เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 55 ความลับรั่วไหลจะถูกตัดหัว

ตอนที่ 55 ความลับรั่วไหลจะถูกตัดหัว

ตอนที่ 55 ความลับรั่วไหลจะถูกตัดหัว


ต่อหน้า'เย่ว์หยาง'ทุกคนพูดไม่ออก   พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่ายังมีคนบางคนที่ไม่รู้วิธีกำหนดความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรได้อย่างไร? อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่เลย, แม้แต่เด็ก 8 ขวบก็รู้เรื่องนี้กันแล้ว

อย่างไรก็ตาม  'เย่คง'คิดต่างออกไป เขารู้สึกว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้คุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ถูกคนอื่นเรียกว่าสวะ    ไม่ใช่ว่าคุณชายสามจะเป็นสวะจริงๆ เป็นเพราะผู้คนกำลังเข้าใจผิด บางทีคุณชายสามหมกมุ่นอยู่กับเคล็ดลับสร้างหุ่นเชิดของตระกูลเกินไปก็ได้  หรือไม่ก็หมกมุ่นกับการปลูกฝังวิชาต่อสู้ของตระกูลเย่ว์มากเกินไปก็ได้

จึงไม่ได้สนใจการทำสัญญากับคัมภีร์หรือสัตว์อสูร  เขาละเลยเรื่องอย่างนั้นมากเกิน ดังนั้นโลกจึงรู้จักเขาว่าเป็นแค่สวะ  แน่นอนว่ามันเนื่องมาจากเรื่องภายในตระกูล  ไม่มีคนบอกอะไรเขาเกี่ยวกับเรื่องสัตว์อสูร

ดังนั้นคุณชายสามผู้โดดเด่นนี้จึงเป็นแค่เศษสวะที่ไม่เข้าใจหลายเรื่องที่เป็นความรู้พื้นฐานในสายตาคนธรรมดา หลังจากคุ้นเคยกันในช่วง 2 วัน 'เย่คง'รู้สึกว่าคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ผู้นี้ไม่ใช่สวะ แต่เป็นอัจฉริยะซ่อนเร้น

ตัวเขาเองเคยแปะป้ายบ่งบอกว่าตนเองเป็นอัจฉริยะ  แต่ถ้าเอาพวกเขามาเทียบกัน  'เย่คง'ถึงกับหน้าแดงด้วยความละอาย แม้จะผ่านมา 2 ปีแล้ว  'เย่คง'ยังอยู่ในวัยที่ดี  แต่ถ้าเทียบกับ'เย่ว์หยาง'ไม่ทางเทียบได้เลย ที่หุบเขายู่หลง

เมื่อ'เย่คง'เห็นทะเลหนอนที่ไกลจนสุดสายตา  ขาทั้งสองของเขาสั่นด้วยความกลัว  แต่คุณชายสามผู้นี้ที่ถูกชาวโลกเรียกว่าสวะกลับวิ่งตะลุย และออกมาได้โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน  ที่แดนดาวหลังจากเขาประสบความสำเร็จชนะติดต่อกัน 19 ครั้ง

เขาตัดสินใจเข้าวิหาร 12 นักษัตร  แต่ก่อนนั้นชั่วโมงครึ่งยอดฝีมือทั้ง 10 ซึ่งรวมทั้งเขาด้วย ถูกฆ่าตายหมด คุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ผู้นี้

ผู้ที่คนล้อเลียนและโลกเยาะเย้ย มีสัตว์อสูรที่ทำสัญญาก็คือต้นดอกหนาม กล้าเข้าไปตามลำพังและเอาอักขระบอดออกมาได้สำเร็จซึ่งในรอบ 5 ปียังไม่มีคนทำได้ เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง มีหลายคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นวีรบุรุษพากันมาที่นี่

หัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองก็ยังไม่เคยเห็นพวกเขากับตา  แล้วเขายังแสดงความเคารพคุณชายสามที่เป็นสวะผู้นี้ แม้ว่าเย่คงไม่รู้ว่าการต่อสู้ข้างในจะเป็นเช่นไร แต่เขารู้ว่า'เย่ว์หยาง'โค่นมันได้  แล้วก็ไม่ง่ายขนาดนั้นด้วย

พอคิดอย่างนี้แล้ว  'เย่คง'เห็น'เย่ว์หยาง'ในมุมมองที่่ต่างออกไป เขาเริ่มมีความคิดความรู้สึกเทิดทูน

"สำหรับข้อกำหนดความแข็งแกร่งของสัตว์อสูร  แม้ว่ายังไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน  แต่ในระดับเดียวกัน อสูรชั้นทองแดงจะแข็งแกร่งกว่าอสูรชั้นสามัญอย่างน้อยก็ 1 ระดับ  ขณะที่อสูรชั้นเงินแข็งแกร่งกว่าอสูรสามัญอย่างน้อย 2 ระดับ และอสูรชั้นทองแข็งแกร่งกว่าอย่างน้อย 3 ระดับ"”

พอเห็น'เย่คง'เว้นวรรคจ้องมอง  'หลี่เชีย'ก็รีบอธิบายต่อ

"ถูกแล้ว ในสถานการณ์ปกติ อสูรชั้นทองแดงระดับ 3 จะแข็งแกร่งพอๆ กับอสูรชั้นสามัญระดับ 4  อสูรชั้นเงินระดับ 3 เสมอกับอสูรสามัญอย่างน้อยก็ระดับ 5  อสูรชั้นทองระดับ 3 อย่างน้อยก็พอๆ กับอสูรสามัญระดับ 6  อย่างไรก็ตาม  อสูรชั้นสามัญไม่สามารถไปถึงระดับ 8 ได้  มีแต่สัตว์อสูรชั้นยอด อย่างชั้นทองแดง เงิน ทองและเหนือชั้นขึ้นไปสามารถไปถึงระดับ 8 และเกินกว่านั้นได้"”

'หลี่เกอ'อธิบายรายละเอียดเสริมพี่ชายของเขาเพิ่มขึ้นอีก

"ตอนนี้ข้าพอจะเข้าใจบ้างแล้ว  แต่พวกท่านคำนวณเรื่องนี้ได้อย่างไร?  ถ้าไข่ของอสูรชั้นทอง พอฟักออกมาเป็นตัวอ่อน สถานะของมันจะอยู่ระดับใด?  ถ้ามันเป็นระดับ 1 ชั้นทองล่ะ และสถานะมันยังเป็นตัวอ่อน ความแข็งแกร่งของมันยังจะพอๆ กับสัตว์อสูรสามัญระดับ 4 หรือ?"”

'เย่ว์หยาง'ถามอีกครั้ง

"ไม่, ความแข็งแกร่งของอสูรที่อยู่ในสถานะตัวอ่อน อ่อนแอเล็กน้อย  อย่างไรก็ตามอสูรระดับสูงมีค่ามาก  อสูรชั้นทองที่ยังเป็นตัวอ่อนเกิดมามีศักยภาพสูงเพื่อพัฒนาได้ดีกว่าอสูรชั้นเงินที่จะกลายเป็นอสูรชั้นทอง  ในระดับเดียวกันความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของสัตว์อสูรทองแต่กำเนิดยังคงแข็งแกร่งกว่า  พวกนักรบไล่ตามสัตว์อสูรที่อยู่ในชั้นระดับสูงกันทั้งชีวิต  ในการประมูลครั้งใหญ่ อสูรชั้นทองตัวน้อยที่โดดเด่นมักได้รับการประมูลบ่อยๆ หลายพันหรือเกินหมื่นเหรียญทองก็มี  ประเทศเล็กบางประเทศยอมทุ่มเงินทั้งคลังเพื่อซื้ออสูรน้อยชั้นทอง ท่ามกลางอสูรที่โตเต็มวัย ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรชั้นทอง  แม้แต่อสูรชั้นทองแดงก็ไม่มีต่ำกว่าระดับ 3 ทั้งหมดนี้อย่างต่ำเป็นอสูรระดับ 3 หรือสูงกว่า  ยกเว้นสัตว์อสูรเยาว์วัยแล้ว  อสูรชั้นทองระดับ 2 หาไม่มี  ระดับของสัตว์อสูรชั้นทอง หลังจากพวกมันเติบโตขึ้นมาโดยทั่วไปจะเป็นระดับ 5 หรือสูงกว่า ไม่มีอสูรทองระดับต่ำ  ถ้าเป็นจ้าวสัตว์อสูรทอง  ส่วนใหญ่จะระดับ 6 ขึ้นไป"”

พอเห็นว่า'เย่ว์หยาง'ไม่เข้าใจ  หัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองก็รีบอธิบายให้เขาเข้าใจทันที

'เย่ว์หยาง'ผงกศีรษะ และถามคำถามสุดท้ายว่า

"การประเมินดาวของสัตว์อสูรหมายความว่าอะไร?"”

คราวนี้ 'เย่คง'พูดบ้าง เขาพยักหน้าตอบว่า

"การประเมินดาวของสัตว์อสูรคือกติกาที่นักสู้ชาวทวีปมังกรทะยานได้จัดตั้งขึ้นหลังจากผ่านไปหลายพันปี  มันเอามาใช้ได้หลายแง่มุม และวัตถุประสงค์หลักก็คือไว้ประเมินราคาสัตว์อสูร"

"ยิ่งจำนวนดาวมากยิ่งดีหรือ?"”

'เย่ว์หยาง'เคยได้ยินมาบ้างจากหญิงงามอกโต แต่ยังคงต้องการเข้าใจเพิ่มมากขึ้น

"แน่นอน ยิ่งมากยิ่งดี  แต่จำนวนของสัตว์อสูรที่ได้รับการประเมินมากกว่า 5 ดาวมีน้อยมาก อสูรระดับ 1-2 ดาวจะถูกจับโดยทหารรับจ้างธรรมดา พวกนี้ถือว่าดีในสายตาของคนทั่วไป แต่ในสายตาของพวกนักสู้  อสูรเหล่านี้ก็แค่สวะ  3 และ 4 ดาวจัดว่าเป็นสัตว์อสูรชั้นดีที่นักรบหามานาน พวกมันถูกเรียกว่าสัตว์อสูรที่โดดเด่น แต่แน่นอนในสายตาของนักสู้เจ้าพวกนี้ก็แค่สัตว์อสูรหน้าโง่  5 ดาวจัดว่าเป็นอสูรชั้นดี  ขณะที่สัตว์อสูร 6 ดาวได้รับพิจารณาว่าคุณภาพดีที่สุด  หาได้ยากมาก  7 ดาวเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังวิญญาณ  มีเพียงพวกนักสู้ระดับชั้นยอดของ 4 ตระกูลใหญ่ 3 อาณาจักร และ 4 นิกายใหญ่ถึงจะมีมันได้  9 ดาวคือสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์  10 ดาวคือสัตว์อสูรในตำนาน  พวกมันมีปัญญาระดับสูง  คล้ายมนุษย์ที่มีชีวิต  มนุษย์ไม่มีทางทำสัญญากับพวกมันได้  มีแต่สัตว์อสูรเลือกพวกเขาเอง  ก็จะทำสัญญากับนักรบโดยอัตโนมัติ  กล่าวกันว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์และอสูรในตำนานหลังจากพัฒนาได้ระดับหนึ่ง  สามารถพัฒนาจนเป็นรูปมนุษย์ และยังใช้คัมภีร์อัญเชิญได้"”

ทันทีที่'เย่คง'พูดคำนี้  'เย่ว์หยาง'แทบเอาหน้าผากโขกพื้น ปีศาจอสรพิษน้อย'เสี่ยวเหวินหลี'  เธอใช้คัมภีร์อัญเชิญได้ อย่าบอกนะว่า เป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์?  หรืออสูรในตำนาน?

'เย่ว์หยาง'พยายามยับยั้งไม่ให้หัวใจเต้นแรง แล้วแอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ถามว่า

“การประเมินผลนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นชั้นทองแดง, เงิน, ทอง?”

“ไม่มีวิธีใดๆ เลย  เพราะการประเมินนี้จะไม่ได้รับการยอมรับโดยคัมภีร์อัญเชิญ  ก็แค่ค่อยๆ ประเมินค้นหานักรบของทวีปมังกรทะยาน  ว่ากันโดยทั่วไป จำนวนดาวที่สัตว์อสูรได้รับเป็นแสดงว่าสัตว์อสูรมีศักยภาพหรือสามารถรบได้มากเพียงใด  ตัวอย่างเช่น ฮุยไท่หลางของท่านได้รับคะแนน 5 ดาว  อย่างนั้นอนาคตของมันก็มีวิวัฒนาการได้อย่างจำกัด  ในทางทฤษฎีมันสามารถพัฒนาขึ้นไปถึงชั้นทอง ระดับ 5 ฮุยไท่หลางของท่านได้กี่ดาวกัน?”

หัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองถาม'เย่ว์หยาง'อย่างใคร่รู้หลังจากอธิบายเรื่องราวทั้งหมด

หลังจากคำนวณในใจ  หมาป่าปีศาจหลังเหล็กตัวนี้ฉลาดมากและมีเวทครอบคลุมหนาแน่น อย่างน้อยต้องได้ 5 ดาว 'เย่ว์หยาง'กระพริบตาปริบๆ ตอบหน้าตาเฉยว่า

“4 ดาว”

ทุกคนล้มกันระเนระนาด ต่อให้คนตาบอดก็รู้ว่าเขาโกหก  นี่เป็นไปได้ว่าเจ้าโจรน้อยนี่ไม่รู้วิธีโกหกหรือนี่?  โกหกแบบนี้มันชัดเจนเกินไป แม้ว่าไม่มีความจำเป็นที่เย่ว์หยางจะต้องตอบ

ทุกคนก็เดาได้แล้วว่า'ฮุยไท่หลาง'คงได้รับการประเมินอย่างน้อย 5 ดาว ทั้งนี้เป็นเพราะเดี๋ยวนี้เมื่อหัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองยก'ฮุยไท่หลาง'เป็นตัวอย่าง  หน้าของโจรน้อยผู้นี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ประมาณว่า

“รู้ได้อย่างไรว่ามันได้ 5 ดาว”

จริงๆ แล้วเขาคิดว่าถ้าเขาพูดว่า 4 ดาวทุกคนคงจะเชื่อคำโกหกของเขา

“อะฮู้วว!”

'ฮุยไท่หลาง'ยืนขึ้น ราวกับว่ามันไม่เห็นด้วยที่'เย่ว์หยาง'พูดว่ามันเป็นแค่สัตว์ 4 ดาว ก็เลยประท้วงกันบ้างเล็กน้อย

“เออ..ยอมแพ้ก็ได้  แกไม่ใช่สัตว์ 4 ดาว  อย่าบอกนะว่าแกต้องการเป็นสัตว์ 5 ดาวจริงๆ ใช่ไหม? ซึ่งมากกว่าที่แกควรจะได้รับ  ทุกท่าน!  จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ 5 ดาว  มันแค่ 4 ดาว”

'เย่ว์หยาง'เตะ'ฮุยไท่หลาง' 1 ทีแล้วรีบอธิบายให้ทุกคนฟัง

หลังจากได้ยินเรื่องนี้  ทุกคนยังไม่ถึงกับทรุดลงบนพื้น พวกเขาเคยเห็นคนที่ไม่รู้วิธีโกหก  แต่พวกเขาไม่เคยเห็นคนที่โกหกได้แย่มากๆ โดยหลักการพวกเขายอมรับว่าเขาโกหก

'เย่คง'กลัวว่า'เย่ว์หยาง'ยิ่งพูดมาก  เขาก็จะยิ่งทำผิดพลาดมาก  ดังนั้นเขาจึงฉุดดึงเย่ว์หยางจากไป อสูรระดับ 5 ดาวจัดเป็นสัตว์ที่มีคุณภาพดีซึ่งนักรบต้องการได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ก็ไม่สามารถหามาได้

ถ้า'ฮุยไท่หลาง'เป็นสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับคุณชายสามผู้นี้  บางทีทหารรับจ้างพวกนี้คงจะยอมแพ้  แต่'ฮุยไท่หลาง'เป็นสัตว์อสูรที่ยังไม่ได้ทำสัญญา  ก็เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่มีบางคนอยากได้มันมาครอบครอง

แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีความแข็งแกร่งพอจะลักพา'ฮุยไท่หลาง'ได้  บางทีพวกเขาอาจรายงานไปที่บางตระกูล  ใช้ข้อมูลนี้ไปแลกเปลี่ยนเอาทอง

แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะจากไปแล้ว  หัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองสั่งให้หัวหน้าทหารรับจ้างผู้แพ้พนันเอาทอง 10 เหรียญมาฝากไว้กับเขา  หัวหน้าทหารรับจ้างต้องส่งของทั้งหมดและรับการตอบรับที่น่าพอใจจากครอบครัวผู้ท้าประลองก่อน  แล้วค่อยกลับมารับทอง 10 เหรียญคืน

ทันทีที่หัวหน้าทหารรับจ้างได้ยินว่ามีความเป็นไปได้ที่กลับมารับทองคืนได้  ใบหน้าที่กำลังร้องไห้เปลี่ยนเป็นยิ้มทันที และยอมรับปากซ้ำแล้วซ้ำอีก 10 เหรียญทองเป็นเงินจำนวนไม่น้อย  มีหรือจะไม่ยอมส่งจดหมายเพียงไม่กี่ฉบับ?

งานที่ทำให้จิตใจอบอุ่นอย่างการส่งความทรงจำกลับไปที่ครอบครัว  เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจได้รับรางวัลขอบคุณจากครอบครัวก็ได้

แม้ว่าจะถูกใช้ให้ไปทำธุระ  ก็ยังดีกว่าเสียเงินและเสียหน้า มีทหารรับจ้างอื่นๆ ที่ยังคงมอง'ฮุยไท่หลาง'ที่ยังคงนอนอยู่ และมันกำลังจะจากไปพร้อมกับเย่ว์หยาง สายตาพวกเขาเต็มไปด้วยความโลภ

พอเห็นเช่นนี้ หัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองแค่นเสียงเบาๆ   สัตว์อสูรที่มีความซื่อสัตย์มากแม้จะไม่ได้ทำสัญญา  ผู้ใดผู้หนึ่งจะไปแย่งชิงมาได้อย่างไร?

เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับทหารรับจ้าง  และสั่งให้ทหารคุ้มกันไล่ต้อนพวกเขาให้จากไปทั้งหมด  ตัวของเขาเองไปยืนอยู่เบื้องหลังประตูหินลับ เลื่อนประตูแล้วเดินเข้าไป

เขาล็อคทางเข้าก่อน จากนั้นค่อยๆ ใส่โทเคนทองคำ (ตัวรับส่งข้อมูล) เข้าไปในรอยหยักบนเสาแก้วผลึกประเมินผลสำเร็จของผู้ท้าประลองเบื้องหน้าเขา แสงสีทองเปล่งวาบออกมา และบนเสาแก้วผลึก

ปรากฏแถวอักษรสีทองขึ้นมา บรรทัดสุดท้ายของตัวอักษรแสงที่ปรากฏ : ไตตัน, พลเมืองต้าเซี่ย, มนุษย์ผู้ชาย,  ประลองได้ผลสำเร็จที่วิหารราศีเมษในรอบ 10 ปี,  อัตราผลสำเร็จ : 120/100 พอเห็นอย่างนี้ หัวหน้าองครักษ์เกราะทองถึงกับตะลึงดูแล้วน่าตลกยิ่งกว่าเห็นมังกรดำจ้าวนรกบินลงมาจากฟากฟ้าแล้วกล่าวทักทายเขาเป็นภาษามนุษย์เสียอีก อย่างไรก็ตาม

เมื่อเขารู้สึกตัว  ก็รีบปรับสีหน้ากลับคืนสภาพปกติ ทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ทหารเกราะทองที่รายล้อมเขา ถามขึ้นอย่างสงสัย

“ท่านนายกอง!  อัตราผลสำเร็จของสหายน้อยผู้นั้นเป็นอย่างไร?”

“20/100.”

หัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองจงใจหักอัตราผลสำเร็จออกไป 100 คะแนน

“เป็นไปได้หรือ? เขาใช้เวลา 3 ชั่วฆ่านักรบหัวแกะหมดเลยหรือ?  ไม่สงสัยเลยว่าเขาจะเก็บอักขระบอดมาได้  สวรรค์ สหายผู้นั้นน่ากลัวจริงๆ”

องครักษ์เกราะทองร้องออกมาอย่างแปลกใจ

“ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ตาม ขอให้เก็บไว้เป็นความลับ  ผู้ใดปล่อยให้ข้อมูลนี้รั่วไหลจะต้องถูกประหาร”

หัวหน้าผู้คุ้มกันเกราะทองมองหน้าบริวารทั้ง 5 ของเขา  ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความจริงจังสายตาเย็นชาราวกับคมมีด

“เข้าใจแล้ว”

ผู้คุ้มกันเกราะทองทั้ง 5 กลืนน้ำลายอย่างกังวลใจ ผ่านไปอีกวันหนึ่ง และ'เย่ว์หยาง'ถามอย่างเบื่อหน่ายว่า

“เย่คง มีวิธีให้ได้รับภารกิจคัดกรองอย่างเดียวกันบ้างไหม?  ข้าจะเข้าไปวงกตหินดำเพื่อตามหาเย่ว์ปิงได้ไหม?”

'เย่คง'เกาหัวตัวเอง พลางอธิบายอย่างปวดหัวเล็กน้อย

“แน่นอนว่าท่านทำได้  แต่วงกตหินดำเป็นโลกแห่งเขาวงกตที่ซับซ้อนมาก ถ้าผู้ใดไม่มีความรู้จำแนกทิศทางได้เก่ง ก็เป็นไปได้ว่าจะต้องติดอยู่ในนั้นเป็นเวลาครึ่งเดือน  รออยู่ที่นี่ดีกว่าเข้าไปตามหาคนนะ  ถ้าท่านไม่อยู่และเย่ว์ปิงออกมา นางก็จะต้องรอท่านอยู่ดี  ยิ่งกว่านั้นภารกิจคัดกรองของวงกตศิลาดำทั้งหมดเป็นอสูรสายพฤกษา  ท่านแค่ไปเอาหัวใจต้นโอ๊คมา มันจะเป็นประโยชน์ต่ออสูรธรรมดา  แต่ไม่ได้ช่วยยกระดับให้ฮุยไท่หลาง  ข้าคิดว่า รออยู่ข้างนอกจะดีกว่า ทันทีที่เย่ว์หยางได้ยินคำนี้ เขายิ่งกังวลมากขึ้นว่าเย่ว์ปิงจะหลงอยู่ข้างในก็ได้  เขาไม่ห่วงตัวเขาเอง เพราะเขามีหนูเบญจธาตุค้นสมบัติ  สถานที่อย่างวงกตถือเป็นเรื่องเล็ก แม้ว่าหัวใจต้นโอ๊คจะไม่มีประโยชน์ต่อฮุยไท่หลาง  แต่อาจมีประโยชน์ต่อต้นดอกหนามก็ได้ แม้ต้นดอกหนามของเขาจะไม่สามารถใช้มันได้  เขาก็จะให้เป็นของขวัญแก่เย่ว์ปิง เขาตบต้นขาของเขา ตัดสินใจแล้ว”ตัดสินใจแล้ว  ข้าต้องการเข้าไปในวงกตศิลาดำ”

 ”

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=55

จบบทที่ ตอนที่ 55 ความลับรั่วไหลจะถูกตัดหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว