เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 เจ้าป่าพิโรธ!

บทที่ 83 เจ้าป่าพิโรธ!

บทที่ 83 เจ้าป่าพิโรธ!


สุ่เยี่ยนลั่วจู่โจมเข้าเป้าในคราวเดียว ร่างของพยัคฆ์ลายพาดกลอนยาวสี่จางล้มตึงลงกับพื้นทันที

เซียวเยี่ยนที่คอยคุมเชิงอยู่ด้านข้างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าครู่ก่อนพยัคฆ์ปีศาจที่ดุร้ายไร้เปรียบตัวนี้ จะถูกอาจารย์ของตนสังหารภายในชั่วพริบตา

ตันเฉินจื่อในสภาวะดวงจิตเห็นเหตุการณ์นี้ก็ตกใจไม่แพ้กัน

"เจ้าหนูเซียวเยี่ยน อาจารย์ของเจ้าคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"

"มิน่าเล่าถึงถูกผู้อาวุโสท่านนั้นเลือก"

"ก่อนหน้านี้ข้าเพียงคิดว่า ยอดฝีมือลึกลับท่านนั้นแอบช่วยเหลือเพราะเห็นว่าสุ่เยี่ยนลั่วมีพรสวรรค์ที่ดี"

"แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงแค่นั้น"

"อาจารย์ตัวน้อยของเจ้า นอกจากพรสวรรค์ล้ำเลิศแล้ว สายเลือดเนตรอัสนีในกายยังสามารถสื่อสารกับอัสนีเก้าชั้นฟ้าได้"

"ด้วยการเสริมพลังจากอัสนีเก้าชั้นฟ้า จึงสามารถปลิดชีพพยัคฆ์ร้ายนี้ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว"

เซียวเยี่ยนไม่เข้าใจว่าอัสนีเก้าชั้นฟ้าคืออะไร แต่เพียงได้ยินน้ำเสียงตกตะลึงของอาวุโสตันเขาก็รู้แล้วว่า การที่สามารถสื่อสารกับอัสนีเก้าชั้นฟ้าได้นั้นต้องเป็นเรื่องที่แข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน

หลินโม่ที่ซ่อนตัวอยู่เหนือม่านเมฆ เมื่อเห็นพยัคฆ์ปีศาจล้มลงจมกองเลือดก็ยินดีในใจ

"ได้การละ จังหวะประจวบเหมาะพอดี"

"อาศัยจังหวะที่พยัคฆ์ปีศาจถูกสังหาร จะได้มอบถุงเก็บของนี้ให้ลูกสาวสุดที่รักเสียที"

เห็นเพียงแสงสายหนึ่งวาบผ่านจากมือของหลินโม่ ความเร็วระดับขีดสุดของขั้นจินตันทำให้สุ่เยี่ยนลั่วและเซียวเยี่ยนไม่ทันได้ตอบสนองใดๆ แสงสายนั้นนำพาถุงเก็บของของหลี่ชิงซาน พุ่งเข้าสู่ร่างของพยัคฆ์ปีศาจอย่างรวดเร็ว

สุ่เยี่ยนลั่วเห็นพยัคฆ์ปีศาจล้มลงก็ถอนหายใจยาว การโจมตีเมื่อครู่คือวิธีที่นางทดลองใช้เป็นครั้งแรกหลังจากสู้ติดพันอยู่นาน ไม่นึกเลยว่าจะสามารถชักนำอัสนีเก้าชั้นฟ้าลงมาได้ ภายใต้การเสริมพลังจากอัสนีเก้าชั้นฟ้าและกระบี่อาคมอัสนี จึงสังหารพยัคฆ์ร้ายนี้ได้ในดาเดียว

"ดูท่าสายเลือดเนตรอัสนีนี้ ยังมีความลับมหัศจรรย์ที่ข้ายังไม่รู้อีกมาก"

สุ่เยี่ยนลั่วหมายมั่นในใจว่า หลังจากนี้คงต้องหมั่นค้นหาวิธีใช้พลังจากสายเลือดเนตรอัสนีในร่างกายให้มากขึ้น

ขณะที่ทางด้านสุ่เยี่ยนลั่วสังหารพยัคฆ์ปีศาจลงได้ ณ ส่วนลึกที่สุดของหุบเขาสิบหมื่นบรรพต ภายในถ้ำอันมืดมิดพลันมีเสียงคำรามของเสือที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นดังออกมา

อานุภาพของเสียงคำรามนั้นถึงขั้นทำให้สัตว์อสูรขั้นจู้จีที่อยู่รอบๆ ช็อกตายทันที สัมผัสได้เลยว่าพยัคฆ์ตัวนี้ต้องมีตบะเหนือกว่าขั้นจินตันอย่างแน่นอน

หลังจากเสียงคำรามสิ้นสุดลง ก็ตามมาด้วยเสียงกู่ร้องด้วยความโกรธแค้น

"ใครกัน? บังอาจมาฆ่าลูกชายคนเล็กของข้า!"

"ข้ากับเผ่ามนุษย์ต่างคนต่างอยู่ การกระทำเช่นนี้มันจะรังแกกันเกินไปแล้ว"

ในถ้ำที่มืดสลัว ปรากฏแสงเจิดจ้าจากดวงตาคู่ใหญ่ราวกับโคมไฟ พยัคฆ์ที่มีร่างกายใหญ่โตราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากถ้ำ มันคือเจ้าป่า (ซานจวิน) ผู้มีตบะขั้นจินตันระดับสมบูรณ์สูงสุด

พักเรื่องความโกรธแค้นทางฝั่งเจ้าป่าไว้ก่อน เซียวเยี่ยนเห็นพยัคฆ์ปีศาจล้มลงก็รีบวิ่งเข้าไปเตรียมจัดการกับซากศพ

"อาจารย์ พยัคฆ์ปีศาจขั้นจู้จีตัวนี้ตายแล้วครับ"

เซียวเยี่ยนวิ่งนำไปก่อน ในมือกุมกระบี่ยาวแล้วแทงลงบนซากพยัคฆ์สองสามที เมื่อแทงแล้วไม่มีปฏิกิริยา เขาจึงออกแรงแทงซ้ำลงไปอีกหลายครั้ง แต่ก็ยังไร้ผล

"เป็นไปได้ยังไง!"

"พยัคฆ์ปีศาจตายไปแล้ว แต่กระบี่ในมือข้ากลับทำอันตรายผิวหนังมันไม่ได้เลยสักนิด?"

เซียวเยี่ยนมีสีหน้าเซ็งจัด พลันมีเสียงของตันเฉินจื่อดังก้องในหัว

"เจ้าหนูเซียวเยี่ยน อย่าเสียแรงเปล่าเลย"

"เจ้ามีพลังแค่ขั้นเลี่ยนชี่ ต่อให้ใช้แรงทั้งหมดที่มี ก็ไม่มีทางแทงทะลุผิวหนังของสัตว์อสูรขั้นจู้จีได้หรอก"

"ยิ่งเป็นพยัคฆ์ปีศาจที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวทนทานของผิวหนังแบบนี้ด้วยแล้ว สิ่งที่เจ้าทำมันก็แค่เสียเวลาเปล่า"

สุ่เยี่ยนลั่วเห็นเซียวเยี่ยนคว้าน้ำเหลวและมีสีหน้าผิดหวัง นางจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยขึ้นว่า

"เซียวเยี่ยน เจ้าถอยไปก่อนเถอะ พลังของเจ้าตอนนี้ยากจะสั่นคลอนผิวพยัคฆ์ตัวนี้ได้ ให้ข้าจัดการเอง"

สิ้นคำของสุ่เยี่ยนลั่ว นางก็กวัดแกว่งกระบี่อาคมสีม่วงในมือ กระบี่วาดเป็นลวดลายดอกไม้ที่งดงามสอดรับกับท่วงท่าอันแช่มช้อยของนาง จนทำให้หลินโม่ที่อยู่บนม่านเมฆถึงกับดูจนเพลินตา

"นึกไม่ถึงเลยว่าลูกสาวข้าจะมีฝีมือการร่ายรำกระบี่ระดับนี้ ช่างเจริญหูเจริญตาจริงๆ"

สุ่เยี่ยนลั่ววาดกระบี่ผ่านไปเพียงครั้งเดียว ผิวหนังของพยัคฆ์ปีศาจก็ปริออกตามคมดาบ แม้นางจะใช้กระบี่อาคมกรีดผิวหนังจนขาด แต่ก็ยังคงกรีดตามแนวลวดลายบนตัวพยัคฆ์ พยายามไม่ให้ผิวหนังเสียหายมากนัก

ผิวพยัคฆ์ตัวนี้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ในอนาคตสามารถนำไปสร้างเป็นชุดเกราะหนังได้ หากต้องเผชิญกับการโจมตีจากนักพรตขั้นจินตันทั่วไป เกราะที่ทำจากหนังพยัคฆ์นี้คงยากจะถูกทำลาย

สุ่เยี่ยนลั่วค่อยๆ ถลกหนังพยัคฆ์ออกมาทั้งผืน ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างวาบขึ้นภายในร่างของพยัคฆ์ นางเกิดความสงสัยในใจว่าพยัคฆ์ตัวนี้ต้องมีความลับซ่อนอยู่แน่ๆ

เห็นนางรวมพลังอัสนีสีม่วงไว้ที่กระบี่ แล้วกรีดลงที่หน้าท้องของพยัคฆ์อย่างแรง ถุงเก็บของใบหนึ่งก็หล่นออกมาทันที

หลินโม่ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องบน เมื่อเห็นสุ่เยี่ยนลั่วพบถุงเก็บของแล้วก็ดีใจในใจเช่นกัน เขาอุตสาหะลงแรงไปตั้งมาก เพื่อที่จะส่งมอบทรัพยากรและวัสดุในการบำเพ็ญเพียรกองโตนี้ให้ เมื่อสุ่เยี่ยนลั่วได้รับไป เขาก็จะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาหลายเท่าตัว

เมื่อเห็นถุงเก็บของหล่นออกมาจากท้องพยัคฆ์ ทั้งสุ่เยี่ยนลั่วและเซียวเยี่ยนต่างก็ประหลาดใจมาก ตอนแรกพวกเขาสันนิษฐานว่าแสงนั้นอาจเป็นสมบัติวิเศษชิ้นไหน ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเพียงถุงเก็บของ

สุ่เยี่ยนลั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ถุงเก็บของเป็นของที่พบเห็นได้ทั่วไป ถุงที่ถูกพยัคฆ์ตัวนี้กินเข้าไป เจ้าของเดิมคงไม่ใช่ยอดฝีมือที่เก่งกาจอะไร แล้วในถุงจะมีของดีอะไรได้

สุ่เยี่ยนลั่วเก็บกระบี่อาคม แล้วมองถุงเก็บของด้วยสายตาเรียบเฉยพลางเอ่ยว่า "เซียวเยี่ยน เจ้าลองดูซิว่าในถุงมีอะไรบ้าง"

เมื่อเห็นสุ่เยี่ยนลั่วไม่ได้ให้ความสนใจถุงเก็บของ หลินโม่ที่อยู่บนเมฆก็เริ่มร้อนรน เขาอุตส่าห์ลำบากลำบนเพื่อให้สุ่เยี่ยนลั่วได้ของในนั้น เพื่อที่เขาจะได้โบนัสตอบแทนสิบเท่า แต่ใครจะคิดว่าถุงเก็บของนี้กลับไม่ดึงดูดใจสุ่เยี่ยนลั่วเลยสักนิด

ขณะที่หลินโม่กำลังคิดว่าตนควรจะใช้พลังเปิดถุงเก็บของนั่นเอง เซียวเยี่ยนก็เดินเข้าไปแล้วเดินพลังอาคมเพื่อเปิดถุงออก

แสงสว่างวาบขึ้นครั้งหนึ่ง ถุงเก็บของก็ถูกเปิดออก

เซียวเยี่ยนที่ตอนแรกทำท่าทีไม่ใส่ใจเช่นกัน เมื่อเปิดถุงและส่งสัมผัสจิตเข้าไปสำรวจ วินาทีนั้นเขาก็ถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่ กระบี่ยาวในมือหลุดร่วงลงพื้นโดยไม่รู้ตัว

"เคร้ง!"

สุ่เยี่ยนลั่วเห็นกระบี่ในมือเซียวเยี่ยนหล่น นางเองก็งุนงงไปหมดจนแสดงสีหน้าเหลอหลา

ขนาดนั้นเลยเชียวหรือ? แค่ถุงเก็บของใบเดียว ของข้างในทำให้เซียวเยี่ยนถึงกับตาค้างเชียวหรือ?

"เซียวเยี่ยน ในนั้นมีอะไรหรือเปล่า?"

สุ่เยี่ยนลั่วถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ เซียวเยี่ยนในตอนนี้ได้สติกลับมาจากความตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด และตะโกนเสียงดังว่า

"อาจารย์ ท่านรีบมาดูนี่เร็วเข้า ในนี้มีของดีจริงๆ!"

"หินวิญญาณในถุงเก็บของใบนี้... มันเยอะจนเหลือเชื่อเลยครับ!"

สุ่เยี่ยนลั่วเดินเข้าไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย และเมื่อนางส่งสัมผัสจิตเข้าไปในถุงเก็บของเพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างใน นางก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาเช่นเดียวกัน

จบบทที่ บทที่ 83 เจ้าป่าพิโรธ!

คัดลอกลิงก์แล้ว