เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 แมวมอง

ตอนที่ 35 แมวมอง

ตอนที่ 35 แมวมอง


ตอนที่ 35 แมวมอง

"วันจันทร์หน้าจะเป็นการสอบประจำเดือนครั้งสุดท้ายของพวกเธอแล้วนะ ขอให้ทุกคนตั้งใจสอบให้ดี ข้อสอบครั้งนี้จะยากขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย เตรียมตัวเตรียมใจกันไว้ให้ดีล่ะ" เสียงกริ่งหมดคาบเรียนดังขึ้น ครูประจำชั้นแซ่หวังเก็บแผนการสอนพลางเอ่ยเตือนนักเรียน

ฉินเซี่ยงหยางเม้มริมฝีปาก สอบประจำเดือนครั้งสุดท้ายงั้นเหรอ...

เขาจำได้ลางๆ ว่าในชาติก่อน ตัวเองน่าจะใช้วิชาโกงข้อสอบครั้งมโหฬาร จนทำคะแนนสอบออกมาได้ค่อนข้างดี และตบตาพ่อกับแม่ได้สำเร็จ

แต่คราวนี้เขาจะใช้วิธีเดิมไม่ได้แล้ว เขาต้องตั้งใจสอบด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆ เพื่อจะได้ประเมินระดับความรู้ของตัวเองว่าพอจะสอบติดมหาวิทยาลัยระดับสองได้ไหม

"เหลือเวลาอีก 54 วันก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย!"

ฉินเซี่ยงหยางมองดูตัวอักษรที่เขียนด้วยชอล์กอยู่มุมขวาของกระดานดำ ดูเหมือนว่าเขายังต้องฮึดสู้อีกยาวไกลเลยทีเดียว

"ไปล่ะ โทรศัพท์ฝากไว้ที่แกนะ แบตฯ เกือบเต็ม น่าจะพอให้แกเล่นได้ทั้งคืนแหละ" ฉินเซี่ยงหยางเก็บหนังสือใส่กระเป๋า สะพายขึ้นบ่าอย่างเท่ๆ แล้วเอ่ยบอกเพื่อนร่วมโต๊ะ

โทรศัพท์เครื่องนี้เขาเพิ่งซื้อมาใหม่ ปกติก็ไม่ได้เอามาเล่นอะไรอยู่แล้ว ในเครื่องจึงไม่มีข้อมูลส่วนตัวหรือความลับอะไรให้ต้องปิดบัง เลยวางใจปล่อยให้ 'ลูกชาย' เอาไปเล่นได้สบายมาก

"แจ๋วเลย พรุ่งนี้ฉันเอามาคืนนะเว้ย!" ลู่เจิ้งฉีตื่นเต้นสุดๆ คืนนี้พอกลับถึงหอพัก เขาจะได้เอาโทรศัพท์เครื่องนี้ไปขิงใส่หน้าไอ้ราชาขี้เก๊กให้สะใจไปเลย อดใจรอแทบไม่ไหวแล้วโว้ย!

ฉินเซี่ยงหยางเดินไปถึงหน้าประตูโรงเรียน เวินหย่าก็มายืนรอเขาอยู่ที่เดิมตามปกติ แต่คราวนี้เธอไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ตอนที่เขาเดินออกไป ก็เห็นเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมห้องคนหนึ่งกำลังยืนคุยกับเธออยู่

"พ่อทานตะวันของเธอมานู่นแล้ว งั้นฉันไปก่อนนะ!" จางหลิงหลิงหันมาส่งยิ้มทักทายฉินเซี่ยงหยาง ก่อนจะเดินแยกตัวออกไป

ดูเหมือนว่าช่วงนี้มนุษยสัมพันธ์ของเวินหย่าจะดีขึ้นมากเลยทีเดียว เมื่อก่อนไม่เคยเห็นมีใครยอมมาพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกับเธอเลย ขนาดตอนอยู่ในห้องเรียน พวกผู้หญิงด้วยกันยังพากันเดินเลี่ยงหนีเธอเลยด้วยซ้ำ

"นั่นเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอใช่ไหม?" ฉินเซี่ยงหยางเอ่ยถาม

"อืม ใช่จ้ะ" เวินหย่าตอบรับพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะสอดประสานมือเล็กๆ ของตัวเองเข้ากับมือของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทางของเธอช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง

"ตอนนี้เข้ากับเพื่อนๆ ได้ดีแล้วใช่ไหม?" ฉินเซี่ยงหยางย่อมหวังให้เวินหย่ามีสังคมเพื่อนฝูงเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป มีแก๊งเพื่อนสาวสักสองสามคนเอาไว้ไปเที่ยวเล่นด้วยกันบ้าง

"ก็... ดีขึ้นเยอะเลยจ้ะ" เวินหย่าทอดสายตามองตามแผ่นหลังของจางหลิงหลิงที่เดินห่างออกไป ไม่รู้ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไรอยู่

"ไปกันเถอะ เราไปซื้อกับข้าวกัน!" เด็กสาวหันกลับมาส่งยิ้มสดใสให้เขาอีกครั้ง

"เดี๋ยวก่อน ขอแวะร้านลอตเตอรี่ตรงนู้นแป๊บนึงนะ ฉันจะไปขึ้นเงินรางวัลน่ะ" ฉินเซี่ยงหยางล้วงเอาลอตเตอรี่สองใบออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วกะพริบตาอย่างมีเลศนัย

"เธอถูกลอตเตอรี่ด้วยเหรอ? ถูกรางวัลเท่าไหร่ล่ะ?" เวินหย่าถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"ลองทายดูสิ!" ฉินเซี่ยงหยางแกล้งแหย่

"อืม... สิบหยวนเหรอ?" เวินหย่าลองเดาดู

"ใกล้เคียงแล้วล่ะ" ฉินเซี่ยงหยางตอบ

"งั้นก็คงเป็น..."

ยังไม่ทันที่เวินหย่าจะได้เดาต่อ ทั้งสองคนก็ถูกใครบางคนเดินเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตคนหนึ่งยืนดักหน้าพวกเขาไว้ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มการค้า สายตาของเขาเอาแต่จดจ้องไปที่เวินหย่า แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาและความละโมบที่ปิดปังเอาไว้ไม่มิด

"น้องๆ ทั้งสองคน รบกวนหยุดคุยกันสักครู่ได้ไหมครับ?"

อาจเป็นเพราะสายตาของชายคนนี้ดูจาบจ้วงเกินไป เวินหย่าจึงรู้สึกอึดอัดและรีบขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังฉินเซี่ยงหยาง

"มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?" ฉินเซี่ยงหยางตีหน้าขรึม ก้าวออกมายืนบังเวินหย่าเอาไว้มิดชิด

ชายคนนั้นถึงเพิ่งจะละสายตามามองฉินเซี่ยงหยาง เขายิ้มพลางล้วงนามบัตรออกมาส่งให้ด้วยท่าทีที่ดูหยิ่งผยองนิดๆ พร้อมกับเอ่ยถาม "น้องทั้งสองคน... สนใจอยากเป็นดาราไหมครับ?"

ฉินเซี่ยงหยางก้มลงมองนามบัตรใบนั้น รายละเอียดบนนามบัตรดูเรียบง่าย ระบุชื่อบริษัทว่า 'เทียนซิงเอนเตอร์เทนเมนต์' ชื่อ 'จางหง' และตามด้วยเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ

"ขอโทษด้วยครับ พวกเราไม่สนใจ" ฉินเซี่ยงหยางยื่นนามบัตรคืนให้

นี่เป็นครั้งแรกที่เวินหย่าเจอเหตุการณ์แบบนี้ เธอจึงชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความสนใจ ก่อนจะรีบผลุบหัวหลบกลับไปตามเดิม

จางหงเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะอธิบายต่อ "เมื่อกี้พี่อาจจะยังพูดไม่ค่อยชัดเจน พี่เป็นแมวมองครับ มีหน้าที่คอยค้นหาคนธรรมดาที่มีแววจะปั้นให้เป็นดาราดังได้"

"ผมทราบแล้วครับ แต่ขอโทษที พวกเราไม่มีเวลาว่างหรอกครับ" ฉินเซี่ยงหยางเริ่มจะรำคาญใจ

จางหงปรายตามองฉินเซี่ยงหยางด้วยความหงุดหงิด แอบด่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ในใจว่าโง่เง่าเต่าตุ่น ปฏิเสธโอกาสทองไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังทิ้งอะไรไป!

ที่ผ่านมา แค่เขาประกาศตัวว่าเป็นแมวมอง พวกวัยรุ่นหนุ่มสาวก็แทบจะวิ่งเข้าใส่เขากันทั้งนั้น

กล้าปฏิเสธเขางั้นเหรอ? ปฏิเสธตอนนี้ ระวังเถอะ ต่อให้มาร้องไห้คร่ำครวญขอร้องให้เขารับเข้าสังกัด เขาก็ไม่เอาหรอกเว้ย! และอีกอย่าง เป้าหมายหลักของเขาในวันนี้ก็ไม่ใช่ไอ้เด็กหนุ่มหน้าโง่นี่หรอก แต่เป็นสาวสวยที่หลบอยู่ข้างหลังต่างหาก

คิดได้ดังนั้น เขาก็พยายามชะเง้อมองเวินหย่าที่หลบอยู่ด้านหลัง เมื่อกี้เขาเห็นชัดๆ เลยนะว่าเด็กสาวคนนี้มีท่าทีสนใจ ท่าทางแบบนี้เขาฟันธงได้เลยว่าต้องกล่อมสำเร็จแน่ๆ

"น้องๆ น่าจะรู้จักเลี่ยวจิ้งใช่ไหมครับ?" จางหงพยายามเขย่งปลายเท้าเพื่อมองข้ามไหล่ฉินเซี่ยงหยางไป แต่ดูเหมือนความสูงจะไม่เป็นใจเอาเสียเลย

เลี่ยวจิ้งคือนางเอกดาวรุ่งที่กำลังมาแรงในยุคนี้ หน้าตาสะสวยน่ารักจิ้มลิ้ม มีผลงานซีรีส์ฮิตติดลมบนอยู่หลายเรื่อง และกำลังเตรียมตัวก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ ฉินเซี่ยงหยางย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเธอมาบ้าง และเขาก็ยังจำได้แม่นด้วยว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า นางเอกสาวคนนี้จะมีข่าวฉาวเรื่องปาร์ตี้มั่วสุมหลุดออกมา จนต้องดับอนาถหมดอนาคตในวงการบันเทิงไปในที่สุด

"เลี่ยวจิ้งก็เป็นคนที่พี่ค้นพบเองกับมือแหละครับ บริษัทเทียนซิงเอนเตอร์เทนเมนต์ของเราเป็นคนปลุกปั้นเธอมากับมือเลยนะ" จางหงส่งยิ้มอย่างมั่นใจให้เวินหย่าที่หลบอยู่ด้านหลัง "พี่มองว่าน้องมีรูปร่างหน้าตาและบุคลิกภาพที่โดดเด่นกว่าเธอเสียอีก ถ้าน้องสนใจล่ะก็ อนาคตรับรองว่าต้องดังเปรี้ยงปร้างกว่าเธอแน่นอน!"

การจะเป็นดาราดังมันง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ? ทั้งเรื่องเส้นสายทุนหนา รูปร่างหน้าตา ฝีมือการแสดง และการยอมทุ่มเทเสียสละ (ในหลายๆ ความหมาย) ทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่เด็กนักเรียนมัธยมแบบนี้จะไปรู้ตื้นลึกหนาบางพวกนี้ได้ยังไง?

จางหงมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า คำพูดหว่านล้อมของเขาประโยคนี้ จะต้องทำให้เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่หวั่นไหวได้อย่างแน่นอน

ตอนนั้น เลี่ยวจิ้งก็โดนเขาใช้มุกนี้หลอกล่อให้เข้ามาติดกับ แถมเขายังใช้ชื่อเสียงของบริษัทมาบังหน้าหลอกฟันเธอไปตั้งหลายรอบ พอได้เห็นเวินหย่า หัวใจของเขาก็เริ่มเต้นระรัวด้วยความหื่นกระหายขึ้นมาอีกครั้ง

"ขอโทษด้วยนะครับ พวกเราไม่ได้มีความคิดอยากจะเป็นดาราเลยสักนิด รบกวนช่วยหลีกทางให้พวกเราด้วยครับ" ฉินเซี่ยงหยางเอ่ยปากอย่างสุภาพ แต่ในใจรู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทน

เขาไม่ได้มีความสนใจในวงการบันเทิงเลยแม้แต่น้อย จางหงอาจจะคิดว่าไอ้เด็กหนุ่มคนนี้คงไม่รู้ซึ้งถึงข้อดีของการเป็นดารา แต่ความจริงแล้ว ฉินเซี่ยงหยางมองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้ของวงการมายาพวกนี้หมดแล้ว

เมื่ออยู่ต่อหน้ากลุ่มนายทุน พวกดาราก็เป็นแค่เบี้ยหมากตัวหนึ่งเท่านั้นแหละ เรียกใช้เมื่อไหร่ก็ต้องมา เบื่อเมื่อไหร่ก็เขี่ยทิ้ง ไม่ได้มีเกียรติยศศักดิ์ศรีอะไรนักหนาหรอก และตอนนี้ เขาก็มีระบบระดับเทพอยู่ในมือ ถ้าเขาอยากจะผันตัวไปเป็นนายทุนผู้ทรงอิทธิพล มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาอยากจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปมากกว่า

"น้องรู้ไหมครับว่าการเป็นดารามันทำเงินได้มหาศาลขนาดไหน? อย่างเลี่ยวจิ้งน่ะ ตอนนี้ค่าตัวเธอเล่นหนังเรื่องนึงก็ปาเข้าไปตั้งสามสิบล้านหยวนแล้วนะ!" จางหงเริ่มจะหมดความอดทน เขาหันมาเล่นงานฉินเซี่ยงหยางแทน "น้องชาย ถ้าน้องไม่อยากเป็นดาราก็ไม่เป็นไรนะ แต่แฟนของน้องอาจจะอยากเป็นก็ได้ ถ้าน้องมาขัดขวางแบบนี้ มันก็เท่ากับเป็นการตัดอนาคตแฟนตัวเอง น้องเข้าใจไหมเนี่ย?"

"น้องเข้าใจความรู้สึกแฟนตัวเองจริงๆ หรือเปล่า? ถ้าน้องรักแฟนจริง น้องก็ควรจะคิดถึงอนาคตของเธอสิ!"

"พี่เข้าใจนะ น้องอาจจะกลัวว่าพอแฟนตัวเองกลายเป็นดาราดังแล้ว พวกน้องจะต้องเลิกกันใช่ไหมล่ะ? เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะ ขอแค่พวกน้องตกลงปลงใจกันได้ ก็แอบคบกันเงียบๆ ต่อไปได้สบายมาก!"

"น้องรู้ไหมว่าถ้ายอมปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป แฟนของน้องจะพลาดโอกาสที่จะมีชีวิตที่สุขสบายไปตลอดชีวิตเลยนะ!"

จางหงพ่นคำพูดหว่านล้อมออกมาเป็นฉากๆ โดยไม่สนใจท่าทีขัดขวางของฉินเซี่ยงหยางเลยแม้แต่น้อย เขาทำเป็นพูดจาปวดร้าวราวกับหวังดีต่ออนาคตของคนทั้งคู่เสียเต็มประดา แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะอย่างสะใจ เขามั่นใจว่าคำพูดพวกนี้ ทั้งเอาผลประโยชน์มาล่อ ทั้งพยายามเสี้ยมให้แตกแยก ถ้าไอ้เด็กหนุ่มนี่ยังขืนดึงดันจะขัดขวางอีกล่ะก็ ดีไม่ดีวันนี้อาจจะได้เห็นคู่รักวัยใสแตกหักเลิกรากันไปเลยก็ได้!

และเมื่อถึงเวลานั้น เขาก็จะได้ฉวยโอกาสเข้าไปปลอบโยนเด็กสาวคนนี้ แล้วค่อยใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งข่มขู่หลอกล่อให้ยอมจำนน เท่านี้ก็เสร็จโจรแล้วไม่ใช่หรือไง?

"ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่อยากเป็นดาราหรอกค่ะ รบกวนคุณอย่ามาขวางทางพวกเราอีกเลยนะคะ" จู่ๆ เวินหย่าก็ก้าวออกมายืนเคียงข้างฉินเซี่ยงหยาง แล้วเอ่ยปากปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและราบเรียบ

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 35 แมวมอง

คัดลอกลิงก์แล้ว