- หน้าแรก
- ฝึกกระบี่สามพันปี ออกจากเขาคราวนี้ข้าคือเทพไร้เทียมทาน
- บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน
บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน
บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน
บทที่ 180 - หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน
รูม่านตาของหานหยางหดเกร็ง แต่ก็รีบปกปิดความประหลาดใจในใจเอาไว้อย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดมีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
นั่นคือการรีบกลับไปที่ตำหนักอู๋เต้า นำของวิเศษที่อีกฝ่ายต้องการมามอบให้ จากนั้นก็ทะลวงขึ้นสู่ขั้นเทพบรรพกาล
เพื่อก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสรรพชีวิตนับหมื่นล้านในเขตแดนเทพ
……
หลินหมิงกำลังมุ่งหน้าไปยังตำหนักอู๋เต้าตามทิศทางในความทรงจำ
ทว่าในระหว่างทาง กลับถูกคนที่เขาไม่คาดคิดขวางทางเอาไว้
"จวินอู๋หมิง?"
จวินอู๋หมิงในชุดคลุมยาวสีขาวยืนอยู่ตรงหน้าหลินหมิง บนใบหน้าเผยให้เห็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ เอ่ยเข้าประเด็นทันที "ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกมัน ความรู้สึกหวาดกลัวแบบนั้น ข้าไม่เคยสัมผัสได้ชัดเจนเท่านี้มาก่อนเลย"
"ทำให้เจ้าหวาดกลัวงั้นรึ"
หลินหมิงเลิกคิ้วขึ้น จวินอู๋หมิงในตอนนี้บรรลุขั้นเทพบรรพกาลแล้ว
สิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวได้ ย่อมมีน้อยจนแทบนับชิ้นได้
เพียงแค่ความคิดแล่นผ่านแวบเดียว หลินหมิงก็ตระหนักได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงสิ่งใด
"ทัณฑ์เทพงั้นหรือ" หลินหมิงถาม
"ใช่ ทัณฑ์เทพนั่นแหละ! กลิ่นอายของทัณฑ์เทพที่รุนแรงเอามากๆ เลยล่ะ!"
"ตอนนั้น ในตอนที่เจ้าทะลวงระดับพลัง พวกทัณฑ์เทพต่างพากันถอยหนีไปเอง
ข้าถึงได้บอกไง ว่าพวกมันดูมีชีวิตจิตใจเกินไปหน่อย แต่ตอนนั้นข้าแค่คิดว่าสรรพสิ่งล้วนมีวิญญาณได้ การที่ทัณฑ์เทพจะมีชีวิตจิตใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก"
"แต่พักหลังมานี้ ความรู้สึกหวาดกลัวที่ว่านั่น มันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ข้าเลยตระหนักได้ว่า เรื่องราวอาจจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ข้าคิด"
"บางที ในอดีตพวกมันอาจจะถูกพลังบางอย่างกีดกันเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถมาปรากฏตัวบนโลกของเราได้"
"มีเพียงตอนที่ผู้ฝึกตนกำลังทะลวงระดับ กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง พวกมันถึงจะสามารถอาศัยช่องโหว่นี้ปรากฏตัวออกมาได้
และยิ่งผู้ฝึกตนมีระดับพลังสูงเท่าไหร่ ตอนที่ทะลวงระดับ การเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ ยิ่งระดับพลังสูง คู่ต่อสู้ที่พบในทัณฑ์เทพก็จะยิ่งแข็งแกร่งตามไปด้วย"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จวินอู๋หมิงก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะเอ่ยต่อ "แต่ตอนนี้ ข้าสงสัยว่าพวกมันได้ทำลายพลังที่เคยใช้กีดกันพวกมันเอาไว้ได้แล้ว
บางที พวกมันอาจจะไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวในรูปแบบของทัณฑ์เทพอีกต่อไปแล้วก็ได้"
"สิ่งมีชีวิตจากนอกเขตแดนเหล่านี้ หากมาปรากฏตัวในเขตแดนเทพ เกรงว่าคงหลีกเลี่ยงหายนะไม่ได้แน่!"
จวินอู๋หมิงมองหลินหมิงด้วยแววตาเป็นกังวล
แต่หลินหมิงกลับตั้งคำถามขึ้นมากะทันหัน "ประวัติศาสตร์ของทัณฑ์เทพ มันมีมายาวนานมากแล้วใช่ไหม"
"ใช่ แล้วทำไมล่ะ"
จวินอู๋หมิงชะงักไปเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าหลินหมิงหมายถึงอะไร
"สิ่งมีชีวิตจากนอกเขตแดน คอยจับจ้องเขตแดนเทพอยู่ตลอดเวลาเลยงั้นรึ แถมยังจ้องมองมาเป็นเวลาเนิ่นนานนับไม่ถ้วนเลยด้วย"
หลินหมิงเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
จวินอู๋หมิงนิ่งอึ้งไป ดูเหมือนจะรู้สึกว่ามันก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน
ประวัติศาสตร์การปรากฏตัวของทัณฑ์เทพนั้น ยาวนานจนไม่อาจสืบสาวได้แล้ว
สิ่งมีชีวิตจากนอกเขตแดน จำเป็นต้องยึดติดขนาดนี้เลยงั้นหรือ
"เจ้ามีความเห็นว่ายังไง" จวินอู๋หมิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
หลินหมิงไม่เคยใส่ใจกับเรื่องทัณฑ์เทพพรรค์นี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอจวินอู๋หมิงเปิดประเด็นขึ้นมา ชั่วขณะหนึ่งเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
เพียงแต่จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่า สิ่งที่จวินอู๋หมิงถนัด ดูเหมือนว่าจะเป็นกระดานหมากรุกมาโดยตลอด
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า
"หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน"
"โลกมีสว่างและมืดมิดงั้นหรือ"
จวินอู๋หมิงพึมพำเสียงเบา
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงเป็นประกาย พร้อมกับเอ่ยว่า
"มีเหตุผล บางทีผู้เดินหมากอาจจะต้องการความสมดุล"
"และเมื่อหมากขาวและหมากดำบนกระดาน มีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันจนเสียสมดุลอย่างรุนแรง เขาจึงต้องการสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อแยกหมากขาวและหมากดำออกจากกัน"
"ฝ่ายที่อ่อนแอกว่า ย่อมไม่ได้สนใจอะไร แต่ฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่าตั้งแต่แรกนี่สิ เกรงว่าคงพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อทำลายกำแพงบานนี้ลงแน่!"
จวินอู๋หมิงราวกับจะลืมเลือนวิกฤตที่กำลังเผชิญไปจนหมดสิ้น
ในเวลานี้ กลับแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย ราวกับเด็กน้อยที่จู่ๆ ก็ค้นพบความรู้ที่ซับซ้อนบางอย่าง แล้วแทบจะรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันให้คนอื่นฟัง
เขามองหลินหมิงพลางถาม "เจ้าคิดว่ายังไง"
"ไม่รู้สิ" หลินหมิงตอบ
"หืม" จวินอู๋หมิงถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
"แต่ว่า หมากรุกยังมีขาวดำ บางทีโลกใบนี้ก็อาจจะมีสว่างและมืดมิดเช่นกัน นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดออกมารึ"
หลินหมิงโบกมือ เดินหน้ามุ่งสู่ตำหนักอู๋เต้าต่อไป ในขณะเดียวกันเสียงของเขาก็ดังแว่วมา
"ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย"
จวินอู๋หมิง "……"
……
ตำหนักอู๋เต้า
กลุ่มของหานหยาง มีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกคนล้วนไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่เสี้ยววินาที
ทันทีที่กลับมาถึงตำหนักอู๋เต้า ก็พุ่งตรงไปยังหอสมบัติทันที
หานหยางเพียงแค่หวังว่าอีกฝ่ายจะรีบหาสมบัติที่ต้องการให้พบโดยเร็วที่สุด จากนั้นก็จะมอบโอกาสในการทะลวงระดับให้กับเขา
ชั้นแรกของหอสมบัติ
ชายชุดดำหยุดฝีเท้า แผ่ขยายสัมผัสเทวะออกไป ครอบคลุมทั่วทั้งหอสมบัติในพริบตา
แต่ทว่า เพียงแค่พริบตาเดียว
ชายชุดดำก็ขมวดคิ้ว
เห็นได้ชัดว่า ภายในหอสมบัติ ไม่มีสิ่งที่เขาต้องการอยู่เลย
จากนั้น สัมผัสเทวะก็ถูกแผ่ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมยอดเขาไปทีละลูกๆ
ครู่ต่อมา สีหน้าของเขาก็ขยับเล็กน้อย ก่อนจะเผยความยินดีออกมา
"เจอแล้ว!"
ดังนั้น จึงรีบบินทะยานไปยังยอดเขาที่ตั้งอยู่ห่างไกลที่สุดของตำหนักอู๋เต้าในทันที
บนใบหน้าของหานหยางฉายแววประหลาดใจออกมา
ของวิเศษที่ดีที่สุดในตำหนักอู๋เต้า หากไม่อยู่กับเขา ก็ต้องอยู่ในหอสมบัติ
อย่างแย่ที่สุด ก็ควรจะอยู่ในมือของผู้อาวุโสสูงสุด
แต่ตอนนี้ ทิศทางที่ชายชุดดำกำลังมุ่งหน้าไป กลับเป็นสถานที่พักของเหล่าศิษย์สายนอก……
[จบแล้ว]