- หน้าแรก
- เกมจำลองในโลกผี
- บทที่ 23 - ของร้อนก็ต้องจัดให้หนัก
บทที่ 23 - ของร้อนก็ต้องจัดให้หนัก
บทที่ 23 - ของร้อนก็ต้องจัดให้หนัก
เมื่อเดินพ้นออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตวั่งเหลียงมาได้ ท้องฟ้าก็มืดสนิทไปเสียแล้ว
ณ ป้ายรถประจำทางอันแสนจะมืดมิดและเงียบเหงา ฉินนั่วกำลังยืนประคองกล่องใบหนึ่งไว้ในมือทั้งสองข้าง
กลิ่นอายซากศพที่โชยออกมาจากกล่องใบนั้นทำเอาฉินนั่วรู้สึกไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
"ตกลงว่าในกล่องนี้มันคืออะไรกันแน่?" ฉินนั่วเอ่ยถาม
"นิ้วมือยังไงล่ะ" ผีตาสีเลือดตอบกลับ
"แค่นิ้วมือเนี่ยนะ ทำเอาวุ่นวายได้ขนาดนี้เลยเหรอ?" ฉินนั่วตกใจไม่น้อย
เจ้าของนิ้วมือนี่ต้องเป็นตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกันล่ะเนี่ย?
"ของพรรค์นี้เอามาทำเป็นวัตถุดิบทำอาหารได้ด้วย รสนิยมการกินของพวกไอเทมผีอย่างพวกแกนี่มันช่างพิสดารพันลึกจริงๆ" ฉินนั่วบ่นอุบอิบ
"มันไม่ใช่เรื่องของรสนิยมหรอกนะ"
"แต่เป็นเพราะพวกมันกินได้แค่ของพวกนี้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ นี่คืออาหารเพียงอย่างเดียวที่พวกมันสามารถดูดซับพลังงานได้ต่างหาก"
"ผีที่สามารถกลืนกินนิ้วมือนี้เข้าไปได้น่ะ รับรองว่าต้องน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่แกจะจินตนาการได้แน่ๆ" ผีตาสีเลือดอธิบาย
"แล้วมันเก่งกว่าแกรึเปล่าล่ะ?" ฉินนั่วลองหยั่งเชิงถามดู
"ก็งั้นๆ แหละ ถ้าข้าไม่ได้บาดเจ็บอยู่ แล้วสามารถลืมตาได้ครบทั้งเก้าดวงล่ะก็ ข้าก็ไม่เห็นจะต้องกลัวมันเลยสักนิด!" ผีตาสีเลือดตอบกลับด้วยความหยิ่งผยองเต็มพิกัด
"แกบาดเจ็บอยู่เหรอ? ใครทำแกเจ็บล่ะ? อาการหนักไหม?"
"แกนี่มันถามอะไรโง่ๆ เยอะแยะจังวะ!"
"นี่มนุษย์ อย่าคิดนะว่าพอทำพันธสัญญากับข้าแล้ว เราจะซี้ปึ้กกัน แกหลอกข้า ข้ายังจำความแค้นนี้ได้ฝังใจเลยล่ะ รอให้ครบหนึ่งปีจนพันธสัญญาถูกยกเลิกเมื่อไหร่ ข้าจะจับแกกินเป็นคนแรกเลยคอยดู!"
"งั้นก็รอให้ถึงปีหน้าก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีละกัน" ฉินนั่วตอบกลับด้วยรอยยิ้มสบายๆ ไม่ยี่หระ
"อีกอย่าง ถึงตอนนั้นแกอาจจะสู้ฉันไม่ได้แล้วก็ได้ ใครจะไปรู้?"
ติ๊ง~ ต่อง~
เสียงกระดิ่งลากยาวดังแว่วมาจากที่ไกลๆ
ทะลุผ่านม่านหมอกสีขาวโพลน รถบัสคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาอย่างเชื่องช้า
"รถบัสมาแล้ว" ฉินนั่วลุกขึ้นยืนพลางกระชับกล่องในมือแน่น
"มนุษย์อย่างแกริอ่านจะนั่งรถบัสงั้นเรอะ? ไม่กลัวโดนพวกไอเทมผีข้างในรุมทึ้งฉีกร่างเป็นชิ้นๆ หรือไง?" ผีตาสีเลือดถามด้วยความแปลกใจ
"จะไปกลัวอะไรล่ะ? ในเมื่อฉันมีแกคอยคุ้มกะลาหัวอยู่นี่ไง" ฉินนั่วยิ้มบางๆ 《เสื้อกันฝนฆาตกร》 นั้นประสิทธิภาพไม่ได้ดีเลิศอะไรนัก เจอผีที่มีพลังเก่งกาจหน่อยก็มองทะลุการพรางตัวได้แล้ว
ดังนั้น ฉินนั่วจึงตัดสินใจเดินโทงๆ ไปตามถนนอย่างเปิดเผยซะเลย
ยังไงซะ ด้วยอำนาจแห่งพันธสัญญา ผีตาสีเลือดก็ต้องทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดคุ้มครองเขาอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น
ใบหน้าของผีตาสีเลือดมืดครึ้มลงทันตา อารมณ์ในตอนนี้เหมือนโดนอัลปาก้าพ่นน้ำลายใส่หน้ายังไงยังงั้น
รถบัสจอดเทียบป้าย ประตูหน้าค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้า
ฉินนั่วก้าวขึ้นไปบนรถบัสอย่างองอาจ พร้อมกับหย่อนเงินผีสองเหรียญลงในกล่องเก็บค่าโดยสาร
"มนุษย์เรอะ?"
คนขับรถบัสผีที่กำลังจะเอื้อมมือไปปิดประตู จู่ๆ ก็ตระหนักถึงตัวตนที่แท้จริงของฉินนั่วได้ มันชะงักงันไปโดยสัญชาตญาณ
มนุษย์ตัวเป็นๆ มาโผล่ขึ้นรถบัสในโลกสยองขวัญตอนดึกดื่นค่อนคืนเนี่ยนะ
นี่มันจะใจกล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
แต่เพียงครู่เดียว คนขับรถบัสผีก็รีบปรับอารมณ์ให้สงบลง
มีมนุษย์แค่สองประเภทเท่านั้นแหละที่กล้าทำเรื่องบ้าๆ แบบนี้
ประเภทแรกคือพวกครึ่งผี
ส่วนประเภทที่สองคือพวกที่พกไอเทมผีระดับสุดยอดความน่าสะพรึงกลัวติดตัวมาด้วย
สรุปสั้นๆ ก็คือ พวกนี้มีไพ่ตายซ่อนอยู่ เลยไม่เกรงกลัวว่าจะมีไอเทมผีหน้าไหนกล้าเข้ามาหาเรื่อง
คนขับรถบัสผีขับรถรับส่งผู้โดยสารมาหลายปี ย่อมเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี มันเพียงแค่ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจขยะแขยงที่มีมนุษย์ขึ้นมาใช้บริการรถบัสของมัน ก่อนจะกดปิดประตูแล้วออกรถไป
ผู้โดยสารบนรถบัสมีจำนวนไม่มากนัก
มีผีคู่รักชายหญิงคู่หนึ่ง
ผียายแก่หนึ่งตน
และผู้โดยสารอีกตนที่พันผ้าพันแผลไว้มิดชิดทั่วทั้งตัว ดูราวกับผีมัมมี่
ภายในรถบัสคันนี้ไม่มีกลิ่นอายของมนุษย์หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าผู้โดยสารทั้งหมดล้วนเป็นไอเทมผีทั้งสิ้น
พวกมันพากันจ้องเขม็งมาที่ฉินนั่วเป็นตาเดียว แววตาแฝงไว้ด้วยความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
กลิ่นอายของมนุษย์ที่โชยแตะจมูกพวกมันนั้น ช่างหอมหวนยั่วน้ำลายราวกับกลิ่นอาหารอันโอชะ ปลุกสัญชาตญาณความตะกละตะกลามในกระเพาะอาหารของพวกมันให้ตื่นตัวขึ้นมา
ทว่ากลับไม่มีผีตนใดกล้าขยับเขยื้อนวู่วาม
คนกล้าที่เดินโทงๆ อยู่บนถนนในโลกสยองขวัญเพียงลำพังยามค่ำคืนแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยมักจะเป็นพวกที่รับมือด้วยยากเสมอ
แม้ความตะกละจะพลุ่งพล่านจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ แต่พวกมันก็จำต้องสะกดกลั้นเอาไว้
"กล่องใบนั่น..."
จู่ๆ ผีมัมมี่ที่นั่งอยู่เบาะหลังสุดก็โพล่งขึ้นมาสั้นๆ
ผู้โดยสารผีตนอื่นๆ จึงเพิ่งจะสังเกตเห็นกล่องในมือของฉินนั่ว ดวงตาของพวกมันเบิกโพลงเป็นประกายวาววับ เผยให้เห็นแววตาละโมบที่รุนแรงยิ่งกว่าตอนที่มองเห็นมนุษย์เสียอีก
"วัตถุดิบชั้นเลิศ!"
ฉินนั่วขมวดคิ้ว
เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าพวกไอเทมผีเหล่านี้จะหมายตากล่องใบนี้เอาไว้ด้วย
รถบัสเบรกกะทันหัน มันแล่นมาถึงป้ายถัดไปแล้ว
"ป้ายถนนสูญเสียเลือด ผู้โดยสารที่ต้องการจะลง กรุณาเตรียมสัมภาระให้พร้อมและก้าวลงจากรถ ป้ายต่อไปคือ..."
ประตูรถบัสเปิดออก
ไม่มีผู้โดยสารลง และไม่มีผู้โดยสารขึ้น
บรรยากาศภายในรถบัสเริ่มตึงเครียดและอึดอัดมากยิ่งขึ้น
จู่ๆ ผีคู่รักชายหญิงก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วเดินตรงรี่เข้าไปหาฉินนั่ว
สีหน้าของฝ่ายชายซีดเผือด ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความละโมบอย่างบ้าคลั่ง ท่าทางเหมือนพวกขี้ยาที่กำลังเมายาได้ที่
เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ฉินนั่ว ใบหน้าของมันก็บิดเบี้ยวสั่นกระตุกราวกับมีหนอนแมลงวันไชอยู่ใต้ผิวหนัง เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าราวกับเส้นเสียงถูกฉีกกระชาก "มนุษย์เอ๋ย กล่องใบนั่น..."
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบประโยค ฉินนั่วก็ตวาดสวนกลับไปเสียงเย็นชา "ไสหัวไปซะ!"
ดวงตาของผีชายหนุ่มวูบไหวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มันโดนมนุษย์หยามหน้าหยามเกียรติขนาดนี้
แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ มันก็ยิ่งต้องระแวดระวังตัวมากขึ้น
มันยืนชั่งใจอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็ยอมถอยทัพกลับไปนั่งแหมะอยู่ที่เบาะเดิมของตัวเอง
ไม่นานนัก รถบัสก็แล่นมาถึงอีกป้ายหนึ่ง
คราวนี้มีไอเทมผีเดินขึ้นรถมาเพิ่มอีกสองสามตน
พอพวกมันเห็นฉินนั่ว ก็พากันยืนอึ้งแดกไปตามๆ กัน
แต่หลังจากนั้นเพียงอึดใจ พวกมันก็สังเกตเห็นกล่องใบนั้น และแววตาของพวกมันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความละโมบเฉกเช่นเดียวกัน
หลังจากจอดแวะรับส่งผู้โดยสารมาหลายป้าย จำนวนผู้โดยสารบนรถบัสก็เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ
และสายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องมาที่ที่นั่งริมหน้าต่างของฉินนั่วอย่างไม่วางตา
สายตาที่จ้องมองมาแบบนี้ มันช่างเหมือนกับแกะอ้วนพีที่นอนรอวันถูกเชือดอยู่บนเขียง โดยมีฝูงหมาป่าหิวโซนับไม่ถ้วนกำลังรุมจ้องเขม็งเตรียมขย้ำ
ถ้าฉินนั่วไม่ได้มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งดุจหินผาขนาดนี้ล่ะก็ คนธรรมดาทั่วไปคงช็อกตาตั้งตายห่าไปนานแล้ว!
"ทุกท่าน พวกท่านทุกคนคงจะสนใจกล่องใบนั้นเหมือนกันสินะ?"
ในตอนนั้นเอง ผีมัมมี่ที่นั่งอยู่เบาะหลังสุดก็เปิดฉากพูดขึ้นมาอีกครั้ง
มันจ้องมองฉินนั่วพร้อมกับแสยะยิ้มเย็นยะเยือก "ต่อให้มนุษย์คนนี้จะเก่งกาจมาจากไหน มันก็ไม่มีทางรับมือกับพวกไอเทมผีทั้งหมดนี่พร้อมกันได้หรอก พวกเรามาร่วมมือกันรุมฉีกร่างไอ้เด็กนี่ให้เป็นชิ้นๆ ก่อน แล้วค่อยมาแบ่งของในกล่องนั่นกันทีละชิ้น ดีไหมล่ะ?"
"ถ้าขืนปล่อยให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปว่า ไอเทมผีทั้งคันรถถูกมนุษย์แค่คนเดียวขู่จนหัวหดไม่กล้าขยับเขยื้อน มันคงเป็นเรื่องตลกขบขันที่น่าอับอายขายขี้หน้าที่สุดเลยล่ะ!"
ผีมัมมี่หัวเราะร่วน
ตัวมันเองก็เล็งกล่องใบนั้นเอาไว้เหมือนกัน
แต่มันไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปแย่งชิงคนเดียว เลยใช้วิธีปลุกปั่นยุยงให้ทุกคนร่วมมือกันรุมสกรัมแทน
คำพูดของผีมัมมี่ทำเอาผู้โดยสารหลายตนเริ่มอยู่ไม่สุข
บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้ว แค่รอคนมาจุดชนวนระเบิดนิดเดียวก็พร้อมจะปะทุขึ้นมาทันที
ผีมัมมี่แอบลอบยิ้มเยาะอยู่ในใจ มันรู้ดีว่าแผนการของมันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว ตอนนี้แค่รอให้มีเสียงสนับสนุนเพิ่มอีกสักสองสามเสียง พวกผู้โดยสารก็จะกรูกันเข้าไปรุมทึ้งฉินนั่วอย่างแน่นอน
ฉินนั่วกวาดตามองพวกผู้โดยสารที่เริ่มมีท่าทีกระสับกระส่าย ในใจของเขาก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาบ้างแล้ว
ตอนแรกเขากะจะใช้บารมีของผีตาสีเลือดข่มขวัญพวกไอเทมผีพวกนี้ หวังจะประวิงเวลาให้รอดไปจนถึงป้ายรถเมล์
แต่ตอนนี้ สถานการณ์เริ่มจะบานปลายเกินควบคุม เพราะโดนไอ้ผีมัมมี่นั่นยุแยงตะแคงรั่ว
พูดก็พูดเถอะ ถ้าพวกผู้โดยสารพวกนี้แห่กันเข้ามารุมสกรัมเขาจริงๆ เขาไม่คิดว่าผีตาสีเลือดจะสามารถปกป้องเขาได้หรอกนะ
ตอนนี้ฉินนั่วถึงบางอ้อแล้ว
เข้าใจแล้วว่าทำไมเถ้าแก่เนี้ยถึงบอกว่าเขาไม่สามารถนำวัตถุดิบหมายเลข 8 กลับไปได้
ไอ้ของสิ่งนี้มันรับมือยากยิ่งกว่าของร้อนซะอีก!
พอมาอยู่ต่อหน้าพวกไอเทมผี ของสิ่งนี้มันช่างเย้ายวนใจยิ่งกว่าเนื้อมนุษย์เป็นไหนๆ!
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด แต่กลับไม่มีไอเทมผีตนไหนยอมเปิดฉากลงมือก่อน
จู่ๆ ฉินนั่วก็นึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้
"ลูกพี่..."
ผีตาสีเลือดตอบกลับมาว่า "อะไรนะ แกจะให้ข้าจัดการพวกไอเทมผีทั้งคันรถนี่งั้นเรอะ?"
"เลิกฝันกลางวันไปได้เลย ตอนนี้ข้าบาดเจ็บอยู่ ไม่มีปัญญาทำแบบนั้นหรอกนะ"
"เชื่อคำแนะนำของข้าเถอะ ถ้าแกอยากรอดชีวิต ก็ส่งวัตถุดิบนั่นให้พวกมันไปซะดีๆ แล้วแกจะได้มีชีวิตรอดกลับไปถึงป้ายรถเมล์!"
ฉินนั่วเมินเฉยต่อคำพูดของผีตาสีเลือด แล้วถามกลับไปว่า "แกสู้ไอ้ผีมัมมี่ที่นั่งอยู่เบาะหลังสุดนั่นไหวไหม?"
"ถ้าตัวต่อตัวล่ะก็ ข้าอัดมันจนยายแก่มันยังจำหน้าไม่ได้เลยล่ะ" ผีตาสีเลือดตอบอย่างมั่นใจ
"ดีล งั้นก็ลุยเลย!"
ฉินนั่วตอบตกลงทันที
"ตอนนี้เลยเรอะ?"
"เออ เอาแค่มันตัวเดียวนี่แหละ!"