- หน้าแรก
- พ่อเลี้ยงจอมเฉื่อย ยิ่งลูกเลี้ยงแข็งแกร่งฉันยิ่งนอนชิลล์
- บทที่ 83 เจ้าป่าพิโรธ!
บทที่ 83 เจ้าป่าพิโรธ!
บทที่ 83 เจ้าป่าพิโรธ!
สุ่เยี่ยนลั่วจู่โจมเข้าเป้าในคราวเดียว ร่างของพยัคฆ์ลายพาดกลอนยาวสี่จางล้มตึงลงกับพื้นทันที
เซียวเยี่ยนที่คอยคุมเชิงอยู่ด้านข้างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าครู่ก่อนพยัคฆ์ปีศาจที่ดุร้ายไร้เปรียบตัวนี้ จะถูกอาจารย์ของตนสังหารภายในชั่วพริบตา
ตันเฉินจื่อในสภาวะดวงจิตเห็นเหตุการณ์นี้ก็ตกใจไม่แพ้กัน
"เจ้าหนูเซียวเยี่ยน อาจารย์ของเจ้าคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"
"มิน่าเล่าถึงถูกผู้อาวุโสท่านนั้นเลือก"
"ก่อนหน้านี้ข้าเพียงคิดว่า ยอดฝีมือลึกลับท่านนั้นแอบช่วยเหลือเพราะเห็นว่าสุ่เยี่ยนลั่วมีพรสวรรค์ที่ดี"
"แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงแค่นั้น"
"อาจารย์ตัวน้อยของเจ้า นอกจากพรสวรรค์ล้ำเลิศแล้ว สายเลือดเนตรอัสนีในกายยังสามารถสื่อสารกับอัสนีเก้าชั้นฟ้าได้"
"ด้วยการเสริมพลังจากอัสนีเก้าชั้นฟ้า จึงสามารถปลิดชีพพยัคฆ์ร้ายนี้ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว"
เซียวเยี่ยนไม่เข้าใจว่าอัสนีเก้าชั้นฟ้าคืออะไร แต่เพียงได้ยินน้ำเสียงตกตะลึงของอาวุโสตันเขาก็รู้แล้วว่า การที่สามารถสื่อสารกับอัสนีเก้าชั้นฟ้าได้นั้นต้องเป็นเรื่องที่แข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน
หลินโม่ที่ซ่อนตัวอยู่เหนือม่านเมฆ เมื่อเห็นพยัคฆ์ปีศาจล้มลงจมกองเลือดก็ยินดีในใจ
"ได้การละ จังหวะประจวบเหมาะพอดี"
"อาศัยจังหวะที่พยัคฆ์ปีศาจถูกสังหาร จะได้มอบถุงเก็บของนี้ให้ลูกสาวสุดที่รักเสียที"
เห็นเพียงแสงสายหนึ่งวาบผ่านจากมือของหลินโม่ ความเร็วระดับขีดสุดของขั้นจินตันทำให้สุ่เยี่ยนลั่วและเซียวเยี่ยนไม่ทันได้ตอบสนองใดๆ แสงสายนั้นนำพาถุงเก็บของของหลี่ชิงซาน พุ่งเข้าสู่ร่างของพยัคฆ์ปีศาจอย่างรวดเร็ว
สุ่เยี่ยนลั่วเห็นพยัคฆ์ปีศาจล้มลงก็ถอนหายใจยาว การโจมตีเมื่อครู่คือวิธีที่นางทดลองใช้เป็นครั้งแรกหลังจากสู้ติดพันอยู่นาน ไม่นึกเลยว่าจะสามารถชักนำอัสนีเก้าชั้นฟ้าลงมาได้ ภายใต้การเสริมพลังจากอัสนีเก้าชั้นฟ้าและกระบี่อาคมอัสนี จึงสังหารพยัคฆ์ร้ายนี้ได้ในดาเดียว
"ดูท่าสายเลือดเนตรอัสนีนี้ ยังมีความลับมหัศจรรย์ที่ข้ายังไม่รู้อีกมาก"
สุ่เยี่ยนลั่วหมายมั่นในใจว่า หลังจากนี้คงต้องหมั่นค้นหาวิธีใช้พลังจากสายเลือดเนตรอัสนีในร่างกายให้มากขึ้น
ขณะที่ทางด้านสุ่เยี่ยนลั่วสังหารพยัคฆ์ปีศาจลงได้ ณ ส่วนลึกที่สุดของหุบเขาสิบหมื่นบรรพต ภายในถ้ำอันมืดมิดพลันมีเสียงคำรามของเสือที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นดังออกมา
อานุภาพของเสียงคำรามนั้นถึงขั้นทำให้สัตว์อสูรขั้นจู้จีที่อยู่รอบๆ ช็อกตายทันที สัมผัสได้เลยว่าพยัคฆ์ตัวนี้ต้องมีตบะเหนือกว่าขั้นจินตันอย่างแน่นอน
หลังจากเสียงคำรามสิ้นสุดลง ก็ตามมาด้วยเสียงกู่ร้องด้วยความโกรธแค้น
"ใครกัน? บังอาจมาฆ่าลูกชายคนเล็กของข้า!"
"ข้ากับเผ่ามนุษย์ต่างคนต่างอยู่ การกระทำเช่นนี้มันจะรังแกกันเกินไปแล้ว"
ในถ้ำที่มืดสลัว ปรากฏแสงเจิดจ้าจากดวงตาคู่ใหญ่ราวกับโคมไฟ พยัคฆ์ที่มีร่างกายใหญ่โตราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากถ้ำ มันคือเจ้าป่า (ซานจวิน) ผู้มีตบะขั้นจินตันระดับสมบูรณ์สูงสุด
พักเรื่องความโกรธแค้นทางฝั่งเจ้าป่าไว้ก่อน เซียวเยี่ยนเห็นพยัคฆ์ปีศาจล้มลงก็รีบวิ่งเข้าไปเตรียมจัดการกับซากศพ
"อาจารย์ พยัคฆ์ปีศาจขั้นจู้จีตัวนี้ตายแล้วครับ"
เซียวเยี่ยนวิ่งนำไปก่อน ในมือกุมกระบี่ยาวแล้วแทงลงบนซากพยัคฆ์สองสามที เมื่อแทงแล้วไม่มีปฏิกิริยา เขาจึงออกแรงแทงซ้ำลงไปอีกหลายครั้ง แต่ก็ยังไร้ผล
"เป็นไปได้ยังไง!"
"พยัคฆ์ปีศาจตายไปแล้ว แต่กระบี่ในมือข้ากลับทำอันตรายผิวหนังมันไม่ได้เลยสักนิด?"
เซียวเยี่ยนมีสีหน้าเซ็งจัด พลันมีเสียงของตันเฉินจื่อดังก้องในหัว
"เจ้าหนูเซียวเยี่ยน อย่าเสียแรงเปล่าเลย"
"เจ้ามีพลังแค่ขั้นเลี่ยนชี่ ต่อให้ใช้แรงทั้งหมดที่มี ก็ไม่มีทางแทงทะลุผิวหนังของสัตว์อสูรขั้นจู้จีได้หรอก"
"ยิ่งเป็นพยัคฆ์ปีศาจที่ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวทนทานของผิวหนังแบบนี้ด้วยแล้ว สิ่งที่เจ้าทำมันก็แค่เสียเวลาเปล่า"
สุ่เยี่ยนลั่วเห็นเซียวเยี่ยนคว้าน้ำเหลวและมีสีหน้าผิดหวัง นางจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"เซียวเยี่ยน เจ้าถอยไปก่อนเถอะ พลังของเจ้าตอนนี้ยากจะสั่นคลอนผิวพยัคฆ์ตัวนี้ได้ ให้ข้าจัดการเอง"
สิ้นคำของสุ่เยี่ยนลั่ว นางก็กวัดแกว่งกระบี่อาคมสีม่วงในมือ กระบี่วาดเป็นลวดลายดอกไม้ที่งดงามสอดรับกับท่วงท่าอันแช่มช้อยของนาง จนทำให้หลินโม่ที่อยู่บนม่านเมฆถึงกับดูจนเพลินตา
"นึกไม่ถึงเลยว่าลูกสาวข้าจะมีฝีมือการร่ายรำกระบี่ระดับนี้ ช่างเจริญหูเจริญตาจริงๆ"
สุ่เยี่ยนลั่ววาดกระบี่ผ่านไปเพียงครั้งเดียว ผิวหนังของพยัคฆ์ปีศาจก็ปริออกตามคมดาบ แม้นางจะใช้กระบี่อาคมกรีดผิวหนังจนขาด แต่ก็ยังคงกรีดตามแนวลวดลายบนตัวพยัคฆ์ พยายามไม่ให้ผิวหนังเสียหายมากนัก
ผิวพยัคฆ์ตัวนี้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ในอนาคตสามารถนำไปสร้างเป็นชุดเกราะหนังได้ หากต้องเผชิญกับการโจมตีจากนักพรตขั้นจินตันทั่วไป เกราะที่ทำจากหนังพยัคฆ์นี้คงยากจะถูกทำลาย
สุ่เยี่ยนลั่วค่อยๆ ถลกหนังพยัคฆ์ออกมาทั้งผืน ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างวาบขึ้นภายในร่างของพยัคฆ์ นางเกิดความสงสัยในใจว่าพยัคฆ์ตัวนี้ต้องมีความลับซ่อนอยู่แน่ๆ
เห็นนางรวมพลังอัสนีสีม่วงไว้ที่กระบี่ แล้วกรีดลงที่หน้าท้องของพยัคฆ์อย่างแรง ถุงเก็บของใบหนึ่งก็หล่นออกมาทันที
หลินโม่ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องบน เมื่อเห็นสุ่เยี่ยนลั่วพบถุงเก็บของแล้วก็ดีใจในใจเช่นกัน เขาอุตสาหะลงแรงไปตั้งมาก เพื่อที่จะส่งมอบทรัพยากรและวัสดุในการบำเพ็ญเพียรกองโตนี้ให้ เมื่อสุ่เยี่ยนลั่วได้รับไป เขาก็จะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาหลายเท่าตัว
เมื่อเห็นถุงเก็บของหล่นออกมาจากท้องพยัคฆ์ ทั้งสุ่เยี่ยนลั่วและเซียวเยี่ยนต่างก็ประหลาดใจมาก ตอนแรกพวกเขาสันนิษฐานว่าแสงนั้นอาจเป็นสมบัติวิเศษชิ้นไหน ไม่นึกเลยว่าจะเป็นเพียงถุงเก็บของ
สุ่เยี่ยนลั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ถุงเก็บของเป็นของที่พบเห็นได้ทั่วไป ถุงที่ถูกพยัคฆ์ตัวนี้กินเข้าไป เจ้าของเดิมคงไม่ใช่ยอดฝีมือที่เก่งกาจอะไร แล้วในถุงจะมีของดีอะไรได้
สุ่เยี่ยนลั่วเก็บกระบี่อาคม แล้วมองถุงเก็บของด้วยสายตาเรียบเฉยพลางเอ่ยว่า "เซียวเยี่ยน เจ้าลองดูซิว่าในถุงมีอะไรบ้าง"
เมื่อเห็นสุ่เยี่ยนลั่วไม่ได้ให้ความสนใจถุงเก็บของ หลินโม่ที่อยู่บนเมฆก็เริ่มร้อนรน เขาอุตส่าห์ลำบากลำบนเพื่อให้สุ่เยี่ยนลั่วได้ของในนั้น เพื่อที่เขาจะได้โบนัสตอบแทนสิบเท่า แต่ใครจะคิดว่าถุงเก็บของนี้กลับไม่ดึงดูดใจสุ่เยี่ยนลั่วเลยสักนิด
ขณะที่หลินโม่กำลังคิดว่าตนควรจะใช้พลังเปิดถุงเก็บของนั่นเอง เซียวเยี่ยนก็เดินเข้าไปแล้วเดินพลังอาคมเพื่อเปิดถุงออก
แสงสว่างวาบขึ้นครั้งหนึ่ง ถุงเก็บของก็ถูกเปิดออก
เซียวเยี่ยนที่ตอนแรกทำท่าทีไม่ใส่ใจเช่นกัน เมื่อเปิดถุงและส่งสัมผัสจิตเข้าไปสำรวจ วินาทีนั้นเขาก็ถึงกับยืนอึ้งอยู่กับที่ กระบี่ยาวในมือหลุดร่วงลงพื้นโดยไม่รู้ตัว
"เคร้ง!"
สุ่เยี่ยนลั่วเห็นกระบี่ในมือเซียวเยี่ยนหล่น นางเองก็งุนงงไปหมดจนแสดงสีหน้าเหลอหลา
ขนาดนั้นเลยเชียวหรือ? แค่ถุงเก็บของใบเดียว ของข้างในทำให้เซียวเยี่ยนถึงกับตาค้างเชียวหรือ?
"เซียวเยี่ยน ในนั้นมีอะไรหรือเปล่า?"
สุ่เยี่ยนลั่วถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ เซียวเยี่ยนในตอนนี้ได้สติกลับมาจากความตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด และตะโกนเสียงดังว่า
"อาจารย์ ท่านรีบมาดูนี่เร็วเข้า ในนี้มีของดีจริงๆ!"
"หินวิญญาณในถุงเก็บของใบนี้... มันเยอะจนเหลือเชื่อเลยครับ!"
สุ่เยี่ยนลั่วเดินเข้าไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย และเมื่อนางส่งสัมผัสจิตเข้าไปในถุงเก็บของเพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างใน นางก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาเช่นเดียวกัน