- หน้าแรก
- พ่อสั่งให้เลือกเมียคนเดียว แต่ผมขอเหมาหมด
- (ฟรี) บทที่ 330 - คุกเข่า
(ฟรี) บทที่ 330 - คุกเข่า
(ฟรี) บทที่ 330 - คุกเข่า
(ฟรี) บทที่ 330 - คุกเข่า
◉◉◉◉◉
เฟิงหลินขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ "ฉันยอมรับนะว่าฉันเดินเร็วไปหน่อย แต่เธอจู่ๆ ก็โผล่มาจากหัวมุม แถมยังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อีก เธอเองก็ผิดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
"แกคิดว่าตัวเองเป็นใครฮะ ถึงกล้ามาสั่งสอนฉัน" หลิวฟางชี้หน้าด่าเฟิงหลิน "แกคิดว่ารู้จักกับหวงข่ายแล้วจะเบ่งได้งั้นสิ"
"ใช่แล้วล่ะ จะทำไมเหรอ"
เฟิงหลินหน้าบูดบึ้ง เขายังจำได้ดีว่าตอนกินข้าวด้วยกันเมื่อวาน ผู้หญิงคนนี้ขี้แอ็คแค่ไหน
แถมยังชอบทำหน้าทำตาดูถูกเขาอยู่ตลอดเวลาด้วย
"หึหึ ดี ดีมาก วันนี้ถ้าแกไม่คุกเข่าขอโทษฉันล่ะก็ ฉันจะยอมเปลี่ยนไปใช้แซ่เดียวกับแกเลย"
หลิวฟางรีบควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาจางปั๋วทันที
ฐานะทางบ้านของหวงข่ายรวยกว่าจางปั๋วก็จริง แต่หวงข่ายกลับไม่ค่อยเป็นที่รักของคนในครอบครัวเท่าไหร่นัก
แม่ของเขาด่วนจากไปตั้งแต่เขายังเด็ก พ่อของเขาก็แต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่มีฐานะดีพอสมควร
แถมยังมีลูกชายด้วยกันอีกคน
ใครๆ ก็รู้ว่าทายาทสืบทอดกิจการตระกูลหวงในอนาคตก็คือน้องชายของหวงข่ายต่างหาก
ยิ่งไปกว่านั้น หยางซิงวั่ง ลูกชายของตระกูลเร้นกาย ก็สนิทสนมกับจางปั๋วมากกว่าด้วย
ตระกูลหยางนี่แหละคือผู้ทรงอิทธิพลตัวจริง
แม้แต่ตระกูลหวงก็ยังไม่กล้าไปตอแยด้วยเลย
"เธออย่าพูดแบบนี้สิ ฉันไม่อยากมีลูกหลานแบบเธอหรอกนะ"
เฟิงหลินตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"แกกำเริบเสิบสานนักนะ"
หลิวฟางโกรธจนลมออกหู เป็นแค่ลูกกระโล่แท้ๆ กล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับเธอ
พอปลายสายรับโทรศัพท์ หลิวฟางก็รีบบีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้ฟ้องทันที "จางปั๋ว นายรีบมาหาฉันหน่อยสิ ฉันโดนคนรังแก"
ส่วนจางปั๋วที่อยู่อีกด้านหนึ่ง กำลังเลี้ยงข้าวหวงข่ายอยู่ เขาถูกเฟิงหลินทำให้กลัวจนหัวหดของจริง
คนใหญ่คนโตระดับนั้น การจะกวาดล้างตระกูลของเขามันง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
ตอนนี้เขาได้แต่หวังพึ่งหวงข่ายให้ช่วยพูดขอร้องเฟิงหลินแทนเขา เพื่อกอบกู้วิกฤตชีวิตของตัวเอง
ตอนแรกเขากำลังนั่งอกสั่นขวัญแขวนด้วยความกลัว แต่พอได้ยินว่ามีคนมารังแกแฟนสาวของตัวเอง ไฟโทสะก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
ไม่กล้ามีเรื่องกับเฟิงหลิน แล้วแกคิดว่าฉันจะไม่กล้ามีเรื่องกับแกงั้นสิ
"คุณชายหวง มีคนมารังแกแฟนผม ผมขอตัวไปดูหน่อยนะครับ"
จางปั๋วลุกขึ้นยืนแล้วบอกกล่าว
"ยังไงก็กินอิ่มพอดี งั้นฉันไปเป็นเพื่อนนายแล้วกัน"
หวงข่ายเอ่ยปากอาสา
……
"หึหึ แกรอรับกรรมได้เลย แน่จริงก็อย่าหนีไปไหนล่ะ"
หลิวฟางชี้หน้าขู่เฟิงหลิน "ก็แค่ลูกกระโล่คนหนึ่ง คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าหรือไง"
"อย่าอารมณ์เสียไปเลย ไม่เห็นต้องไปถือสาคนพรรค์นี้เลย พวกเราไปกันเถอะ"
เพื่อนสาวดัดผมหยิกของหลิวฟางเห็นว่าเฟิงหลินหน้าตาหล่อเหลาเอาการ ก็ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่อีก
"ไม่ได้ วันนี้ฉันต้องสั่งสอนมันให้รู้สำนึกให้ได้"
เดิมทีฐานะทางบ้านของหลิวฟางก็จัดว่าร่ำรวยอยู่แล้ว ยิ่งพอได้เป็นแฟนกับจางปั๋ว ใครต่อใครก็ต้องเกรงอกเกรงใจเธอทั้งนั้น
กะอีแค่ลูกกระโล่คนหนึ่ง ริอ่านจะมาลองดีกับเธองั้นเหรอ
เฟิงหลินเดินเอื่อยๆ กลับเข้าไปหาพนักงานในร้านขายยา แล้วยิ้มให้ "สมุนไพรที่ผมซื้อไปเมื่อกี้ รบกวนจัดให้ผมอีกชุดหนึ่งนะครับ"
"อ้อ ได้ค่ะ"
พนักงานร้านขายยาพยักหน้ารับ
เธอรีบจัดเตรียมยาสมุนไพรตามที่เฟิงหลินสั่งไว้เมื่อครู่ นำมาห่อให้เรียบร้อยแล้ววางไว้บนโต๊ะ
เฟิงหลินยังไม่รีบจ่ายเงิน เขายิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "วางไว้ตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมีคนมาจ่ายให้"
หลิวฟางปรายตามองเฟิงหลินอย่างเหยียดหยาม "ใครจะมาจ่ายให้แกฮะ อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนน่ะ"
"ถูกต้อง"
เฟิงหลินพยักหน้ารับ
"ไอ้สวะเอ๊ย ฉันอยากจะรอดูนักว่าแกจะปากเก่งไปได้อีกนานแค่ไหน"
หลิวฟางแทบจะอดใจรอเห็นภาพเฟิงหลินคุกเข่าร้องขอชีวิตไม่ไหวแล้ว
ในตอนนั้นเอง หลิวฟางก็ได้ยินเสียงเบรกของรถยนต์
เธอรีบชะเง้อมองออกไป ก็เห็นว่าเป็นรถเบนซ์ของจางปั๋วจริงๆ แต่คนที่มาด้วยกลับมีหวงข่ายติดสอยห้อยตามมาอีกคน
หลิวฟางหันขวับกลับมาตวัดสายตาเย็นชาใส่เฟิงหลิน
ที่แท้มันก็รู้ตัวอยู่แล้วสินะ ว่าหวงข่ายอยู่กับจางปั๋ว
มิน่าล่ะถึงได้ดูชิลขนาดนี้ เพราะรู้ว่าตอนที่จางปั๋วจะสั่งสอนมัน หวงข่ายต้องออกหน้าช่วยพูดขอร้องให้แน่ๆ
"เสี่ยวฟาง ใครบังอาจมารังแกเธอ"
จางปั๋วตะโกนถามมาแต่ไกลพร้อมกับวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
หลิวฟางรีบพุ่งเข้าไปดักหน้าจางปั๋วไว้ ไม่ยอมให้เขาเผชิญหน้ากับเฟิงหลินทันที เธอต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟังก่อย
"คนที่รังแกฉันคือลูกกระโล่ของหวงข่ายนี่แหละ"
หลิวฟางชี้หน้าไปทางหวงข่ายที่เดินตามมาติดๆ
หวงข่ายทำหน้างุนงง เขาเป็นคนใจกว้าง คบเพื่อนไม่เคยแบ่งแยกคนรวยคนจน
แล้วก็ไม่เคยรับใครมาเป็นลูกกระโล่ด้วย
ส่วนจางปั๋วชำเลืองมองหวงข่ายแวบหนึ่ง ในใจรู้สึกหวั่นวิตกขึ้นมา ดูท่าเรื่องนี้คงต้องปล่อยผ่านไปซะแล้ว
ตอนนี้เขายังต้องพึ่งพาหวงข่ายให้ช่วยพูดเข้าข้างตัวเองอยู่นี่นา
คนใหญ่คนโตที่น่าเกรงขามขนาดนั้น แค่บอดี้การ์ดสาวสวยคนเดียว ก็สามารถเด็ดหัวประมุขตระกูลเร้นกายในตำนานได้อย่างง่ายดาย
แล้วตัวเขาจะไปสู้หน้าอะไรกับคนระดับนั้นได้ล่ะ
"ฉันไม่เคยรับใครเป็นลูกกระโล่เลยนะ คนที่เธอพูดถึงคือใครกันแน่ ถ้าเป็นความผิดของเขาจริงๆ ฉันจะให้เขาขอโทษเธอเอง"
หวงข่ายดันแว่นตาขึ้นพลางอธิบาย
"มันต้องคุกเข่าขอโทษฉันเท่านั้น" หลิวฟางประกาศกร้าวเสียงเย็น
"ไม่ได้นะ"
จางปั๋วรีบร้องห้าม เขาคว้าแขนหลิวฟางมากระซิบ "ให้คุกเข่ามันเกินไปหน่อยนะ คุณชายหวงก็เป็นเพื่อนฉัน อย่าทำให้ฉันต้องเสียหน้าเลยน่า"
"นาย"
ในที่สุดหลิวฟางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเฟิงหลินถึงได้กล้าดีเดือดขนาดนี้ เธอสะบัดแขนจางปั๋วออกอย่างแรง ก่อนจะแผดเสียงด่า "ไอ้หน้าตัวเมีย เลิกกันเถอะ"
"อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อยเลยน่า"
"ไสหัวไป เลิกกัน ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ นายน่ะมีคุณชายหยางหนุนหลังอยู่แท้ๆ ทำไมถึงต้องไปกลัวหวงข่ายด้วยฮะ"
หลิวฟางตวาดลั่น
หวงข่ายขมวดคิ้วแน่น คำพูดของหลิวฟางทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
จางปั๋วก็ได้แต่เหนื่อยใจ ใช่ คุณชายหยางหนุนหลังเขาอยู่ก็จริง แต่ฝั่งหวงข่ายดันมีคนหนุนหลังที่เจ๋งกว่าคุณชายหยางอีกตั้งหลายขุมนี่หว่า
ในขณะเดียวกัน เฟิงหลินที่รออยู่ในร้านขายยาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอก จึงเดินออกมาดู
ก็มาประจันหน้ากับกลุ่มคนที่กำลังยืนเถียงกันอยู่พอดี
"เฟิงหลิน"
พอหวงข่ายเห็นเฟิงหลินยืนอยู่ไกลๆ ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ
พอจางปั๋วเห็นเฟิงหลิน เขาก็ค่อยๆ กระดึ๊บๆ เดินเข้าไปหา หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนหลุดออกมานอกอก
เขาอยากจะชะเง้อคอดูว่าในร้านขายยายังมีคนอื่นอยู่อีกไหม
ถ้าไม่มี ก็แปลว่า "ลูกกระโล่" ที่หลิวฟางพูดถึงก็คือเฟิงหลินคนนี้นี่เอง
ขืนเป็นอย่างนั้นจริงๆ ล่ะก็ ขำไม่ออกแน่
ยังไม่ทันที่เขาจะได้เห็นอะไร หลิวฟางก็เป็นคนเฉลยให้เขาฟังซะก่อน "ไอ้หมอนี่แหละ คิดว่ารู้จักกับหวงข่ายแล้วจะกล้ามาด่าฉันงั้นเหรอ"
ซวยแล้วไง
พอได้ยินประโยคนี้ หัวใจของจางปั๋วก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
ตัวเขาเพิ่งจะไปหาเรื่องเฟิงหลินมาหมาดๆ นี่แฟนสาวก็ดันไปหาเรื่องเฟิงหลินซ้ำเข้าให้อีก
ถ้าคนเขาจะไม่เก็บความแค้นนี้ไว้ก็บ้าแล้ว
สมองของจางปั๋วประมวลผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดฝ่ามือตบหน้าหลิวฟางฉาดใหญ่ "ไสหัวไปเลยนะเว้ย เธอรู้ไหมว่าเขาน่ะเป็นใครฮะ"
พูดจบ จางปั๋วก็ตกใจกลัวจนต้องรีบวิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าเฟิงหลิน แล้วคุกเข่าลงกับพื้นกลางถนนทันที
ก่อนหน้านี้เฟิงหลินบอกว่าจะไปวิหารไคซาน แต่ตอนนี้เขากลับมายืนอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ใครที่มีสมองคิดสักหน่อยก็คงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"คุณชายเฟิง ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ ผมกับนังผู้หญิงคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่นิดเดียว"
จางปั๋วโขกศีรษะให้เฟิงหลินรัวๆ ไม่หยุด
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลิวฟางก็ถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แม้แต่เพื่อนสาวดัดผมหยิกของเธอก็ยังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
เธอรู้จักจางปั๋วดี หมอนี่น่ะเป็นลูกเศรษฐีตัวจริงเสียงจริง แถมยังมีหน้ามีตาในแวดวงลูกคนรวยด้วยกันอีกต่างหาก
แต่ตอนนี้กลับมานั่งคุกเข่าโขกหัวให้คนอื่นกลางถนนเนี่ยนะ
"จางปั๋ว นายบ้าไปแล้วเหรอ นายมีคุณชายหยางคอยหนุนหลังอยู่นะ ในมณฑลหวยตงนี้ใครกล้ารังแกนายบ้าง แล้วนายจะไปคุกเข่าให้มันทำไม"
หลิวฟางเดินเข้าไปฉุดแขนจางปั๋ว
"ไสหัวไปให้พ้นเลยนะ"
จางปั๋วลุกขึ้นยืน แล้วถีบหลิวฟางกระเด็นออกไป "เธอจะไปรู้อะไรฮะ คุณชายหยางที่เธอพ่นชื่อออกมาน่ะ พ่อของมันยังนอนหยอดน้ำข้าวอยู่เลยเว้ย"
"อะ อะไรนะ"
หลิวฟางตกใจกลัวจนต้องถอยกรูด เธอรู้สึกได้ว่าขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ยจนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น
พ่อของคุณชายหยางงั้นเหรอ
นั่นมันผู้นำตระกูลเร้นกายเลยไม่ใช่หรือไง
คนระดับบิ๊กเบิ้มขนาดนั้น หรือว่าจะเป็น...
[จบแล้ว]