- หน้าแรก
- ระบบพ่อค้าข้ามโลก: พกอาก้าไปล่าจอมยุทธ์
- บทที่ 370 - เยือนหอเทียนเสวียนอีกครา
บทที่ 370 - เยือนหอเทียนเสวียนอีกครา
บทที่ 370 - เยือนหอเทียนเสวียนอีกครา
บทที่ 370 - เยือนหอเทียนเสวียนอีกครา
เมื่อเห็นทุกคนพากันลงชื่อสมัครอย่างคึกคัก เสิ่นเลี่ยนก็ผสมโรงลงสมัครเข้าร่วมการประลองใหญ่สายนอกด้วย และได้รับสิทธิ์ในการประลองรอบแรก
เมื่อเห็นเสิ่นเลี่ยนลงชื่อเข้าร่วมการประลอง หลิ่วหรูเยียนก็รู้สึกว่าคำตักเตือนของตนไร้ผล นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
"ศิษย์น้องเสิ่น ด้วยระดับตบะของเจ้าในตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องไปร่วมวงชุลมุนเลยจริงๆ โอกาสแบบนี้ในวันหน้ายังต้องมีอีกแน่"
เสิ่นเลี่ยนยิ้มบางๆ
"ศิษย์พี่หญิงหลิ่ว ข้าเห็นทุกคนกระตือรือร้นกันมาก การเข้าร่วมก็ถือเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง ข้าเพียงแค่อยากสัมผัสบรรยากาศของการประลองและเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มขึ้นสักหน่อยเท่านั้นขอรับ"
เมื่อเห็นเขายืนกรานจะลงสมัคร หลิ่วหรูเยียนก็ไม่อาจทัดทานสิ่งใดได้อีก ทำได้เพียงกำชับให้เขาระมัดระวังตัวให้มากเมื่อขึ้นไปบนลานประลอง อย่าให้ได้รับบาดเจ็บเด็ดขาด
เสิ่นเลี่ยนรับรู้ได้ถึงความหวังดีของอีกฝ่าย จึงเอ่ยขอบคุณนางในทันที
หลังจากเกิดเรื่องกับเซียวอี้ หลิ่วหรูเยียนก็กลายเป็นดั่งพี่ใหญ่ในหมู่ศิษย์สายนอก ทุกการเคลื่อนไหวของนางล้วนเป็นที่จับตามอง
ความห่วงใยที่นางมีต่อเสิ่นเลี่ยนตกอยู่ในสายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อย ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าศิษย์ใหม่หน้าอ่อนคนนี้มีความพิเศษอันใด ถึงได้ทำให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่สายนอกให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ ต่อให้ศิษย์ใหม่ผู้นี้จะสามารถชักนำพลังปราณเข้าสู่ร่างกายได้ตั้งแต่เพิ่งเข้าสำนัก แต่พรสวรรค์รากวิญญาณปะปนห้าธาตุก็ดูแล้วไร้อนาคตสิ้นดี
มีศิษย์น้องหญิงที่สนิทสนมกับหลิ่วหรูเยียนเข้าไปเลียบเคียงถาม หลิ่วหรูเยียนก็เพียงแค่ตอบไปว่านางรู้สึกว่าเสิ่นเลี่ยนเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน นางค่อนข้างชื่นชมศิษย์น้องผู้นี้เท่านั้น
หลิ่วหรูเยียนเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าเหตุใดจึงให้ความสำคัญกับเสิ่นเลี่ยนมากมายนัก นางเพียงแค่รู้สึกว่าเสิ่นเลี่ยนเป็นคนที่ยากจะคาดเดา ลึกๆ ในใจนางเชื่อว่าเสิ่นเลี่ยนมีความสำคัญต่อนางมาก เพียงแต่ยังหาเหตุผลที่แน่ชัดไม่ได้ก็เท่านั้น
คืนวันที่สาม หลังจากเสิ่นเลี่ยนเสร็จสิ้นภารกิจใช้แรงงานประจำวันที่ยอดเขาชุ่ยจู๋ เขาก็ออกจากสำนัก เหยียบโล่จินกังเหาะทะยานมุ่งหน้าไปยังเมืองหลิงอวิ๋น เตรียมตัวไปเยือนหอเทียนเสวียนเป็นครั้งที่สอง
เนื่องจากครั้งก่อนเสิ่นเลี่ยนแปลงโฉมเป็นเซียวอี้ ตอนนี้เมื่อเกิดเรื่องที่ผู้ฝึกตนอิสระสามคนมาจัดฉากต้มตุ๋นแบล็กเมล์ เสิ่นเลี่ยนย่อมไม่อาจใช้ใบหน้าเดิมปรากฏตัวได้อีก ดังนั้นครั้งนี้เขาจึงเปลี่ยนรูปโฉมใหม่อีกครั้ง
เสิ่นเลี่ยนเรียนรู้จากบทเรียนครั้งก่อน เขาไม่แปลงโฉมเป็นคนในสำนักอีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นชายธรรมดาหน้าตาจืดชืด ซ้ำยังถอดรองเท้าที่สำนักซิงอวิ๋นแจกให้ออกด้วย
ตอนที่เดินเข้าสู่เมืองหลิงอวิ๋น เสิ่นเลี่ยนจงใจลอบสังเกตกลุ่มยามชุดดำเหล่านั้น เพื่อดูว่าเรื่องที่ผู้ฝึกตนอิสระสามคนไปบุกอาละวาดที่สำนักซิงอวิ๋นส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ ทว่าเขากลับไม่พบความผิดปกติใดๆ
เสิ่นเลี่ยนเดินเข้าไปในเมือง ท่ามกลางถนนหนทางที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน เขามองดูข้าวของแปลกประหลาดบนแผงลอยริมทาง พลางแอบเรียกติ่งเหล่าออกมาอย่างเงียบๆ
ติ่งเหล่าซ่อนตัวอยู่ในห้วงจิตสำนึกของเสิ่นเลี่ยน อาศัยดวงตาของเสิ่นเลี่ยนเพื่อสังเกตโลกภายนอก คอยให้คำแนะนำและชี้แนะเขาในการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับแผงลอยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
"สหายตัวน้อย อวี้หลิงซีชิ้นนี้อายุไม่เลวเลย เป็นตัวยาหลักในการหลอมโอสถวิญญาณชนิดหนึ่ง ซื้อเก็บไว้ได้เลย"
"สหายตัวน้อย ผลจูเกั่วพวกนั้นในยุคโบราณหายากยิ่งนัก นึกไม่ถึงว่ายุคนี้จะมีวางขายเกลื่อนกลาดปานนี้ นี่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงโอสถฮว๋านเสิน รีบกว้านซื้อมาให้เยอะๆ เลย น่าเสียดายที่ปัจจุบันนี้สูตรโอสถฮว๋านเสินสูญหายไปหมดแล้ว ผู้คนจึงไม่รู้คุณค่าของผลจูเกั่ว ช่างเป็นลาภลอยของเจ้าแท้ๆ"
"ของวิเศษที่เจ้าปล้นมาพวกนี้มันขยะชัดๆ รีบเอาไปแลกทิ้งซะ ยังพอได้ศิลาวิญญาณกลับมาบ้าง"
"......"
ภายใต้คำชี้แนะอันเฉียบแหลมของจิ้งจอกเฒ่าหมื่นปีอย่างติ่งเหล่า เสิ่นเลี่ยนได้จัดการเทขายของวิเศษโกโรโกโสที่ได้มาจากผู้ฝึกตนอิสระเหล่านั้นจนหมดเกลี้ยง แลกสมุนไพรวิญญาณกลับมาได้ไม่น้อย
หลังจากเดินเตร็ดเตร่จนทั่วทั้งถนนแล้ว เสิ่นเลี่ยนก็กลับมาหยุดอยู่หน้าประตูหอเทียนเสวียนและก้าวเดินเข้าไปด้านใน
"ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ นายท่าน มีอะไรให้ข้าน้อยรับใช้หรือไม่"
ดรุณีต้อนรับหน้าตาจิ้มลิ้มคนเดิมยังคงออกมาต้อนรับเสิ่นเลี่ยน นางกล่าวต้อนรับการมาเยือนของเขาด้วยท่าทีร่าเริงกระตือรือร้น
เสิ่นเลี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย
"ข้ามีธุระอยากพบหลงจู๊ซ่งของพวกเจ้า"
หญิงสาวจึงนำทางเขาไปยังโซนขายโอสถวิญญาณบนชั้นสองทันที พร้อมกับไปตามหลงจู๊ซ่งมาพบ
หลงจู๊ซ่งมองใบหน้าแปลกตาของเสิ่นเลี่ยนด้วยความฉงน
"นายท่านท่านนี้ ไม่ทราบว่าท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอันใดหรือ"
เสิ่นเลี่ยนยิ้มบางๆ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเสียงเดียวกับที่เคยพูดคุยกับหลงจู๊ซ่งเมื่อครั้งก่อน
"หลงจู๊ซ่ง ท่านจำเสียงของข้าไม่ได้แล้วหรือ"
หลงจู๊ซ่งกระจ่างแจ้งในทันที ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มยินดี
"ที่แท้ก็เป็นนายท่านนี่เอง ท่านมารับหญ้าทะยานฟ้าใช่หรือไม่"
เสิ่นเลี่ยนพยักหน้า เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
"ใช่แล้ว ผ่านมาสามวันแล้ว หญ้าทะยานฟ้าน่าจะมาถึงแล้วกระมัง"
เมื่อหลงจู๊ซ่งแน่ใจแล้วว่าเสิ่นเลี่ยนคือลูกค้าที่นำโอสถชำระจิตมาขายและสั่งจองหญ้าทะยานฟ้าไว้เมื่อสามวันก่อน เขาก็รู้สึกเลื่อมใสในวิชาแปลงโฉมของเสิ่นเลี่ยนเป็นอย่างยิ่ง
เสิ่นเลี่ยนยักไหล่
"หลงจู๊ซ่ง ความจริงข้าก็แค่กลัวความวุ่นวายเท่านั้น ท่านก็รู้ว่าที่นี่มีคนหลากหลายประเภทปะปนกันไป ข้าเองก็กลัวว่าจะถูกพวกมีแผนร้ายเพ่งเล็งเอาได้ ที่ไม่ได้มาด้วยใบหน้าแท้จริง หวังว่าท่านคงจะเข้าใจ"
หลงจู๊ซ่งโบกมือปฏิเสธด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"นายท่านไยต้องกล่าวเช่นนี้ โลกแห่งการฝึกตนนั้นหาได้สงบสุขไม่ เดิมทีก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว การระมัดระวังตัวสักหน่อยย่อมไม่ใช่เรื่องผิด แต่นายท่านโปรดวางใจ หอเทียนเสวียนของเราทำมาค้าขายด้วยความซื่อสัตย์ยุติธรรม ซ้ำยังเก็บรักษาความลับของลูกค้าอย่างเข้มงวด ทุกการแลกเปลี่ยนของท่านในที่แห่งนี้จะไม่มีวันรั่วไหลออกไปอย่างเด็ดขาด ขอให้ท่านจงวางใจ"
เสิ่นเลี่ยนฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างต่อเนื่อง
"คำกล่าวของหลงจู๊ซ่งถูกต้องที่สุด ข้าเองก็มาที่นี่เพราะคำแนะนำของสหายที่ชื่นชมในชื่อเสียงของพวกท่าน มิเช่นนั้นคงไม่ตั้งใจมาทำการค้าถึงที่นี่หรอก"
เมื่อเห็นเสิ่นเลี่ยนหยิบขวดหยกออกมาอีกหลายใบ นัยน์ตาของหลงจู๊ซ่งก็ทอประกายวาบ
"นายท่าน ท่านหลอมโอสถชำระจิตมาเพิ่มอีกแล้วหรือ"
โอสถชำระจิตแปดเม็ดที่เสิ่นเลี่ยนนำมาขายเมื่อครั้งก่อนมีคุณภาพยอดเยี่ยมจนเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างล้นหลาม สร้างความประทับใจให้แก่หลงจู๊ซ่งอย่างลึกซึ้ง
ตอนที่เสิ่นเลี่ยนจากไปคราวก่อน เขาได้ซื้อสมุนไพรวิญญาณสำหรับหลอมโอสถชำระจิตไปอีกหลายชุด หลงจู๊ซ่งเฝ้ารอคอยมาตลอด บัดนี้ย่อมต้องเอ่ยถามด้วยความคาดหวัง
เสิ่นเลี่ยนยิ้มบางๆ
"ถูกต้อง หลายวันนี้ข้าหลอมมาเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง ไม่ทราบว่าราคาตลาดมีความเปลี่ยนแปลงอันใดหรือไม่"
หลงจู๊ซ่งยิ้มจนแก้มปริ
"นายท่านโปรดวางใจได้เลย ข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ขอเพียงคุณภาพเทียบเท่ากับที่นำมาขายคราวก่อน ข้าย่อมรับซื้อในราคาเดิม"
เสิ่นเลี่ยนจึงนำโอสถชำระจิตทั้งหมดที่หลอมได้ในครั้งนี้ออกมาทันที รวมทั้งสิ้นสี่สิบเม็ด
หลังจากหลงจู๊ซ่งตรวจสอบดูก็พบว่าเป็นโอสถระดับสูงทั้งหมด คุณภาพไม่ด้อยไปกว่าโอสถชำระจิตแปดเม็ดเมื่อครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อย เขาจึงยิ้มร่าจ่ายเงินค่าตอบแทนจำนวนศิลาวิญญาณระดับกลางสองพันก้อนให้แก่เสิ่นเลี่ยนอย่างครบถ้วน
เนื่องจากศิลาวิญญาณระดับกลางสองพันก้อนมีจำนวนมากเกินไป ภายใต้คำแนะนำของติ่งเหล่า เสิ่นเลี่ยนจึงขอรับเป็นศิลาวิญญาณระดับสูงหนึ่งร้อยก้อนและศิลาวิญญาณระดับกลางหนึ่งพันก้อนแทน
ตามคำบอกเล่าของติ่งเหล่า ศิลาวิญญาณระดับสูงไม่เพียงแต่จะมีปริมาณและความบริสุทธิ์ของไอวิญญาณเหนือกว่าศิลาวิญญาณระดับกลางและระดับล่างทั่วไปอย่างเทียบไม่ติด ทำให้ดูดซับเพื่อบำเพ็ญเพียรได้ง่ายกว่าเท่านั้น แต่มันยังสามารถนำไปใช้จัดตั้งค่ายกลวิญญาณระดับสูงต่างๆ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าศิลาวิญญาณธรรมดามาก เขาจึงแนะให้เสิ่นเลี่ยนแลกเก็บไว้สำรองใช้งาน
หลังจากจัดการเรื่องโอสถชำระจิตเสร็จสิ้น หลงจู๊ซ่งก็หยิบหญ้าทะยานฟ้าสองชุดที่เสิ่นเลี่ยนสั่งจองไว้ออกมา เมื่อเห็นว่าสมุนไพรวิญญาณสำหรับหลอมโอสถลิ่วเสินครบถ้วนแล้ว เสิ่นเลี่ยนก็เบิกบานใจยิ่งนัก เขารีบจ่ายเงินในทันที
หลังจากซื้อขายโอสถและสมุนไพรเสร็จสิ้น เสิ่นเลี่ยนก็ตั้งใจจะแวะไปเดินดูที่โซนของวิเศษสักหน่อย เพื่อให้ติ่งเหล่าช่วยเลือกของวิเศษที่เหมาะกับตนเอง สำหรับเตรียมพร้อมรับมือกับการประลองสายนอกและการสำรวจแดนลับที่กำลังจะมาถึง ทว่าหลงจู๊ซ่งกลับฉีกยิ้มกว้างแล้วก้าวเข้ามาขวางเขาไว้เสียก่อน
"หลงจู๊ซ่ง ไม่ทราบว่ายังมีธุระอันใดอีกหรือ"
"นายท่าน ท่านนำโอสถวิญญาณระดับสูงมาขายที่ร้านเราถึงสองครั้งสองครา ซ้ำยังกว้านซื้อสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถไปเสียมากมาย ข้าขอเสียมารยาทถามสักหน่อยเถิด ไม่ทราบว่าโอสถเหล่านี้นายท่านเป็นผู้หลอมขึ้นมาเองใช่หรือไม่"
[จบแล้ว]