เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - จบดันเจี้ยนกับพี่สาวของฉินนั่ว

บทที่ 28 - จบดันเจี้ยนกับพี่สาวของฉินนั่ว

บทที่ 28 - จบดันเจี้ยนกับพี่สาวของฉินนั่ว


"กลุ่มนักศึกษาที่ถูกส่งตัวเข้าไปในเกมสยองขวัญกลับมาแล้ว!"

ทันทีที่ข่าวนี้แพร่งพรายออกไป มันก็ดึงดูดความสนใจของประชาชนชาวมังกรแทบจะทั้งประเทศ โลกอินเทอร์เน็ตลุกเป็นไฟด้วยความแตกตื่น

เมื่อเจ็ดวันก่อน เหตุการณ์รถบัสของมหาวิทยาลัยจินโจวพุ่งตกลงไปในแม่น้ำได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทิศ

แน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้ข่าวนี้โด่งดังเป็นพลุแตก ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุรถตกน้ำ แต่เป็นเพราะนักศึกษาทั้ง 45 ชีวิตที่อยู่บนรถบัสคันนั้น ถูกบังคับดึงตัวเข้าไปใน 'เกมสยองขวัญ' ต่างหาก

ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา แทบทุกคนต่างก็เฝ้าติดตามข่าวคราวและภาวนาให้นักศึกษาเหล่านี้ได้กลับมาอย่างปลอดภัย

และในตอนนี้ บทสรุปก็มาถึงแล้ว

ทว่าผลลัพธ์ที่ประกาศออกมากลับทำให้ผู้คนมากมายต้องทอดถอนใจด้วยความสลดหดหู่

มีนักศึกษาไม่ถึงครึ่งที่รอดชีวิตกลับมาได้!

บนสะพานยกระดับจินโจว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ทั้งสองฝั่งสะพาน รถพยาบาลและรถตำรวจจอดเรียงรายต่อกันยาวเหยียด

หลังจากที่ถังหมิงและคนอื่นๆ ได้รับการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ถูกส่งตัวขึ้นรถพยาบาลเพื่อไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลทันที

"ชื่ออะไร?"

"ฉินนั่วครับ"

"อายุ?"

"..."

เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มนายหนึ่งกำลังจดบันทึกข้อมูลส่วนตัวของฉินนั่ว เมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของเด็กหนุ่ม เขาก็ถอนหายใจยาวก่อนจะตบไหล่ฉินนั่วเบาๆ "เด็กดี ฉันรู้ว่าเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ เธอต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต และคงกำลังโศกเศร้าเสียใจกับเพื่อนๆ ที่จากไป"

"แต่จำไว้นะ เธอรอดชีวิตกลับมาได้ พวกเธอคือฮีโร่ เธอต้องรีบก้าวผ่านฝันร้ายนี้ไปให้ได้เร็วที่สุดนะ!"

ฉินนั่วกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ "อื้ม เข้าใจแล้วครับ"

อันที่จริง ที่เขาเหม่อลอยไม่ได้เป็นเพราะเรื่องพวกนั้นหรอก

แต่เขากำลังคิดถึงขั้นตอนการตรวจร่างกายที่กำลังจะมาถึงต่างหาก

"หมอพวกนั้นจะตรวจเจอความผิดปกติที่มือขวาของฉันรึเปล่านะ?"

ในเกมสยองขวัญ การทำพันธสัญญากับผีไม่ได้ถือเป็นความผิดร้ายแรงอะไร

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวรายงานว่า ผู้เล่นระดับปรมาจารย์คนหนึ่งได้ทำพันธสัญญาคำสาปกับผี ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ถึงขั้นถูกดึงตัวเข้าทำงานในหน่วยปราบผีเพื่อรับใช้ชาติเลยทีเดียว

แต่ฉินนั่วไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครทั้งนั้น

ยิ่งโดนจับตามองมากเท่าไหร่ ปัญหาก็ยิ่งตามมามากเท่านั้น

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะรบกวนระบบประสาทสั่งการในสมองของหมอพวกนั้น สร้างภาพลวงตาตบตาพวกมันให้ แกจะได้ผ่านการตรวจไปได้อย่างราบรื่น" เสียงของผีตาสีเลือดดังก้องขึ้นในหัวของเขา

"จู่ๆ ทำไมถึงใจดีขึ้นมาล่ะ?" ฉินนั่วทำหน้าฉงนสงสัย ไอ้หมอนี่มันน่าจะอยากเห็นเขาตกที่นั่งลำบากไม่ใช่เรอะ?

"ข้าเองก็ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของพวกมนุษย์อย่างพวกแกเหมือนกันนั่นแหละ" ผีตาสีเลือดตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

ไม่นานนัก กลุ่มนักศึกษาก็ถูกส่งตัวไปถึงโรงพยาบาล หลังจากผ่านการตรวจร่างกายอย่างละเอียด พวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้อย่างราบรื่น จากนั้นก็ถูกส่งตัวต่อไปยังสถานีตำรวจ เพื่อรอให้ครอบครัวมารับตัวกลับบ้าน

ภายในห้องโถงสถานีตำรวจ ถังหมิงชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบถามด้วยความตื่นเต้น "เหลาฉิน นายได้รางวัลอะไรจากดันเจี้ยนบ้างวะ?"

"ก็แค่ของแปลกๆ ไม่กี่อย่าง ไม่มีอะไรพิเศษหรอก" ฉินนั่วลูบจมูกตัวเองป้อยๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ก็งั้นๆ แหละ

ได้รางวัลมาแค่ร้านสะดวกซื้อร้านเดียวเอง

"โธ่เอ๊ย เลิกถ่อมตัวได้แล้วน่า นายเล่นไต่เต้าไปจนถึงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการร้านอาหารได้ คะแนนประเมินของนายต้องออกมาดีกว่าของฉันแหงๆ"

แต่ในเมื่อฉินนั่วไม่อยากบอก ถังหมิงก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ

"มานี่ เดี๋ยวฉันเอาของรางวัลของฉันให้ดู"

ถังหมิงหันซ้ายหันขวาระแวดระวัง ก่อนจะใช้ตัวบังสายตาคนอื่นเอาไว้ แล้วล้วงเอาถุงเท้าเหม็นๆ ข้างหนึ่งออกมาจากใต้เสื้อ

"นี่แกมีรสนิยมซาดิสม์แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?" ฉินนั่วถามด้วยความประหลาดใจ

"ไสหัวไปเลย นี่มันไอเทมผีโว้ย! แกไม่เคยดูข่าวรึไง? ไอเทมผีของผู้เล่นระดับสูงๆ น่ะ เอาไปประมูลขายในตลาดมืดได้ตั้งหลายสิบล้านเชียวนะ!"

"ถึงของฉันมันจะดูกระจอกไปหน่อย แต่มันก็เป็นไอเทมผีนะเว้ย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะขายได้สักหลักหมื่นหลักแสนล่ะวะ"

"อีกอย่าง ถ้าจะพูดถึงเรื่องรสนิยมซาดิสม์ล่ะก็ แกนั่นแหละตัวพ่อเลย ใครบ้าที่ไหนพกผ้าอนามัยใช้แล้วติดตัวไปไหนมาไหนด้วยวะฮะ?" ถังหมิงสวนกลับเจ็บแสบ

"เดี๋ยวฉันเอาของรางวัลของฉันให้แกดูบ้างละกัน" ฉินนั่วพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะหยิบขวดน้ำอัดลมสีเหลืองอ๋อยขวดหนึ่งออกมา

ถังหมิงเบิกตาโตด้วยความสงสัย "นี่มันน้ำอะไรวะเนี่ย?"

"ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ในคำอธิบายรางวัลบอกว่ามันคือน้ำอมฤตอะไรสักอย่าง ถ้าดื่มเข้าไปแล้ว พวกผีสางจะวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงราวกับเห็นโรคระบาดเลยล่ะ"

"เชี่ยเอ๊ย นี่มันของโคตรแรร์เลยนี่หว่า!"

ดวงตาของถังหมิงเป็นประกายวาววับ "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอฉันชิมก่อนละกัน ดื่มไอ้นี่เข้าไป ดันเจี้ยนนี้ก็หมูๆ เลยสิวะ!"

พูดจบ เขาก็บิดฝาขวดออกเตรียมจะกระดกเข้าปาก

แต่พอขวดจ่อถึงปาก เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ กลิ่นฉุนกึกเตะจมูกอย่างแรงจนแทบอ้วก

ถังหมิงเพ่งมองขวดน้ำในมืออย่างละเอียด แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับตัวหนังสือเล็กๆ ที่เขียนไว้ตรงก้นขวดว่า 'ฉี่เด็กผู้ชาย'

"ไอ้เวรเอ๊ย เหลาฉิน ไอ้เพื่อนเลว ดีนะที่ฉันยังไม่ได้แดกเข้าไป ไม่งั้นฉันจะสู้ตายกับแกแน่!"

ถังหมิงแผดเสียงลั่นด่าทอ เรียกสายตาประหลาดใจจากผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว เขารีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้วนั่งลงอย่างรวดเร็ว

เขายัดขวดฉี่เด็กผู้ชายใส่มือฉินนั่วคืนด้วยความขยะแขยง

"ฉี่เด็กผู้ชายจริงๆ ด้วย แหม เล่นซะเทพขนาดนั้น แต่ดันได้ของรางวัลห่วยแตกซะไม่มี ขอไว้อาลัยให้ความซวยของแกหนึ่งวินาทีละกัน" ถังหมิงมองฉินนั่วด้วยสายตาสมเพชเวทนา

ฉินนั่วเพียงแค่ยิ้มรับโดยไม่ได้พูดอะไร แล้วเก็บขวดฉี่เด็กผู้ชายกลับเข้าไป

เขามีลางสังหรณ์ว่าไอ้ของสิ่งนี้จะต้องได้ใช้งานในอนาคตแน่ๆ

หลิวเจียฉีเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา

"ฉินนั่ว พ่อแม่ฉันมารับแล้วนะ ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะ"

"ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ ขอบใจนายมากเลยนะที่คอยดูแลฉันเป็นอย่างดี ฉันสัญญาว่าจะหาโอกาสตอบแทนนายให้ได้เลย" ไม่รู้ทำไม พอหญิงสาวพูดประโยคนี้จบ สองแก้มของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

ฉินนั่วพยักหน้ารับเบาๆ "คนกันเองน่า ช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว"

"อื้ม ไว้คราวหน้านายว่างๆ ฉันจะเลี้ยงข้าวนายสักมื้อเพื่อเป็นการขอบคุณอย่างเป็นทางการนะ"

หลังจากหลิวเจียฉีเดินคล้อยหลังไป ถังหมิงก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ รอยยิ้มกวนส้นเท้าของมันทำเอาฉินนั่วอยากจะประเคนหมัดใส่หน้าสักที "ร้ายไม่เบาเลยนี่หว่า เหลาฉิน ได้ข่าวว่าหลายวันมานี้ แกนอนเตียงเดียวกันกับดาวคณะคนสวยอย่างหลิวเจียฉีเลยนี่ ดูทรงแล้ว ยัยนั่นคงเสร็จแกไปเรียบร้อยแล้วล่ะสิ ท่าทางจะหลงแกหัวปักหัวปำซะด้วย"

"เธอนอนส่วนของเธอ ฉันก็นอนส่วนของฉัน"

"สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น ใครจะมีอารมณ์ไปคิดเรื่องพรรค์นั้นกันวะ" ฉินนั่วตอบปัด

"แกนี่มันผู้ชายซื่อบื้อจริงๆ ฉันล่ะนับถือใจแกเลย"

"โอกาสโรแมนติกวิ่งเข้าชนถึงที่ขนาดนี้ แกดันปิดประตูใส่หน้าแถมยังลงกลอนล็อกอีกต่างหาก!" ถังหมิงถึงกับพูดไม่ออก

"ลูกพี่ฉิน ครอบครัวพวกเรามารับแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อนนะครับ!"

จางอวี่กับหลิวซิงเดินเข้ามาหา ก่อนจะโค้งคำนับ 90 องศาให้ฉินนั่วด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

"เดินทางปลอดภัยนะ" ฉินนั่วโบกมือลา

ถังหมิงยืนอึ้งแดกไปเลย "ไอ้สองตัวนี้ เมื่อก่อนไม่เห็นจะเคยโผล่หัวมาทักทายแกเลยนี่หว่า ทำไมตอนนี้ทำตัวยังกับเจอผู้มีพระคุณซะล่ะ?"

"บางทีฉันอาจจะมีเสน่ห์แรงเกินไปมั้ง"

ฉินนั่วตอบกลับขำๆ ก่อนจะก้มดูนาฬิกาข้อมือด้วยท่าทีกระสับกระส่ายเล็กน้อย

"ฉินนั่ว ครอบครัวของเธอมารับแล้ว กลับบ้านได้แล้วล่ะ" เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาบอก

ฉินนั่วบอกลาถังหมิงแล้วเดินก้าวออกจากสถานีตำรวจ เขามองเห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสะสวย ผมมัดหางม้า ยืนชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาด้วยความร้อนใจอยู่แต่ไกล

ฉินนั่วเดินตรงเข้าไปหาพร้อมกับโบกมือเรียก "พี่สาว! ผมอยู่นี่!"

"น้องชาย! พี่เป็นห่วงนายแทบแย่ สวรรค์มีตาจริงๆ ที่นายรอดชีวิตกลับมาได้!"

พอฉินอวี่ฉือเห็นหน้าน้องชายสุดที่รัก ขอบตาของเธอก็แดงก่ำด้วยความดีใจ เธอวิ่งถลาเข้ามากอดฉินนั่วที่ตัวเตี้ยกว่าเธอครึ่งศีรษะไว้แน่น

ภูเขานุ่มนิ่มสองลูกเบียดแนบชิดติดกับใบหน้าของฉินนั่วเต็มๆ

ทั้งนุ่ม ทั้งหอม แต่มันอึดอัดจนหายใจไม่ออกโว้ย!

คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นฉากนี้เข้า ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่

แม่เจ้าโว้ย!

อิจฉาไอ้หนุ่มนั่นชะมัดที่ได้ซุกหน้าอกตู้มๆ แบบนั้น!

"พี่สาว ปล่อยก่อน ผม... ผมหายใจไม่ออกแล้ว!" ฉินนั่วดิ้นขลุกขลักพยายามร้องประท้วง

ฉินอวี่ฉือยอมคลายอ้อมกอดออก ก่อนจะลากแขนฉินนั่วตรงดิ่งไปยังรถซีวิคสีแดงคันเก่ง "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวพี่สาวจะพานายไปกินของอร่อยๆ มื้อใหญ่ ถือเป็นการฉลองต้อนรับกลับบ้านและปัดเป่าความซวยให้หมดไป!"

"เจ็ดวันที่ผ่านมานี้ นายคงไม่ได้กินอะไรดีๆ เลยใช่ไหมล่ะ?"

"อันที่จริง อาหารการกินของผมก็ค่อนข้างดีอยู่นะ ในเกมมีผีใจดีตนหนึ่งคอยเอาอาหารมาส่งให้ผมกินฟรีๆ ทุกมื้อเลย" ฉินนั่วเล่าให้ฟัง

"มีผีใจดีขนาดนั้นด้วยเหรอ?" ฉินอวี่ฉือถึงกับอึ้ง

ในเวลาเดียวกัน

ณ โถงทางเดินของร้านอาหารน้ำพุเหลือง

จู่ๆ ตู้ขายของอัตโนมัติผีก็จามออกมาติดๆ กันหลายครั้ง มันบ่นพึมพำด้วยความอาฆาตแค้น "ข้าล่ะรู้สึกเหมือนมีไอ้เวรตะไลที่ไหนกำลังแช่งชักหักกระดูกข้าอยู่ตลอดเวลาเลยวะ?"

จบบทที่ บทที่ 28 - จบดันเจี้ยนกับพี่สาวของฉินนั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว