะไรบ้าเลือดขนาดนี้!"
"โอ้แม่เจ้าโว้ย เขาคือเทพเจ้าจุติมาชัดๆ!"
ในวินาทีนี้ ภาพลักษณ์ของจางหยวนในใจของพวกเขามันช่างยิ่งใหญ่ตระการตาจนหาคำบรรยายไม่ได้เลย
เมื่อทุกคนใช้สัมผัสเทวะสอดส่องทะลุกลุ่มควันระเบิดออกไป ก็เห็นว่าพื้นที่นอกสำนักกระบี่จันทราในรัศมีหลายพันลี้ ถูกปอกลอกจนเตียนโล่ง
หลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์ ปรากฏขึ้นตรงจุดศูนย์กลางของการระเบิด
ส่วนยอดฝีมือขั้นผสานกายทั้งสองคนนั้น ของวิเศษป้องกันตัวถูกเป่าจนแหลกเป็นผุยผง
ร่างกายของพวกเขาก็ถูกคลื่นทำลายล้างบดขยี้จนกลายเป็นหมอกเลือดไปแล้ว!
ก็แหงล่ะ ของวิเศษพวกนี้มันถูกคราฟต์อัปเกรดจนกลายเป็นระดับหลอมความว่างเปล่าช่วงปลายหมดแล้วนี่นา!
ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายระดับผสานกายช่วงต้นของพวกมัน ย่อมไม่มีทางทนรับแรงกระแทกไหวหรอก
ดวงวิญญาณของทั้งคู่ที่หลุดลอยออกมา ยังคงมีแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาอย่างสุดขีด
พริบตาต่อมา พวกเขาก็ไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อ รีบพุ่งตัวกลายเป็นแสงหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
แต่จางหยวนมีหรือจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้
เขาโปรยยันต์มารโลหิตกลืนวิญญาณระดับหลอมความว่างเปล่าช่วงปลายออกไปเป็นกำๆ
เงาร่างมารโลหิตนับล้านตัว แผดเสียงคำรามพุ่งทะยานเข้าขย้ำดวงวิญญาณของทั้งสองคนทันที
"อ๊ากกกก!"
ดวงวิญญาณของพวกมันถูกห้อมล้อม และโดนฝูงมารโลหิตฉีกทึ้งอย่างบ้าคลั่ง
เพียงชั่วพริบตา ดวงวิญญาณทั้งสองดวงก็แตกสลายหายไปตลอดกาล
จางหยวนตวัดมือดูดเอาแหวนมิติของทั้งคู่กลับมา
เมื่อลองใช้สัมผัสเทวะสแกนดู เขาก็ตาลุกวาวด้วยความดีใจ
ในเมื่อสองคนนี้เป็นถึงยอดฝีมือระดับผสานกาย ย่อมต้องพกยันต์ ยาโอสถ และไอเทมระดับผสานกายติดตัวมาเพียบแน่นอน
และหนึ่งในนั้นก็มีไอเทมชิ้นหนึ่ง ที่เป็นกล่องกระบี่
กล่องกระบี่นี้มีชื่อว่า กล่องกระบี่ชิงหมิง
มันสามารถดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินมาหลอมรวมเป็นกระบี่วิญญาณชิงหมิงได้ โดยจุได้สูงสุดถึงเก้าเล่ม
เมื่อเรียกออกมาใช้งาน กระบี่แต่ละเล่มมีอานุภาพทำลายล้างมหาศาล สามารถผ่าภูเขาทลายทะเลได้สบายๆ!
ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนขั้นหลอมความว่างเปล่า ถ้าเจอเพียงแค่รังสีของกระบี่ชิงหมิงเข้าไป ก็อาจจะถูกซัดจนกระอักเลือดตายได้เลย
จางหยวนดีใจจนเนื้อเต้น
พอของชิ้นนี้มาอยู่ในมือเขา เขาก็สามารถเสกกระบี่ชิงหมิงออกมาได้แบบอัลลิมิตเลยสิ
ถ้าสาดกระบี่ชิงหมิงออกไปสักสิบล้านเล่ม ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นผสานกายระดับสูง ก็คงต้านทานไม่ไหวหรอก
จางหยวนโยนมันเข้าคลังระบบเพื่อให้มันกลายเป็นของก๊อปปี้แบบไม่จำกัดก่อน
จากนั้นก็โยนมันลงแท่นหลอมรวมเพื่ออัปเกรด
สุดท้ายเขาก็ได้กล่องกระบี่ชิงหมิงระดับผสานกายช่วงปลายกองเป็นภูเขาโผล่มาในคลังระบบ!
สิ่งนี้ทำให้พลังโจมตีของจางหยวน พุ่งพรวดขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว!
"บอกแล้วว่าให้คนอื่นยอมสละชีวิตประเคนของมาให้ ถึงจะอัปเลเวลได้ไวที่สุด! ขอบคุณป๋าเปย์อันดับหนึ่งทั้งสองคนที่อุตส่าห์โดเนทของขวัญมาให้นะคร้าบ!"
น่าเสียดายอยู่อย่างเดียว
ตรงที่แรงระเบิดก่อนหน้านี้มันรุนแรงเกินไปหน่อย ของวิเศษป้องกันตัวของสองคนนั้นก็เลยพังพินาศไปหมดแล้ว
มันก็เลยทำให้พลังป้องกันของจางหยวน แอบตามสเต็ปพลังโจมตีไม่ค่อยทัน
"ไม่เป็นไรหรอกว้า อย่างน้อยๆ ตอนนี้ข้าก็ไม่ต้องกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนในระดับผสานกายแล้ว!"
ส่วนทางด้านคนของสำนักกระบี่จันทรา ต่างก็ยังคงตกอยู่ในสภาวะช็อกตาตั้ง
เฟิ่งจิ่วหวง ลั่วชิงอี และคนอื่นๆ ที่ถูกดึงดูดด้วยเสียงระเบิด ก็ออกมายืนดูอยู่ไกลๆ
สีหน้าของเฟิ่งจิ่วหวงและวิญญาณศาสตราในห้วงทะเลวิญญาณของลั่วชิงอี ดูจะสับสนปนเปกันไปหมด
ความเร็วในการอัปพลังรบของจางหยวน มันอยู่ในระดับที่ทำให้พวกนางรู้สึกขนหัวลุกเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะเก่งแค่ระดับหลอมความว่างเปล่า มาตอนนี้ถึงกับสับยอดฝีมือระดับผสานกายสองคนกระจุยในพริบตาซะแล้ว!
พวกนางต่างก็เคยเจอกับอัจฉริยะปีศาจมานับไม่ถ้วน แต่พอเอามาเทียบกับจางหยวน พวกนั้นก็ดูกลายเป็นแค่เด็กน้อยหัดเดินไปเลย
ดวงตาของลั่วชิงอีเปล่งประกายระยิบระยับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเทิดทูน "สมแล้วที่เป็นท่านอาจารย์ โคตรเก่งเลยเจ้าค่ะ!"
ความรู้สึกแปลกๆ บางอย่าง เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนางอย่างเงียบๆ
"ถ้าเกิดได้มีคู่บำเพ็ญเพียรแบบท่านอาจารย์..."
พริบตาต่อมานางก็หน้าแดงซ่าน รีบด่าทอตัวเองในใจ
"นั่นท่านอาจารย์นะเว้ย ข้าจะไปคิดอกุศลแบบนั้นได้ยังไง!"
มีหรือที่วิญญาณศาสตราจะไม่ล่วงรู้ถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มเปลี่ยนไปของลั่วชิงอี
นางได้แต่ลอบถอนหายใจ
ลั่วชิงอีก็เป็นแค่เด็กสาวที่เพิ่งจะเริ่มมีความรัก พอได้มาเจอคนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เพียบพร้อมซะขนาดนี้ มันก็ยากที่จะห้ามใจไม่ให้หวั่นไหว
ดูท่าทางนางคงต้องหาเวลามาปรับทัศนคติให้ยัยหนูนี่สักหน่อยแล้วล่ะ!
จางหยวนร่อนตัวลงมาที่พื้น
พวกชิงมู่จื่อก็รีบวิ่งเข้ามาประจบประแจงปะเหลาะท่านเจ้าสำนักทันที
"ท่านเจ้าสำนักเกรียงไกรไร้เทียมทาน! แค่ตวัดมือก็ปลิดชีพสองสวะนั่นได้สบายๆ!"
"ไอ้หน้าโง่สองคนนั้น คงหลงดีใจนึกว่าท่านเจ้าสำนักจะแจกของวิเศษให้ฟรีๆ ล่ะสิ!"
ผู้อาวุโสซือถูลองหยั่งเชิงถามดู "ท่านเจ้าสำนัก ขอเสียมารยาทถามสักนิด สองคนนั้นอยู่ระดับพลังไหนหรือขอรับ"
จางหยวนตอบแบบส่งๆ "ก็แค่ขั้นผสานกายระดับสองระดับสามเท่านั้นแหละ!"
"ผ... ผสานกาย!"
พวกชิงมู่จื่อถึงกับเบิกตากว้างจนลูกตาแทบจะถลนออกมา
ในสายตาของพวกเขา แค่ยอดฝีมือระดับหลอมความว่างเปล่าก็ถือเป็นตัวตนระดับตำนานแล้ว
แต่จางหยวนกลับมาบอกหน้าตาเฉยว่า ไอ้สองคนที่โดนบี้ตายเมื่อกี้ มันเป็นถึงเฒ่าผสานกายที่เก่งกว่าระดับหลอมความว่างเปล่าไปอีกขั้นนึงเนี่ยนะ!
นี่มันจะไม่ให้พวกเขายืนอ้าปากค้างได้ยังไง
ปรมาจารย์ตะวันลับอุทานด้วยความทึ่ง "พลังรบของท่านเจ้าสำนัก พุ่งไปถึงระดับนี้แล้วเรอะเนี่ย"
ชิงมู่จื่อรีบสมทบ "แค่ระดับหลอมความว่างเปล่าขั้นต้น ก็สามารถเดินกร่างขวางถนนในราชวงศ์เซียนจื่อหยวนได้สบายๆ แล้ว แต่นี่ท่านเจ้าสำนักถึงกับเด็ดหัวเฒ่าผสานกายได้ ในรัศมีหลายราชวงศ์เซียนนี้ ยังจะมีใครหน้าไหนกล้าหือกับสำนักกระบี่จันทราของเราอีก"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เรื่องแบบนี้เขาคงไม่กล้าแม้แต่จะเก็บเอาไปฝันด้วยซ้ำ
คนอื่นๆ ต่างก็ตื่นเต้นดีใจกันใหญ่
ถ้าจางหยวนยังคงความก้าวหน้าอย่างน่าสะพรึงกลัวแบบนี้ต่อไป ในอนาคตอันใกล้ สำนักกระบี่จันทราจะต้องผงาดขึ้นเป็นขุมอำนาจอันดับหนึ่งในสามพันโลกธาตุแน่ๆ!
และพวกเขาก็จะได้เกาะใบบุญ กลายเป็นตัวตนที่ไม่มีใครกล้าตอแยในสามพันโลกธาตุไปด้วย
ชิงมู่จื่อกับปรมาจารย์ตะวันลับรู้สึกโชคดีเหลือเกิน ที่ตัดสินใจยอมสวามิภักดิ์เข้าเป็นพวกเดียวกับสำนักนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ
[จบแล้ว]