- หน้าแรก
- พ่อเลี้ยงจอมเฉื่อย ยิ่งลูกเลี้ยงแข็งแกร่งฉันยิ่งนอนชิลล์
- บทที่ 70 เจ้าเขาชิงลั่วฟง ฟังคำสั่งแต่ไม่รับโองการ!
บทที่ 70 เจ้าเขาชิงลั่วฟง ฟังคำสั่งแต่ไม่รับโองการ!
บทที่ 70 เจ้าเขาชิงลั่วฟง ฟังคำสั่งแต่ไม่รับโองการ!
วิ้ง วิ้ง วิ้ง!
สิ้นเสียงของหลินโม่ ม่านแสงโปร่งใสหลายใบก็เด้งขึ้นมาทันที พวกมันลอยล่องอยู่เบื้องหน้าเขาเหมือนกระจกวารี
[สถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยนมีดังนี้]
[เขากักตัวบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด] x30
[เขาเดินเตร่ไปทั่วสำนัก] x99
[ตบะของเขาทะลวงผ่านระดับรวบรวมลมปราณขั้นปลาย] x1
[เขาอู้งานนั่งสนทนาไร้สาระ] x60
[เขานำเครื่องยนต์ไปมอบให้ซูชิงลั่ว] x99
[...]
[สถานะล่าสุดของหวงฉานมีดังนี้]
[เขารอความตายอยู่ในสำนัก] x99
[เขาออกไปข้างนอกเพื่อสะกดรอยตามซูชิงลั่ว] x1
[เขาถูกโฮสต์ทำร้ายจนบาดเจ็บ] x1
[เขากักตัวบำเพ็ญเพียร] x60
[ตบะของเขาทะลวงผ่านระดับจินตานขั้นที่หนึ่ง] x1
[...]
[สถานะล่าสุดของตันเฉินจื่อมีดังนี้]
[เขาเคี่ยวเข็ญให้เซียวเยี่ยนบำเพ็ญเพียร] x99
[เขาล่อลวงให้เซียวเยี่ยนเดินเตร่ไปทั่วสำนัก] x99
[เขาอู้งานนั่งเหม่อลอย] x99
[เขาอู้งานนั่งเหม่อลอย] x99
[เขาล่อลวงให้เซียวเยี่ยนไปเอาใจซูชิงลั่ว] x99
[...]
สายตากวาดมองม่านแสงทั้งสามใบ มุมปากของหลินโม่กระตุกเบาๆ
ในบรรดาสถานะล่าสุดของทั้งสามคน มีเพียงหวงฉานเท่านั้นที่พอดูเป็นปกติหน่อย ส่วนเซียวเยี่ยนกับตันเฉินจื่อนั้นดูราวกับพวกคนว่างงานแถวปากซอยไม่มีผิด โดยเฉพาะตันเฉินจื่อที่มีรายการซ้ำๆ เกินกว่า 99 ครั้ง
"ตาแก่คนนี้บำเพ็ญเพียรไม่ได้ ดูท่าจะว่างจัดสินะ"
"วันๆ นอกจากชี้แนะเซียวเยี่ยนแล้ว ไม่ล่อลวงให้ไปประจบประแจง ก็ให้นั่งอู้งานเหม่อลอย"
"อืม... แถมยังนั่งโง่ๆ อีกตั้งหลายครั้ง"
หลินโม่กุมขมับ รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
"แล้วก็นะ เขาจะล่อลวงให้เซียวเยี่ยนเดินเตร่ไปทั่วสำนักทำไมกัน?"
"เบื่อเหรอ??"
หลินโม่แทบอยากจะไปลากคอเซียวเยี่ยนมาถามให้รู้ความ ว่าวันๆ เดินเตร่อะไรนักหนา แต่สุดท้ายเขาก็ยั้งใจไว้ได้ เพราะตอนนี้ตัวตนของเขาคือหลินจือ ผู้ดูแลข้าทาสรับใช้ ไม่ใช่หลินโม่
"ช่างเถอะ สองคนนี้ทั้งคนแก่คนหนุ่มต่างก็มีดวงชะตาที่พิเศษ"
"ฉันอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนักจะดีกว่า การบำเพ็ญเพียรสิคือเรื่องใหญ่ที่สุด!"
เมื่อความคิดตกผลึก หลินโม่ก็ลุกขึ้นจากลานข้าทาสรับใช้ มุ่งหน้าไปหาถ้ำไร้ผู้คนแถวหลังเขาแล้วนั่งขัดสมาธิลง
ยามนี้เขามีทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรมากมายก่ายกองราวกับขนวัว ในใจย่อมต้องการเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นความแข็งแกร่งของตนเองทั้งหมด
คิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็สะบัดข้อมือ ข้าววิญญาณหอมระดับสูงกองหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เขาคว้ามันมาหยิบมือหนึ่งแล้วยัดเข้าปาก กลิ่นหอมและพลังวิญญาณพลันระเบิดออกเต็มปากทันที!
ฟึ่บ!
แสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ขวดโอสถทองคำเทพปรากฏขึ้นในมือ ยามนี้เขาอยู่ในระดับจินตานแล้ว ในที่สุดก็สามารถกลืนกินโอสถนี้ได้ทั้งเม็ดเสียที เขากลืนโอสถลงไปหนึ่งเม็ดตามด้วยข้าววิญญาณหอมกรุ่น
กลิ่นอายรอบตัวของหลินโม่พุ่งทะยานขึ้นทันที โอสถทองคำเทพแบบเต็มเม็ด ผสานกับข้าววิญญาณหอมระดับสูง ทำให้หลินโม่รู้สึกราวกับกำลังแช่อยู่ในทะเลสาบแห่งพลังวิญญาณ พลังอันมหาศาลแทรกซึมไปทุกอณูผิวหนัง มันช่างผ่อนคลายและสบายตัวอย่างยิ่ง ไม่มีแม้ความรู้สึกเบื่อหน่ายเลยสักนิด
"ว่ากันว่าหากผู้บำเพ็ญเพียรไม่มีทรัพยากร อาศัยเพียงการหายใจเข้าออกย่อมเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก"
"ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรสำหรับนักพรตแล้ว แทบไม่ต่างจากสิ่งเสพติดเลยทีเดียว!"
เขาอุทานออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะเลิกวอกแวกและจมดิ่งเข้าสู่การบำเพ็ญเพียรอย่างเต็มตัว
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งเดือน
ในวันนี้ ภายในร่างของหลินโม่ราวกับมีบางสิ่งระเบิดออก แรงกดดันอันมหาศาลขุมหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากร่างกาย
ครืน!
พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ รอบกายของหลินโม่คล้ายมีวงล้อมของเปลวเพลิงสีทองโอบล้อมไว้ จินตานในจุดตันเถียนขยายใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งส่วนในทันที!
"ฟู่... จินตานขั้นที่สาม!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเวทอันไพศาลในร่าง หลินโม่ก็ถอนหายใจยาวออกมา
"ตบะระดับจินตานขั้นที่สาม!"
"ความเร็วนี่มันจะประหลาดเกินไปแล้ว!"
ใบหน้าของหลินโม่ปรากฏรอยยิ้ม พรสวรรค์ของเขาอาจจะไม่ดีนัก แต่ยามนี้เขามีทั้งสายเลือดและกายาพิเศษหนุนหลัง อีกทั้งยังมีทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรแทบไม่จำกัด เงื่อนไขระดับนี้ต่อให้เป็นหมูตัวหนึ่ง เกรงว่าก็คงก้าวเข้าสู่ระดับจินตานได้เช่นกัน
"อย่างที่คิด (บำเพ็ญเซียน) ก็ต้องเปย์เหมือนกัน"
"สายเปย์นี่แหละคือวิถีแห่งราชาที่แท้จริง!"
หลินโม่สูดลมหายใจเข้าลึก การทะลวงผ่านครั้งนี้ใช้เวลาไปครึ่งเดือน ตามหลักแล้ว พวกเบื้องสูงของสำนักชิงอวิ๋นและซูชิงลั่วน่าจะได้พบหน้ากันแล้ว
"เอาเถอะ ขอดูหน่อยว่าลูกสาวที่น่ารักของฉันเป็นอย่างไรบ้าง"
เมื่อนึกถึงฟังก์ชันระบบที่เพิ่งปลดล็อกไปไม่นาน หลินโม่ก็รู้สึกว่ามันช่างสะดวกสบายเหลือเกิน ไม่ต้องไปสืบข่าวให้วุ่นวาย ไม่ต้องไปถามใคร เขาก็สามารถรู้ได้ทุกอย่างจริงๆ
เขาจึงรีบพึมพำเสียงเบา "ระบบ! ดึงแผงสถานะซูชิงลั่วออกมา!"
วิ้ง!
สิ้นเสียง เสียงฮัมของระบบก็ดังขึ้น ม่านแสงคุณสมบัติเด้งขึ้นมาทันที
[สถานะล่าสุดของซูชิงลั่วมีดังนี้]
[เธอกำลังกักตัวบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด] x99
[เธอถูกทางสำนักเรียกตัวเข้าพบ] x1
[เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเขาแห่งเขาที่หกของชิงอวิ๋น สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งสำนัก] x1
[เธอเดินวนเวียนอยู่แถวลานข้าทาสรับใช้ที่หก] x10
[เธอออกไปสำรวจซากโบราณสถานพร้อมกับเซียวเยี่ยน] x1
[เธอเก็บทรัพยากรได้ในซากโบราณสถาน] x50
[...]
ข้อมูลแต่ละบรรทัดผ่านตาไปอย่างรวดเร็ว หลังจากหลินโม่อ่านสถานะล่าสุดของซูชิงลั่วจบ รูม่านตาก็หดเกร็งลงเล็กน้อย
"ฉันกักตัวไปแค่ครึ่งเดือน เกิดเรื่องขึ้นมากมายขนาดนี้เชียวเหรอ!"
"เจ้าเขาแห่งเขาที่หก... ช่างทุ่มทุนสร้างจริงๆ"
"แล้วก็นะ... เธอถึงขั้นออกไปสำรวจซากโบราณสถานเลยเหรอ"
"ทำไมต้องออกไปด้วย ตามหลักแล้วเธอไม่ควรขาดแคลนทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรนี่นา!"
หลินโม่รู้สึกไม่เข้าใจ แต่จิตใต้สำนึกกลับโยนความผิดไปให้เซียวเยี่ยนทันที
"ต้องเป็นเจ้าเด็กนี่แน่ๆ ที่ล่อลวงลูกสาวฉันให้ออกไปนอกสำนักเป็นเพื่อนมัน"
"ขอดูหน่อยซิว่าสถานะล่าสุดของมันเป็นยังไง!"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็พึมพำทันที
"ระบบ! แสดงสถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยน!"
วิ้ง~
สิ้นเสียง เสียงฮัมของระบบดังขึ้นอีกครั้ง ม่านแสงโปร่งใสอีกใบเด้งขึ้นมาในทันที
[สถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยนมีดังนี้]
[เขากักตัวบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอด] x50
[เขาเดินเตร่ไปทั่วสำนัก] x99
[เขานั่งเหม่อลอยอู้งาน] x20
[เขาถูกตันเฉินจื่อล่อลวงให้ออกนอกสำนัก] x1
[เขาถูกตันเฉินจื่อล่อลวงให้ชวนซูชิงลั่วไปด้วยกัน] x1
[เขาและซูชิงลั่วออกไปสำรวจซากโบราณสถาน] x1
[เขาถูกสัตว์อสูรในซากโบราณสถานโจมตี] x218
[เขาถูกกับดักในซากโบราณสถานโจมตี] x185
[เขาถูกผู้บำเพ็ญเพียรจากภายนอกโจมตี] x199
[...]
เมื่อเห็นสถานะล่าสุดของเซียวเยี่ยน หลินโม่ถึงกับตาค้าง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
"ทำไมเจ้าเด็กนี่โดนอัดอยู่ตลอดเวลาเลย?"
"เขากับลูกสาวฉันนี่มันคนละขั้วกันเลยนะ!"
"แต่ว่า..."
"รู้สึกว่ารอบตัวเจ้าเด็กนี่อันตรายชะมัด!"
"ไม่ได้การ! ฉันต้องไปตามหาลูกสาวเสียหน่อย"
"เผื่อลั่วเอ๋อร์ของฉันจะติดร่างแหไปด้วยคงไม่ดีแน่"
คิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็ลุกขึ้นออกจากถ้ำ พริบตาเดียวก็หายลับออกไปจากสำนัก และหลังจากนั้นไม่นาน หวงฉานก็บินออกจากสำนักอย่างเงียบเชียบเช่นกัน
"ท่านผู้นั้น!"
ที่ด้านนอกสำนักชิงอวิ๋น หวงฉานยืนอยู่เบื้องหน้าหลินโม่ด้วยท่าทางนอบน้อมยิ่ง แม้เขาจะไม่ได้เห็นหน้าหลินโม่มาครึ่งเดือน และแม้เขาจะบรรลุระดับจินตานแล้ว แต่เขาก็ยังคงมองตบะของหลินโม่ไม่ออก รู้สึกเพียงว่าอีกฝ่ายนั้นลึกลับและล้ำลึกยากจะหยั่งถึง
"อืม ฉันมีเรื่องจะถามหน่อย"
เมื่อพบหวงฉาน หลินโม่ไม่รอช้า รีบเอ่ยถามถึงสถานะล่าสุดของซูชิงลั่วทันที
"ขอรับท่าน! ยามนี้คุณหนูชิงลั่วได้เป็นเจ้าเขาชิงลั่วฟง ซึ่งเป็นเขาที่หกของสำนักชิงอวิ๋นเราแล้วขอรับ"
"นี่เป็นมติที่ประชุมของเจ้าสำนัก และยอดเขานี้คุณหนูชิงลั่วจะเป็นผู้ดูแลเองโดยอิสระ"
"สามารถฟังคำสั่งปฏิบัติงานแต่ไม่ต้องรอรับโองการเข้าเฝ้า! อีกทั้งเจ้าสำนักยังคอยสนับสนุนทรัพยากรให้อีกด้วย!"
"..."
หวงฉานเล่ารายละเอียดอยู่พักใหญ่ หลินโม่พยักหน้าเข้าใจ ดูท่าพวกเบื้องสูงของสำนักชิงอวิ๋นยามนี้จะปักใจเชื่อว่าซูชิงลั่วคือปรมาจารย์ชิงอวิ๋นไปแล้ว และยังอยู่ร่วมกันอย่างสันติเสียด้วย
"เหอะๆ พวกโง่เอ๋ย"
"แต่ก็ดีเหมือนกัน รอให้ตบะของฉันก้าวหน้าขึ้นอีกหน่อย ก็คงไม่ต้องเกรงกลัวอะไรแล้ว"
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลินโม่ก็รู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้ยิน
"จริงด้วย แล้วท่านพอจะรู้ไหมว่าที่ลั่วเอ๋อร์ออกนอกสำนักไปน่ะ เธอไปที่ไหน?"