เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน

บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน

บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน


บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน

รูม่านตาของหานหยางหดเกร็ง แต่ก็รีบปกปิดความประหลาดใจในใจเอาไว้อย่างรวดเร็ว

ตอนนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น

นั่นคือการรีบกลับไปที่ตำหนักอู๋เต้า นำของวิเศษที่อีกฝ่ายต้องการมามอบให้ จากนั้นก็ทะลวงขึ้นสู่ขั้นเทพบรรพกาล

เพื่อก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสรรพชีวิตนับหมื่นล้านในเขตแดนเทพ

……

หลินหมิงกำลังมุ่งหน้าไปยังตำหนักอู๋เต้าตามทิศทางในความทรงจำ

ทว่าในระหว่างทาง กลับถูกคนที่เขาไม่คาดคิดขวางทางเอาไว้

"จวินอู๋หมิง?"

จวินอู๋หมิงในชุดคลุมยาวสีขาวยืนอยู่ตรงหน้าหลินหมิง บนใบหน้าเผยให้เห็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เอ่ยเข้าประเด็นทันที "ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกมัน ความรู้สึกหวาดกลัวแบบนั้น ข้าไม่เคยสัมผัสได้ชัดเจนเท่านี้มาก่อนเลย"

"ทำให้เจ้าหวาดกลัวงั้นรึ"

หลินหมิงเลิกคิ้วขึ้น จวินอู๋หมิงในตอนนี้บรรลุขั้นเทพบรรพกาลแล้ว

สิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวได้ ย่อมมีน้อยจนแทบนับชิ้นได้

เพียงแค่ความคิดแล่นผ่านแวบเดียว หลินหมิงก็ตระหนักได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงสิ่งใด

"ทัณฑ์เทพงั้นหรือ" หลินหมิงถาม

"ใช่ ทัณฑ์เทพนั่นแหละ! กลิ่นอายของทัณฑ์เทพที่รุนแรงเอามากๆ เลยล่ะ!"

"ตอนนั้น ในตอนที่เจ้าทะลวงระดับพลัง พวกทัณฑ์เทพต่างพากันถอยหนีไปเอง

ข้าถึงได้บอกไง ว่าพวกมันดูมีชีวิตจิตใจเกินไปหน่อย แต่ตอนนั้นข้าแค่คิดว่าสรรพสิ่งล้วนมีวิญญาณได้ การที่ทัณฑ์เทพจะมีชีวิตจิตใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก"

"แต่พักหลังมานี้ ความรู้สึกหวาดกลัวที่ว่านั่น มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ข้าเลยตระหนักได้ว่า เรื่องราวอาจจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ข้าคิด"

"บางที ในอดีตพวกมันอาจจะถูกพลังบางอย่างกีดกันเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถมาปรากฏตัวบนโลกของเราได้"

"มีเพียงตอนที่ผู้ฝึกตนกำลังทะลวงระดับ กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง พวกมันถึงจะสามารถอาศัยช่องโหว่นี้ปรากฏตัวออกมาได้

และยิ่งผู้ฝึกตนมีระดับพลังสูงเท่าไหร่ ตอนที่ทะลวงระดับ การเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ ยิ่งระดับพลังสูง คู่ต่อสู้ที่พบในทัณฑ์เทพก็จะยิ่งแข็งแกร่งตามไปด้วย"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ จวินอู๋หมิงก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะเอ่ยต่อ "แต่ตอนนี้ ข้าสงสัยว่าพวกมันได้ทำลายพลังที่เคยใช้กีดกันพวกมันเอาไว้ได้แล้ว

บางที พวกมันอาจจะไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวในรูปแบบของทัณฑ์เทพอีกต่อไปแล้วก็ได้"

"สิ่งมีชีวิตจากนอกเขตแดนเหล่านี้ หากมาปรากฏตัวในเขตแดนเทพ เกรงว่าคงหลีกเลี่ยงหายนะไม่ได้แน่!"

จวินอู๋หมิงมองหลินหมิงด้วยแววตาเป็นกังวล

แต่หลินหมิงกลับตั้งคำถามขึ้นมากะทันหัน "ประวัติศาสตร์ของทัณฑ์เทพ มันมีมายาวนานมากแล้วใช่ไหม"

"ใช่ แล้วทำไมล่ะ"

จวินอู๋หมิงชะงักไปเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าหลินหมิงหมายถึงอะไร

"สิ่งมีชีวิตจากนอกเขตแดน คอยจับจ้องเขตแดนเทพอยู่ตลอดเวลาเลยงั้นรึ แถมยังจ้องมองมาเป็นเวลาเนิ่นนานนับไม่ถ้วนเลยด้วย"

หลินหมิงเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

จวินอู๋หมิงนิ่งอึ้งไป ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน

ประวัติศาสตร์การปรากฏตัวของทัณฑ์เทพนั้น ยาวนานจนไม่อาจสืบสาวได้แล้ว

สิ่งมีชีวิตจากนอกเขตแดน จำเป็นต้องยึดติดขนาดนี้เลยงั้นหรือ

"เจ้ามีความเห็นว่ายังไง" จวินอู๋หมิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

หลินหมิงไม่เคยใส่ใจกับเรื่องทัณฑ์เทพพรรค์นี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอจวินอู๋หมิงเปิดประเด็นขึ้นมา ชั่วขณะหนึ่งเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี

เพียงแต่จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า สิ่งที่จวินอู๋หมิงถนัด ดูเหมือนว่าจะเป็นกระดานหมากรุกมาโดยตลอด

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า

"หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน"

"โลกมีสว่างและมืดมิดงั้นหรือ"

จวินอู๋หมิงพึมพำเสียงเบา

ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงเป็นประกาย พร้อมกับเอ่ยว่า

"มีเหตุผล บางทีผู้เดินหมากอาจจะต้องการความสมดุล"

"และเมื่อหมากขาวและหมากดำบนกระดาน มีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันจนเสียสมดุลอย่างรุนแรง เขาจึงต้องการสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อแยกหมากขาวและหมากดำออกจากกัน"

"ฝ่ายที่อ่อนแอกว่า ย่อมไม่ได้สนใจอะไร แต่ฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่าตั้งแต่แรกนี่สิ เกรงว่าคงพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อทำลายกำแพงบานนี้ลงแน่!"

จวินอู๋หมิงราวกับจะลืมเลือนวิกฤตที่กำลังเผชิญไปจนหมดสิ้น

ในเวลานี้ กลับแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย ราวกับเด็กน้อยที่จู่ๆ ก็ค้นพบความรู้ที่ซับซ้อนบางอย่าง แล้วแทบจะรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันให้คนอื่นฟัง

เขามองหลินหมิงพลางถาม "เจ้าคิดว่ายังไง"

"ไม่รู้สิ" หลินหมิงตอบ

"หืม" จวินอู๋หมิงถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

"แต่ว่า หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดออกมารึ"

หลินหมิงโบกมือ เดินหน้ามุ่งสู่ตำหนักอู๋เต้าต่อไป ในขณะเดียวกันเสียงของเขาก็ดังแว่วมา

"ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย"

จวินอู๋หมิง "……"

……

ตำหนักอู๋เต้า

กลุ่มของหานหยาง มีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกคนล้วนไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่เสี้ยววินาที

ทันทีที่กลับมาถึงตำหนักอู๋เต้า ก็พุ่งตรงไปยังหอสมบัติทันที

หานหยางเพียงแค่หวังว่าอีกฝ่ายจะรีบหาสมบัติที่ต้องการให้พบโดยเร็วที่สุด จากนั้นก็จะมอบโอกาสในการทะลวงระดับให้กับเขา

ชั้นแรกของหอสมบัติ

ชายชุดดำหยุดฝีเท้า แผ่ขยายสัมผัสเทวะออกไป ครอบคลุมทั่วทั้งหอสมบัติในพริบตา

แต่ทว่า เพียงแค่พริบตาเดียว

ชายชุดดำก็ขมวดคิ้ว

เห็นได้ชัดว่า ภายในหอสมบัติ ไม่มีสิ่งที่เขาต้องการอยู่เลย

จากนั้น สัมผัสเทวะก็ถูกแผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมยอดเขาไปทีละลูกๆ

ครู่ต่อมา สีหน้าของเขาก็ขยับเล็กน้อย ก่อนจะเผยความยินดีออกมา

"เจอแล้ว!"

ดังนั้น จึงรีบบินทะยานไปยังยอดเขาที่ตั้งอยู่ห่างไกลที่สุดของตำหนักอู๋เต้าในทันที

บนใบหน้าของหานหยางฉายแววประหลาดใจออกมา

ของวิเศษที่ดีที่สุดในตำหนักอู๋เต้า หากไม่อยู่กับเขา ก็ต้องอยู่ในหอสมบัติ

อย่างแย่ที่สุด ก็ควรจะอยู่ในมือของผู้อาวุโสสูงสุด

แต่ตอนนี้ ทิศทางที่ชายชุดดำกำลังมุ่งหน้าไป กลับเป็นสถานที่พักของเหล่าศิษย์สายนอก……

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว