- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นมหาเศรษฐี แค่ขูดหวยก็รวยได้
- ตอนที่ 39 ซื้อบ้าน
ตอนที่ 39 ซื้อบ้าน
ตอนที่ 39 ซื้อบ้าน
ตอนที่ 39 ซื้อบ้าน
อาจเป็นเพราะว่าหวังจะได้ยอดทำบัตรสมาชิกเพิ่ม ช่างทำผมโทนีคนนี้จึงบรรจงตัดแต่งทรงผมอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ฉินเซี่ยงหยางที่นั่งหาวหวอดๆ อยู่ก็เห็นว่าใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ภาพสะท้อนในกระจกคือเวินหย่าในลุคผมสั้นที่ดูสดใสสมวัย ขับเน้นให้เห็นถึงความอ่อนหวานละมุนละไมในตัวเธอมากยิ่งขึ้น เทียบกับทรงผมเดิมแล้ว ทรงนี้ทำให้เธอดูสวยน่ารักขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว ขนาดผู้ชายที่นั่งตัดผมอยู่โต๊ะข้างๆ ยังอดไม่ได้ที่จะหันมามองตาค้างอยู่หลายรอบ
ส่วนช่างทำผมโทนีพอมองดูผลงานของตัวเองในกระจก ก็แอบทึ่งในฝีมือตัวเองเหมือนกัน นี่ถ้าเขาตั้งใจทำจริงๆ ฝีมือก็เข้าขั้นเทพเหมือนกันนะเนี่ย สงสัยจะได้เลื่อนขั้นเป็นช่างทำผมมือหนึ่งเร็วๆ นี้แน่เลย!
ทางด้านฉินเซี่ยงหยางกลับรู้สึกว่าการรับปากทำบัตรสมาชิกกับช่างทำผมโทนีคนนี้มันช่างไม่คุ้มเอาเสียเลย ก็แหม ด้วยเบ้าหน้าฟ้าประทานของเวินหย่าเนี่ย ต่อให้เป็นช่างตัดผมไก่กาที่ไหนมาตัดให้ มันก็ออกมาสวยเป๊ะอยู่ดีนั่นแหละ งานนี้มันง่ายเกินไปจริงๆ
แต่ในเมื่อรับปากไปแล้ว ฉินเซี่ยงหยางก็ไม่ใช่คนตระบัดสัตย์ พอตัดผมเสร็จ เขาก็จัดการทำบัตรสมาชิกแล้วเติมเงินเข้าไปหนึ่งพันหยวนทันที
ช่างทำผมโทนียังพยายามจะโน้มน้าวให้เติมเงินเพิ่มเป็นสองสามพันหยวนเพื่อรับโปรโมชันที่คุ้มกว่า แต่ฉินเซี่ยงหยางรู้ทันหรอกน่า ร้านตัดผมพวกนี้ไว้ใจไม่ได้หรอก เกิดวันดีคืนดีปิดร้านหอบเงินหนีไปจะทำยังไง ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปจมไว้เยอะขนาดนั้นหรอก
ค่าตัดผมของเวินหย่าในวันนี้คือร้อยยี่สิบหยวน ซึ่งก็ถูกหักออกจากบัตรสมาชิกไปเรียบร้อย
"รู้สึกเป็นไงบ้างล่ะ?" พอเดินออกจากร้านตัดผม ฉินเซี่ยงหยางก็สำรวจทรงผมใหม่ของเวินหย่าพลางเอ่ยถาม
เอาจริงๆ ภาพลักษณ์ของผู้หญิงในอุดมคติของฉินเซี่ยงหยางคือสาวผมยาวสลวยสไตล์เทพธิดา แต่พอได้เห็นเวินหย่าในลุคผมสั้นแบบนี้ เขากลับรู้สึกว่ามันก็ดูดีไปอีกแบบแฮะ
ก็นะ คนสวยทำทรงไหนก็สวยนั่นแหละ
"ดีมากเลยล่ะ! แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ?" เวินหย่าจับผมตัวเองเล่นไปมา รู้สึกเหมือนได้เปลี่ยนเป็นคนใหม่ แถมยังแอบคิดเข้าข้างตัวเองนิดๆ ว่าตัวเองดูสวยขึ้นด้วยซ้ำ
นี่แหละมั้งที่เขาเรียกว่าวิธีเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองรูปแบบหนึ่ง?
ฉินเซี่ยงหยางพยักหน้าชมเปาะ "สวยมาก สวยจนหาคำบรรยายไม่ได้เลยล่ะ!"
ทั้งสองคนเดินควงคู่ออกมาด้วยอารมณ์เบิกบานใจ ก่อนจะโบกเรียกแท็กซี่ ฉินเซี่ยงหยางก็บอกจุดหมายปลายทางกับคนขับ
"ไปสำนักงานขายโครงการชิงไห่หยาเยี่ยนครับ"
สถานที่แห่งนี้ฉินเซี่ยงหยางค้นหาข้อมูลมาจากในโทรศัพท์มือถือ ในชาติก่อนเขาไม่ได้มีความทรงจำอะไรเป็นพิเศษเกี่ยวกับหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้เลย ที่เลือกมาดูที่นี่ก็เพราะมันอยู่ใกล้บ้านของเขาก็เท่านั้นเอง แถมยังเป็นหมู่บ้านสร้างใหม่ สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ก็ถือว่าโอเค มีทั้งห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟใต้ดินที่กำลังอยู่ในแผนก่อสร้าง
สำหรับฉินเซี่ยงหยางแล้ว บ้านหลังนี้ก็เป็นแค่ที่อยู่อาศัยชั่วคราวเท่านั้นแหละ รอให้เขามีเงินเยอะกว่านี้เมื่อไหร่ ค่อยไปซื้อบ้านในตัวเมืองซูเฉิงทีหลังก็ยังไม่สาย ที่นั่นสภาพแวดล้อมดีกว่าตั้งเยอะ ถึงผู้คนจะพลุกพล่านไปหน่อย แต่มันก็เจริญกว่าเห็นๆ
เมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงสำนักงานขาย แน่นอนว่าคู่รักหนุ่มหล่อสาวสวยย่อมดึงดูดสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับพนักงานขายแล้ว ลูกค้าที่พร้อมจ่ายเงินซื้อเท่านั้นถึงจะเรียกว่าเป็นลูกค้าชั้นดี
พนักงานขายหนุ่มในชุดสูทคนหนึ่งเดินรี่เข้ามาหา ยื่นนามบัตรให้พร้อมกับเอ่ยถามอย่างสุภาพ "สวัสดีครับคุณลูกค้าทั้งสองท่าน มาดูบ้านใช่ไหมครับ?"
ตอนที่เห็นหน้าฉินเซี่ยงหยางและเวินหย่า หลินเซิ่งก็แอบรู้สึกทะแม่งๆ และไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก เพราะทั้งสองคนดูเด็กเกินไป ถึงจะยื่นนามบัตรให้ไปแล้ว แต่เขาก็ยังชะเง้อมองไปข้างหลังเป็นระยะๆ เพื่อดูว่าพ่อแม่ของเด็กสองคนนี้กำลังจอดรถตามมาหรือเปล่า
"ใช่ครับ ช่วยแนะนำโครงการให้หน่อยสิครับ" ฉินเซี่ยงหยางรับนามบัตรมาถือไว้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ช่วงเวลานี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังค่อนข้างซบเซา ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีความคิดอยากจะซื้อบ้านกันสักเท่าไหร่ เพราะมองว่าราคาบ้านมันแพงเกินไป ภายในสำนักงานขายจึงมีลูกค้าอยู่แค่ไม่กี่คน ซึ่งฉินเซี่ยงหยางจำได้ลางๆ ว่า หลังจากช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่านพ้นไป ราคาบ้านก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แทบจะปรับราคาขึ้นกันวันต่อวันเลยทีเดียว
มีหลายคนที่มาดูบ้านตกลงเลือกแบบบ้านไว้ดิบดี กะว่ากลับไปนอนคิดสักคืนก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาซื้อ แต่พอรุ่งเช้ากลับมาอีกที บ้านหลังนั้นก็โดนคนอื่นคว้าไปแล้ว หรือร้ายกว่านั้น บางคนวางเงินจองไปแล้วด้วยซ้ำ แต่วันต่อมาโครงการกลับขอเบี้ยวสัญญาซะงั้น เพราะยอมจ่ายค่าปรับผิดสัญญายังคุ้มกว่าขายในราคาเดิมเสียอีก
ดังนั้น ถ้าตอนนี้ฉินเซี่ยงหยางมีเงินถุงเงินถังล่ะก็ เขาคงจะกว้านซื้อบ้านสักเจ็ดแปดหลังตุนเอาไว้ จากนั้นก็นอนกินเงินปันผลสบายๆ ไปตลอดชาติแล้วล่ะ
แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ตอนนี้เขามีงบจำกัดแค่ห้าแสนหยวนเท่านั้น ก็เลยต้องพับโครงการกว้านซื้อบ้านไปก่อน
หลินเซิ่งเม้มริมฝีปาก ส่งยิ้มการค้าแล้วผายมือเชิญ "ได้เลยครับ เชิญทางนี้เลยครับ"
เขาพาฉินเซี่ยงหยางและเวินหย่ามาหยุดอยู่ที่โมเดลจำลองหมู่บ้านตรงกลางห้องโถง ก่อนจะเริ่มสาธยายรายละเอียดโครงการน้ำไหลไฟดับ
"โครงการของเราพัฒนาโดยบริษัทจงเคอพร็อปเพอร์ตี้ครับ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าพอจะรู้จักไหมครับ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เลยนะครับ ทำเลที่ตั้งของหมู่บ้านเราเรียกได้ว่าอยู่ติดกับถนนคนเดินเลยครับ คุณลูกค้าลองดูตรงนี้สิครับ..."
"ในอนาคต บริเวณฝั่งตะวันออกนี้จะมีสถานีรถไฟใต้ดินสายสองตัดผ่านด้วยนะครับ ตอนนี้อยู่ในช่วงวางผังเมืองแล้วครับ แถมยังมีโรงเรียนประถมอีก..."
"แล้วฝั่งตรงข้ามนี้ก็กำลังจะสร้างห้างสรรพสินค้าเซิ่งเล่อครับ จะไปเดินตลาดซื้อกับข้าวหรือจะช้อปปิงก็สะดวกสบายสุดๆ ไปเลยครับ เดินออกจากหมู่บ้านปุ๊บก็ถึงปั๊บ..."
หลินเซิ่งท่องสคริปต์ได้อย่างคล่องแคล่วลื่นไหล พอแนะนำเสร็จ เขาก็กลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยถาม "ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือว่าซื้อไว้เก็งกำไรครับ?"
"ซื้อไว้อยู่เองครับ!" ฉินเซี่ยงหยางรีบตอบสวนกลับไปทันควัน กลัวว่าถ้าตอบช้าไปนิดเดียว ระบบมันจะเด้งข้อความแจ้งเตือนการลงทุนขึ้นมาขัดจังหวะ
แต่จนถึงตอนนี้ ระบบก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบสนองเลย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงว่าข้อสันนิษฐานของฉินเซี่ยงหยางน่าจะถูกต้อง
"ได้เลยครับ คุณลูกค้าลองดูตรงนี้นะครับ ตอนนี้โซนที่เปิดขายอยู่จะมีอาคารหนึ่งถึงแปด แล้วก็โซนบ้านเดี่ยวที่อยู่ด้านหลังครับ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณตารางเมตรละสองพันหกร้อยหยวนครับ"
"ส่วนแบบบ้านของโซนคอนโดจะมีสามแบบครับ คือแบบห้องมุมขนาดหนึ่งร้อยสามสิบแปดตารางเมตร แบบห้องตรงกลางขนาดหนึ่งร้อยห้าตารางเมตร และเก้าสิบเก้าตารางเมตรครับ ตอนนี้แบบเก้าสิบเก้าตารางเมตรขายดีที่สุดเลยครับ ทางเรามีบ้านตัวอย่างให้ดูด้วยนะครับ สนใจไปชมไหมครับ?"
การขายบ้านไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย อุตส่าห์สาธยายมาจนถึงขั้นนี้แล้ว หลินเซิ่งย่อมไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไป ถึงแม้ดูทรงแล้วเด็กสองคนนี้ไม่น่าจะมีปัญญาซื้อบ้านได้ แต่เขาก็ยังคงทำหน้าที่พนักงานขายอย่างกระตือรือร้น
"แล้วบ้านเดี่ยวโซนข้างหลังล่ะครับ? มีบ้านตัวอย่างให้ดูไหม?" ฉินเซี่ยงหยางจ้องมองโมเดลบ้านเดี่ยวโซนด้านหลัง แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมา เป้าหมายหลักที่เขามาที่นี่ก็เพื่อบ้านเดี่ยวนี่แหละ
"เอ่อ สำหรับบ้านเดี่ยวทางเรายังไม่มีบ้านตัวอย่างให้ชมครับ มีแต่แปลนบ้าน คุณลูกค้าลองดูในใบปลิวนี้ก่อนได้นะครับ" หลินเซิ่งยื่นแผ่นพับโฆษณาให้ ก่อนจะหันกลับไปนำเสนอห้องชุดขนาดเล็กโซนด้านหน้าต่อ เดาว่าเขาคงคิดว่าฉินเซี่ยงหยางก็แค่ถามดูเล่นๆ เท่านั้นแหละ
ฉินเซี่ยงหยางไม่ได้สนใจฟังที่เขาพูดอีกต่อไป เขาเอาแต่จ้องมองแปลนบ้านเดี่ยวอย่างตั้งใจ บ้านเดี่ยวมีพื้นที่ใช้สอยรวมสี่ร้อยสิบตารางเมตร เป็นบ้านสามชั้นขนาดกะทัดรัด ดูจากแปลนแล้วก็ถือว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว เขาจึงถามต่อ "บ้านเดี่ยวโซนข้างหลังนี่... เหลือหลังไหนยังไม่ขายบ้างครับ?"
หลินเซิ่งแอบหงุดหงิดในใจ ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงเอาแต่สนใจบ้านเดี่ยวอยู่ได้วะ?
"ตอนนี้เพิ่งขายไปได้แค่หลังเดียวเองครับ" หลินเซิ่งยังคงปั้นยิ้มตอบ พลางใช้เลเซอร์พอยน์เตอร์ชี้ไปที่โมเดล "หลังที่ขายไปแล้วคือบ้านเดี่ยวหมายเลขสามหลังนี้ครับ"
"โอเคครับ งั้นบ้านเดี่ยวหมายเลขหกหลังนี้ ราคาเท่าไหร่ครับ?" ฉินเซี่ยงหยางถามต่อ
หลินเซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง พอมองดูท่าทางที่ดูจริงจังและมั่นใจของฉินเซี่ยงหยาง เขาก็เริ่มจะเอะใจขึ้นมา หรือว่า... ไอ้เด็กนี่มันจะซื้อบ้านเดี่ยวจริงๆ?
พอคิดได้ดังนั้น หลินเซิ่งก็เริ่มตื่นเต้นระคนประหม่าขึ้นมาทันที ก็เขาไม่ค่อยมีความรู้เรื่องรายละเอียดของบ้านเดี่ยวเลยนี่นา!
เขาจึงรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดูใบเสนอราคา ก่อนจะรีบตอบกลับไป "บ้านเดี่ยวหมายเลขหกหลังนี้ ราคาตอนนี้อยู่ที่ตารางเมตรละสองพันสี่ร้อยหยวนครับ ราคารวมทั้งหลังคือเก้าแสนแปดหมื่นหยวนครับ!"
ฉินเซี่ยงหยางถึงกับเงียบไปเลย ไม่น่าเชื่อว่าบ้านเดี่ยวในยุคนี้มันจะราคาถูกแสนถูกขนาดนี้!
ไม่ถึงล้านหยวนด้วยซ้ำ!
ถ้าเอาไปเทียบกับราคาบ้านเดี่ยวในอนาคตที่ปาเข้าไปหลังละสิบล้านยี่สิบล้านแล้วล่ะก็ มันคนละเรื่องกันเลย!
เมื่อเห็นฉินเซี่ยงหยางเงียบไป หลินเซิ่งก็เริ่มใจคอไม่ดี จึงพยายามนึกหาข้อดีของบ้านหลังนั้นมานำเสนอต่อ "คุณลูกค้านี่ตาถึงจริงๆ เลยนะครับ บ้านเดี่ยวหมายเลขหกหลังนี้ถือว่าเป็นทำเลทองของโซนบ้านเดี่ยวเลยก็ว่าได้ ด้านหลังติดกับทะเลสาบจำลอง วิวสวยบรรยากาศดีมากๆ เลยครับ แถมยังเงียบสงบเป็นส่วนตัวสุดๆ..."
"โครงการนี้สามารถกู้ธนาคารได้ใช่ไหมครับ? ช่วยลดราคาให้ผมอีกหน่อยสิครับ ถ้าลดให้อีกหน่อยผมตกลงซื้อเลย" ฉินเซี่ยงหยางพูดแทรกขึ้นมา
[จบตอน]