- หน้าแรก
- ผีตัวประกอบ
- บทที่ 14 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (6)
บทที่ 14 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (6)
บทที่ 14 - เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียน (6)
หลังจากผู้เล่นเคลียร์ดันเจี้ยนฝึกหัดสำเร็จ ระบบเกมจะมอบรางวัลเป็นสกิล 《พรสวรรค์》 ให้
พรสวรรค์ของเฉินเซิงคือพละกำลังมหาศาล
เหตุผลที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ยอมลงมือจัดการด้วยตัวเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขารู้สึกว่าฟู่เหยียนนั้นไม่คู่ควรให้เขาลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วย และอีกส่วนหนึ่งคือเขาต้องการทดสอบดูว่าพรสวรรค์ของฟู่เหยียนคืออะไรกันแน่
จากที่เขาสังเกตดู พรสวรรค์ของฟู่เหยียนน่าจะมาสายความเร็ว
ถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
พรสวรรค์สายความเร็วอาจจะเก่งเรื่องวิ่งหนีหางจุกตูด แต่เอามาใช้ต่อสู้จริงไม่ได้เรื่องหรอก
ดูจากการเคลื่อนไหวของฟู่เหยียน อย่างมากหมอนี่ก็แค่ผู้เล่นสายความเร็วที่พอจะมีเรี่ยวแรงมากกว่าชาวบ้านเขานิดหน่อยเท่านั้นแหละ
ไม่มีทางเทียบชั้นกับเขาได้เลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้การลดตัวลงไปอัดผู้เล่นหน้าใหม่จะทำให้เสียภาพลักษณ์มหาเทพไปบ้าง แต่มันก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อไอ้พวกสวะที่เขาพามาด้วยคราวนี้มันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย
เฉินเซิงเปิดใช้งานสกิลพรสวรรค์ รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีซัดหมัดออกไปอย่างดุดัน
ที่ผ่านมาเฉินเซิงสรรหาสารพัดวิธีมาอัปเกรดพรสวรรค์ของตัวเอง
แม้ระดับโดยรวมของเขาจะอยู่ที่แรงก์ C แต่พรสวรรค์ของเขานั้นทะลวงไปถึงระดับของผู้เล่นแรงก์ A แล้ว
หมัดนี้อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล
ในฐานะผู้เล่นหน้าใหม่แรงก์ F อย่างฟู่เหยียน ถ้าโดนหมัดนี้เข้าไป อย่างเบาก็กระดูกแหลกกล้ามเนื้อฉีก อย่างหนักก็คือตายคาที่
"ไอ้เฉินเซิงนี่แม่งอำมหิตว่ะ! อาศัยว่าตัวเองมีพลังเยอะกว่าแล้วเที่ยวรังแกหน้าใหม่ไปทั่วเลยนี่หว่า!"
"อ๊ากกก! ไม่นะ! เทพฟู่ของช้านนน!"
"พระเจ้าช่วย! คุณพระคุณเจ้า! ฉันทำใจดูไม่ได้เลย เทพฟู่ นายต้องตายศพไม่สวยแน่ๆ!"
"สมน้ำหน้า ปากดีไปด่าเทพเซิงของเราก่อนทำไมล่ะ สมควรโดนแล้ว!"
"แค่ฟลุคเคลียร์ดันเจี้ยนได้หน่อยเดียวก็ทำเป็นเก่ง เทพฟู่อะไรกันวะ กระจอกแบบนี้คู่ควรกับคำว่าเทพด้วยเหรอ?"
"เอ่อ... เป็นไปได้ไหมว่าคำว่า 'เทพ' ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง 'มหาเทพ' แบบที่พวกนายเข้าใจ แต่หมายถึงอย่างอื่นแทน?"
"ไร้น้ำยาแต่เสือกห้าว สมควรตายแล้วล่ะ!"
"นี่แหละคือจุดจบของพวกที่กล้ามาลองดีกับกิลด์ของเรา"
"พ่อมึงตาย เม้นบน! กูด่าถึงแม่มึงเลย! ยังจะมีหน้ามาภูมิใจอีกนะ! กิลด์สวะของพวกมึงดีแต่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า ชื่อเสียงเน่าเหม็นโฉ่ไปทั่วแล้วเว้ย! ยังจะกล้ามาเห่าหอนแถวนี้อีก!"
"เหอะๆ! เม้นล่างดิ้นพล่านเชียวนะ เป็นอะไรไปล่ะ ฟู่เหยียนเป็นพ่อมึงเหรอ?"
"กูเป็นพ่อมึงต่างหาก ไอ้งั่งสมองทึบ! ถ้ามึงไม่พอใจก็มาบวกกันในดันเจี้ยนตัวต่อตัวเลยป่าววะ! กูจะสอยมึงให้ร่วงจนต้องคุกเข่ากราบเรียกกูว่าบรรพบุรุษเลยคอยดู!"
ชุยฮ่าวนั่งยองๆ อยู่ในห้องน้ำ นิ้วรัวแป้นพิมพ์โทรศัพท์ยิกๆ กำลังเปิดศึกคีย์บอร์ดกับชาวเน็ตอย่างเมามัน
เรื่องฝีปากเขาไม่เคยเป็นสองรองใคร ใครหน้าไหนที่กล้ามาด่าไอดอลของเขา แม่จะด่ากราดให้จมดินเลยคอยดู!
ระหว่างที่พิมพ์ด่า ชุยฮ่าวก็สวดมนต์ภาวนาในใจไปด้วย
'สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองด้วยเถิด! ขออย่าให้เทพฟู่ตายเลยนะ ถึงจะพิการก็ไม่เป็นไร ขอแค่ให้เหลือลมหายใจรอดกลับออกมาจากดันเจี้ยนได้ก็พอ
ผมอุตส่าห์ไปท้าพนันกับคนอื่นไว้ตั้ง 50 แต้มว่าพี่แกจะเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ได้ ถ้าผมแพ้ขึ้นมาล่ะก็ ผมหมดตัวจนไม่เหลือแม้แต่กางเกงในจะใส่แน่ๆ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง! สวรรค์คุ้มครอง! ทวยเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อมิตาภพุทธ!'
บ่นพึมพำเสร็จ ชุยฮ่าวก็ก้มหน้ารัวแป้นพิมพ์ด่าชาวบ้านต่อ
ทันใดนั้นเอง กล่องข้อความแจ้งเตือนจากระบบถ่ายทอดสดก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา
【 ผู้ใช้ 'หัวหน้าทุ่งหญ้าสีเขียว' ถูกรายงานข้อหาใช้คำว่า 'แม่' ในช่องคอมเมนต์บ่อยเกินไป ระบบขอแจ้งเตือน หากมีการละเมิดกฎอีก จะถูกแบนห้ามพิมพ์ข้อความเป็นเวลา 48 ชั่วโมง 】
ชุยฮ่าว: ... "【เชี่ยเอ๊ย! ลูกอีช่างฟ้องตัวไหนมันรีพอร์ตตูวะ!】"
"【กู! มึง! ไปตายซะ! ขอให้มึงไร้ทายาทสืบสกุล! กูมึง! โคตรเหง้ามึงด้วย! กู! ไอ้งั่งเอ๊ย】"
ในเวลาเดียวกัน ภายในดันเจี้ยน
เฉินเซิงพุ่งกำปั้นซัดเข้าแสกหน้าฟู่เหยียนอย่างจัง
ฟู่เหยียนไม่แม้แต่จะหลบหรือเบี่ยงตัวหนี เขาสวนหมัดกลับไปปะทะตรงๆ
กำปั้นของทั้งสองปะทะกันเสียงดัง 'ปัง'
ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าฟู่เหยียนจะต้องปลิวละลิ่วกระเด็นไปตามแรงหมัดของเฉินเซิงแน่ๆ...
ภาพเหตุการณ์สุดเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา... กลายเป็นเฉินเซิงต่างหากที่ถูกฟู่เหยียนซัดจนกระเด็นหงายหลังลอยละลิ่วไป
เขาร่วงกระแทกพื้นเสียงดัง 'ตุ้บ' แขนเสื้อข้างนั้นขาดวิ่นเป็นริ้วๆ เผยให้เห็นเนื้อหนังและกระดูกที่ปริแตก เศษกระดูกที่แตกละเอียดทิ่มแทงทะลุเนื้อออกมาอย่างน่าสยดสยอง เป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกสยองขวัญสั่นประสาทอย่างแท้จริง
เฉินเซิงกัดฟันกรอด ข่มกลั้นไม่ยอมร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด
เหงื่อเย็นเฉียบไหลหยดจากแก้มลงสู่พื้น เขารู้ดีว่าแขนข้างนี้พังพินาศยับเยินไม่มีชิ้นดีแล้ว
ฟู่เหยียนยืนกอดอก ท่าทางของเขาเหมือนกับเฉินเซิงตอนที่ยืน 'ดูถูกดูแคลน' ก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน "จะมาสอนกฎกติกาให้ฉันงั้นเหรอ? กฎของฉันต่างหากล่ะคือกฎที่แท้จริง"
"เชี่ยเอ๊ย! ผู้เล่นหน้าใหม่แรงก์ F รับการโจมตีสุดกำลังของผู้เล่นแรงก์ C ได้สบายๆ นี่มันเรื่องแฟนตาซีบ้าบออะไรกันวะเนี่ย!"
"ระบบประเมินแรงก์มันรวนหรือเปล่าวะ!"
"ว๊ากกกกก! เทพฟู่โคตรเท่เลยโว้ยยย!"
"คุณพระช่วย! ไอดอลของผมเก่งกาจขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!"
"ประโยคเบียวๆ แบบนี้ พอหลุดออกมาจากปากเทพฟู่ ทำไมมันถึงฟังดูเท่บาดใจจังวะ!"
"เม้นบน ถอดฟิลเตอร์ติ่งออกเถอะขอร้อง"
"อ๊ากกกกกกกกก! คลั่งรักเทพฟู่! บ้าคลั่งเพื่อเทพฟู่! เอาหัวโขกกำแพงเพื่อเทพฟู่!"
"เม้นบน ลบข้อความเดี๋ยวนี้เลยนะ ปล่อยให้ฉันเป็นคนตะโกนเอง: อ๊ากกกกกกกกก! คลั่งรักเทพฟู่! บ้าคลั่งเพื่อเทพฟู่! เอาหัวโขกกำแพงเพื่อเทพฟู่!"
"สรุปว่าเทพฟู่ก็มีพรสวรรค์สายพละกำลังด้วยงั้นเหรอ?"
"แต่พี่แกก็เร็วมากเหมือนกันนะ!"
"เป็นไปได้ไหมว่าพี่แกมีพรสวรรค์ทั้งสายพละกำลังและสายความเร็วเลยอะ?"
"ไม่รู้ว่ะ แต่ในหน้าต่างข้อมูลผู้เล่นในห้องถ่ายทอดสดบอกว่าพรสวรรค์ของฟู่เหยียนคือ 'ไม่ทราบข้อมูล' อะ"
"ทำไมยังเป็นประเภทซ่อนข้อมูลอยู่อีกวะ! แปลกประหลาดเกินไปแล้ว!"
"ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะดูแปลก แต่ถ้าเป็นฟู่เหยียน ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลไปหมดแหละ ก็พี่แกเล่นมีค่าสติปัญญาเป็น 0 แต่ยังรอดชีวิตมาเดินเตาะแตะได้สบายใจเฉิบขนาดนี้"
...ก่อนจะเดินจากไป ฟู่เหยียนปรายตามองหญิงสาวที่กำลังคุกเข่าอยู่ข้างชายชุดเบสบอลเพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บของเขา "กำหนดนโยบายการสอนที่สามารถปกป้องตัวเองได้ ทำหน้าที่ของความเป็นครูให้สมบูรณ์ แล้วพวกเธอจะไม่ถูกเขมือบ"
พูดจบ ฟู่เหยียนก็เดินจากไปพร้อมกับเหอซูหยาง
ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีชอบช่วยเหลือชาวบ้านหรอกนะ เขาแค่ไม่อยากต้องกลับมาลงโทษทางร่างกาย... เอ้ย อบรมสั่งสอนพวกนักเรียนอีก ถ้าเกิดเขาดันบังเอิญไปเจอเบาะแสอะไรเข้าในช่วงบ่าย
เวลาภายในดันเจี้ยนนั้นเดินไม่เท่ากับเวลาในชุมชนด้านนอก
ในชุมชนยังเป็นเวลากลางวันแสกๆ แต่ที่นี่กลับปิดไฟและล็อกหอพักเรียบร้อยแล้ว
นักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาจากหอพักหลังจากเวลาปิดไฟ
แต่สำหรับผู้เล่น พวกเขาต้องออกลาดตระเวนไปทั่วโรงเรียน
แม้จะบอกว่าเป็นการลาดตระเวน แต่ระบบก็ไม่ได้กำหนดจุดลาดตระเวนที่ตายตัวไว้ให้
ฟู่เหยียนพาเหอซูหยางกลับมาที่ห้องสมุดอีกครั้ง
เหอซูหยางถาม "เมื่อตอนกลางวันเราก็มาที่ห้องสมุดกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่"
"ของบางอย่างมันจะโผล่มาแค่ตอนกลางคืนน่ะสิ"
เหอซูหยางลดเสียงลงแล้วกระซิบถาม "ของอะไรเหรอ?"
"การพานพบสุดโรแมนติกไงล่ะ" ฟู่เหยียนตอบกลั้วหัวเราะอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
เหอซูหยาง: "..."
ไม่มีใครคุมไอ้หมอนี่ได้เลยหรือไงวะ!
ฟู่เหยียนและเหอซูหยางเดินลัดเลาะไปตามชั้นหนังสือเรียงราย จนกระทั่งมาถึงโซนหนังสือพิมพ์
เหอซูหยาง: "เมื่อตอนกลางวันเราก็ค้นดูตรงนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"
ฟู่เหยียนไม่ตอบคำถาม แต่กลับถามเรื่องอื่นขึ้นมาดื้อๆ "นายฟื้นตัวเป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ?"
"ก็ไม่เลว"
ถึงแม้เขาจะเหลือพลังชีวิตแค่ห้าหน่วย แต่ผลข้างเคียงจากการโจมตีสะท้อนกลับนั้นหายไปแล้ว สรุปโดยรวมก็คือพลังการต่อสู้ของเขายังอยู่ในระดับที่พอใช้ได้
ฟู่เหยียนพยักหน้ารับ "ก็ดี"
จากนั้นเขาก็ควักเทียนไขและไฟแช็กออกมา
เหอซูหยางเบิกตากว้างมองเขาด้วยความหวาดผวา "นี่นายคิดจะทำอะไร..."
ยังไม่ทันที่คำว่า 'ทำอะไร' จะหลุดออกจากปากฟู่เหยียนก็จุดเทียนสว่างพรึบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา เสียงเล็บขูดขีดกับผนังดังกึกก้อง 'ครืด ครืด' สะท้อนไปทั่วบริเวณ
เสียงนี้ฟังดูชัดเจนแจ่มแจ้งเป็นพิเศษท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องสมุด
เหอซูหยางมองเห็นเงาดำเรียวยาวนับไม่ถ้วนแฝงตัวอยู่ตามมุมมืด พวกมันกำลังจ้องเขม็งมาที่พวกเขาอย่างประสงค์ร้าย
"ลูกพี่ นายทำบ้าอะไรเนี่ย!" เสียงของเหอซูหยางสั่นเครือเล็กน้อย
กฎก็บอกอยู่ทนโท่ว่าห้ามจุดไฟ แต่ไอ้หมอนี่ดันกล้าเล่นกับไฟซะงั้น!
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าไอ้หมอนี่มันจะบ้าระห่ำขนาดนี้ เขาขอยอมตายซะดีกว่าที่จะต้องเข้ามาในดันเจี้ยนพร้อมกับมัน
เมื่อเห็นเงาดำเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เหอซูหยางก็ชัก 《มีดสั้น》 ออกมาถือไว้ตรงหน้า "เอาไงดีล่ะทีนี้?"
ใบหน้าหล่อเหลาของฟู่เหยียนสว่างวาบสลับกับมืดมิดท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหว "ไม่ใช่ 'เรา' เอาไงดี แต่เป็น 'นาย' เอาไงดีต่างหากล่ะ"
"หา?"
ในขณะที่เหอซูหยางกำลังยืนอึ้ง ฟู่เหยียนก็ผลักเขาออกไปรับหน้าแทนทันที
"อ๊ากกก—! ไอ้เชี่ยยยย!"