- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นหนอนหนังสือผู้ร่ำรวย
- บทที่ 2730 - ใครเป็นคนแนะนำหยางเสี่ยวเทา?
บทที่ 2730 - ใครเป็นคนแนะนำหยางเสี่ยวเทา?
บทที่ 2730 - ใครเป็นคนแนะนำหยางเสี่ยวเทา?
บทที่ 2730 - ใครเป็นคนแนะนำหยางเสี่ยวเทา?
หยางเสี่ยวเทาขับรถกลับมาถึงกระทรวงที่เก้าได้ทันเวลามื้อเที่ยงพอดี
เมื่อกลับมาถึงเขาก็นึกขึ้นได้ว่าความจริงควรจะอยู่กินข้าวที่บ้านท่านผู้เฒ่าเฉินเสียหน่อย อุตส่าห์เอาของขวัญล้ำค่าไปให้ตามธรรมเนียมแล้ว ก็น่าจะเลี้ยงข้าวเขาสักมื้อนะ
"ขาดทุนย่อยยับเลยแฮะ" เขาพึมพำพลางเดินไปยังโรงอาหาร
หลิวลิ่วเสวี่ยเห็นหยางเสี่ยวเทากลับมาจึงรีบกลับไปที่ห้องทำงานเพื่อช่วยหยิบกล่องข้าวและไปตักอาหารให้ หยางเสี่ยวเทาถือกล่องข้าวเดินไปนั่งลงข้างๆ หยางโย่วหนิงและเฉินกง
ทั้งสองคนเห็นหยางเสี่ยวเทากลับมา แม้สีหน้าจะดูปกติแต่ในใจกลับรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที
"ทำไมกลับมาตอนนี้ล่ะ?" หยางโย่วหนิงเป็นฝ่ายเอ่ยถาม
หยางเสี่ยวเทาส่ายหน้า "อย่าพูดถึงเลยครับ อุตส่าห์ว่าจะไปหาของฟรีตักตวงผลประโยชน์กินสักหน่อย แต่ดันถูกท่านผู้เฒ่าเฉินไล่กลับมาซะงั้น" เขาพูดไปพลางตักข้าวเข้าปาก
เมื่อทั้งสองคนรู้ว่าหยางเสี่ยวเทาไปหาท่านผู้เฒ่าเฉินก็รีบสบตากันทันที จากนั้นเฉินกงก็แสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจว่า "ไปหาท่านผู้เฒ่าเฉินทุกอย่างราบรื่นดีไหม?"
"ก็ดีครับ ครั้งนี้ผมไปเสนอเรื่องสองอย่างและท่านก็เห็นชอบทั้งสองอย่างเลย"
"สองเรื่องเหรอ?" เฉินกงถามต่อ
หยางเสี่ยวเทาไม่ได้ปิดบัง เขาเล่าเรื่องการแต่งตั้งและการปรับเปลี่ยนบุคลากรออกมาทั้งหมด เรื่องนี้อย่างไรเสียไม่ช้าก็เร็วทุกคนต้องรู้อยู่ดี การบอกทั้งสองคนก่อนย่อมดีกว่าการปกปิดไว้จนถึงนาทีสุดท้าย อีกอย่าง ในวงข้าวแบบนี้การพูดคุยกันอย่างเป็นส่วนตัวก็สะดวกกว่ามาก
"เหล่าหยาง เดี๋ยวพอสวี่หยวนซานมาถึง คุณช่วยส่งมอบงานให้เขาดีๆ นะ งานบริหารจะเป็นจุดเน้นสำคัญหลังจากนี้"
หยางโย่วหนิงได้ยินเรื่องการเปลี่ยนหน้าที่ของตนเอง ในใจก็รู้สึกขัดเคืองอยู่บ้าง แต่พอได้ฟังหยางเสี่ยวเทาพูดเขาก็รู้ดีว่างานบริหารจัดการนั้นไม่เหมาะกับเขาจริงๆ
สมัยที่เป็นโรงงานเครื่องจักร มันเป็นแค่โรงงานเล็กๆ เขาพอจะใช้ "เสน่ห์ส่วนตัว" และ "ความสัมพันธ์" ในการจัดการเรื่องบริหารได้ แต่กระทรวงที่เก้าไม่ใช่โรงงานเล็กๆ แบบเดิมอีกต่อไป มันมีความซับซ้อนและมีขนาดใหญ่กว่ามาก
ซึ่งต้องใช้คนที่ทำงานแบบ "ตรงไปตรงมาตามระเบียบ"
ตอนนี้เห็นชัดแล้วว่าหยางเสี่ยวเทาเลือกสวี่หยวนซาน
สำหรับสวี่หยวนซานนั้น หยางโย่วหนิงไม่มีข้อกังขา เขามีความสามารถ เป็นคนซื่อตรง และความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ถือว่าดีทีเดียว
แต่สิ่งที่หยางเสี่ยวเทาคิดนั้นมีมากกว่านั้น
ในปัจจุบัน หน้าที่ของแผนกบริหารได้รับข้อจำกัดอย่างมากจากระบบภารกิจตามแผน การจะทำงานให้สำเร็จจำเป็นต้องสำรวจความสามารถของวิสาหกิจปลายน้ำ ประสานงานทรัพยากรในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และต้องรอให้มีการมอบหมายงานก่อนจึงจะเริ่มการผลิตได้ คนล้นงานและงานซับซ้อนก็เกิดมาจากจุดนี้เอง
หยางเสี่ยวเทาไม่อยากให้ผลลัพธ์ที่เพิ่งจะสะสางไปต้องสูญเปล่า ดังนั้นเขาจึงต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่เป็นอยู่ และงานบริหารคือหัวใจสำคัญ
พูดง่ายๆ ก็คือ หยางเสี่ยวเทาต้องการใช้แผนกบริหารมาทดแทนกลไกการกระจายภารกิจแบบเดิม อย่างน้อยที่สุดภายในกระทรวงที่เก้า เขาต้องการเสริมอำนาจให้แผนกบริหาร ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ดังนั้น การทำงานในลักษณะที่เหมือนกับแขวนหัวแพะขายเนื้อสุนัขแบบนี้ จำเป็นต้องหาคนที่ไว้ใจได้และมีความสามารถมาทำ ซึ่งสวี่หยวนซานคือตัวเลือกที่ดีที่สุด
ในตอนแรกหยางเสี่ยวเทาคิดถึงหวังกั๋วต้ง แต่หวังกั๋วต้งทำงานเป็นระเบียบเกินไป สั่งงานอะไรก็จะทำแบบนั้นเป๊ะๆ ขาดความยืดหยุ่นไปบ้าง ดังนั้นสวี่หยวนซานจึงกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
"ได้ คุณวางใจเถอะ ผมจะส่งมอบงานให้เป็นอย่างดี"
หยางเสี่ยวเทาพยักหน้า "ไม่ใช่แค่สอนงานเท่านั้น แต่เรื่องการประชาสัมพันธ์ คุณกับอาเฉินก็ต้องส่งมอบงานให้ดีด้วย"
"ปีหน้า การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงต้องขยายขนาดขึ้น พยายามให้โรงงานทุกแห่งในกระทรวงที่เก้าของเรามีทีมวอลเลย์บอลเป็นของตัวเอง"
"แบบนี้จะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้กับกระทรวงที่เก้าของเราได้"
"นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สถานีวิทยุในการพากย์การแข่งขัน และถือโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับกระทรวงที่เก้าไปด้วยเลย..." เมื่อพูดถึงตรงนี้ หยางโย่วหนิงถึงกับวางตะเกียบลงทันที เรื่องงานประชาสัมพันธ์นี่แหละคือจุดแข็งของเขา
"ถ้าพูดเรื่องนี้ล่ะก็ ผมเริ่มจะมีไฟขึ้นมาแล้วล่ะ!" จากนั้นเขาก็ร่ายยาวเป็นชุด "การแข่งวอลเลย์บอลนี่ ถ้ามีแค่ผู้หญิงมันจะดูจำกัดเกินไป ผมกะว่าจะจัดให้มีการแข่งขันวอลเลย์บอลชายและวอลเลย์บอลคู่ผสมด้วย เพื่อให้มันเป็นระบบขึ้นมา..."
"เดี๋ยวก่อน คุณฟังผมจัดแจงก่อนสิ" เมื่อเห็นเหล่าหยางชักจะหยุดไม่อยู่ เฉินกงก็รีบขัดจังหวะทันที ก่อนจะหันไปมองหยางเสี่ยวเทา "ผมคงไม่ได้ทำหน้าที่พลาธิการเหมือนเดิมหรอกนะ"
หยางเสี่ยวเทายิ้มพลางพยักหน้า "อืม ยินดีด้วยครับ คุณเดาถูกแล้ว"
เฉินกงเบ้ปาก ใช้ตะเกียบจิ้มข้าวในกล่องไปสองที "กูว่าแล้วเชียว"
แม้จะพูดแบบนั้นแต่ในใจเขาก็โล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังได้อยู่ในสำนักงานใหญ่ของกระทรวงที่เก้าต่อไป
อีกอย่าง งานประชาสัมพันธ์นั้นไม่เหมาะกับเขาจริงๆ แม้เขาจะรู้จักคนโน้นคนนี้ไปทั่ว แต่เรื่องการประชาสัมพันธ์มันไม่ใช่แค่รู้จักคนเยอะแล้วจะจบ ยิ่งถ้าต้องมีเหล่าหยางที่วันๆ ไม่ค่อยจะทำงานทำการเป็นชิ้นเป็นอันมาคอยแย่งงานประชาสัมพันธ์ของเขาไปทำอีกล่ะก็ มันคงทำให้เขาทำงานลำบากใจน่าดู
ในทางกลับกัน งานพลาธิการคืองานถนัดของเขา และตอนนี้ยังมีคนเก่งอย่างเหล่าหงมาอยู่ข้างๆ การได้เรียนรู้เพิ่มเติมย่อมต้องดีกว่าเมื่อก่อนแน่นอน
"นี่คืองานถนัดของคุณเลยนะครับ" หยางเสี่ยวเทายิ้มแล้วลดเสียงลงพลางกล่าวว่า "ครั้งนี้ผมไปเจรจากับท่านผู้เฒ่าเฉินมาแล้ว ตราบใดที่พวกเราสร้างผลงานออกมาได้ ท่านผู้เฒ่าเฉินจะเพิ่มเงินสนับสนุนให้อีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์"
"อาเฉิน หลังจากนี้คุณคงต้องยุ่งมากแน่ๆ เลย" เมื่อหยางเสี่ยวเทาพูดจบ เฉินกงถึงกับเบิกตาโพลง
ด้วยความสามารถของกระทรวงที่เก้า เงินคืนที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์นั้น ในหนึ่งเดือนมันอาจจะหมายถึงตัวเลขถึงเก้าหลักเลยทีเดียว เมื่อคิดดูว่าในแต่ละเดือนตนเองจะมีรายได้ก้อนโตเพิ่มเข้ามา...
งานพลาธิการนี่แหละคือหัวใจสำคัญที่แท้จริง!
หยางเสี่ยวเทาไม่ได้ไม่พอใจเขา แต่เขากำลังมอบหมายภารกิจที่ยิ่งใหญ่ให้ต่างหาก!
ในพริบตาเดียว เฉินกงก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างรุนแรง
หยางโย่วหนิงที่อยู่ข้างๆ ก็สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของเพื่อนรัก เขาจึงถือโอกาสหยิบตะเกียบไปคีบเนื้อจากกล่องข้าวของเฉินกงมากิน (เรื่องที่น่ายินดีก็ต้องแบ่งปันกันหน่อยสิ)
เฉินกงไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เขายังคงจ้องมองหยางเสี่ยวเทา "จริงเหรอ?"
"แน่นอน ท่านผู้เฒ่าเฉินรับปากด้วยตัวเอง จะเป็นเรื่องปลอมได้ยังไง?" หยางเสี่ยวเทายืนยันอย่างหนักแน่น
แน่นอนว่าตอนที่ท่านผู้เฒ่าเฉินรับปากนั้นมีเงื่อนไขอยู่ด้วย แต่ในสายตาของหยางเสี่ยวเทานั้น มันไม่ใช่เงื่อนไขที่ยากอะไรเลย กระทรวงที่เก้าของพวกเขาต้องพัฒนาต่อไปอยู่แล้ว จะมัวมาหยุดอยู่กับที่ได้ยังไง!
เฉินกงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้ววางตะเกียบลงเหมือนกับหยางโย่วหนิงพลางถูมือไปมาอย่างมาดมั่น
"คุณวางใจได้เลย ต่อไปนี้เรื่องพลาธิการ ผมจะไม่ยอมให้มันเป็นตัวถ่วงแน่นอน"
"ถ้าใครกล้าทำเรื่องเหลวไหลล่ะก็ ผมจะลงมือจัดการล้างบางด้วยตัวเองเลย"
หยางเสี่ยวเทายิ้มพลางพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรต่อ บางเรื่องฟังอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูที่การกระทำด้วย
ทั้งสองคนสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว พอกลับมากินข้าวต่อก็รู้สึกว่าอาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ
จะมีก็แต่เฉินกงที่รู้สึกงงๆ ว่าเขาจำได้ว่าตักกับข้าวที่เป็นเนื้อมาตั้งเยอะ แต่ทำไมกินไปไม่กี่คำมันถึงหายไปหมดแล้ว? ในใจเขาก็แอบคิดว่า หรือว่าคนจัดซื้อพลาธิการจะซื้อเนื้อหมูมาน้อยลง หรือมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแฝงอยู่กันแน่ เขาจึงตัดสินใจว่าเมื่อได้เข้าไปดูแลงานพลาธิการอย่างเต็มตัว เขาจะต้องรื้อระบบใหม่ทั้งหมด จะปล่อยให้เป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เด็ดขาด
ทั้งสามคนจัดการอาหารจนเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว หยางเสี่ยวเทาเก็บตะเกียบพลางบอกว่า "ผมขอไปหาเหล่าหลี่กับคนอื่นๆ ก่อนนะ"
"ได้ๆ ไปเถอะ!" หยางโย่วหนิงยังอยากจะคุยกับเฉินกงต่อ หยางเสี่ยวเทาจึงเดินจากไป
"เหล่าเฉิน ครั้งนี้เราจะปล่อยให้เป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะ" หยางโย่วหนิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เฉินกงพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเขาก็พูดอย่างระมัดระวังว่า "คุณสังเกตเห็นไหมว่าการปรับเปลี่ยนครั้งนี้มันใหญ่มากเลยนะ!"
"โดยเฉพาะเหล่าหลิว พอเขาไป อำนาจในมือก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนทันที คุณคิดว่าถ้ามีเลขานุการคนใหม่มา เขาจะทำอะไรได้บ้าง?"
หยางโย่วหนิงปิดฝากล่องข้าว "ทำอะไรเหรอ? ไม่ต้องทำอะไรเลยจะดีที่สุด นั่งรอรับผลงานอย่างเดียวก็ได้แล้ว"
"แต่ถ้าได้คนที่ชอบสั่งการมั่วซั่วมาเนี่ยสิ นั่นแหละคือเรื่องใหญ่!" เมื่อพูดถึงตรงนี้ ทั้งสองคนต่างก็นึกถึงคนๆ หนึ่งขึ้นมาพร้อมกัน แต่แล้วพวกเขาก็ส่ายหน้าปัดความคิดนั้นทิ้งไป เฉินกงจึงถามอย่างระวังว่า "คุณมองออกไหมว่านี่เป็นแผนของใคร?"
หยางโย่วหนิงขยับท่านั่งเล็กน้อยแล้วพูดอย่างมีเลศนัยว่า "ผมคาดว่า ถ้าไม่ใช่ความเห็นของท่านผู้เฒ่าเฉิน ก็คงเป็นไอเดียของท่านผู้เฒ่าหวงและคนอื่นๆ นั่นแหละ!"
"ท่านผู้เฒ่าเฉินเหรอ? หรือท่านผู้เฒ่าหวง?"
หยางโย่วหนิงพยักหน้า "เหล่าหลิวไม่มีความคิดแบบนั้นหรอก ส่วนเหล่าหลี่ก็ไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้น คุณคิดว่าจะเป็นใครได้อีกล่ะ? ก็ต้องเป็นคนเบื้องบนนั่นแหละที่ช่วยชี้แนะแนวทางให้!"
"นี่ก็เพื่อความมั่นคงของกระทรวงที่เก้ายังไงล่ะ!"
เฉินกงเห็นด้วยว่ามันมีเหตุผล จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจลึก "ไม่ว่ายังไง สำหรับพวกเราแล้วมันก็ถือเป็นเรื่องดี"
หยางโย่วหนิงพยักหน้า "แม้คนจะเยอะขึ้น แต่ความรับผิดชอบในแต่ละส่วนก็ชัดเจนขึ้นด้วย พวกเราต่างก็ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ก็นับว่าเป็นเรื่องดีแหละนะ!"
พูดจบหยางโย่วหนิงก็เตรียมตัวจะเดินออกไป เฉินกงเองก็กำลังจะเดินตามออกไป แต่พอเดินไปได้สองก้าว เขาก็ถามขึ้นมาทันทีว่า "พวกเราลืมอะไรไปหรือเปล่า?"
"ลืมอะไร?" หยางโย่วหนิงถามด้วยความสงสัย
เฉินกงจึงเริ่มนับนิ้ว "นอกจากเหลียงจั้วซินที่นับไม่ได้แล้ว ก็มีเหล่าหลี่ เหล่าหง แล้วก็เหล่าจ้าวที่เพิ่งมาใหม่ บวกกับคุณและผม..." หลังจากนับไปนับมา ทั้งสองคนก็เงยหน้าขึ้นมองกันทันที
จากนั้นหยางโย่วหนิงก็โพล่งออกมาว่า "หวังกั๋วต้ง!"
แล้วทั้งสองคนก็ต่างพากันพูดไม่ออก ได้แต่เดินจากไปเงียบๆ เจ้าหมอนี่มันช่างไร้ตัวตนจริงๆ แต่ขนาดไร้ตัวตนขนาดนี้ เขากลับยังคงนั่งตำแหน่งได้อย่างมั่นคงเสียด้วยสิ
หลังจากหยางเสี่ยวเทากลับไปที่ห้องทำงานและรออยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งถึงเวลาเข้างานในช่วงบ่าย เขาจึงเรียกหลิวไหวหมินและหลี่หงเฟิงมาที่ห้องทำงาน แล้วหยิบเอกสารออกมาให้ทั้งสองคนดู
เมื่อทั้งสองคนยืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว จึงเตรียมหาเวลาประกาศการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าก่อนหน้านั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน โดยหลี่หงเฟิงจะเป็นคนไปคุยกับจ้าวกังด้วยตัวเอง ส่วนทางด้านสวี่หยวนซานนั้นเป็นหน้าที่ของหลิวไหวหมิน
ส่วนเรื่องผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงงานเคมีแทนสวี่หยวนซานนั้น หลิวไหวหมินเสนอให้สวี่หยวนซานเป็นคนแนะนำเอง หากเหมาะสมก็สามารถแต่งตั้งได้ทันที
ทั้งสองคนทำงานกันอย่างรวดเร็ว เมื่อหยางเสี่ยวเทาถึงเวลาเลิกงาน เขาก็เห็นจ้าวกังเดินตามหลังหลี่หงเฟิงมาพลางพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทาก็เข้ามาทักทายทันที แต่คำเรียกขานนั้นไม่ได้เรียกว่า "เสี่ยวหยาง" เหมือนเมื่อก่อน แต่เปลี่ยนมาเป็น "ท่านรัฐมนตรีหยาง" แทน
"ท่านรัฐมนตรีหยาง คุณมอบหมายงานที่ท้าทายมากให้ผมเลยนะเนี่ย!" จ้าวกังพูดพร้อมรอยยิ้ม ในใจเขารู้สึกพอใจกับงานนี้มาก
แผนกตรวจสอบภายใน พูดง่ายๆ ก็คือหน่วยงานตรวจสอบ และงานเก่าของเขาก็มีลักษณะงานในด้านนี้อยู่บ้าง ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น
"ถ้าไม่มีความท้าทายก็ไม่มีความก้าวหน้าสิครับ!"
"อีกอย่าง เรื่องแค่นี้จะไปยากอะไรสำหรับท่านจ้าว?" หยางเสี่ยวเทาพูดเย้าแหย่ จากนั้นก็หันไปมองหลี่หงเฟิง "เหล่าจ้าว ผมรับประกันกับเลขานุการหลี่ไว้เลยนะว่าคุณเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด อย่าทำให้ผมเสียหน้าล่ะ!"
หลี่หงเฟิงที่อยู่ข้างๆ ส่ายหน้ายิ้มๆ ส่วนจ้าวกังก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
"คุณวางใจเถอะ งานนี้ผมจะทำให้ดีที่สุดแน่นอน!"
"ถ้าอย่างนั้นวันหลังก็ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ!" หยางเสี่ยวเทาประสานมือคำนับพร้อมหัวเราะแหะๆ
จ้าวกังมีความรู้สึกแวบหนึ่งว่า เจ้าเด็กตรงหน้านี่ช่างเหมือนกับคู่หูเก่าของเขาจริงๆ
"เลขานุการหลี่ เรื่องห้องทำงานกับที่พักของเหล่าจ้าวจดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?" หยางเสี่ยวเทาหันไปถาม
หลี่หงเฟิงพยักหน้า "ห้องทำงานจะอยู่ข้างๆ ห้องประชุมเล็ก ส่วนที่พักให้ไปอยู่ที่ตึกที่พักของครอบครัวก่อน พอครอบครัวเขามาถึงแล้วค่อยจัดหาที่พักใหม่ให้ ส่วนรถยนต์ก็เตรียมไว้แล้ว ตอนนี้กำลังหาคนขับรถอยู่..."
"ผมขอพูดอะไรหน่อยนะ ผมจ้าวกังมาทำงาน ไม่ได้มาเสวยสุข พวกคุณไม่ต้องจัดแจงอะไรมากมายขนาดนั้นหรอก มีที่ซุกหัวนอนก็พอแล้ว ผมไม่ต้องมีใครมาคอยบริการ ผมจัดการตัวเองได้..." จ้าวกังขัดจังหวะขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หยางเสี่ยวเทาเองก็อึ้งไปครู่หนึ่งที่ถูกเหล่าจ้าวขัดคอขึ้นมากะทันหัน แต่นี่แหละคือจ้าวกังที่มีนิสัยดื้อรั้นเหมือนลาไม่มีผิด ถ้าเขาไม่พูดแบบนี้ออกมาสิถึงจะแปลก
ในทางกลับกัน หลี่หงเฟิงที่ได้ยินกลับรู้สึกพอใจอย่างยิ่ง คนๆ นี้ช่างถูกชะตากับเขาเสียจริง ต่อไปนี้เขาคงจะมีสหายที่มีอุดมการณ์เดียวกันเสียที ไม่เหมือนกับหยางเสี่ยวเทาที่ไปเรียนรู้อะไรนิสัยเสียๆ มาจากพวกเหล่าหยางจนหมด!
"เอาเป็นว่า จัดการเรื่องที่ทำงานให้เรียบร้อยก่อน เรื่องอื่นค่อยๆ ว่ากันไป!" หยางเสี่ยวเทาพยายามประนีประนอม หลี่หงเฟิงที่ได้ยินดังนั้นจึงยิ้มอย่างมีเลศนัย
จ้าวกังพยักหน้าเห็นด้วย "แบบนั้นแหละดี ให้เตียงสนามผมสักหลัง ผมนอนในห้องทำงานยังได้เลย!" พูดจบเขาก็หัวเราะออกมาเอง
หยางเสี่ยวเทายิ้มรับ "เหล่าหลี่ คุณช่วยจัดการตามความเหมาะสมนะ ผมขอตัวก่อน!"
หลี่หงเฟิงพยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปพูดกับจ้าวกัง "ไปเถอะ เดี๋ยวผมจะไปจัดเตรียมห้องทำงานให้คุณเอง"
จ้าวกังรู้สึกดีใจมากจึงเดินตามเข้าไปในอาคารสำนักงาน
(จบแล้ว)