เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 เธอต้องการความช่วยเหลือไหม?

ตอนที่ 6 เธอต้องการความช่วยเหลือไหม?

ตอนที่ 6 เธอต้องการความช่วยเหลือไหม?


ตอนที่ 6 เธอต้องการความช่วยเหลือไหม?

ฉินเซี่ยงหยางชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อตระหนักถึงความหมายในคำพูดของชายคนนี้ เขาก็หันไปมองเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองทันทีด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

เมื่อเห็นท่าทางของเขา ชายสวมเสื้อกั๊กก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาแล้วถาม

"น้องชายคนนี้คือใครล่ะเนี่ย?"

สายตาของเขามองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสอง คล้ายกับกำลังคาดเดาอะไรบางอย่าง ก่อนที่ใบหน้าจะเผยให้เห็นถึงความเข้าใจแจ่มแจ้ง

พล็อตเรื่องน้ำเน่ามันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ ใช่ไหมล่ะ?

ผู้หญิงต้องการเงินก้อนโต ก็เลยแอบแฟนหนุ่มมาขายตัว แต่บังเอิญแฟนหนุ่มดันมาเจอเข้าเสียก่อน ทว่าภายใต้แรงกดดันจากความเป็นจริง ผู้หญิงก็ทำได้เพียงก้าวเดินต่อไปในเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ ส่วนแฟนหนุ่มก็ทำได้เพียงยืนมองหญิงสาวอันเป็นที่รักเดินเข้าไปปรนเปรอคนอื่นด้วยสองตาของตัวเอง

จิ๊!

"แค่เพื่อนร่วมชั้นน่ะค่ะ"

เวินหย่ายืนขึ้น ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา แล้วก้มหน้าตอบเสียงอู้อี้

"ฉันพร้อมแล้ว พวกเราไปกันเถอะ"

ชายสวมเสื้อกั๊กพยักหน้า มองฉินเซี่ยงหยางพร้อมกับเผยรอยยิ้มแฝงความนัย จากนั้นก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในไนต์คลับเยี่ยฮวากง

เวินหย่าไม่ได้หันไปมองฉินเซี่ยงหยาง เธอยังคงก้มหน้า ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยในทุกย่างก้าวที่เดินไป ดูเหมือนเธอจะหวาดกลัว แต่ก็ยังคงก้าวเดินเข้าสู่ถ้ำปีศาจแห่งนั้นอย่างไม่มีทางเลือก

วินาทีนี้ฉินเซี่ยงหยางก็นึกขึ้นมาได้ ในชาติก่อน ตอนที่เขากำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจปกป้องทวีปอาเซรอธอย่างเอาเป็นเอาตาย ดูเหมือนว่าเด็กเรียนเก่งสุดซอมซ่อคนนี้จะถูกโรงเรียนเชิญให้ออกในช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย

เขาได้ยินข่าวลือซุบซิบกันว่า เป็นเพราะพฤติกรรมส่วนตัวที่เหลวแหลก

เนื่องจากพวกเขาสองคนไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว ประกอบกับตอนนั้นเขากำลังหมกมุ่นอยู่กับเกมออนไลน์ ฉินเซี่ยงหยางจึงไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่ในวินาทีนี้ จู่ๆ เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเวินหย่าถึงถูกเชิญให้ออกจากโรงเรียน

"เดี๋ยว!"

ฉินเซี่ยงหยางโพล่งขึ้นมาทันที

ทั้งสองคนหันขวับกลับมามองพร้อมกัน ฉินเซี่ยงหยางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เวินหย่า เธอต้องการความช่วยเหลือไหม?"

ในตอนนี้เขาไม่อยากให้เด็กเรียนเก่งคนนี้เดินเข้าไปในไนต์คลับแห่งนั้นเลย เพราะมันจะเป็นหนทางที่ทำให้เธอต้องตกนรกหมกไหม้ไปตลอดกาล เธอเรียนเก่งมาก ถึงจะดูซอมซ่อไปหน่อย แต่จริงๆ แล้วเธอสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ และมีอนาคตที่สดใสรออยู่ได้สบายๆ

ที่สำคัญที่สุดคือ ฉินเซี่ยงหยางรู้สึกได้ว่าลึกๆ แล้วเธอไม่ได้เต็มใจจะทำแบบนี้ บางทีเธออาจจะมีความจำเป็นอะไรบางอย่างที่บอกใครไม่ได้

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจ สิ่งที่เวินหย่าต้องการ เดาได้ไม่ยากเลยว่าคงจะเป็นเงินก้อนหนึ่ง ถึงแม้เรื่องราวแบบนี้มันจะฟังดูน้ำเน่า แต่มันก็มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ถ้าเป็นในชาติก่อน ต่อให้เขารู้เรื่องนี้เข้า ก็คงทำได้แค่ยืนมองเธอเดินเข้าสู่ถ้ำปีศาจด้วยสองตาของตัวเอง แต่ในชาตินี้ ฉินเซี่ยงหยางมีระบบอยู่ในมือ สิ่งที่เขาขาดแคลนน้อยที่สุดก็คือเงิน สำหรับเขาแล้ว เงินมันก็เป็นแค่ตัวเลขเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ยังไงเขาก็ต้องหาทางใช้เงินเพื่อปั่นเลเวลอยู่แล้ว จะใช้จ่ายวิธีไหนมันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง?

เขาเห็นริมฝีปากของเวินหย่าขยับเล็กน้อย อาจเป็นเพราะสีหน้าของฉินเซี่ยงหยางดูจริงจังมาก ใบหน้าอันหล่อเหลานั้นแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น เดาว่าเดิมทีเธอคงตั้งใจจะปฏิเสธ แต่จู่ๆ ก็ผีเจาะปากให้ถามออกไปว่า

"เธอให้ฉันยืมเงินหนึ่งแสนหยวนได้ไหมล่ะ?"

ชายสวมเสื้อกั๊กหยุดเดิน ยืนกอดอกพิงกรอบประตูราวกับกำลังรอดูงิ้วฉากสนุก โดยไม่ได้คิดจะห้ามปรามแต่อย่างใด นักเรียนจนๆ คนหนึ่งจะมีเงินได้ยังไง? ถ้ามีเงินตั้งหนึ่งแสนหยวนจริงๆ แม่หนูคนนี้จะถ่อมาถึงที่นี่ทำไม?

ฉินเซี่ยงหยางมองเพื่อนร่วมชั้นหญิงตรงหน้าแล้วคลี่ยิ้มออกมา ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้!

"ได้สิ!"

ฉินเซี่ยงหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ภายใต้ผมหน้าม้าที่ยาวปรกตา เวินหย่าเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ อันที่จริงเธอไม่ได้คาดหวังอะไรเลยด้วยซ้ำ นักเรียนคนหนึ่งจะเอาเงินตั้งหนึ่งแสนหยวนมาจากไหน? แต่คิดไม่ถึงเลยว่าฉินเซี่ยงหยางจะตอบตกลงจริงๆ?

นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลยนะ หรือว่าเขากำลังหลอกเธออยู่?

"เธอคงไม่ได้เชื่อมันจริงๆ ใช่ไหม?"

ชายสวมเสื้อกั๊กหัวเราะออกมา ดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อเลยสักนิด

เวินหย่าลังเล หันไปมองชายสวมเสื้อกั๊กด้วยความรู้สึกลังเลใจ

ฉินเซี่ยงหยางกะพริบตา กวักมือเรียกให้เธอเดินเข้ามาหา จากนั้นก็ล้วงเอาเช็คใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า

เวินหย่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปรับกระดาษแผ่นนั้นมา อาศัยแสงไฟริมถนนส่องดูตัวเลขที่อยู่บนนั้น

แปดหมื่น!

"ทีนี้เชื่อหรือยัง? ฉันมีให้แปดหมื่น ส่วนอีกสองหมื่นที่เหลือ คิดว่าฉันจะหามาไม่ได้งั้นเหรอ?"

ฉินเซี่ยงหยางเอ่ยปาก เขาไม่ได้หยิบเช็คใบละสามแสนสองหมื่นออกมา เพราะไม่มีความจำเป็น และเขาเองก็ต้องเผื่อทางหนีทีไล่เอาไว้บ้าง

มือของเวินหย่าสั่นเทาเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความเหลือเชื่อ พยายามกดเสียงต่ำถามว่า

"เธอให้ฉันยืมหนึ่งแสนหยวนได้จริงๆ เหรอ?"

ฉินเซี่ยงหยางพยักหน้า แล้วพูดว่า

"เราไปหาที่อื่นคุยกันดีกว่า"

ชายสวมเสื้อกั๊กเดินเข้ามาหา เขาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน และเหลือบเห็นเช็คในมือของเวินหย่า ถึงแม้จะมองไม่เห็นตัวเลขบนนั้น แต่เดาว่าคงไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ แน่ เขาจึงเอ่ยปากข่มขู่

"เช็คนั่นคงไม่ใช่ของปลอมหรอกนะ? ถ้าเป็นของปลอม ระวังจะได้ติดคุกเอานะโว้ย!"

สีหน้าของฉินเซี่ยงหยางยังคงเรียบเฉย ไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย เขาจับมือเวินหย่าเตรียมจะพาเดินออกไปจากตรงนั้น

เวินหย่าสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่ได้สะบัดมือออก

"เฮ้ย ไอ้หนุ่ม แกจะไปไหนก็ไป อย่ามาแส่เรื่องชาวบ้าน นังนี่ต้องอยู่!"

เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะเดินจากไป ชายสวมเสื้อกั๊กก็เริ่มร้อนใจ เขาเดินเข้าไปจับไหล่ของฉินเซี่ยงหยางไว้พร้อมกับตวาดเสียงแข็ง ในใจอดไม่ได้ที่จะสบถด่า 'ลูกเศรษฐีที่ไหนวะเนี่ย พกเช็คเดินไปเดินมา'

ฉินเซี่ยงหยางสัมผัสได้ว่ามือของเวินหย่าสั่นเทา เขาจึงลูบหัวเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ก่อนจะหันกลับไปยิ้มแล้วถามว่า

"ทำไมล่ะ?"

"ก็หล่อนรับปากไปแล้ว แถมตอนนี้เถ้าแก่ก็มารอแล้วด้วย จะหนีไปง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง? แกคิดว่าที่นี่มันที่ไหนวะ? นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไปงั้นเหรอ?"

ชายสวมเสื้อกั๊กขู่ตะคอกอย่างดุดัน ช่วยไม่ได้นี่หว่า ก็รับปากเถ้าแก่คนนั้นไปแล้ว ขืนปล่อยให้เบี้ยวงานกะทันหันแบบนี้ อีกฝ่ายจะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ๆ แถมยังเป็นลูกค้ารายใหญ่เสียด้วย ถ้างานนี้สำเร็จ เขาจะได้ส่วนแบ่งก้อนโตเชียวนะ

ส่วนเรื่องที่ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะมีความหมายยังไงกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งน่ะเหรอ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ? ก็แม่นี่เป็นคนเสนอตัวมาหาเขาเองนี่นา!

ภายในใจของฉินเซี่ยงหยางไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาเสียด้วยซ้ำ เขาไม่ใช่เด็กนักเรียนอายุสิบแปดปีจริงๆ เสียหน่อย จะมาโดนคำขู่แค่นี้หลอกเอาได้ยังไง เขาจึงล้วงโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่ากึกออกมา เตรียมจะกดโทรเข้าเบอร์ 110 ทันที

ชายสวมเสื้อกั๊กตกใจจนหน้าซีด รีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลงแล้วรีบห้าม

"เฮ้ยๆ อย่าโทรนะๆ แกจะทำอะไรเนี่ย?"

"ไม่มีอะไรหรอก ผมก็แค่จะถามคุณตำรวจดูว่าที่นี่มันคือที่ไหน แล้วมันมีกฎหมายข้อไหนระบุไว้ว่าห้ามคนเดินออกไปตามใจชอบด้วยเหรอ"

ฉินเซี่ยงหยางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปลายนิ้วแตะค้างไว้ที่ปุ่มกดโทรออก

"เออๆๆ ไปเลยๆ ถือซะว่าวันนี้ฉันดวงซวยก็แล้วกัน!"

เมื่อเห็นว่าขู่เด็กหนุ่มคนนี้ไม่สำเร็จ ชายสวมเสื้อกั๊กก็ทำได้เพียงโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ เรื่องพรรค์นี้จะให้ตำรวจรู้ไม่ได้เด็ดขาด ขืนเรียกตำรวจมา มีหวังโดนบุกทลายซ่องกันพอดีน่ะสิ!

"ไปกันเถอะ เธอกินข้าวเย็นหรือยังล่ะ? ฉันเริ่มหิวแล้ว ไปหาที่นั่งกินข้าวแล้วค่อยคุยกันเถอะ"

ฉินเซี่ยงหยางหันกลับมา ปล่อยมือเวินหย่าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"กะ... ก็ได้"

เวินหย่าพยักหน้า ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะยื่นเช็คมูลค่าแปดหมื่นหยวนคืนให้ฉินเซี่ยงหยางอย่างระมัดระวัง แล้วพูดต่อ

"ขอบใจนะ"

"ไม่เป็นไรหรอก"

ฉินเซี่ยงหยางรับเช็คมาพลางเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าไม่ไกลนักมีร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ เขาจึงพาเวินหย่าเดินเข้าไปด้านใน

"เธอจะกินอะไรล่ะ?"

เขาเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองเมนูอาหาร

"ฉะ... ฉันกินมาแล้วน่ะ ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะ"

เวินหย่าตอบเสียงเบา

ฉินเซี่ยงหยางก้มมอง ก็เห็นชัดเจนว่าเพื่อนร่วมชั้นคนนี้แอบกลืนน้ำลายลงคอ เขาจึงหันไปสั่งอาหาร

"เอาข้าวผัดน่องเป็ดสองที่ แล้วก็ไส้กรอกสองชิ้นครับ"

"ฉะ... ฉันไม่เอาจริงๆ นะ"

เวินหย่ารีบปฏิเสธ

"อ๋อ ฉันจะกินสองที่น่ะ"

ฉินเซี่ยงหยางตอบหน้าตาย ก่อนจะจ่ายเงินแล้วบอก

"นั่งสิ"

เวินหย่ายืนอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอเป็นคนหน้าบาง จึงรู้สึกทั้งกระอักกระอ่วนและเกรงใจเป็นอย่างมาก

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 6 เธอต้องการความช่วยเหลือไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว