- หน้าแรก
- ฝึกกระบี่สามพันปี ออกจากเขาคราวนี้ข้าคือเทพไร้เทียมทาน
- บทที่ 210 - สองทางเลือก
บทที่ 210 - สองทางเลือก
บทที่ 210 - สองทางเลือก
บทที่ 210 - สองทางเลือก
ภายในกระท่อมฟาง ข้างโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวเล็ก
หลินหมิงจ้องมองประโยคแรกในหนังสือ พลางจมอยู่ในห้วงความคิด
ผู้ชายคนนั้น ระบุความสัมพันธ์ระหว่างเขากับตนเองอย่างชัดเจนตรงไปตรงมา
ทว่า ฟังดูแล้วมันช่างพิลึกพิลั่นเกินไปหน่อย
"ข้าถูกท่านเก็บมาเลี้ยงงั้นหรือ" หลินหมิงพึมพำเสียงแผ่ว
ตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบเขาได้
เขาเปิดหน้าถัดไป
ประโยคที่สอง ก็ทำให้เขาชะงักไปอีกครั้ง
"จำไว้ให้ดีว่า ห้ามไปที่สำนักมรรคาโดยเด็ดขาด"
คำพูดนี้ ดูเหมือนจะมีความระมัดระวังอย่างมาก ในบรรดาสงนักมรรคาหลายพันแห่งในจักรวาล สำนักมรรคา มักจะเป็นสถานที่ที่ถูกรังเกียจมากที่สุด เป็นเหมือนทางเลือกของคนที่ไม่มีทางเลือก
หากไม่มีเหตุผลพิเศษอะไร ขอเพียงมีพรสวรรค์อยู่บ้าง ก็คงไม่มีใครอยากเข้าสำนักมรรคาหรอก
ดีไม่ดี ตลอดทั้งชีวิตก็อาจจะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสำนักมรรคาเลยด้วยซ้ำ
น่าเสียดาย ที่หลินหมิงดันเป็นข้อยกเว้นนั้นพอดี
ในบรรดาสงนักมรรคาหลายพันแห่ง สถานที่แรกที่เขาได้สัมผัส ก็บังเอิญเป็นสำนักมรรคาเสียด้วย และภายในสำนักมรรคา ก็ดันมีคนที่เขาต้องการตัวพอดี
การเข้าสำนักมรรคา เป็นเพียงแค่ข้อตกลงง่ายๆ อย่างหนึ่ง
หลินหมิงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
แต่ตอนนี้ ผู้ชายคนนั้นกลับเตือนเขาว่า ห้ามไปที่สำนักมรรคาเด็ดขาดงั้นหรือ
มู่อวิ๋นเสวี่ยกับเยี่ยฉางชิง ย่อมตระหนักถึงปัญหานี้เช่นกัน
ในนี้เตือนไม่ให้หลินหมิงไปสำนักมรรคา
ทว่า หลินหมิง กลับเป็นศิษย์สำนักมรรคาไปเสียแล้ว
"เห็นช้าไปหน่อย แต่ว่าสำนักมรรคามันอันตรายขนาดนั้นเลยหรือ"
ความรู้สึกแรกที่สำนักมรรคามีให้หลินหมิง ก็คือความใหญ่โตและปะปนเปะปะไปหมด
ความปะปนเปะปะที่ว่า หมายถึงความหลากหลายของพลังแห่งมรรคา
สำนักมรรคาอื่นๆ ล้วนยึดถือพลังแห่งมรรคาเพียงชนิดเดียวเป็นหลัก
แต่สำนักมรรคา กลับรับคนที่มีพลังมรรคาเข้ามาทั้งหมด
นอกจากเรื่องนี้แล้ว สำนักมรรคาก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย
หลินหมิงครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้ พลางเปิดหน้าถัดไป
"การที่เจ้ามาถึงที่นี่ได้ แสดงว่าความแข็งแกร่งของเจ้า ก็ถือว่าพอใช้ได้ ตอนนี้เจ้ามีสองทางเลือก"
"ทางเลือกแรก เข้าสำนักมรรคากระบี่ อนาคตก็หาทางเป็นเจ้าสำนักต๊อกต๋อย ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายธรรมดา คิดดูแล้วก็ไม่เลวเหมือนกัน วางใจเถอะ ข้าซ่อนเจ้าไว้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกลัวว่าจะมีศัตรูหน้าไหนมาตามหาเจอ"
เมื่อเห็นข้อความนี้ หลินหมิงก็ไม่ได้รู้สึกอะไร
ทว่าหน้าของเยี่ยฉางชิงถึงกับเขียวปัด
อะไรคือ หาทางเป็นเจ้าสำนักต๊อกต๋อย ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายธรรมดา
สรุปแล้ว ในสายตาของไอ้หมอนี่ ตำแหน่งเจ้าสำนักมรรคาอันทรงเกียรติ มันช่างไร้ค่าขนาดนี้เลยเชียวหรือ
"ทางเลือกที่สอง มีแค้นต้องชำระ มีหนี้ต้องทวงคืน"
"ศัตรูของเจ้า... อ้อ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร"
หลินหมิงเพิ่งจะรู้สึกว่าข้อความในหน้าที่สามเริ่มดูเข้าท่าขึ้นมาหน่อย แต่พริบตาเดียวก็มามุกนี้อีกแล้ว
เขาเปิดหน้าถัดไป กลับพบเพียงความว่างเปล่า
ไหนบอกว่ามีแค้นต้องชำระไง
ศัตรูก็ไม่รู้ว่าเป็นใครเนี่ยนะ
ข้อความสามท่อนที่ผู้ชายคนนั้นทิ้งไว้ในหนังสือเล่มนี้
ทว่า แต่ละท่อน กลับให้ความรู้สึกพึ่งพาไม่ได้อย่างถึงที่สุดแก่หลินหมิง
หลินหมิงหันไปมองเยี่ยฉางชิง พลางเอ่ยถาม "หลังจากที่เขาทิ้งของพวกนี้ไว้ เขาเคยพูดอะไรบ้างหรือไม่"
"เคยสิ"
เยี่ยฉางชิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ "วันนั้น สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"
"เขาบอกข้าว่า หากเจ้ายังดึงดันอยากจะหาศัตรูเพื่อแก้แค้นจริงๆ และได้เตรียมใจที่จะไปตายแล้วล่ะก็"
"ให้เจ้าไปบำเพ็ญเพียรพลังแห่งมรรคาที่ทะเลอู๋วั่ง"
"ไม่ใช่บำเพ็ญเพียรแค่มรรคาเดียว แต่ต้องบำเพ็ญเพียรมรรคาทั้งสามพันชนิดพร้อมกัน"
"ถึงตอนนั้น เจ้าก็จะได้พบกับศัตรูของเจ้าเอง"
"ทะเลอู๋วั่ง บำเพ็ญเพียรมรรคาทั้งสามพันชนิดพร้อมกัน..." หลินหมิงจดจำประโยคนี้ไว้
จากนั้น เขาก็เอ่ยถามต่อ "ท่านรู้เรื่องสำนักมรรคามากแค่ไหน ที่นั่น อันตรายหรือ"
เยี่ยฉางชิงขมวดคิ้ว ราวกับกำลังใช้ความคิด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ตอบ "สำนักมรรคาเป็นยังไง เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ"
"ศิษย์ส่วนใหญ่พรสวรรค์ย่ำแย่ ยิ่งไปกว่านั้น เพราะการรับคนทุกรูปแบบ ทำให้มีจำนวนศิษย์มากมายมหาศาล"
"ทรัพยากรที่แต่ละคนจะได้รับก็มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย"
"พรสวรรค์ไม่ดี ทรัพยากรก็มีจำกัด ความแข็งแกร่งในอนาคตก็คงไม่ต้องพูดถึงเลย"
"แนวทางของสำนักมรรคานั้นไม่ดีเอาเสียเลย มีแต่จะทำให้สำนักมรรคาอ่อนแอลงเรื่อยๆ"
"ข้าคิดว่าระดับบนของสำนักมรรคาคงไม่ได้ไม่รู้เรื่องนี้ ทว่า พวกเขากลับไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแปลงเลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นเช่นนี้"
"ขอเพียงเจ้าสามารถบรรลุมรรคาได้ ไม่ว่าจะเป็นมรรคาชนิดไหน ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์อย่างไร มีศักยภาพแค่ไหน สรุปก็คือ พอมาถึงก็จะได้เป็นศิษย์สำนักมรรคา"
หลินหมิงไม่ได้พูดอะไร สิ่งที่เยี่ยฉางชิงพูดมา ก็ตรงกับสิ่งที่เขารู้มาเช่นกัน
ทว่า สิ่งเหล่านี้บอกได้เพียงว่าวิธีการทำงานของสำนักมรรคานั้นดูแปลกประหลาด
ใช้คำพูดของเฉินฝาน ก็คือมันเป็นความรับผิดชอบของสำนักมรรคา
เป็นสิ่งที่สำนักมรรคาอื่นไม่มี ซึ่งดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอะไรกับคำว่าอันตรายเลย
อีกอย่าง การที่หลินหมิงสามารถเดินเข้ามาในกระท่อมฟางได้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของเขาแล้ว
ซ้ำยังแข็งแกร่งเหนือกว่าเจ้าสำนักมรรคากระบี่ไปไกลลิบ
ในสายตาของผู้ชายคนนั้น ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ การไปสำนักมรรคา ก็ยังถือว่าเป็นอันตรายอยู่อีกงั้นหรือ
...
"แกรก แกรก"
ระหว่างที่หลินหมิงกำลังครุ่นคิด จู่ๆ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็มีเสียงประหลาดดังขึ้น
เพียงพริบตาเดียว พื้นดินก็แยกออก
กระท่อมฟางถูกผ่าออกเป็นสองซีก
เบื้องล่าง กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง ลอยลอดรอยแยกที่ปริแตกออกมา
"เกิดอะไรขึ้น" หลินหมิงเอ่ยถาม
บนใบหน้าของเยี่ยฉางชิง ปรากฏแววตาเสียดายออกมาเล็กน้อย
เขากล่าวว่า "ใต้กระท่อมฟางหลังนี้ มีคนผู้หนึ่งถูกผนึกเอาไว้"
"เมื่อก่อนเคยมีข้อตกลงกันไว้ว่า หลังจากผนึกของกระท่อมฟางถูกทำลาย หากปราณชั่วร้ายสลายไปหมดแล้ว ก็จะคืนอิสรภาพให้เขา"
"หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็คงต้องฆ่าทิ้งเสีย"
[จบแล้ว]