- หน้าแรก
- ปฏิบัติการล้างบาป พลิกชาติชายโฉดให้กลายเป็นยอดรัก
- บทที่ 11: ชำระหนี้ เริ่มต้นชีวิตใหม่
บทที่ 11: ชำระหนี้ เริ่มต้นชีวิตใหม่
บทที่ 11: ชำระหนี้ เริ่มต้นชีวิตใหม่
"คุณทำอะไรเนี่ย? ไม่กลัวหยิกตัวเองแล้วจะเจ็บหรือไง"
หลี่ม่านโหรวสบตาเสิ่นฉงรุ่ยที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับบนใบหน้า น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
"คุณไม่ได้โกหกฉันจริงๆ ใช่ไหม?"
ค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้เสิ่นฉงรุ่ยยิ่งหลงใหลในตัวหลี่ม่านโหรวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็ประทับริมฝีปากจุมพิตลงบนแก้มของเธออย่างแผ่วเบา
"ภรรยาจ๋า ผมบอกแล้วไงว่าจะไม่โกหกคุณอีกต่อไป ตอนนี้เรามีเงินแล้ว เดี๋ยวค่อยพาลูกไปผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ กันนะ"
หลี่ม่านโหรวพยักหน้ารับคำ เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนจะหยิกหมับเข้าให้ด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งหมั่นไส้
เสิ่นฉงรุ่ยเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย พลางช้อนตามองภรรยาอย่างน่าสงสาร "ที่รัก ต่อไปถ้าคุณโมโห ก็อย่าตีอย่าข่วนผมเหมือนเมื่อก่อนอีกเลยนะ ช่วงนั้นผมแทบไม่กล้าออกจากบ้านเลย กลัวเพื่อนบ้านเห็นแล้วจะหัวเราะเยาะเอา"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ม่านโหรวก็หลุบตาต่ำ ความเขินอายฉายชัดขึ้นมาแวบหนึ่ง ตอนนั้นเธอโกรธจัดจนฟิวส์ขาด ย้อนกลับไปคิดดู เธอก็ดุร้ายไม่เบาเลยจริงๆ
"ห้ามคุณไปแตะต้องของสกปรกพวกนั้นอีกเด็ดขาดนะ ฉันจะให้โอกาสคุณอีกแค่ครั้งเดียว เพื่อให้เราได้กลับมาใช้ชีวิตสร้างครอบครัวด้วยกันดีๆ แต่ถ้าคุณทำให้ฉันเสียใจอีก ฉันจะไม่ให้อภัยคุณจริงๆ ด้วย"
จากช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันพักหลังมานี้ หลี่ม่านโหรวก็ค้นพบว่าสามีของเธอเป็นคนหัวอ่อน หากเธอทำตัวดุดันและแข็งกร้าวกับเขาเสียหน่อย เขาก็จะยอมทำตามใจเธอเสมอ หากขืนปล่อยปละละเลยตามใจเหมือนเมื่อก่อน ใครจะรู้ว่าเขาจะถูกคนอื่นชักจูงไปในทางที่ผิดอีกเมื่อไหร่
ทว่าเสิ่นฉงรุ่ยกลับไม่รู้เลยว่าหลี่ม่านโหรวกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเพียงแค่รู้สึกว่าที่ผ่านมาภรรยาต้องทนทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว จึงพยายามตามใจและอดทนกับเธออย่างที่สุด ซึ่งนั่นกลับทำให้เธอเข้าใจผิดไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
เสิ่นฉงรุ่ยกุมมือหญิงสาวขึ้นมาจุมพิต "ที่รัก ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะไม่มีวันทำให้คุณต้องผิดหวังอีกเด็ดขาด"
หลี่ม่านโหรวยิ้มรับคำพูดของเขา "ถ้างั้นก็เติมเงินเบอร์เก่าของคุณสิ ก่อนหน้านี้คุณติดหนี้คนไว้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้เรามีเงินแล้ว ก็เอาไปคืนพวกเขาให้หมดเถอะ"
เสิ่นฉงรุ่ยพยักหน้าและจัดการเติมเงินเข้าเบอร์มือถือเก่า ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนก็ดังรัวขึ้นไม่ขาดสาย ทั้งข้อความเข้าและสายเรียกเข้า หลี่ม่านโหรวทอดสายตามองสามีด้วยแววตาอ่อนโยน ในขณะที่เสิ่นฉงรุ่ยได้แต่ก้มหน้าด้วยความละอายใจ
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ค่าความมืดมิดของหลี่ม่านโหรวลดลงเหลือ 20% แล้ว โปรดพยายามต่อไป]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น เสิ่นฉงรุ่ยเงยหน้ามองภรรยาที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ภรรยาของเขาช่างเป็นคนอ่อนโยนเสียจริง
เขาเข้าใจดีว่าสาเหตุที่ค่าความมืดมิดอีก 20% สุดท้ายยังไม่หายไปไหน เป็นเพราะร่างกายของเสิ่นหมิงเย่ายังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นเอง
ระหว่างที่เสิ่นฉงรุ่ยส่งข้อความหาเจ้าหนี้ของเจ้าของร่างเดิม เขาก็ลอบมองภรรยาด้วยสีหน้าเอาอกเอาใจเป็นระยะ เมื่อระบบเห็นท่าทีของเขา ก็อดไม่ได้ที่จะบินวนรอบตัวเขาอยู่หลายรอบ
[โฮสต์ ก่อนหน้านี้คุณยังกลัวหลี่ม่านโหรวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้กลับมาทำตัวสวีทหวานแหววใส่กันซะแล้ว นี่เพิ่งผ่านไปแค่คืนเดียวเองนะ]
มุมปากของเสิ่นฉงรุ่ยกระตุกกึก "ถึงจะแค่คืนเดียว เธอก็เป็นภรรยาฉันอยู่ดี แกมันก็แค่เอไอ จะไปรู้อะไรวะ?"
[ชิ โฮสต์ก็แค่คนหยาบคาย ฉันขี้เกียจจะคุยด้วยแล้ว]
ระบบยังคงเก็บเอาเรื่องที่ถูกขังอยู่ในห้องมืดเมื่อคืนนี้มาคิดเล็กคิดน้อย ก็แน่ล่ะ มันจะไปคอยนั่งจ้องตอนที่โฮสต์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับภรรยาได้ยังไงกัน
บรรดาเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน และญาติพี่น้องที่เคยให้เสิ่นฉงรุ่ยยืมเงิน ต่างคิดว่าตัวเองตาฝาดไปเมื่อได้รับข้อความ
ในอดีต เสิ่นฉงรุ่ยเคยปั้นน้ำเป็นตัว สรรหาข้ออ้างสารพัดสารพันมาขอยืมเงิน หลายคนหลงเชื่อเพราะคิดว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับเขาจริงๆ แต่หลังจากมารู้ความจริงทีหลังว่าเสิ่นฉงรุ่ยตระเวนยืมเงินคนไปทั่ว พวกเขาก็ได้ตระหนักว่าผู้ชายคนนี้ก็แค่ผีพนันเข้าสิงคนหนึ่งเท่านั้น ทุกคนต่างถอดใจและเลิกหวังที่จะได้เงินคืนจากเขาไปตั้งนานแล้ว
บางคนก็รู้ซึ้งถึงสภาพครอบครัวของเขาดี และรู้ด้วยว่าเสิ่นหมิงเย่าป่วยเป็นโรคหัวใจ ต้องกินยาและเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดทั้งปี
เมื่อได้รับข้อความจากเสิ่นฉงรุ่ยในตอนนี้ บางคนจึงลองหยั่งเชิงด้วยการส่งเลขบัญชีธนาคารไปให้ และเมื่อได้เห็นยอดเงินที่โอนเข้ามาคืนจริงๆ พวกเขาก็ถึงกับตะลึงงัน เพราะเสิ่นฉงรุ่ยไม่ได้คืนแค่เงินต้นเท่านั้น แต่ยังบวกดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสมกลับมาให้ด้วย
เสิ่นฉงรุ่ยเป็นหนี้คนจำนวนมาก แม้ว่าจำนวนเงินที่แต่ละคนให้ยืมจะไม่ได้มากมายอะไร แต่พอนำมารวมกันแล้วกลับกลายเป็นก้อนหนี้มหาศาล โชคดีที่แอปเงินกู้ออนไลน์ในโลกนี้ยังไม่โหดร้ายทารุณนัก ไม่อย่างนั้น ต่อให้เสิ่นฉงรุ่ยหาเงินมาได้มากแค่ไหน ก็คงไม่พอใช้หนี้อยู่ดี
สายโทรศัพท์ดังเข้ามาสายแล้วสายเล่าจนกระทั่งฟ้าเกือบมืด ในที่สุดเสิ่นฉงรุ่ยก็จัดการชำระหนี้ทั้งหมดจนเสร็จสิ้น
ในอีกด้านหนึ่ง เสิ่นเจี้ยนกั๋วเองก็ได้รับสายโทรศัพท์จากบรรดาญาติพี่น้องเช่นกัน เมื่อสองสามีภรรยาชราได้ยินว่าเสิ่นฉงรุ่ยคืนเงินที่ติดหนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว พวกเขาก็รู้สึกราวกับตัวเองกำลังฝันไป
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เสิ่นเจี้ยนกั๋วและภรรยาคอยแอบช่วยลูกชายใช้หนี้มาเงียบๆ ตลอด ทว่าก็ช่วยคืนไปได้ไม่มากนัก เนื่องจากสองตายายมีรายได้เพียงแค่เงินบำนาญ ยิ่งไปกว่านั้น หลานชายยังล้มป่วย พวกเขาจึงต้องคอยกันเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อช่วยสมทบค่ารักษาพยาบาลอยู่เป็นระยะ
ครั้นจะให้มอบเงินสดให้ตรงๆ พวกเขาก็ไม่กล้า เพราะเวลาที่เสิ่นฉงรุ่ยเห็นเงิน เขาก็ไม่ต่างอะไรกับหมาป่าเห็นเนื้อสด แววตาจะลุกวาวอย่างบ้าคลั่งราวกับไม่หลงเหลือความเป็นคนอยู่อีกต่อไป
และด้วยความช่วยเหลือจากสองสามีภรรยาชรานี่เอง อาการป่วยของเสิ่นหมิงเย่าจึงยังสามารถประคับประคองมาได้จนถึงทุกวันนี้