- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นมหาเศรษฐี แค่ขูดหวยก็รวยได้
- ตอนที่ 18 ประโยชน์ของบัตรประชาชน
ตอนที่ 18 ประโยชน์ของบัตรประชาชน
ตอนที่ 18 ประโยชน์ของบัตรประชาชน
ตอนที่ 18 ประโยชน์ของบัตรประชาชน
หลังเลิกเรียน เวินหย่ายืนรอฉินเซี่ยงหยางอยู่นอกประตูโรงเรียนอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาของเพื่อนนักเรียนที่จับจ้องมาที่เธอ
ส่วนฉินเซี่ยงหยางจงใจเดินออกมาช้ากว่าจังหวะหนึ่ง ถึงแม้ทุกคนจะคิดว่าพวกเขาสองคนกำลังคบหากันอยู่ แต่จะให้พวกครูจับได้ไม่ได้เด็ดขาด! ดังนั้นตอนอยู่ในโรงเรียนก็ควรจะทำตัวให้กลมกลืนไม่สะดุดตา แยกย้ายกันเดินจะดีกว่า
พอออกมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ฉินเซี่ยงหยางก็รีบโบกเรียกแท็กซี่ พาเวินหย่าขึ้นรถแล้วแล่นฉิวออกไปให้พ้นจากสายตาของผู้คน
ภายในรถแท็กซี่ ใบหน้าหวานของเวินหย่าขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย เธอรู้สึกวางตัวไม่ค่อยถูกที่โดนเพื่อนร่วมชั้นแซวกันขนาดนี้ แถมตอนนี้ยังมีคนขับรถแท็กซี่ซึ่งเป็นคนนอกอยู่ด้วย จึงยิ่งไม่กล้าปริปากพูดอะไร
"วันนี้จะพาเธอไปกินอาหารฝรั่งนะ แล้วก็ค่อยไปทำธุระกันต่อ" ฉินเซี่ยงหยางเอ่ยปากพลางใช้ความคิดไปด้วย
ต้องหาทางปั่นคะแนนที่เหลืออีกสองคะแนนมาให้ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็ปั่นให้ได้เยอะๆ บัตรคืนเงินคูณสองจากการใช้จ่ายก็ต้องเอามาครองให้ได้เหมือนกัน!
"ความจริงกินอะไรก็ได้ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนี้หรอกนะ" พอได้ยินว่าวันนี้ต้องไปกินอาหารฝรั่งอีกแล้ว เวินหย่าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแย้ง
"กินข้าวเป็นแค่ผลพลอยได้น่ะ เดี๋ยวมีธุระสำคัญต้องไปทำต่างหาก" ฉินเซี่ยงหยางตอบด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง ทว่าคุณลุงคนขับแท็กซี่กลับส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมีเลศนัยมาให้เขาผ่านกระจกมองหลังอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เวินหย่าก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
รถแท็กซี่แล่นฉิวไปตามทางจนมาถึงห้างสรรพสินค้าซินหลัว ดูเหมือนว่าตอนนี้ที่นี่จะเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดในเมืองซูเฉิง แต่ก็นั่นแหละ เฉพาะตอนนี้เท่านั้นแหละ เพราะอีกไม่กี่ปีให้หลัง ความนิยมของที่นี่ก็จะเริ่มซบเซาลง
หลังจากลงจากรถ ฉินเซี่ยงหยางก็พาเวินหย่าขึ้นไปบนชั้นห้า รูปร่างหน้าตาของทั้งสองคนโดดเด่นสะดุดตามาก ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ทำให้คนที่เดินผ่านไปมาอดไม่ได้ที่จะต้องเหลียวมอง เวินหย่ายังไม่ค่อยชินกับการตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนนัก จึงรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
เมื่อเข้าไปในร้านอาหาร ฉินเซี่ยงหยางก็จัดการสั่งสเต๊กเนื้อโทมาฮอว์กราคาหนึ่งพันสองร้อยแปดสิบแปดหยวนมาสองที่ทันที ก่อนจะหันไปถาม "เธออยากดื่มไวน์แดงไหม?"
เวินหย่าช้อนตามองเขา แล้วเอ่ยตอบอย่างว่าง่าย "แล้วแต่เธอเลย"
"งั้นเอาไวน์แดงมาขวดหนึ่งครับ กินสเต๊กมันก็ต้องคู่กับไวน์แดงสิ" ฉินเซี่ยงหยางชี้ไปที่ไวน์แดงขวดที่แพงที่สุดให้พนักงานจดออเดอร์ มันก็ไม่ได้แพงอะไรมากมาย แค่ห้าร้อยหยวนเอง จากนั้นก็สั่งของกินเล่นอีกสองสามอย่างแล้วส่งเมนูคืนให้พนักงาน สเต๊กมันต้องกินคู่กับไวน์แดงจริงหรือเปล่าเขาก็ไม่รู้หรอก แต่การดื่มแอลกอฮอล์สักหน่อยมันจะส่งผลดีต่อแผนการในขั้นตอนต่อไปของเขาต่างหาก
"ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการสเต๊กความสุกระดับไหนคะ?" ถึงแม้ทั้งสองคนจะดูเหมือนเด็กนักเรียน แต่การที่กล้าสั่งสเต๊กและไวน์แดงที่แพงที่สุดในร้าน พนักงานจึงไม่กล้าละเลยหรือให้บริการอย่างส่งเดช
"เธออยากกินความสุกระดับไหนล่ะ?" ฉินเซี่ยงหยางมองคนตรงข้ามแล้วเอ่ยถาม
"แล้วแต่เธอเลย" เวินหย่ายังคงตอบประโยคเดิม เธอไม่เคยแม้แต่จะกินสเต๊กมาก่อน ย่อมไม่รู้หรอกว่าความสุกระดับไหนถึงจะอร่อย เชื่อฟังฉินเซี่ยงหยางน่ะดีที่สุดแล้ว
"งั้นเอาสุกประมาณเจ็ดส่วนครับ" ฉินเซี่ยงหยางไม่ได้มีความรู้หรือความชอบเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องสเต๊กเนื้อ ก็เลยสั่งแบบที่คนทั่วไปเขากินกัน
"รับทราบค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ"
"ฉัน... ฉันเรียกเธอว่าทานตะวันได้ไหม? เห็นเพื่อนๆ ของเธอเรียกกันแบบนี้นี่นา" เมื่อพนักงานเดินจากไป เวินหย่าก็กะพริบตาแล้วเอ่ยถาม
"ได้สิ เธออยากเรียกยังไงก็ตามสบายเลย" ฉินเซี่ยงหยางไม่ได้รู้สึกรังเกียจฉายานี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
เมื่อได้ยินฉินเซี่ยงหยางตอบตกลง เด็กสาวก็ดูเหมือนจะดีใจมาก เธอเริ่มกวาดสายตามองสำรวจร้านอาหารฝรั่งแห่งนี้ด้วยความสนใจ
อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันจันทร์ แขกในร้านจึงไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นัก มีคนนั่งอยู่แค่ครึ่งร้าน การตกแต่งก็เป็นสไตล์ตะวันตก แสงไฟสลัวนุ่มนวล บรรยากาศถือว่าดีทีเดียว
"เธอเตรียมสัญญามาแล้วหรือยังล่ะ?" หลังจากมองสำรวจรอบๆ อยู่พักหนึ่ง เวินหย่าก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง "เดี๋ยวเราจะไปเซ็นสัญญากันใช่ไหม?"
เธอไม่เคยเซ็นสัญญาอะไรมาก่อน ย่อมไม่รู้ว่าต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง เธอเข้าใจไปเองว่าคงต้องไปเซ็นที่สถานที่เฉพาะเจาะจงสักแห่งในเมืองซูเฉิง
"อ๋อ ไม่ได้เตรียมมาหรอก ฉันคิดว่าระหว่างเราไม่จำเป็นต้องมีสัญญามาผูกมัดหรอก ฉันเชื่อว่าเธอคงไม่หอบเงินหนีไปหรอกน่า" ที่จริงฉินเซี่ยงหยางแค่ขี้เกียจทำต่างหาก ไหนจะต้องไปก๊อปปี้แบบฟอร์มในเน็ต แล้วก็ต้องไปหาร้านพรินต์งานอีก เขาไม่มีเวลาว่างมานั่งทำเรื่องพวกนี้หรอก
"ตกลง" เวินหย่ากะพริบตาปริบๆ ไม่ได้ปฏิเสธ และเพียงแค่พยักหน้ารับ เดาว่าคงเห็นด้วยกับคำพูดของฉินเซี่ยงหยาง ทว่าในใจกลับมีความสงสัยเพิ่มขึ้นมาแทน เธอคิดว่าธุระสำคัญที่ต้องมาเมืองซูเฉิงในวันนี้คือการมาเซ็นสัญญาเสียอีก แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ แล้วมันยังมีธุระสำคัญอะไรอีกอย่างนั้นหรือ?
แถมยังต้องใช้บัตรประชาชนอีก หรือว่า... เขาอยากจะเปิดห้อง?
เวินหย่ารู้สึกหวิวๆ ในใจ แต่ถึงอย่างไรเธอก็เตรียมใจพร้อมที่จะมอบตัวและหัวใจให้เขาอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่ฉินเซี่ยงหยางทำให้เธอมันมีค่ามากพอที่จะซื้อชีวิตเธอได้ทั้งชีวิตแล้ว ถ้าหากเขาต้องการล่ะก็... มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว
เพียงแต่... ก็ยังแอบรู้สึกผิดหวังอยู่ดี
"แล้วตอนนี้เธออยู่บ้านคนเดียวเหรอ?" ฉินเซี่ยงหยางฉวยจังหวะชวนคุยเรื่อยเปื่อย ขัดจังหวะความคิดที่กำลังเตลิดเปิดเปิงของเวินหย่า
"ใช่แล้วล่ะ"
"บ้านอยู่ที่ไหนเหรอ?"
"อยู่ที่ตำบลชิงถังน่ะ"
"ตำบลชิงถังเหรอ? นั่นมันไกลมากเลยนะนั่น? แล้วปกติเธอเดินทางมาโรงเรียนยังไงล่ะ?"
ฉินเซี่ยงหยางรู้สึกตกใจเล็กน้อย ตำบลชิงถังเป็นตำบลหนึ่งที่ขึ้นตรงต่ออำเภออู๋ ระยะทางไม่ได้ใกล้เลยสักนิด ขนาดขับรถไปก็ยังต้องใช้เวลาตั้งครึ่งชั่วโมง
"ต้องนั่งรถเมล์สายเจ็ดร้อยสี่ก่อน แล้วก็ไปต่อรถเมล์สายยี่สิบสี่ถึงจะถึงโรงเรียน ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงน่ะ"
ต้องใช้เวลาเดินทางตั้งหนึ่งชั่วโมงทุกวัน แบบนี้เวินหย่าก็คงต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ตีห้า แล้วตอนกลางคืนก็คงจะไม่ได้นอนหัวค่ำแน่ๆ แบบนี้เธอทนอยู่มาได้ยังไงกันเนี่ย?
"เธอนั่งรถเมล์แบบนี้ทุกวันเลยเหรอ? บ้านอยู่ไกลขนาดนี้ ทำไมถึงไม่อยู่หอพักของโรงเรียนล่ะ?"
ทันทีที่พูดจบ ฉินเซี่ยงหยางก็รู้สึกว่าตัวเองถามคำถามที่โง่เง่าสิ้นดี ถ้ามีเงินทองมากพอ ใครๆ ก็ต้องเลือกอยู่หอพักเพื่อความสะดวกสบายอยู่แล้วล่ะ แต่ประเด็นคือเธอไม่มีเงินไงล่ะ
"ถ้าอยู่หอพัก ฉันก็ไปทำงานพาร์ตไทม์แล้วก็กลับไปดูแลคุณย่าไม่ได้น่ะสิ" เวินหย่าไม่ได้รู้สึกว่าคำถามนี้เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจแต่อย่างใด เธอตอบกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ
ตอนนี้เองของหวาน ของว่าง และไวน์แดงถูกนำมาเสิร์ฟแล้ว พนักงานเอ่ยถาม "รับเหยือกพักไวน์ด้วยไหมคะ?"
ฉินเซี่ยงหยางพยักหน้า เวินหย่ามองดูน้ำสีแดงดุจอัญมณีถูกรินลงในขวดแก้วปากกว้างด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอไม่รู้เลยว่ารสชาติของไวน์แดงมันเป็นยังไง
"เดินทางไปกลับโรงเรียนแบบนี้ทุกวันไม่ได้หรอกนะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะเช่าห้องพักแถวๆ โรงเรียนในอำเภออู๋ให้เธอ ต่อไปนี้เธอก็ย้ายมาอยู่ที่นี่เลยแล้วกัน จะได้มีแรงเอาไปทุ่มเทให้กับการเรียนอย่างเต็มที่ ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในวัยกำลังโต ขืนพักผ่อนไม่เพียงพอมันจะไม่ดีต่อสุขภาพเอานะ แถมเดินทางไปกลับไกลๆ แบบนั้นมันก็ไม่ปลอดภัยด้วย" ฉินเซี่ยงหยางคิดหาวิธีที่ได้ทั้งปั่นค่าประสบการณ์แถมยังได้ดูแลเวินหย่าไปในตัวออกแล้ว เช่าห้องพักในหมู่บ้านเดียวกับที่เขาอยู่เลยก็แล้วกัน อืม เหตุผลหลักก็คือมันอยู่ใกล้นั่นแหละ
ตอนนั้นเองฉินเซี่ยงหยางก็อดไม่ได้ที่จะลอบกวาดสายตามองสำรวจเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาในใจ เด็กผู้หญิงที่เพียบพร้อม ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็สอบผ่านได้คะแนนยอดเยี่ยมไปซะหมด แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือหน้าอกหน้าใจกลับแบนราบไร้ส่วนโค้งเว้า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้จะบำรุงให้กลับมามีน้ำมีนวลได้อีกไหม ขืนนอนไม่พอแถมขาดสารอาหารทุกวันแบบนี้ แล้วมันจะไปโตได้ยังไงล่ะ?
เวินหย่าลังเลเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ลังเลอยู่นานนัก ก่อนจะพยักหน้ารับ ตอนนี้เธอตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร จะไปอยู่ที่ไหนก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ
ฉินเซี่ยงหยางรินไวน์แดงให้เธอแก้วหนึ่งพลางส่งยิ้มแล้วบอก "ลองชิมดูสิ"
เวินหย่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ ริมฝีปากเล็กๆ จิบไวน์แดงเข้าไปอึกหนึ่ง ทันใดนั้นใบหน้าหวานก็เหยเกด้วยความขมฝาด เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ค่อยจะถูกปากกับรสชาติของแอลกอฮอล์สักเท่าไหร่
[จบตอน]