เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ภารกิจ: ปกป้องสถานที่หลบภัย

บทที่ 3 - ภารกิจ: ปกป้องสถานที่หลบภัย

บทที่ 3 - ภารกิจ: ปกป้องสถานที่หลบภัย


บทที่ 3 - ภารกิจ: ปกป้องสถานที่หลบภัย

ทันทีที่เย่ว์ซูอิ่งพูดจบ นางก็ตระหนักได้ว่าคำพูดของนางมันฟังดูสองแง่สองง่ามพิกล

นั่นทำให้นางถึงกับหน้าแดงก่ำ

นางตื่นเต้นเกินไปจนพูดจาติดๆ ขัดๆ ไปหมด

จางหยวนเก็บยันต์ลูกไฟและพูดขึ้น "นี่คือพลังที่ข้าเพิ่งปลุกขึ้นมาได้ไม่นาน มันสามารถเพิ่มจำนวนครั้งในการใช้ไอเทมสิ้นเปลืองได้อย่างน้อยก็เป็นร้อยครั้งเลยล่ะ!"

เขาไม่ได้บอกว่าพลังนี้สามารถใช้ได้ไม่จำกัด

เพราะไม่อย่างนั้นมันจะดูโอเวอร์จนเกินไป

แต่ถึงจะเป็นแค่นี้มันก็เพียงพอที่จะทำให้เย่ว์ซูอิ่งตกตะลึงได้แล้ว

พลังวิเศษแบบนี้นางไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย

แม้แต่ในตำราโบราณก็ไม่เคยมีบันทึกว่ามีพลังแบบนี้ปรากฏขึ้นบนโลก

"ท่านสามารถเพิ่มจำนวนครั้งในการใช้ไอเทมสิ้นเปลืองได้เป็นร้อยครั้งจริงๆ เหรอ? แล้วมันจะมีผลข้างเคียงอะไรไหม?"

พลังวิเศษที่ฝืนกฎสวรรค์มักจะมีข้อจำกัดในการใช้งานเสมอ

เช่น อาจจะทำลายร่างกายหรือลดทอนอายุขัยอะไรทำนองนั้น

เมื่อจางหยวนได้ยินว่าสิ่งแรกที่เย่ว์ซูอิ่งถามคือเขาจะมีผลข้างเคียงอะไรไหม เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในใจ

สมกับเป็นคนที่ระบบเลือกให้เป็นมิตร ช่างแตกต่างจากคนอื่นๆ จริงๆ

จางหยวนตอบว่า "วางใจเถอะ ไม่ได้มีผลข้างเคียงอะไรมากนักหรอก อย่างมากก็แค่สูญเสียพลังวิญญาณไปบ้างเท่านั้นเอง!"

จริงๆ แล้วก็ต้องใช้พลังวิญญาณและใช้ไปไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่เขามีพลังวิญญาณแบบไม่จำกัดนี่นา เขาสามารถยิงได้จนชั่วฟ้าดินสลายเลยล่ะ

เย่ว์ซูอิ่งเป็นคนฉลาดหลักแหลมและนางก็เชื่อมโยงพลังของจางหยวนเข้ากับสิ่งอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว

"พลังของท่านสามารถใช้กับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ยันต์ได้ด้วยหรือเปล่า?"

จางหยวนยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "นี่แหละคือจุดประสงค์ที่ข้ามาหาท่าน! พลังของข้าครอบคลุมการใช้งานกว้างมาก ต่อให้เป็นกระบี่จันทราเสี้ยวก็สามารถเพิ่มจำนวนปราณกระบี่ได้เป็นร้อยสายเลยล่ะ!"

ลมหายใจของเย่ว์ซูอิ่งถี่รัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ท่านพี่ ท่านไม่ได้กำลังหลอกข้าใช่ไหม? กระบี่จันทราเสี้ยวเป็นถึงของวิเศษระดับวิญญาณก่อกำเนิด ขนาดข้ายังใช้งานมันได้อย่างยากลำบากเลย ท่านอยู่แค่ขั้นรวบรวมลมปราณจะควบคุมมันได้จริงๆ เหรอ?"

จางหยวนตอบกลับ "ฮูหยินจะลองให้ข้าทดสอบดูหน่อยไหมล่ะ?"

เย่ว์ซูอิ่งลังเลขึ้นมาทันที

กระบี่จันทราเสี้ยวต้องดูดซับพลังบริสุทธิ์ของแสงจันทร์นานหลายสิบปีถึงจะรวบรวมเป็นปราณกระบี่ได้หนึ่งสาย

และในตัวกระบี่ตอนนี้ก็มีปราณกระบี่เก็บสะสมไว้เพียงแค่สามสายเท่านั้น

ใช้ไปหนึ่งสายก็ลดลงไปหนึ่งสาย

ถ้าใช้จนหมดเกลี้ยง

เมื่อถึงเวลาที่สำนักโลหิตสังหารบุกมานางก็คงไม่มีไม้ตายไว้ต่อกรเพื่อยอมตายตกไปตามกันแล้ว

ที่สำคัญที่สุดก็คือ

นางกับจางหยวนเป็นเพียงสามีภรรยาแค่ชั่วข้ามคืน ยังไม่ถึงขั้นที่จะเชื่อใจกันได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

ถ้าเกิดว่าจางหยวนคว้ากระบี่จันทราเสี้ยวไปได้แล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า "ในที่สุดก็หลงกลข้าซะที" ล่ะก็

นางก็คงหมดสิ้นหนทางและเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้แล้วจริงๆ

เย่ว์ซูอิ่งไม่ใช่คนขี้ระแวงแบบนี้หรอก

แต่การที่เหล่าผู้อาวุโสทำตัวเป็นบทเรียนให้เห็นตรงหน้าทำให้นางต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น

จางหยวนเห็นนางลังเลก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ

ยังไงซะกระบี่จันทราเสี้ยวก็เป็นไพ่ตายก้นหีบของเย่ว์ซูอิ่งนี่นา

ถ้านางยอมมอบให้เขาง่ายๆ โดยไม่คิดหน้าคิดหลังเลยต่างหากล่ะถึงจะดูไม่ปกติ

จางหยวนบ่นพึมพำในใจ

"ถ้าไม่ให้ข้าก็คงต้องเผ่นแล้วล่ะ!"

เขาอุตส่าห์อยากจะย่นระยะเวลาต่อสู้ดิ้นรนไปอีกหลายปีก็เลยตัดสินใจอยู่ช่วยเย่ว์ซูอิ่งแท้ๆ

แต่ถ้าเย่ว์ซูอิ่งไม่เห็นค่า เขาก็คงไม่ยอมอยู่รอความตายที่นี่หรอกนะ

เย่ว์ซูอิ่งลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะกัดฟันแน่นและเตรียมตัวจะเชื่อใจจางหยวนผู้เป็นสามีของนางดูสักครั้ง

ในขณะที่นางกำลังจะอ้าปากพูด

ก็มีเสียงของเหล่าผู้อาวุโสดังมาจากข้างนอก

"ท่านเจ้าสำนัก ศิษย์และผู้อาวุโสทุกคนมารวมตัวกันพร้อมแล้ว เริ่มแจกจ่ายทรัพยากรได้เลยขอรับ!"

เย่ว์ซูอิ่งมองไปที่จางหยวนแล้วพูดว่า "เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคุยกันเถอะ ไปจัดการคนพวกนี้ให้เสร็จก่อน!"

จางหยวนพยักหน้ารับและเดินตามเย่ว์ซูอิ่งออกไปจากหอประชุม

ศิษย์ ผู้ดูแล และผู้อาวุโสทั้งหมดของสำนักกระบี่จันทรามารวมตัวกันที่ลานฝึกยุทธ์

สายตาส่วนใหญ่ของพวกเขามองมาด้วยความกระหายในค่าแยกย้ายก้อนนี้

มีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่มีสีหน้าโศกเศร้าและสิ้นหวัง

เย่ว์ซูอิ่งถอนหายใจและพูดว่า "ใครไม่อยากอยู่ต่อให้ก้าวออกมาข้างหน้าสิบก้าว!"

ทันใดนั้นฝูงชนก็เริ่มเกิดความโกลาหล

สำนักกระบี่จันทรามีคนทั้งหมดหลายพันคน

เกือบแปดในสิบเลือกที่จะจากไป

ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือ เมื่อเห็นคนแห่กันออกไปมากมายขนาดนั้น

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งพวกเขาก็เลือกที่จะเดินจากไปเช่นกัน

ท้ายที่สุดก็เหลือคนอยู่ไม่ถึงหนึ่งส่วน หรือรวมๆ แล้วก็ราวสองร้อยกว่าคนที่เลือกจะอยู่ร่วมเป็นร่วมตายด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว

จางหยวนกวาดสายตามองคนเหล่านี้

แผนที่ในหัวของเขาเริ่มกะพริบ

คนที่เลือกจะจากไปทุกคนล้วนเปลี่ยนเป็นไอคอนสีแดง

ส่วนคนที่เลือกจะอยู่ต่อจากที่เคยเป็นไอคอนสีขาวก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินอ่อน

"มิตรต้องเป็นสีน้ำเงินจริงๆ ด้วย! ยิ่งสีเข้มมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความสำคัญมากเท่านั้น"

สีของเย่ว์ซูอิ่งเป็นสีน้ำเงินเข้ม

แค่มองก็รู้แล้วว่านางคือมิตรที่น่าเชื่อถือที่สุดในบรรดาทุกคน

ส่วนพวกที่เป็นสีแดงน่ะเหรอ

สายตาที่จางหยวนมองไปยังพวกนั้นมันช่างเย็นชาเหลือเกิน

ถ้าเขาเป็นเจ้าสำนักกระบี่จันทราล่ะก็ คนพวกนี้ไม่ได้เดินออกไปง่ายๆ หรอก!

ยังจะแจกทรัพยากรให้พวกมันอีกเหรอ? ชาติหน้าค่อยมารับก็แล้วกัน!

น่าเสียดายที่เย่ว์ซูอิ่งเป็นคนที่ยังห่วงใยความผูกพันในอดีต

ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นยังไง แต่คนพวกนี้ก็เคยหลั่งเลือดเพื่อสำนักกระบี่จันทรามาแล้วทั้งนั้น

นางย่อมไม่สามารถสั่งฆ่าพวกเขาทั้งหมดได้อย่างแน่นอน

เย่ว์ซูอิ่งสั่งให้คนไปเปิดคลังสมบัติของสำนักและขนทรัพยากรทั้งหมดออกมา

บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสต่างก็ได้รับทรัพยากรการฝึกฝนไปตามความดีความชอบที่เคยทำมา

ท้ายที่สุดทรัพยากรทั้งหมดของสำนักก็ถูกแบ่งปันไปจนเกลี้ยง

จางหยวนไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มากนัก

ก่อนหน้านี้ระบบวันสิ้นโลกเคยบอกไว้แล้วว่าเพียงแค่ทำภารกิจที่กำหนดให้สำเร็จก็จะสามารถปลดล็อกทรัพยากรแบบไม่จำกัดได้

ในเมื่อกระสุนไม่จำกัดยังกลายพันธุ์ได้ แล้วทรัพยากรไม่จำกัดก็คงไม่ใช่แค่น้ำแร่หรือขนมปังธรรมดาๆ อย่างแน่นอน

มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะกลายเป็นยาเม็ด หญ้าวิเศษ หินวิเศษ และแร่หายากแบบไม่จำกัด

เมื่อมีทรัพยากรแบบอันลิมิต จางหยวนก็ย่อมไม่สนใจของที่อยู่ตรงหน้าพวกนี้อยู่แล้ว

พวกผู้อาวุโสและศิษย์ที่เตรียมตัวจะหนีรับของไปแล้วก็เดินจากไปอย่างไม่ลังเล

เหลือเพียงคนกลุ่มน้อยที่เลือกจะอยู่ต่อไม่ถึงหนึ่งส่วนในที่เกิดเหตุ

ลานกว้างทั้งหมดดูว่างเปล่าและอ้างว้างไปถนัดตา

ชายชราขั้นสร้างรากฐานคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความโกรธแค้น "ไอ้พวกเดรัจฉาน ในเวลาที่สำนักกำลังตกอยู่ในอันตรายกลับเดินหนีไปได้อย่างหน้าตาเฉย!"

คนอื่นๆ ที่อยู่ต่อต่างก็มีสีหน้าโกรธแค้นและโศกเศร้าไม่แพ้กัน

"วันปกติทำตัวซื่อสัตย์จงรักภักดีกันนักหนา พอถึงเวลาเป็นเวลาตายกลับหดหัวหนีกันหมด!"

"ช่างเถอะ! คนพวกนี้ก็ไม่มีอะไรให้น่าเสียดายหรอก!"

เย่ว์ซูอิ่งกวาดสายตามองคนเหล่านี้และจดจำใบหน้าของพวกเขาไว้ในใจ

คนที่สามารถอยู่ต่อได้ล้วนเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีอย่างแท้จริง

หากครั้งนี้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้ คนเหล่านี้จะต้องกลายเป็นเสาหลักของสำนักอย่างแน่นอน!

เย่ว์ซูอิ่งแต่งตั้งผู้ดูแลขั้นสร้างรากฐานไม่กี่คนให้เลื่อนขั้นเป็นผู้อาวุโสเพื่อรับผิดชอบกิจการของสำนักในอนาคต

จากนั้นนางก็โบกมือและพูดว่า

"ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ! ไม่ต้องกังวลไป สำนักกระบี่จันทราไม่ได้ถูกทำลายง่ายๆ ขนาดนั้นหรอก!"

กลุ่มคนที่เลือกจะอยู่ต่อต่างพากันพูดว่า "ท่านเจ้าสำนักวางใจได้ พวกข้าขอสาบานว่าจะอยู่ร่วมเป็นร่วมตายกับสำนัก!"

"ต่อให้ต้องสู้จนเหลือคนสุดท้าย พวกข้าก็ไม่มีวันยอมจำนนเด็ดขาด!"

เย่ว์ซูอิ่งพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูโล่งใจบนใบหน้า

โชคดีที่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นพวกนกสองหัวเอนเอียงไปตามลม

จู่ๆ สีหน้าของจางหยวนก็เปลี่ยนไป

เพราะมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นข้างหูของเขา

[สถานที่หลบภัยชั่วคราวที่คุณอาศัยอยู่กำลังจะเผชิญหน้ากับการโจมตีของซอมบี้ฝูงใหญ่ โปรดใช้ทุกวิถีทางเพื่อต้านทานการโจมตีของซอมบี้และปกป้องสถานที่หลบภัยแห่งนี้ไว้ให้ได้!]

[หลังจากทำภารกิจสำเร็จ ระบบจะสุ่มปลดล็อกความสามารถหนึ่งอย่างให้!]

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - ภารกิจ: ปกป้องสถานที่หลบภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว