เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: เดิมพันด้วยชีวิต

บทที่ 9: เดิมพันด้วยชีวิต

บทที่ 9: เดิมพันด้วยชีวิต


ไอ้สวะผีพนันเข้าสิง นี่คือข้ออ้างที่เข้าท่าที่สุดเท่าที่เสิ่นฉงรุ่ยจะคิดออกในตอนนี้แล้ว

ขณะที่พูด เขาก็ดึงตัวหลี่ม่านโหรวให้มานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างๆ

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ปลดล็อกหน้าจอ แล้วเปิดยอดเงินคงเหลือในบัญชีให้หลี่ม่านโหรวดู

"ผมรู้ว่าเมื่อก่อนผมทำผิดพลาดไว้เยอะ แถมยังสร้างหนี้พนันไว้บานเบอะ ทำให้คุณไม่เหลือความไว้ใจในตัวผมอีกแล้ว แต่ผมก็ไม่โทษคุณหรอกนะ"

"คุณเห็นเงินก้อนนี้ไหม? ช่วยผมเปิดบัญชีหน่อยสิ แล้วผมจะโอนเงินก้อนนี้เข้าบัญชีคุณเพื่อเอาไปเล่นหุ้น"

"ถ้าเราได้กำไร เงินก้อนนี้ก็จะงอกเงยขึ้น"

"ถ้าผมตุกติกหรือพยายามทำอย่างอื่น คุณก็แค่เทขายหุ้นทิ้งเพื่อเอาทุนคืนได้เลย"

"ผมไม่มีทางโกหกคุณหรอก ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือ"

"ผมแค่ต้องการให้คุณช่วยเปิดบัญชีออนไลน์ให้หน่อย"

"ม่านโหรว คุณก็เห็นสถานการณ์ครอบครัวเราตอนนี้ ต่อให้ผมออกไปหางานทำ ผมก็ไม่มีทางหาเงินได้มากขนาดนี้ในเวลาอันสั้นหรอก"

"นี่คือความหวังเดียวของครอบครัวเรานะ"

"ดูสิ นี่มีตั้งหกหมื่นหยวน ผมเคยเอาเงินให้คุณเยอะขนาดนี้ที่ไหนล่ะ?"

"เดี๋ยวผมจะโอนเงินทั้งหมดนี่เข้าบัญชีคุณ ต่อให้คุณจะคลางแคลงใจในตัวผม แต่คุณคงไม่คลางแคลงใจเรื่องเงินหรอกจริงไหม"

เสิ่นฉงรุ่ยพูดจาหว่านล้อม น้ำเสียงและแววตาที่ทอดมองหลี่ม่านโหรวดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ

เมื่อเห็นท่าทีของเสิ่นฉงรุ่ย หลี่ม่านโหรวก็รู้สึกเหม่อลอยไปชั่วขณะ พลันนึกถึงตอนที่พวกเขาทั้งสองพบกันเป็นครั้งแรก

ย้อนกลับไปตอนนั้น เธอถูกใบหน้าอันหล่อเหลาของเสิ่นฉงรุ่ยล่อลวงจนถลำลึก ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็หนีไปไหนไม่รอด

ทว่าตอนนี้ ก็เป็นอย่างที่เสิ่นฉงรุ่ยพูด พวกเขาทั้งสองไม่มีทางออกอื่นอีกแล้ว

หลี่ม่านโหรวเพ่งสายตาไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของเสิ่นฉงรุ่ย เมื่อจ้องมองชุดตัวเลขเหล่านั้น ลมหายใจของเธอก็ติดขัดขึ้นมาเล็กน้อย เธอไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนจริงๆ

"เงินนี่เป็นของคุณจริงๆ เหรอ? คุณไปยืมบัญชีคนอื่นมาหาเงินงั้นสิ?"

เมื่อเห็นว่าหลี่ม่านโหรวเริ่มคล้อยตามคำพูดของตน เสิ่นฉงรุ่ยก็พยักหน้าหงึกหงักยืนยัน

"แน่นอนสิ ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็เปิดบัญชีตอนนี้เลย เดี๋ยวผมจะโอนเงินเข้าไปให้ ผมไม่มีวันโกหกคุณหรอก"

"ถ้าผมโกหก คุณก็แค่ปิดบัญชีทิ้งไปซะ ยังไงนั่นก็เป็นบัตรประชาชนของคุณอยู่แล้วนี่? ผมจะไปทำอะไรได้ล่ะ?"

"อีกอย่าง พวกแก๊งทวงหนี้ก็บุกมาถึงบ้านเราแล้ว ถ้าเราไม่หาเงินไปคืน ต่อให้ผมจะไล่พวกมันไปได้ชั่วคราว แต่พวกมันจะหายหน้าไปตลอดกาลได้ยังไงล่ะ?"

ประโยคสุดท้ายที่หลุดออกจากปาก ทำเอาเสิ่นฉงรุ่ยแอบรู้สึกว่าตัวเองน่ารังเกียจอยู่ไม่น้อย

แต่ก็เพราะคำพูดนั้น หลี่ม่านโหรวจึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

เพราะถึงอย่างไร วันที่เธออุ้มเสิ่นหมิงเย่าไปยืนอยู่ริมระเบียง เธอยังไม่กลัวตายเลยด้วยซ้ำ แล้วตอนนี้ยังมีอะไรให้ต้องกลัวอีก?

เธอหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง หยิบบัตรประชาชนและเอกสารอื่นๆ ออกมา "ไปสิ ฉันจะไปเปิดบัญชีเป็นเพื่อนคุณ"

เมื่อเห็นหลี่ม่านโหรวตกลง เสิ่นฉงรุ่ยก็ดีใจจนเนื้อเต้น

"ไม่ต้องออกไปหรอก แค่เอาเอกสารของคุณมาให้ผม ผมจัดการเปิดบัญชีทางออนไลน์เองได้"

หลี่ม่านโหรวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอส่งเอกสารให้เสิ่นฉงรุ่ย และยืนอยู่ข้างๆ คอยดูเขาลงทะเบียนเปิดบัญชีผ่านทางออนไลน์

เสิ่นฉงรุ่ยทำตามที่พูดไว้ทุกประการ หลังจากเปิดบัญชีเสร็จเรียบร้อย เขาก็โอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีของหลี่ม่านโหรวเพื่อเริ่มต้นการเทรดหุ้น

ด้วยความกลัวว่าหลี่ม่านโหรวจะไม่เข้าใจ เขาจึงอธิบายสิ่งต่างๆ ให้เธอฟังไปพร้อมกับลงมือทำ

หลี่ม่านโหรวหลุบตาลงเล็กน้อย สายตาของเธอจับจ้องไปที่เสิ่นฉงรุ่ย

ในตอนนั้น เสิ่นฉงรุ่ยกำลังอยู่ในสภาวะตื่นเต้นสุดขีด

ในที่สุดเขาก็จะได้แสดงฝีมือให้เห็นสักที เขาจะต้องหาเงินที่ครอบครัวขาดแคลนกลับมาให้ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน

"เสิ่นฉงรุ่ย..."

จู่ๆ หลี่ม่านโหรวก็เอ่ยเรียกชื่อเขา น้ำเสียงของเธอแหบพร่าอย่างหนัก แววตาเต็มไปด้วยความมืดมนยากจะบรรยาย

มือที่กำลังขยับของเสิ่นฉงรุ่ยชะงักงัน เขาหันไปมองหลี่ม่านโหรว ทันทีที่สบตากัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง

"ฉันจะเชื่อใจคุณเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าคุณโกหกฉันอีก ฉันจะฆ่าคุณซะ"

พูดจบ หลี่ม่านโหรวก็เก็บข้าวของแล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องไปโดยไม่ปรายตามองเสิ่นฉงรุ่ยอีก ทว่าความเด็ดเดี่ยวในน้ำเสียงของเธอนั้นชัดเจนยิ่งนัก

เมื่อเห็นหลี่ม่านโหรวเป็นเช่นนั้น เสิ่นฉงรุ่ยก็รู้สึกใจคอไม่ดีนัก

อันที่จริง นอกเหนือจากวันแรกที่เขาทะลุมิติมาแล้วโดนหลี่ม่านโหรวทุบตีอย่างหนัก หลังจากนั้นทั้งเขาและเธอก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายเรื่องของกันและกัน

ตอนที่หลี่ม่านโหรวเอ่ยประโยคนั้นออกมาเมื่อครู่ ในแววตาของเธอเจือความเปราะบางอยู่ลึกๆ

ราวกับว่าเธอได้ฝากฝังความหวังทั้งหมดไว้ที่เขา รอคอยดูว่าเสิ่นฉงรุ่ยจะฉุดรั้งเธอขึ้นสวรรค์ หรือจะลากเธอลงนรกกันแน่

หัวใจของเสิ่นฉงรุ่ยกระตุกวาบ จู่ๆ เขาก็ดันนึกถึงพล็อตเรื่องต้นฉบับขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เจ้าของร่างเดิมถูกหลี่ม่านโหรวฆ่าหั่นศพ

ตอนที่เสิ่นฉงรุ่ยอ่านเนื้อเรื่องส่วนนั้น เขาแค่อ่านผ่านๆ ตาเท่านั้น แต่พอมานึกถึงเอาตอนนี้ กลับทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

[โฮสต์ กลัวแล้วเหรอครับ?]

ระบบส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาเส้นเลือดบนขมับของเสิ่นฉงรุ่ยปูดโปนเต้นตุบๆ

"ก็ต้องกลัวสิฟะ ไหนนายบอกว่านี่เป็นภารกิจทดสอบมือใหม่ไง? แต่มันเล่นยากซะขนาดนี้ตั้งแต่เริ่มเลยเนี่ยนะ"

ระบบหัวเราะเบาๆ [มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกครับ]

"ไม่แย่บ้าบออะไรล่ะ เจ้าของร่างเดิมโดนหลี่ม่านโหรวฆ่าหั่นศพเลยนะเว้ย"

[แล้วโฮสต์คิดว่าเจ้าของร่างเดิมไม่สมควรตายเหรอครับ? เขาขโมยเงินที่หลี่ม่านโหรวได้จากการขายบ้านไป แล้วยังทนดูต้วเองลูกชายตายไปต่อหน้าต่อตาเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลอีก]

เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็ถึงกับเงียบกริบไป

เพราะถึงยังไง ตอนนี้คนที่ต้องมารับบทเป็นเสิ่นฉงรุ่ย ก็คือตัวเขาเองนี่แหละ

จบบทที่ บทที่ 9: เดิมพันด้วยชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว