เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2850 - ขัดดวงกับกระทรวงที่เก้าจริงๆ

บทที่ 2850 - ขัดดวงกับกระทรวงที่เก้าจริงๆ

บทที่ 2850 - ขัดดวงกับกระทรวงที่เก้าจริงๆ


บทที่ 2850 - ขัดดวงกับกระทรวงที่เก้าจริงๆ

ทั้งสองคนเดินหยอกล้อกันออกมาจนถึงหน้าประตูสถานี กำลังจะหาคนรู้จักให้นำทางไปหาของอร่อยกิน ก็เห็นเซี่ยวนัววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา พอเห็นทั้งคู่ก็ตะโกนเรียกทันที "หัวหน้าครับ! หัวหน้า!"

อวี่เจ๋อเฉิงเห็นเซี่ยวนัวรีบวิ่งมาก็รีบปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม "เกิดอะไรขึ้น?"

"หัวหน้าครับ สวี่ด้าเป่าคนนั้น เกิดเรื่องแล้วครับ!"

"เกิดเรื่องอะไรกันแน่?"

อวี่เจ๋อเฉิงถามอย่างกระวนกระวาย เซี่ยวนัวจึงรีบอธิบาย "พวกเราไปค้นที่ร้านรับซื้อของเก่าที่เขารับผิดชอบอยู่ หัวหน้าทายสิว่าพวกเราพบอะไร?"

"เครื่องส่งโทรเลขเครื่องหนึ่งครับ"

"เครื่องส่งโทรเลข?"

อวี่เจ๋อเฉิงเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

แล้วเขาก็หันไปมองหยางเสี่ยวเทาโดยสัญชาตญาณ

ทว่าในตอนที่อวี่เจ๋อเฉิงมองมา หยางเสี่ยวเทาก็ถลึงตาใส่ทันที แถมยังทำท่าจะยกเท้าถีบเข้าให้อีกหนึ่งที

อวี่เจ๋อเฉิงรีบยิ้มเจื่อนๆ จากนั้นเซี่ยวนัวก็พูดต่อ "นอกจากนี้พวกเรายังพบทุ่นระเบิดต่อต้านรถถังอีกหกลูก ได้ยินว่าพวกนี้ก็เป็นของที่คนกลุ่มนี้เอามาขายเหมือนกัน แต่มีสองลูกที่หายสาบสูญไปครับ"

"และจากการตรวจสอบประวัติครอบครัวของเขา พบว่าเมื่อหลายปีก่อนเขาเคยมีภรรยา แต่ไม่มีลูกด้วยกัน ต่อมาก็หย่าร้างกันไป"

"ตอนนี้เขาทำงานและพักอยู่ที่ร้านรับซื้อของเก่าคนเดียว นานๆ ทีถึงจะกลับไปที่บ้านสักครั้ง"

"นอกจากนี้ ในบ้านของเขายังพบหนังสือพิมพ์เก่าๆ จำนวนมากที่ถูกตัดเก็บไว้ ซึ่งเน้นข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศเป็นหลักครับ!"

"ยืนยันได้แน่นอนว่า หมอนี่มีปัญหาจริงๆ"

เซี่ยวนัวสรุปเรื่องราวสั้นๆ ด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นมาก

เดิมทีมาที่นี่นึกว่าจะได้จับแค่หัวขโมยกระจอกๆ ใครจะไปคิดว่าหัวขโมยจะเป็นแค่ของว่าง แต่กลับได้จับปลาตัวใหญ่เข้าให้เสียอย่างนั้น

เมื่อได้ฟังคำพูดของเซี่ยวนัว อวี่เจ๋อเฉิงก็ถอนหายใจยาว แล้วหันไปมองหยางเสี่ยวเทาพลางพูดอ่อยๆ ว่า "ดูท่า ผมจะคิดมากไปจริงๆ สินะ!"

หยางเสี่ยวเทากลอกตาใส่ "ไอ้คนซื่อบื้อ หลังจากนี้อย่ามาหาเรื่องให้ผมรำคาญใจอีกนะ"

อวี่เจ๋อเฉิงหัวเราะร่า ในใจพลันรู้สึกเบาสบาย

เขาจะคิดมากไปก็ไม่เป็นไร ขอแค่หยางเสี่ยวเทาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ ก็พอแล้ว

เซี่ยวนัวมองดูคนทั้งสองสลับไปมาด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจความหมายในท่าทางของทั้งคู่

"บอกหัวหน้าหวังหรือยัง?"

เซี่ยวนัวพยักหน้า "ท่านทราบแล้วครับ ตอนนี้ท่านกำลังรีบเรียบเรียงข้อมูลเพื่อเตรียมรายงานเบื้องบน และสั่งให้ผมมาแจ้งข่าวกับหัวหน้าครับ"

อวี่เจ๋อเฉิงพยักหน้ารับทราบ หยางเสี่ยวเทาจึงหันไปถามเซี่ยวนัวว่า "เห็นคนคนนั้นครั้งสุดท้ายที่ไหน?"

"แถวๆ บ้านของเขาครับ"

"วั้งไฉ วั้งไฉ!"

หยางเสี่ยวเทาตะโกนเรียก ท่ามกลางความมืดมิด วั้งไฉก็วิ่งออกมาจากมุมหนึ่ง "เซี่ยวนัว คุณพาวั้งไฉไปด้วย!"

"ครับ!"

เซี่ยวนัวรู้ว่าเรื่องนี้เร่งด่วน จึงรีบพาวั้งไฉออกวิ่งไปทันที

เมื่ออวี่เจ๋อเฉิงได้สติ ก็เห็นหยางเสี่ยวเทาไพล่มือเดินจากไปทางด้านนอก

บนใบหน้ามีความเคอะเขินวูบผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งไปตีคู่ข้างหยางเสี่ยวเทา "เสี่ยวหยาง ผมเลี้ยงเอง คุณอยากกินอะไรว่ามาเลย!"

หยางเสี่ยวเทาหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับมายิ้มกว้าง "จริงนะ?"

อวี่เจ๋อเฉิงเอามือคลำกระเป๋าสตางค์ตามสัญชาตญาณ ในนั้นมีเงินเบี้ยเลี้ยงที่เบิกล่วงหน้ามาสำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ แต่พอนึกถึงว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เงินส่วนนี้ก็ถือว่าประหยัดไปได้เยอะ เขาจึงขบฟันตอบว่า "จริงสิ!"

"ฮ่าๆ เหล่าอวี่ พวกเราคนกันเองทั้งนั้นนี่นา!"

หยางเสี่ยวเทารีบกอดคอทำท่าทางสนิทสนมขึ้นมาทันที "ไปๆ ผมได้ยินว่าหมูหม้อดินกับแผ่นแป้งอบที่นี่อร่อยมาก อ้อ แล้วยังมีเกี๊ยวนึ่ง ฮุ่ยเมี่ยน ข้าวราดหน้าอะไรนั่นอีก ไปลองให้หมดเลย..."

หยางเสี่ยวเทาดันไหล่อวี่เจ๋อเฉิงให้เดินออกไป แต่อวี่เจ๋อเฉิงยิ่งฟังฝีเท้าก็ยิ่งหนักอึ้ง

ขืนกินครบทุกอย่างที่ว่ามา เงินในกระเป๋าคงร่อยหรอไปไม่น้อย นี่มันเงินเบี้ยเลี้ยงออกไปทำงานนอกสถานที่นะเนี่ย

พอกลับไป จะเบิกคืนยังไงล่ะนั่น?

"หัวหน้าหยาง ลิง เรียกทุกคนมาด้วย คืนนี้หัวหน้าอวี่เลี้ยงไม่อั้น..."

สิ้นเสียงหยางเสี่ยวเทา อวี่เจ๋อเฉิงถึงกับเดินเซไปก้าวหนึ่ง

"แก้แค้น หมอนี่ตั้งใจแก้แค้นชัดๆ!"

เมืองหลวง กระทรวงที่เจ็ด

ข่าวเรื่องการค้นพบคอมพิวเตอร์ถูกส่งกลับมาถึงกระทรวงที่เจ็ด ท่านผู้เฒ่าเฉียนในที่สุดก็โล่งใจจนเหมือนยกภูเขาออกจากอก

ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่คนอื่นๆ ในกระทรวงที่เจ็ดต่างก็รู้สึกเหมือนกัน

ไม่ว่าอย่างไร การตามคอมพิวเตอร์กลับมาได้คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

อย่างน้อยที่สุดก็ไม่เกิดความสูญหายของทรัพย์สินทางราชการ

ส่วนเรื่องผลกระทบนั้น ย่อมต้องมีแน่นอน

แต่ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลไป อย่างน้อยที่สุดชื่อเสียงของกระทรวงที่เจ็ดก็ยังคงอยู่

ท่านผู้เฒ่าเฉียนนั่งจิบชาอยู่ในห้องทำงาน จากนั้นเขาก็หยิบข้อมูลเกี่ยวกับขีปนาวุธออกมาจากลิ้นชักเพื่อเริ่มทบทวนใหม่อีกครั้ง

เขาต้องอาศัยช่วงเวลานี้เตรียมความพร้อมให้ดี

ในห้องประชุมข้างกัน ท่านผู้เฒ่าเฉินกำลังก้มหน้าก้มตาทานข้าวอยู่กับท่านผู้เฒ่าเจิง

เลขานุการกัวที่เฝ้าอยู่ข้างๆ เห็นภาพนี้แล้วก็พลอยโล่งใจไปด้วย

ตั้งแต่ได้รับข่าวเรื่องคอมพิวเตอร์หายเมื่อเช้านี้จนถึงตอนนี้ ท่านผู้เฒ่าเฉินไม่ได้ทานอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

หิวก็จิบชา เหนื่อยก็ทุบหลังตัวเอง ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาไม่มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าแม้แต่นิดเดียว

ในสถานการณ์เช่นนั้น จะบอกว่าไม่กังวลก็คงโกหก

แต่ที่น่าโมโหายิ่งกว่าก็คือทีมสอบสวนพวกนั้น

คนพวกนั้นจ้องแต่จะจับผิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ยอมปล่อย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปกระทรวงที่เจ็ดจะทำงานได้อย่างไร?

คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขาย่อมรู้ดี

ตอนนี้กระทรวงที่เจ็ดกำลังร่วมมือกับกระทรวงที่เก้า ทำงานในหลายโครงการพร้อมกัน

โดยเฉพาะโครงการโทรศัพท์ดาวเทียม การผสานเทคโนโลยีดาวเทียมเข้ากับจรวดส่ง หรือแม้แต่การสร้างฐานปล่อยดาวเทียมในครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่โครงการร่วมมือระหว่างสองกระทรวง แต่เป็นโครงการพัฒนาทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง

ทรัพยากรที่ทุ่มลงไปในโครงการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ส่วนของกระทรวงที่เจ็ดและกระทรวงที่เก้าเท่านั้น

ในส่วนที่มองไม่เห็น ท่านผู้เฒ่าเฉินได้อนุมัติงบประมาณลงไปไม่น้อยกว่าที่พวกเขาใช้กันเลย

โครงการระดับนี้ หากต้องล่าช้าไปแม้เพียงวันเดียว ย่อมเป็นความสูญเสียมหาศาล

แต่ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว เมื่อเห็นท่านผู้นำทั้งสองคนทานข้าวพลางพูดคุยหยอกล้อกัน เลขานุการกัวก็พลอยสบายใจ

และความสบายใจนี้ เกิดขึ้นได้ก็เพราะตามหาคอมพิวเตอร์เจอแล้วนั่นเอง

ตราบใดที่ตามของกลับมาได้ เรื่องอื่นก็คุยกันได้ง่ายขึ้น

"เหล่าเจิง งานนี้ต้องยกความดีความชอบให้พวกคุณจริงๆ นะ ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ตามกลับมาได้แล้ว"

"น่านับถือจริงๆ น่านับถือ"

ท่านผู้เฒ่าเฉินตักข้าวเข้าปาก พลางพูดชมท่านผู้เฒ่าเจิงอย่างสุภาพ

หากเทียบกับท่านผู้เฒ่าเฉินที่ทานข้าวอย่างประณีตทีละคำเล็กๆ แล้ว ท่านผู้เฒ่าเจิงกลับทานข้าวแบบโผงผางกว่ามาก

เขาคีบกิมจิรสจัดจ้านวางลงบนชามข้าว แล้วยกชามขึ้นพุ้ยข้าวเข้าปากรวดเดียวจนเต็มกระพุ้งแก้ม ก่อนจะรีบกลืนลงไปแล้วพูดว่า "ไม่ต้องมาชื่นชมกันแต่ปากหรอกครับ"

"งบประมาณช่วงครึ่งปีหลัง ช่วยเพิ่มให้พวกเราอีกนิดก็พอแล้ว"

"คุณวางใจได้เลย ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก รับรองว่าภายในสิบสองชั่วโมงผมจัดการให้จบแน่นอน"

ท่านผู้เฒ่าเฉินได้ฟังก็แค่นเสียง (ชิ) ออกมา "คุณวางใจเถอะ หลังจากนี้จะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว"

"พวกเราเพิ่งกำหนดกฎระเบียบใหม่ ต่อไปการขนส่งสิ่งของประเภทนี้จะมีรถเฉพาะกิจพร้อมเจ้าหน้าที่คุ้มกันติดอาวุธอย่างเข้มงวด"

"ถ้าจะมีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาลองดีอีกล่ะก็ พวกเราก็ไม่ใช่พวกใจอ่อนเหมือนกัน"

ท่านผู้เฒ่าเจิงเงยหน้ามองแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา "ถ้าอย่างนั้น ก็น่าเสียดายแย่เลย"

พูดจบเขาก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อชิ้นสุดท้ายในจานใส่ชาม แล้วพุ้ยข้าวต่อ

ท่านผู้เฒ่าเฉินไม่ได้ถือสา เขาจิบน้ำแกงตามนิดหน่อยก่อนจะถามว่า "คนที่พวกคุณจับได้น่ะ สอบสวนไปถึงไหนแล้ว?"

"จะถึงไหนได้ล่ะ?"

"ขุดหัวไชเท้าแล้วดินก็ตามมาด้วยนั่นแหละ ไม่มีใครสะอาดเลยสักคน"

ท่านผู้เฒ่าเจิงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง "ใครจะไปคิด ว่าแค่จับขโมยกระจอกๆ กลับลากไส้หนูในบ้านออกมาได้ด้วยเนี่ยนะ เฮ้อ..."

ท่านผู้เฒ่าเฉินพลันนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่กรมรถไฟ แววตาก็เป็นประกายขึ้นมา

ใครจะไปคิด ว่าไอ้หมอนั่นที่อุตส่าห์เอาหลักฐานมาส่งมอบให้ทีมสอบสวน ที่แท้ก็มีแผลติดตัวอยู่เหมือนกัน คราวนี้ล่ะเรื่องสนุกคงจะตามมาแน่

"คุณว่า หมอนั่นมันมีจิตใจแบบไหนกันแน่?"

"ทั้งที่รู้ว่าตัวเองมีความผิดติดตัวแท้ๆ ยังจะกล้าไปสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจเพื่อลากคนอื่นลงน้ำไปด้วย"

"เหล่าเจิง คุณลองวิเคราะห์ดูซิ ว่าคนคนนี้ทำไปเพื่ออะไร?"

ท่านผู้เฒ่าเจิงวางชามและตะเกียบลง แล้วลูบท้องตัวเองพลางพูดว่า "เรื่องแบบนี้มันก็ปกติสำหรับอาชญากรนั่นแหละ"

"ทำไมเหรอ?"

"ก็เพราะคุณคิดแบบคนปกติไงล่ะ เลยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ"

"แต่อาชญากรพวกนั้นไม่ใช่คนปกติ เพราะฉะนั้นคุณต้องลองสมมติตัวเองเป็นคนไม่ปกติถึงจะเข้าใจความคิดของพวกมัน แล้วคุณจะมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นเอง"

ท่านผู้เฒ่าเฉินอ้าปากค้าง เขาอยากจะถามท่านผู้เฒ่าเจิงเหลือเกินว่า แล้วคุณไปสวมวิญญาณเป็นพวกมันได้ยังไงกันล่ะเนี่ย

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน โทรศัพท์ดาวเทียมบนโต๊ะก็ดังขึ้นทันที

เลขานุการกัวรีบก้าวเข้าไปรับสาย "ฮัลโหล ที่นี่กระทรวงที่เจ็ดครับ..."

"หัวหน้าหวังเหรอครับ อ้อ ได้ครับ"

เลขานุการกัวเอามือปิดหูโทรศัพท์ แล้วหันไปหาท่านผู้เฒ่าเจิง "ท่านครับ โทรศัพท์จากหัวหน้าหวัง ระบุว่าต้องการคุยกับท่านโดยเฉพาะครับ"

ท่านผู้เฒ่าเจิงลุกขึ้นยืนพลางจัดแจงเสื้อผ้า แล้วหันมายิ้มให้ท่านผู้เฒ่าเฉิน "ต้องเป็นข่าวดีแน่ๆ"

พูดจบเขาก็เดินไปรับสาย และก็ได้ยินเสียงของหวังเหล่ยดังมาจากปลายสาย "ท่านผู้นำครับ เกิดเรื่องแทรกซ้อนขึ้นแล้ว..."

ท่านผู้เฒ่าเฉินที่เพิ่งทานข้าวเสร็จกำลังเตรียมจะลุกขึ้นเดินย่อยอาหาร ก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของท่านผู้เฒ่าเจิงดูเปลี่ยนไป

และมันเริ่มดูแย่ลงเรื่อยๆ

จนกระทั่งเสียงจากปลายสายเงียบลง ท่านผู้เฒ่าเจิงจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ต้องตามหาตัวคนคนนั้นให้พบให้ได้"

"ครับ!"

ท่านผู้เฒ่าเจิงวางสายลง แล้วหันมาพูดกับท่านผู้เฒ่าเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า "เกิดความผิดพลาดขึ้นนิดหน่อยครับ"

"ความผิดพลาดอะไร?"

"ในระหว่างการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง พบว่าฐานะของอีกฝ่ายมีปัญหา ดูเหมือนจะเป็นสายลับของศัตรูครับ"

ท่านผู้เฒ่าเฉินขมวดคิ้วแน่น ถามย้ำอย่างรวดเร็ว "แน่ใจนะ?"

"สิบทั้งเก้าครับ"

จากนั้นทั้งสองคนต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

"คุณวางใจเถอะ หมอนี่หนีไม่พ้นแน่ พวกเราต้องตามจับมันกลับมาให้ได้"

ท่านผู้เฒ่าเจิงรับปากอย่างหนักแน่น ท่านผู้เฒ่าเฉินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออกจึงพูดว่า "เรื่องนี้ อย่าเพิ่งประกาศออกไปให้คนภายนอกรู้เด็ดขาด"

"ผมทราบแล้ว!"

พูดจบ ท่านผู้เฒ่าเจิงก็ไม่รอช้า รีบเตรียมตัวกลับทันที

หากเป็นแค่เรื่องคอมพิวเตอร์หาย เขาจะอยู่ที่นี่ต่อก็คงไม่เป็นไร

แต่ตอนนี้เรื่องมันลุกลามไปถึงเรื่องอื่นแล้ว เขาต้องกลับไปนั่งคุมบังเหียนเพื่อสั่งการด้วยตัวเอง

ท่านผู้เฒ่าเฉินเดินไปส่งท่านผู้เฒ่าเจิงที่หน้าอาคาร ก่อนจะหันมาถามลูกน้อง "เหล่าหวังจะกลับมาเมื่อไหร่?"

"ท่านผู้เฒ่าหวังนั่งเฮลิคอปเตอร์กลับมาครับ แต่การบินช่วงกลางคืนอาจจะช้าลงนิดหน่อย คาดว่าประมาณสามทุ่มก็น่าจะถึงแล้วครับ"

ท่านผู้เฒ่าเฉินพยักหน้ามองดูท้องฟ้า "เอาเถอะ คืนนี้ผมจะค้างที่นี่ คุณไปเตรียมที่พักให้ผมหน่อย"

"อ้อ แล้วก็แจ้งคนของกระทรวงที่เก้าด้วย ให้พวกเขากลับไปทำงานตามปกติได้แล้ว"

"ครับ!"

ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน หัวหน้าแผนกเหยาจากทีมสืบสวนกำลังถือเอกสารที่เพิ่งได้รับมาด้วยใบหน้าที่มีแต่ความโกรธแค้น

"ไม้นี้อีกแล้ว"

"ไม้นี้อีกแล้ว!"

พูดจบเขาก็โยนเอกสารลงบนโต๊ะดังปัง แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความหดหู่ใจ

แผนการนี้มันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

เริ่มจากการขุดหลุมล่อให้คุณยื่นมือเข้าไป โดยใช้ผลประโยชน์มหาศาลมาล่อใจ

แต่พอคุณยื่นมือเข้าไปแล้ว มือของคุณก็จะถูกมัดไว้จนดิ้นไม่หลุด

ในตอนนี้อีกฝ่ายจะจงใจเปิดเผยจุดอ่อนออกมา เพื่อให้คุณดีใจจนเนื้อเต้นแล้วพุ่งเข้าไปหาเอง

สุดท้าย ก็จะฟาดกระบองใส่คุณแรงๆ หนึ่งที ทำให้ความพยายามทั้งหมดของคุณกลายเป็นมีดที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเอง

เรื่องในครั้งนี้ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์หายจนถึงตอนนี้ ทุกย่างก้าวล้วนอยู่ในแผนการของอีกฝ่าย และพวกเขาก็เป็นเพียงลิงที่ถูกหลอกให้เต้นไปตามเกม จนสุดท้ายก็ถูกฟาดหน้าจนหงาย

เป็นแผนการที่เรียบง่ายเหลือเกิน แต่พวกเขากลับตกหลุมพรางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้าจะบอกว่าอีกฝ่ายฉลาดล้ำเลิศแค่ไหน เขาคงไม่ยอมรับ

แต่ถ้าจะบอกว่าพวกพ้องของเขาโง่เง่าแค่ไหน เรื่องนี้เขาขอยอมรับจากใจจริง

เขาเริ่มพยายามทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดในใจอีกครั้ง

ในเมื่อคนที่ให้ข้อมูลมีปัญหา ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารชุดนี้ย่อมไม่อาจใช้เป็นหลักฐานได้อีกต่อไป

หากอยากจะบรรลุเป้าหมายเพื่อเข้าควบคุมกระทรวงที่เจ็ดให้ได้ ย่อมต้องหาทางอื่น

โดยเฉพาะคนในกรมรถไฟ ที่นั่นน้ำลึกนัก ใช่ว่าจะมีแต่คนที่ยอมออกมาเผชิญหน้า

เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวหน้าแผนกเหยาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ยังพอมีทางไปต่อได้

ประกอบกับสถานการณ์ในตอนนี้ยังถือว่าเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา ตราบใดที่ยังสืบสวนต่อไป ย่อมต้องเจอจุดอ่อนสักอย่างแน่นอน

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หัวหน้าแผนกเหยาจึงเห็นว่าทีมสอบสวนต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

กระทั่งผ่านพ้นไปหนึ่งคืน หัวหน้าแผนกเหยาก็พาลูกทีมมาที่กระทรวงที่เจ็ดเพื่อเริ่มงานตามปกติ

ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ครั้งนี้คนที่มารอรับเขาไม่ใช่ท่านผู้เฒ่าเฉิน แต่เป็นท่านผู้เฒ่าหวังที่เพิ่งจะกลับมาถึง

ในตอนนั้นท่านผู้เฒ่าหวังดวงตาแดงก่ำ สภาพดูอิดโรยและอ่อนล้าเป็นอย่างยิ่ง

ทว่ายามที่สายตาของเขากวาดมองมา กลับทำให้หัวหน้าแผนกเหยารู้สึกเย็นเยียบไปถึงกระดูกดำ

หัวหน้าแผนกเหยาสูดลมหายใจลึก พยายามสงบจิตสงบใจ ก่อนจะพูดว่า "สหายหวังจวินหง สวัสดีครับ"

"ผมคือหัวหน้าทีมสอบสวนในครั้งนี้ รับผิดชอบกรณีคอมพิวเตอร์หายโดยเฉพาะ..."

หัวหน้าแผนกเหยาแนะนำตัวเองเสร็จแล้วก็จ้องมองท่านผู้เฒ่าหวัง

ใครจะไปรู้ว่าท่านผู้เฒ่าหวังกลับกอดอกทำท่าเหมือนจะหลับไปจริงๆ จะยอมขยับตัวก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงกระทรวงที่เจ็ดเท่านั้น

เรื่องนี้ทำให้หัวหน้าแผนกเหยาเริ่มมีน้ำโห แต่พอมองท่าทางของอีกฝ่ายและนึกถึงวีรกรรมเก่าๆ ที่ไม่ค่อยน่าอภิรมย์นัก เขาก็พยายามข่มอารมณ์ไว้

"สหายหวังจวินหง ถึงแม้ครั้งนี้พวกคุณจะตามคอมพิวเตอร์กลับมาได้ แต่เรื่องนี้มีปัญหาใหญ่แฝงอยู่ โดยเฉพาะปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ถูกเปิดเผยออกมา พวกเราจะรายงานเรื่องนี้ตามความเป็นจริง และจะมีการส่งคนมา..."

"ส่งคนแบบไหนมา?"

ไม่รอให้หัวหน้าแผนกเหยาพูดจบ ท่านผู้เฒ่าหวังก็แผดเสียงแหบพร่าออกมา "ส่งคนแบบไหนมา?"

"ก็คนที่จะมาคอยควบคุมไม่ให้พวกคุณทำผิดซ้ำสองไงล่ะครับ"

หัวหน้าแผนกเหยาทำมาดข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แล้วพูดด้วยเสียงเย็น "ผมรู้ว่าครั้งนี้กรมรถไฟมีความผิด แต่กระทรวงของคุณไม่มีความผิดเลยหรือไง?"

"ถ้ามีความผิดก็ต้องแก้ไข พบปัญหาก็ต้องจัดการปัญหา ต้อง..."

"พอๆ เลิกพล่ามเรื่องไร้สาระได้แล้ว"

ท่านผู้เฒ่าหวังพูดขัดจังหวะอีกครั้ง คราวนี้หัวหน้าแผนกเหยาเริ่มจะระงับอารมณ์ไม่อยู่แล้ว

ทว่าประโยคถัดมาของท่านผู้เฒ่าหวังกลับทำให้เขาต้องยืนอึ้งอยู่กับที่ "ตอนนี้ผมไม่มีเวลามานั่งต่อล้อต่อเถียงกับคุณหรอกนะ ที่กวานเฉิงพบตัวสายลับของศัตรูแล้ว และกำลังตามจับกันอยู่"

"ถ้าคุณไม่มีอะไรทำ ก็นั่งเล่นอยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ ผมต้องไปที่กระทรวงที่เก้าเพื่อดูคอมพิวเตอร์ก่อน"

"แต่ถ้าคุณมีธุระด่วน ก็เชิญรออยู่ที่นี่เถอะครับ เดี๋ยวผมกลับมาจะคุยกับคุณต่อเอง"

พูดจบ ท่านผู้เฒ่าหวังก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไปทันที

ตอนที่เดินผ่านประตู เขายังไม่ลืมที่จะหันไปสั่งเจ้าหน้าที่รักษาสวัสดิภาพว่า "เฝ้าไว้ให้ดีล่ะ อย่าให้เอกสารลับหายไปแม้แต่แผ่นเดียว"

พูดจบเขาก็เดินจากไปไกลลิบ

ในตอนนั้นเอง หัวหน้าแผนกเหยาก็เพิ่งจะเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของท่านผู้เฒ่าหวัง

แล้ว 'แผนการ' เมื่อคืนนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

เดิมทีเขานึกว่า 'ความผิดพลาด' ของกรมรถไฟจะเป็นแค่การสร้างเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจธรรมดาๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่นั้นเสียแล้ว

หมัดเด็ดที่แท้จริงกำลังรอเขาอยู่ที่นี่ต่างหาก

ในชั่วพริบตา หัวหน้าแผนกเหยานึกถึงหัวหน้ากลุ่มจาง นึกถึงหวังเสีย และนึกถึงบรรดาสหายที่เคยร่วมนั่งดื่มกาแฟด้วยกัน

จากนั้น ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาเด้งตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของลูกน้อง เขารีบก้าวเดินออกไปพร้อมกับพูดว่า "ไป! ไป! รีบกลับกันเดี๋ยวนี้เลย"

ทุกคนต่างก็งุนงง แต่ก็ยังรีบวิ่งตามหลังไปติดๆ

ทว่าในตอนนี้ หัวหน้าแผนกเหยาไม่มีความลังเลใจเหลืออยู่เหมือนเมื่อคืนอีกแล้ว ในทางกลับกัน จิตใจของเขากลับมีความมั่นคงเป็นอย่างยิ่ง

นั่นก็เพราะเขาค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่งว่า ตราบใดที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงที่เก้า ผลลัพธ์สุดท้ายมักจะจบลงไม่สวยเสมอ

และตัวเขาเองก็เหมือนจะ 'ขัดดวง' กับกระทรวงที่เก้าจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเจอกันเมื่อไหร่ คนที่ต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบมักจะเป็นเขาเสมอ

จนกระทั่งขึ้นรถขับหนีออกจากกระทรวงที่เจ็ดไปได้ หัวหน้าแผนกเหยาถึงได้ระบายลมหายใจยาวออกมา แล้วแอบตั้งปณิธานไว้ในใจว่า "ต่อจากนี้ไป เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงที่เก้า ฉันจะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยอีกเด็ดขาด"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 2850 - ขัดดวงกับกระทรวงที่เก้าจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว