- หน้าแรก
- เกมจำลองในโลกผี
- บทที่ 28 - จบดันเจี้ยนกับพี่สาวของฉินนั่ว
บทที่ 28 - จบดันเจี้ยนกับพี่สาวของฉินนั่ว
บทที่ 28 - จบดันเจี้ยนกับพี่สาวของฉินนั่ว
"กลุ่มนักศึกษาที่ถูกส่งตัวเข้าไปในเกมสยองขวัญกลับมาแล้ว!"
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่งพรายออกไป มันก็ดึงดูดความสนใจของประชาชนชาวมังกรแทบจะทั้งประเทศ โลกอินเทอร์เน็ตลุกเป็นไฟด้วยความแตกตื่น
เมื่อเจ็ดวันก่อน เหตุการณ์รถบัสของมหาวิทยาลัยจินโจวพุ่งตกลงไปในแม่น้ำได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทิศ
แน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้ข่าวนี้โด่งดังเป็นพลุแตก ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุรถตกน้ำ แต่เป็นเพราะนักศึกษาทั้ง 45 ชีวิตที่อยู่บนรถบัสคันนั้น ถูกบังคับดึงตัวเข้าไปใน 'เกมสยองขวัญ' ต่างหาก
ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา แทบทุกคนต่างก็เฝ้าติดตามข่าวคราวและภาวนาให้นักศึกษาเหล่านี้ได้กลับมาอย่างปลอดภัย
และในตอนนี้ บทสรุปก็มาถึงแล้ว
ทว่าผลลัพธ์ที่ประกาศออกมากลับทำให้ผู้คนมากมายต้องทอดถอนใจด้วยความสลดหดหู่
มีนักศึกษาไม่ถึงครึ่งที่รอดชีวิตกลับมาได้!
บนสะพานยกระดับจินโจว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่ทั้งสองฝั่งสะพาน รถพยาบาลและรถตำรวจจอดเรียงรายต่อกันยาวเหยียด
หลังจากที่ถังหมิงและคนอื่นๆ ได้รับการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็ถูกส่งตัวขึ้นรถพยาบาลเพื่อไปตรวจเช็กร่างกายที่โรงพยาบาลทันที
"ชื่ออะไร?"
"ฉินนั่วครับ"
"อายุ?"
"..."
เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มนายหนึ่งกำลังจดบันทึกข้อมูลส่วนตัวของฉินนั่ว เมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของเด็กหนุ่ม เขาก็ถอนหายใจยาวก่อนจะตบไหล่ฉินนั่วเบาๆ "เด็กดี ฉันรู้ว่าเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ เธอต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต และคงกำลังโศกเศร้าเสียใจกับเพื่อนๆ ที่จากไป"
"แต่จำไว้นะ เธอรอดชีวิตกลับมาได้ พวกเธอคือฮีโร่ เธอต้องรีบก้าวผ่านฝันร้ายนี้ไปให้ได้เร็วที่สุดนะ!"
ฉินนั่วกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ "อื้ม เข้าใจแล้วครับ"
อันที่จริง ที่เขาเหม่อลอยไม่ได้เป็นเพราะเรื่องพวกนั้นหรอก
แต่เขากำลังคิดถึงขั้นตอนการตรวจร่างกายที่กำลังจะมาถึงต่างหาก
"หมอพวกนั้นจะตรวจเจอความผิดปกติที่มือขวาของฉันรึเปล่านะ?"
ในเกมสยองขวัญ การทำพันธสัญญากับผีไม่ได้ถือเป็นความผิดร้ายแรงอะไร
ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวรายงานว่า ผู้เล่นระดับปรมาจารย์คนหนึ่งได้ทำพันธสัญญาคำสาปกับผี ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ถึงขั้นถูกดึงตัวเข้าทำงานในหน่วยปราบผีเพื่อรับใช้ชาติเลยทีเดียว
แต่ฉินนั่วไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครทั้งนั้น
ยิ่งโดนจับตามองมากเท่าไหร่ ปัญหาก็ยิ่งตามมามากเท่านั้น
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะรบกวนระบบประสาทสั่งการในสมองของหมอพวกนั้น สร้างภาพลวงตาตบตาพวกมันให้ แกจะได้ผ่านการตรวจไปได้อย่างราบรื่น" เสียงของผีตาสีเลือดดังก้องขึ้นในหัวของเขา
"จู่ๆ ทำไมถึงใจดีขึ้นมาล่ะ?" ฉินนั่วทำหน้าฉงนสงสัย ไอ้หมอนี่มันน่าจะอยากเห็นเขาตกที่นั่งลำบากไม่ใช่เรอะ?
"ข้าเองก็ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของพวกมนุษย์อย่างพวกแกเหมือนกันนั่นแหละ" ผีตาสีเลือดตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ไม่นานนัก กลุ่มนักศึกษาก็ถูกส่งตัวไปถึงโรงพยาบาล หลังจากผ่านการตรวจร่างกายอย่างละเอียด พวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้อย่างราบรื่น จากนั้นก็ถูกส่งตัวต่อไปยังสถานีตำรวจ เพื่อรอให้ครอบครัวมารับตัวกลับบ้าน
ภายในห้องโถงสถานีตำรวจ ถังหมิงชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบถามด้วยความตื่นเต้น "เหลาฉิน นายได้รางวัลอะไรจากดันเจี้ยนบ้างวะ?"
"ก็แค่ของแปลกๆ ไม่กี่อย่าง ไม่มีอะไรพิเศษหรอก" ฉินนั่วลูบจมูกตัวเองป้อยๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ก็งั้นๆ แหละ
ได้รางวัลมาแค่ร้านสะดวกซื้อร้านเดียวเอง
"โธ่เอ๊ย เลิกถ่อมตัวได้แล้วน่า นายเล่นไต่เต้าไปจนถึงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการร้านอาหารได้ คะแนนประเมินของนายต้องออกมาดีกว่าของฉันแหงๆ"
แต่ในเมื่อฉินนั่วไม่อยากบอก ถังหมิงก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ
"มานี่ เดี๋ยวฉันเอาของรางวัลของฉันให้ดู"
ถังหมิงหันซ้ายหันขวาระแวดระวัง ก่อนจะใช้ตัวบังสายตาคนอื่นเอาไว้ แล้วล้วงเอาถุงเท้าเหม็นๆ ข้างหนึ่งออกมาจากใต้เสื้อ
"นี่แกมีรสนิยมซาดิสม์แบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?" ฉินนั่วถามด้วยความประหลาดใจ
"ไสหัวไปเลย นี่มันไอเทมผีโว้ย! แกไม่เคยดูข่าวรึไง? ไอเทมผีของผู้เล่นระดับสูงๆ น่ะ เอาไปประมูลขายในตลาดมืดได้ตั้งหลายสิบล้านเชียวนะ!"
"ถึงของฉันมันจะดูกระจอกไปหน่อย แต่มันก็เป็นไอเทมผีนะเว้ย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะขายได้สักหลักหมื่นหลักแสนล่ะวะ"
"อีกอย่าง ถ้าจะพูดถึงเรื่องรสนิยมซาดิสม์ล่ะก็ แกนั่นแหละตัวพ่อเลย ใครบ้าที่ไหนพกผ้าอนามัยใช้แล้วติดตัวไปไหนมาไหนด้วยวะฮะ?" ถังหมิงสวนกลับเจ็บแสบ
"เดี๋ยวฉันเอาของรางวัลของฉันให้แกดูบ้างละกัน" ฉินนั่วพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะหยิบขวดน้ำอัดลมสีเหลืองอ๋อยขวดหนึ่งออกมา
ถังหมิงเบิกตาโตด้วยความสงสัย "นี่มันน้ำอะไรวะเนี่ย?"
"ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน ในคำอธิบายรางวัลบอกว่ามันคือน้ำอมฤตอะไรสักอย่าง ถ้าดื่มเข้าไปแล้ว พวกผีสางจะวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงราวกับเห็นโรคระบาดเลยล่ะ"
"เชี่ยเอ๊ย นี่มันของโคตรแรร์เลยนี่หว่า!"
ดวงตาของถังหมิงเป็นประกายวาววับ "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอฉันชิมก่อนละกัน ดื่มไอ้นี่เข้าไป ดันเจี้ยนนี้ก็หมูๆ เลยสิวะ!"
พูดจบ เขาก็บิดฝาขวดออกเตรียมจะกระดกเข้าปาก
แต่พอขวดจ่อถึงปาก เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ กลิ่นฉุนกึกเตะจมูกอย่างแรงจนแทบอ้วก
ถังหมิงเพ่งมองขวดน้ำในมืออย่างละเอียด แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับตัวหนังสือเล็กๆ ที่เขียนไว้ตรงก้นขวดว่า 'ฉี่เด็กผู้ชาย'
"ไอ้เวรเอ๊ย เหลาฉิน ไอ้เพื่อนเลว ดีนะที่ฉันยังไม่ได้แดกเข้าไป ไม่งั้นฉันจะสู้ตายกับแกแน่!"
ถังหมิงแผดเสียงลั่นด่าทอ เรียกสายตาประหลาดใจจากผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว เขารีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้วนั่งลงอย่างรวดเร็ว
เขายัดขวดฉี่เด็กผู้ชายใส่มือฉินนั่วคืนด้วยความขยะแขยง
"ฉี่เด็กผู้ชายจริงๆ ด้วย แหม เล่นซะเทพขนาดนั้น แต่ดันได้ของรางวัลห่วยแตกซะไม่มี ขอไว้อาลัยให้ความซวยของแกหนึ่งวินาทีละกัน" ถังหมิงมองฉินนั่วด้วยสายตาสมเพชเวทนา
ฉินนั่วเพียงแค่ยิ้มรับโดยไม่ได้พูดอะไร แล้วเก็บขวดฉี่เด็กผู้ชายกลับเข้าไป
เขามีลางสังหรณ์ว่าไอ้ของสิ่งนี้จะต้องได้ใช้งานในอนาคตแน่ๆ
หลิวเจียฉีเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา
"ฉินนั่ว พ่อแม่ฉันมารับแล้วนะ ฉันขอตัวกลับก่อนล่ะ"
"ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ ขอบใจนายมากเลยนะที่คอยดูแลฉันเป็นอย่างดี ฉันสัญญาว่าจะหาโอกาสตอบแทนนายให้ได้เลย" ไม่รู้ทำไม พอหญิงสาวพูดประโยคนี้จบ สองแก้มของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
ฉินนั่วพยักหน้ารับเบาๆ "คนกันเองน่า ช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว"
"อื้ม ไว้คราวหน้านายว่างๆ ฉันจะเลี้ยงข้าวนายสักมื้อเพื่อเป็นการขอบคุณอย่างเป็นทางการนะ"
หลังจากหลิวเจียฉีเดินคล้อยหลังไป ถังหมิงก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ๆ รอยยิ้มกวนส้นเท้าของมันทำเอาฉินนั่วอยากจะประเคนหมัดใส่หน้าสักที "ร้ายไม่เบาเลยนี่หว่า เหลาฉิน ได้ข่าวว่าหลายวันมานี้ แกนอนเตียงเดียวกันกับดาวคณะคนสวยอย่างหลิวเจียฉีเลยนี่ ดูทรงแล้ว ยัยนั่นคงเสร็จแกไปเรียบร้อยแล้วล่ะสิ ท่าทางจะหลงแกหัวปักหัวปำซะด้วย"
"เธอนอนส่วนของเธอ ฉันก็นอนส่วนของฉัน"
"สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น ใครจะมีอารมณ์ไปคิดเรื่องพรรค์นั้นกันวะ" ฉินนั่วตอบปัด
"แกนี่มันผู้ชายซื่อบื้อจริงๆ ฉันล่ะนับถือใจแกเลย"
"โอกาสโรแมนติกวิ่งเข้าชนถึงที่ขนาดนี้ แกดันปิดประตูใส่หน้าแถมยังลงกลอนล็อกอีกต่างหาก!" ถังหมิงถึงกับพูดไม่ออก
"ลูกพี่ฉิน ครอบครัวพวกเรามารับแล้ว พวกเราขอตัวกลับก่อนนะครับ!"
จางอวี่กับหลิวซิงเดินเข้ามาหา ก่อนจะโค้งคำนับ 90 องศาให้ฉินนั่วด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
"เดินทางปลอดภัยนะ" ฉินนั่วโบกมือลา
ถังหมิงยืนอึ้งแดกไปเลย "ไอ้สองตัวนี้ เมื่อก่อนไม่เห็นจะเคยโผล่หัวมาทักทายแกเลยนี่หว่า ทำไมตอนนี้ทำตัวยังกับเจอผู้มีพระคุณซะล่ะ?"
"บางทีฉันอาจจะมีเสน่ห์แรงเกินไปมั้ง"
ฉินนั่วตอบกลับขำๆ ก่อนจะก้มดูนาฬิกาข้อมือด้วยท่าทีกระสับกระส่ายเล็กน้อย
"ฉินนั่ว ครอบครัวของเธอมารับแล้ว กลับบ้านได้แล้วล่ะ" เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาบอก
ฉินนั่วบอกลาถังหมิงแล้วเดินก้าวออกจากสถานีตำรวจ เขามองเห็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาสะสวย ผมมัดหางม้า ยืนชะเง้อคอมองซ้ายมองขวาด้วยความร้อนใจอยู่แต่ไกล
ฉินนั่วเดินตรงเข้าไปหาพร้อมกับโบกมือเรียก "พี่สาว! ผมอยู่นี่!"
"น้องชาย! พี่เป็นห่วงนายแทบแย่ สวรรค์มีตาจริงๆ ที่นายรอดชีวิตกลับมาได้!"
พอฉินอวี่ฉือเห็นหน้าน้องชายสุดที่รัก ขอบตาของเธอก็แดงก่ำด้วยความดีใจ เธอวิ่งถลาเข้ามากอดฉินนั่วที่ตัวเตี้ยกว่าเธอครึ่งศีรษะไว้แน่น
ภูเขานุ่มนิ่มสองลูกเบียดแนบชิดติดกับใบหน้าของฉินนั่วเต็มๆ
ทั้งนุ่ม ทั้งหอม แต่มันอึดอัดจนหายใจไม่ออกโว้ย!
คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นฉากนี้เข้า ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
แม่เจ้าโว้ย!
อิจฉาไอ้หนุ่มนั่นชะมัดที่ได้ซุกหน้าอกตู้มๆ แบบนั้น!
"พี่สาว ปล่อยก่อน ผม... ผมหายใจไม่ออกแล้ว!" ฉินนั่วดิ้นขลุกขลักพยายามร้องประท้วง
ฉินอวี่ฉือยอมคลายอ้อมกอดออก ก่อนจะลากแขนฉินนั่วตรงดิ่งไปยังรถซีวิคสีแดงคันเก่ง "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวพี่สาวจะพานายไปกินของอร่อยๆ มื้อใหญ่ ถือเป็นการฉลองต้อนรับกลับบ้านและปัดเป่าความซวยให้หมดไป!"
"เจ็ดวันที่ผ่านมานี้ นายคงไม่ได้กินอะไรดีๆ เลยใช่ไหมล่ะ?"
"อันที่จริง อาหารการกินของผมก็ค่อนข้างดีอยู่นะ ในเกมมีผีใจดีตนหนึ่งคอยเอาอาหารมาส่งให้ผมกินฟรีๆ ทุกมื้อเลย" ฉินนั่วเล่าให้ฟัง
"มีผีใจดีขนาดนั้นด้วยเหรอ?" ฉินอวี่ฉือถึงกับอึ้ง
ในเวลาเดียวกัน
ณ โถงทางเดินของร้านอาหารน้ำพุเหลือง
จู่ๆ ตู้ขายของอัตโนมัติผีก็จามออกมาติดๆ กันหลายครั้ง มันบ่นพึมพำด้วยความอาฆาตแค้น "ข้าล่ะรู้สึกเหมือนมีไอ้เวรตะไลที่ไหนกำลังแช่งชักหักกระดูกข้าอยู่ตลอดเวลาเลยวะ?"