เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 เจ้าเขาชิงลั่วฟง ฟังคำสั่งแต่ไม่รับโองการ!

บทที่ 70 เจ้าเขาชิงลั่วฟง ฟังคำสั่งแต่ไม่รับโองการ!

บทที่ 70 เจ้าเขาชิงลั่วฟง ฟังคำสั่งแต่ไม่รับโองการ!


วิ้ง วิ้ง วิ้ง!

สิ้นเสียงของหลินโม่ ม่านแสงโปร่งใสหลายใบก็เด้งขึ้นมาทันที พวกมันลอยล่องอยู่เบื้องหน้าเขาเหมือนกระจกวารี

[สถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยนมีดังนี้]

[เขากักตัวบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด] x30

[เขาเดินเตร่ไปทั่วสำนัก] x99

[ตบะของเขาทะลวงผ่านระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลาย] x1

[เขาอู้งานนั่งสนทนาไร้สาระ] x60

[เขานำเครื่องยนต์ไปมอบให้ซูชิงลั่ว] x99

[...]

[สถานะล่าสุดของหวงฉานมีดังนี้]

[เขารอความตายอยู่ในสำนัก] x99

[เขาออกไปข้างนอกเพื่อสะกดรอยตามซูชิงลั่ว] x1

[เขาถูกโฮสต์ทำร้ายจนบาดเจ็บ] x1

[เขากักตัวบำเพ็ญเพียร] x60

[ตบะของเขาทะลวงผ่านระดับจินตานขั้นที่หนึ่ง] x1

[...]

[สถานะล่าสุดของตันเฉินจื่อมีดังนี้]

[เขาเคี่ยวเข็ญให้เซียวเยี่ยนบำเพ็ญเพียร] x99

[เขาล่อลวงให้เซียวเยี่ยนเดินเตร่ไปทั่วสำนัก] x99

[เขาอู้งานนั่งเหม่อลอย] x99

[เขาอู้งานนั่งเหม่อลอย] x99

[เขาล่อลวงให้เซียวเยี่ยนไปเอาใจซูชิงลั่ว] x99

[...]

สายตากวาดมองม่านแสงทั้งสามใบ มุมปากของหลินโม่กระตุกเบาๆ

ในบรรดาสถานะล่าสุดของทั้งสามคน มีเพียงหวงฉานเท่านั้นที่พอดูเป็นปกติหน่อย ส่วนเซียวเยี่ยนกับตันเฉินจื่อนั้นดูราวกับพวกคนว่างงานแถวปากซอยไม่มีผิด โดยเฉพาะตันเฉินจื่อที่มีรายการซ้ำๆ เกินกว่า 99 ครั้ง

"ตาแก่คนนี้บำเพ็ญเพียรไม่ได้ ดูท่าจะว่างจัดสินะ"

"วันๆ นอกจากชี้แนะเซียวเยี่ยนแล้ว ไม่ล่อลวงให้ไปประจบประแจง ก็ให้นั่งอู้งานเหม่อลอย"

"อืม... แถมยังนั่งโง่ๆ อีกตั้งหลายครั้ง"

หลินโม่กุมขมับ รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

"แล้วก็นะ เขาจะล่อลวงให้เซียวเยี่ยนเดินเตร่ไปทั่วสำนักทำไมกัน?"

"เบื่อเหรอ??"

หลินโม่แทบอยากจะไปลากคอเซียวเยี่ยนมาถามให้รู้ความ ว่าวันๆ เดินเตร่อะไรนักหนา แต่สุดท้ายเขาก็ยั้งใจไว้ได้ เพราะตอนนี้ตัวตนของเขาคือหลินจือ ผู้ดูแลข้าทาสรับใช้ ไม่ใช่หลินโม่

"ช่างเถอะ สองคนนี้ทั้งคนแก่คนหนุ่มต่างก็มีดวงชะตาที่พิเศษ"

"ฉันอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนักจะดีกว่า การบำเพ็ญเพียรสิคือเรื่องใหญ่ที่สุด!"

เมื่อความคิดตกผลึก หลินโม่ก็ลุกขึ้นจากลานข้าทาสรับใช้ มุ่งหน้าไปหาถ้ำไร้ผู้คนแถวหลังเขาแล้วนั่งขัดสมาธิลง

ยามนี้เขามีทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรมากมายก่ายกองราวกับขนวัว ในใจย่อมต้องการเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นความแข็งแกร่งของตนเองทั้งหมด

คิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็สะบัดข้อมือ ข้าววิญญาณหอมระดับสูงกองหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาคว้ามันมาหยิบมือหนึ่งแล้วยัดเข้าปาก กลิ่นหอมและพลังวิญญาณพลันระเบิดออกเต็มปากทันที!

ฟึ่บ!

แสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ขวดโอสถทองคำเทพปรากฏขึ้นในมือ ยามนี้เขาอยู่ในระดับจินตานแล้ว ในที่สุดก็สามารถกลืนกินโอสถนี้ได้ทั้งเม็ดเสียที เขากลืนโอสถลงไปหนึ่งเม็ดตามด้วยข้าววิญญาณหอมกรุ่น

กลิ่นอายรอบตัวของหลินโม่พุ่งทะยานขึ้นทันที โอสถทองคำเทพแบบเต็มเม็ด ผสานกับข้าววิญญาณหอมระดับสูง ทำให้หลินโม่รู้สึกราวกับกำลังแช่อยู่ในทะเลสาบแห่งพลังวิญญาณ พลังอันมหาศาลแทรกซึมไปทุกอณูผิวหนัง มันช่างผ่อนคลายและสบายตัวอย่างยิ่ง ไม่มีแม้ความรู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักนิด

"ว่ากันว่าหากผู้บำเพ็ญเพียรไม่มีทรัพยากร อาศัยเพียงการหายใจเข้าออกย่อมเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก"

"ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรสำหรับนักพรตแล้ว แทบไม่ต่างจากสิ่งเสพติดเลยทีเดียว!"

เขาอุทานออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะเลิกวอกแวกและจมดิ่งเข้าสู่การบำเพ็ญเพียรอย่างเต็มตัว

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน

ในวันนี้ ภายในร่างของหลินโม่ราวกับมีบางสิ่งระเบิดออก แรงกดดันอันมหาศาลขุมหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากร่างกาย

ครืน!

พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ รอบกายของหลินโม่คล้ายมีวงล้อมของเปลวเพลิงสีทองโอบล้อมไว้ จินตานในจุดตันเถียนขยายใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งส่วนในทันที!

"ฟู่... จินตานขั้นที่สาม!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเวทอันไพศาลในร่าง หลินโม่ก็ถอนหายใจยาวออกมา

"ตบะระดับจินตานขั้นที่สาม!"

"ความเร็วนี่มันจะประหลาดเกินไปแล้ว!"

ใบหน้าของหลินโม่ปรากฏรอยยิ้ม พรสวรรค์ของเขาอาจจะไม่ดีนัก แต่ยามนี้เขามีทั้งสายเลือดและกายาพิเศษหนุนหลัง อีกทั้งยังมีทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรแทบไม่จำกัด เงื่อนไขระดับนี้ต่อให้เป็นหมูตัวหนึ่ง เกรงว่าก็คงก้าวเข้าสู่ระดับจินตานได้เช่นกัน

"อย่างที่คิด (บำเพ็ญเซียน) ก็ต้องเปย์เหมือนกัน"

"สายเปย์นี่แหละคือวิถีแห่งราชาที่แท้จริง!"

หลินโม่สูดลมหายใจเข้าลึก การทะลวงผ่านครั้งนี้ใช้เวลาไปครึ่งเดือน ตามหลักแล้ว พวกเบื้องสูงของสำนักชิงอวิ๋นและซูชิงลั่วน่าจะได้พบหน้ากันแล้ว

"เอาเถอะ ขอดูหน่อยว่าลูกสาวที่น่ารักของฉันเป็นอย่างไรบ้าง"

เมื่อนึกถึงฟังก์ชันระบบที่เพิ่งปลดล็อกไปไม่นาน หลินโม่ก็รู้สึกว่ามันช่างสะดวกสบายเหลือเกิน ไม่ต้องไปสืบข่าวให้วุ่นวาย ไม่ต้องไปถามใคร เขาก็สามารถรู้ได้ทุกอย่างจริงๆ

เขาจึงรีบพึมพำเสียงเบา "ระบบ! ดึงแผงสถานะซูชิงลั่วออกมา!"

วิ้ง!

สิ้นเสียง เสียงฮัมของระบบก็ดังขึ้น ม่านแสงคุณสมบัติเด้งขึ้นมาทันที

[สถานะล่าสุดของซูชิงลั่วมีดังนี้]

[เธอกำลังกักตัวบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด] x99

[เธอถูกทางสำนักเรียกตัวเข้าพบ] x1

[เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเขาแห่งเขาที่หกของชิงอวิ๋น สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งสำนัก] x1

[เธอเดินวนเวียนอยู่แถวลานข้าทาสรับใช้ที่หก] x10

[เธอออกไปสำรวจซากโบราณสถานพร้อมกับเซียวเยี่ยน] x1

[เธอเก็บทรัพยากรได้ในซากโบราณสถาน] x50

[...]

ข้อมูลแต่ละบรรทัดผ่านตาไปอย่างรวดเร็ว หลังจากหลินโม่อ่านสถานะล่าสุดของซูชิงลั่วจบ รูม่านตาก็หดเกร็งลงเล็กน้อย

"ฉันกักตัวไปแค่ครึ่งเดือน เกิดเรื่องขึ้นมากมายขนาดนี้เชียวเหรอ!"

"เจ้าเขาแห่งเขาที่หก... ช่างทุ่มทุนสร้างจริงๆ"

"แล้วก็นะ... เธอถึงขั้นออกไปสำรวจซากโบราณสถานเลยเหรอ"

"ทำไมต้องออกไปด้วย ตามหลักแล้วเธอไม่ควรขาดแคลนทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรนี่นา!"

หลินโม่รู้สึกไม่เข้าใจ แต่จิตใต้สำนึกกลับโยนความผิดไปให้เซียวเยี่ยนทันที

"ต้องเป็นเจ้าเด็กนี่แน่ๆ ที่ล่อลวงลูกสาวฉันให้ออกไปนอกสำนักเป็นเพื่อนมัน"

"ขอดูหน่อยซิว่าสถานะล่าสุดของมันเป็นยังไง!"

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็พึมพำทันที

"ระบบ! แสดงสถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยน!"

วิ้ง~

สิ้นเสียง เสียงฮัมของระบบดังขึ้นอีกครั้ง ม่านแสงโปร่งใสอีกใบเด้งขึ้นมาในทันที

[สถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยนมีดังนี้]

[เขากักตัวบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด] x50

[เขาเดินเตร่ไปทั่วสำนัก] x99

[เขานั่งเหม่อลอยอู้งาน] x20

[เขาถูกตันเฉินจื่อล่อลวงให้ออกนอกสำนัก] x1

[เขาถูกตันเฉินจื่อล่อลวงให้ชวนซูชิงลั่วไปด้วยกัน] x1

[เขาและซูชิงลั่วออกไปสำรวจซากโบราณสถาน] x1

[เขาถูกสัตว์อสูรในซากโบราณสถานโจมตี] x218

[เขาถูกกับดักในซากโบราณสถานโจมตี] x185

[เขาถูกผู้บำเพ็ญเพียรจากภายนอกโจมตี] x199

[...]

เมื่อเห็นสถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยน หลินโม่ถึงกับตาค้าง

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

"ทำไมเจ้าเด็กนี่โดนอัดอยู่ตลอดเวลาเลย?"

"เขากับลูกสาวฉันนี่มันคนละขั้วกันเลยนะ!"

"แต่ว่า..."

"รู้สึกว่ารอบตัวเจ้าเด็กนี่อันตรายชะมัด!"

"ไม่ได้การ! ฉันต้องไปตามหาลูกสาวเสียหน่อย"

"เผื่อลั่วเอ๋อร์ของฉันจะติดร่างแหไปด้วยคงไม่ดีแน่"

คิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็ลุกขึ้นออกจากถ้ำ พริบตาเดียวก็หายลับออกไปจากสำนัก และหลังจากนั้นไม่นาน หวงฉานก็บินออกจากสำนักอย่างเงียบเชียบเช่นกัน

"ท่านผู้นั้น!"

ที่ด้านนอกสำนักชิงอวิ๋น หวงฉานยืนอยู่เบื้องหน้าหลินโม่ด้วยท่าทางนอบน้อมยิ่ง แม้เขาจะไม่ได้เห็นหน้าหลินโม่มาครึ่งเดือน และแม้เขาจะบรรลุระดับจินตานแล้ว แต่เขาก็ยังคงมองตบะของหลินโม่ไม่ออก รู้สึกเพียงว่าอีกฝ่ายนั้นลึกลับและล้ำลึกยากจะหยั่งถึง

"อืม ฉันมีเรื่องจะถามหน่อย"

เมื่อพบหวงฉาน หลินโม่ไม่รอช้า รีบเอ่ยถามถึงสถานะล่าสุดของซูชิงลั่วทันที

"ขอรับท่าน! ยามนี้คุณหนูชิงลั่วได้เป็นเจ้าเขาชิงลั่วฟง ซึ่งเป็นเขาที่หกของสำนักชิงอวิ๋นเราแล้วขอรับ"

"นี่เป็นมติที่ประชุมของเจ้าสำนัก และยอดเขานี้คุณหนูชิงลั่วจะเป็นผู้ดูแลเองโดยอิสระ"

"สามารถฟังคำสั่งปฏิบัติงานแต่ไม่ต้องรอรับโองการเข้าเฝ้า! อีกทั้งเจ้าสำนักยังคอยสนับสนุนทรัพยากรให้อีกด้วย!"

"..."

หวงฉานเล่ารายละเอียดอยู่พักใหญ่ หลินโม่พยักหน้าเข้าใจ ดูท่าพวกเบื้องสูงของสำนักชิงอวิ๋นยามนี้จะปักใจเชื่อว่าซูชิงลั่วคือปรมาจารย์ชิงอวิ๋นไปแล้ว และยังอยู่ร่วมกันอย่างสันติเสียด้วย

"เหอะๆ พวกโง่เอ๋ย"

"แต่ก็ดีเหมือนกัน รอให้ตบะของฉันก้าวหน้าขึ้นอีกหน่อย ก็คงไม่ต้องเกรงกลัวอะไรแล้ว"

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินโม่ก็รู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้ยิน

"จริงด้วย แล้วท่านพอจะรู้ไหมว่าที่ลั่วเอ๋อร์ออกนอกสำนักไปน่ะ เธอไปที่ไหน?"

จบบทที่ บทที่ 70 เจ้าเขาชิงลั่วฟง ฟังคำสั่งแต่ไม่รับโองการ!

คัดลอกลิงก์แล้ว