เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ความอ่อนโยนครั้งสุดท้าย

ตอนที่ 16 ความอ่อนโยนครั้งสุดท้าย

ตอนที่ 16 ความอ่อนโยนครั้งสุดท้าย


ตอนที่ 16 ความอ่อนโยนครั้งสุดท้าย

วันนี้คือวันจันทร์ เป็นวันที่ร้านค้าระบบรีเฟรชสินค้าใหม่ พอฉินเซี่ยงหยางตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการเปิดดูระบบ

มีตัวเลือกสินค้าสามอย่างเหมือนเดิม

บัตรแลกเปลี่ยนโอกาสการลงทุนเลเวลหนึ่ง ราคาหนึ่งคะแนน

บัตรคืนเงินคูณสองจากการใช้จ่าย ราคาห้าคะแนน

พลังความคิด +1 ราคาแต้มสิบคะแนน

ฉินเซี่ยงหยางถึงกับเบิกตากว้าง พลังความคิดบวกหนึ่งงั้นหรือ?

เขารีบกดเข้าไปดูรายละเอียดทันที มันหมายถึงการเพิ่มความเร็วในการประมวลผลของสมองและช่วยพัฒนาความจำ

นี่มันของโคตรดีเลยนี่หว่า!

แบบนี้มันก็แปลว่าทำให้ฉลาดขึ้นไม่ใช่หรือไง?

คิดไม่ถึงเลยว่าระบบจะมีฟังก์ชันแบบนี้อยู่ด้วย แต่พอลองคิดดูดีๆ ในเมื่อมีไอเทมเพิ่มสมรรถภาพทางกายได้ แล้วทำไมจะไม่มีไอเทมเพิ่มความฉลาดบ้างล่ะ? แล้วแบบนี้ก็หมายความว่า ในอนาคตไอเทม พลังกาย +1 ก็อาจจะมาโผล่ในร้านค้าระบบด้วยเหมือนกันใช่ไหม?

น่าเสียดายที่ตอนนี้เขามีคะแนนสะสมอยู่แค่แปดคะแนน แต่ก็ยังดี การจะหาทางใช้จ่ายเงินให้ได้อีกสองหมื่นหยวนเพื่อเอามาแลกคะแนนในสัปดาห์นี้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก

ฉินเซี่ยงหยางครุ่นคิดหาวิธีปั่นคะแนนเพิ่มอีกสองคะแนนพลางลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว จัดการล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าวเช้า แล้วรีบตรงดิ่งไปโรงเรียนทันที

และในขณะที่เขากำลังเดินเข้าห้องเรียนด้วยความกระวนกระวายใจนั้นเอง จู่ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ภายในห้องเรียน ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับจุดที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มคนอย่างรวดเร็ว

เวินหย่าไม่ได้อยู่ในสภาพซอมซ่อรุงรังเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป เธอรวบผมหางม้าอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามดั่งภาพวาด เธอนั่งเงียบๆ อยู่ที่โต๊ะเรียน ดูราวกับเป็นนางฟ้าในชุดนักเรียนไม่มีผิด

ฉินเซี่ยงหยางอดไม่ได้ที่จะจ้องมองเธออยู่หลายรอบ เมื่ออีกฝ่ายสังเกตเห็นการมาถึงของเขา เธอก็เงยหน้าขึ้น ส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดมาให้ รอยยิ้มนั้นเบ่งบานราวกับดอกไม้นานาพรรณ ดูงดงามและน่ารักจับใจ

ฉินเซี่ยงหยางพยักหน้าตอบรับด้วยความชื่นชม สะพายกระเป๋านักเรียนเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง และในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมบรรยากาศในห้องเรียนถึงได้ดูแปลกประหลาดนัก

เรียนด้วยกันมาตั้งสามปี กลับไม่มีใครเคยสังเกตเห็นความงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบ 'ยัยเพิ้ง' เลยสักคน แบบนี้จะไม่ให้ทุกคนตกตะลึงกันได้ยังไงล่ะ

มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งแกล้งทำเป็นเดินไปกดน้ำที่หน้าห้อง แล้วก็หันกลับมาแอบมองเวินหย่าอย่าง 'ไม่ตั้งใจ'

ส่วนเด็กผู้ชายอีกคนก็ทำทีเป็นเดินไปหาของที่โต๊ะครู หาอยู่นานสองนานก็หาไม่เจอ แต่สายตากลับเหลือบมองไปที่เวินหย่าอยู่หลายต่อหลายครั้ง

เด็กผู้ชายสามคนกอดคอกันเดินออกไปเข้าห้องน้ำทางประตูหน้า พอตอนจะก้าวพ้นประตู จู่ๆ ก็มีคนตะโกนเรียกจากด้านหลัง พวกเขาจึง 'จำใจ' ต้องหันกลับมาคุยด้วย พร้อมกับกวาดสายตามองไปที่เพื่อนร่วมชั้นหญิงคนนั้น

ช่างเป็นภาพที่น่าขบขันเสียจริง

"เชี่ย ไอ้ทานตะวัน แกเห็นหรือเปล่าวะ? ทำไมเวินหย่าถึงได้สวยขึ้นมาขนาดนี้วะเนี่ย?"

ทันทีที่ฉินเซี่ยงหยางหย่อนก้นนั่งลง ลู่เจิ้งฉีก็ดึงเสื้อของเขาพร้อมกับกระซิบกระซาบด้วยความตื่นเต้น

"อืม เห็นแล้วล่ะ สวยมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพอแต่งตัวดีๆ แล้วเธอจะสวยได้ขนาดนี้!"

ฉินเซี่ยงหยางพยักหน้าเห็นด้วย

"เวรเอ๊ย แกไม่รู้หรอก ตอนที่หล่อนเดินเข้ามาในห้องทีแรก ฉันจำแทบไม่ได้ นึกว่าเป็นเด็กห้องอื่นซะอีก แต่ห้องอื่นก็ไม่เคยได้ยินว่ามีคนสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้มาก่อนเลยนะเว้ย แกคิดว่ามันเป็นไปได้ยังไงวะ หน้าตาดีขนาดนี้แต่ทำไมเมื่อก่อนต้องแกล้งทำตัวขี้เหร่ด้วยวะ ขี้งกชะมัด โดยเฉพาะการมาเผยโฉมหน้าที่แท้จริงเอาป่านนี้ นี่มันเจตนาชั่วร้ายชัดๆ!"

ลู่เจิ้งฉีพล่ามยาวเหยียด ท่าทางดูขุ่นเคืองไม่น้อย จนฉินเซี่ยงหยางอดสงสัยไม่ได้จึงถามขึ้น

"เจตนาชั่วร้ายยังไงวะ?"

"หล่อนต้องการใช้วิธีนี้ดึงดูดความสนใจของฉัน ทำให้ฉันไม่มีสมาธิเรียน ทำให้ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งไม่ได้ แบบนี้ยังไม่เรียกว่าเจตนาชั่วร้ายอีกหรือไงวะ?"

ลู่เจิ้งฉีตอบกลับด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง

"แกพูดมามันก็มีเหตุผลอยู่นะ ถ้างั้นแกก็เลิกมองหล่อนสิวะ! แกต้องเชื่อมั่นในตัวเองนะเว้ย ขอแค่แกผ่านด่านสาวงามไปได้ มหาวิทยาลัยชิงหัวหรือปักกิ่งก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว!"

ฉินเซี่ยงหยางตบไหล่เพื่อนร่วมโต๊ะเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ

"แต่ว่า!"

จู่ๆ สีหน้าของลู่เจิ้งฉีก็เปลี่ยนเป็นเจ็บปวดรวดร้าว

"แต่ว่า... ฉันรู้สึกเหมือนจะตกหลุมรักหล่อนเข้าให้แล้วสิวะ ทำไงดีเนี่ย?"

ฉินเซี่ยงหยาง: ...

"เฮ้ย หล่อน... หล่อน... หล่อนเดินมาแล้ว หล่อนเดินมาทางนี้แล้ว!"

ลู่เจิ้งฉีตบต้นขาของฉินเซี่ยงหยางรัวๆ ด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึม ก้มหน้างุด แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"เวินหย่าเดินมาทางนี้แล้ว หรือว่า... หล่อนจะมาหาฉันวะ?"

ฉินเซี่ยงหยางรีบแกะมือที่เกาะหนึบอยู่บนต้นขาของเขาออก ในจังหวะที่เขากำลังจะบอกให้ลูกชาย เอ๊ย เพื่อนร่วมโต๊ะตื่นจากความฝัน เสียงของเวินหย่าก็ดังขึ้น

"ฉินเซี่ยงหยาง ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอหน่อยน่ะ ออกไปคุยกันข้างนอกหน่อยได้ไหม?"

มือของลู่เจิ้งฉีแข็งทื่อไปในทันที เขาเงยหน้าขึ้นมา หันไปมองเพื่อนร่วมโต๊ะด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองโดนต่อย ฉินเซี่ยงหยางจึงรีบลุกขึ้นยืน แล้วตอบตกลงทันที

บรรยากาศภายในห้องเรียนดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังหนุ่มสาวทั้งสองคนที่กำลังเดินเคียงคู่กันออกไปนอกห้อง

เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสดใส เด็กสาวงดงามอ่อนหวาน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขาทั้งสองคนดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

รอจนกระทั่งทั้งคู่เดินพ้นประตูห้องไป ราวกับมีคนไปกดสวิตช์อะไรบางอย่างเข้า เสียงอื้ออึงก็ดังกระหึ่มขึ้นมาในห้องเรียนทันที

เมื่อเดินมาถึงระเบียงทางเดิน เวินหย่าก็จับราวระเบียงเอาไว้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา... คุณย่าของฉัน ท่านดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจออกเองน่ะ"

ฉินเซี่ยงหยางตกใจมาก โพล่งออกไปทันที

"ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ!"

"ฉันรู้ว่าคุณย่าคิดอะไรอยู่ ท่านไม่อยากเป็นภาระของฉัน ก็เลยเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลง"

เวินหย่าทอดสายตามองลงไปยังแปลงดอกไม้ด้านล่าง แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน

ฉินเซี่ยงหยางนึกย้อนกลับไป วันที่เขาไปเยี่ยมคุณย่าของเธอก็คือวันพฤหัสบดี และวันรุ่งขึ้นเวินหย่าก็ไม่ได้มาโรงเรียน งั้นก็หมายความว่า... เป็นคืนวันนั้นงั้นเหรอ?

หลังจากนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ฉินเซี่ยงหยางก็พูดขึ้น

"เสียใจด้วยนะ"

เวินหย่าพยักหน้ารับ ท่าทางของเธอดูสงบนิ่งมาก

"หลายวันมานี้ ฉันจัดการเรื่องงานศพเรียบร้อยแล้วล่ะ โรคนี้ยังไงมันก็รักษาไม่หายอยู่แล้ว บางทีสำหรับคุณย่าแล้ว... นี่อาจจะเป็นการปลดแอกตัวเองก็ได้มั้ง"

ฉินเซี่ยงหยางมองดูเด็กสาวตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง เธอต้องสูญเสียญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ไป

"เธอโอเคใช่ไหม?"

"ฉันไม่เป็นไรหรอก ฉันทำใจได้แล้วล่ะ ว่าสักวันหนึ่งเรื่องแบบนี้มันก็ต้องเกิดขึ้น และถ้าคุณย่ารับรู้ได้ ท่านก็คงไม่อยากเห็นฉันจมปลักอยู่กับความเศร้าหรอกนะ"

เวินหย่าหันกลับมา จ้องมองฉินเซี่ยงหยาง ก่อนจะโค้งคำนับให้เขาอย่างจริงจัง

"ขอบคุณมากนะ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำให้ฉันกับคุณย่า"

ฉินเซี่ยงหยางรับการคารวะนั้นอย่างเต็มใจ วันนี้ที่เขาได้เห็นเวินหย่า เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดูเหมือนจะร่าเริงขึ้น ไม่ได้ทำท่าทางหวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อนอีก บางทีเหตุการณ์ในครั้งนี้ อาจจะทำให้เธอเติบโตและเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเลยก็ได้

เวินหย่ายืดตัวขึ้น ภายในดวงตาคู่สวยดูเหมือนจะยังคงมีความเศร้าหมองซ่อนอยู่ เดาว่าในใจลึกๆ แล้ว เธอคงไม่ได้ปล่อยวางได้ง่ายดายเหมือนอย่างที่ปากพูดหรอก

"เงินค่ารักษาพยาบาลยังเหลืออยู่อีกสี่หมื่นกว่าหยวน เดี๋ยวอีกสองสามวันฉันจะโอนคืนให้เธอนะ?"

ฉินเซี่ยงหยางส่ายหน้า แล้วบอกว่า

"เธอเก็บไว้เถอะ สัญญาของเรายังคงมีผลอยู่นะ ถือซะว่า..."

"ฉันเบิกเงินเดือนล่วงหน้า!"

เวินหย่าพูดต่อประโยคให้จบ พร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นช่างงดงามจับตา

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 16 ความอ่อนโยนครั้งสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว