เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 390 - ชนแม่งเลย

บทที่ 390 - ชนแม่งเลย

บทที่ 390 - ชนแม่งเลย


บทที่ 390 - ชนแม่งเลย

เมื่อเวลาผ่านไปทั่วทั้งสมรภูมินักษัตรก็ค่อยๆ ก้าวเข้าสู่ยามราตรี

ทว่าในเวลานี้ บริเวณหน้าภูเขาหินยักษ์ของโบราณสถานลิงระดับสอง บรรยากาศกลับอึมครึมอย่างประหลาด

เดิมทีควรจะเป็นฉากเฉลิมฉลองการเคลียร์ด่าน แต่ในตอนนี้กลับเจือปนไปด้วยความกระวนกระวายใจ

วืด! ลวดลายคล้ายระลอกน้ำของประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามมาด้วยการคายร่างสิบกว่าร่างออกมา

สิบสี่คน มีแค่สิบสี่คน

ทั้งที่ก่อนจะเข้าไป ปาร์ตี้เฉพาะกิจทีมนี้บวกกับทีมของหลินผิงรวมกันแล้วมีทั้งหมดสิบห้าคน หายไปหนึ่งคน

"มีคนตายงั้นเหรอ!" ฝูงชนที่มุงดูอยู่แตกตื่นกันทันที

"ฉันว่าแล้วเชียว! จะมีโบราณสถานที่ไม่มีคนตายได้ยังไง หลินผิงมันก็แค่ขี้โม้!"

"จบกัน ตำนานรอดปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนพังทลายแล้ว ไอ้หมอนั่นโคตรซวย สงสัยจะโดนจับไปเป็นหน่วยกล้าตายเซ่นสังเวยแน่ๆ"

"จุ๊ๆ ของฟรีไม่มีในโลก คราวนี้รถคว่ำแล้วสิ"

ความกังขา ความตื่นตระหนก และความสะใจที่ปิดไม่อยู่ดังระงมไปทั่ว

เสียงตั้งข้อสงสัย เสียงอุทาน และเสียงกระซิบกระซาบเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นกลางฝูงชน

ทว่าเสียงเหล่านี้ แม้จะเบาลงไปบ้างในตอนที่หลินผิงเดินออกมาจากประตูมิติแต่ก็ไม่ได้จางหายไปไหน

สีหน้าของหลินผิงราบเรียบ เขาถึงขั้นขี้เกียจจะอธิบายด้วยซ้ำ ตอนนี้เขาเลเวล 147 แล้ว

ถึงแม้กลไกของโบราณสถานลิงจะค่อนข้างน่าขยะแขยงเพราะมีแต่ลิงหินหน้ามารที่มีความคล่องตัวสูง ชอบขโมยอุปกรณ์และก่อกวน แต่ข้อดีคือพวกมันมีจำนวนมหาศาล ขณะที่เลเวลอัปประกาศิตผนึกเวทก็เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย

ส่วนคนที่ไม่ได้ออกมาน่ะเหรอ... หลินผิงยังไม่ทันอ้าปาก ร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาซึ่งเป็นมือดาบหน้าตาเหี้ยมเกรียมก็พลันชี้หน้าด่าไอ้คนที่ตะโกนเสียงดังที่สุดในฝูงชน

"ตอแหลหาแม่แกเหรอ!" มือดาบปักดาบหัวผีในมือลงกับพื้น น้ำลายแตกฟอง

"ใครบอกว่าลูกพี่หลินเอาคนไปเป็นหน่วยกล้าตายวะ"

"ไอ้โง่จ้าวซื่อนั่นต่างหาก ลูกพี่หลินอุตส่าห์เตือนก่อนเข้าด่านที่สองแล้วว่าอย่าไปแตะต้องจอกเหล้าทองคำในมือพวกลิงหินนั่น!"

"ไอ้เวรนั่นไม่ฟัง! ดันคิดว่าตัวเองค่าความคล่องตัวสูงเลยกะจะไปฉกมาสักใบ!"

"แล้วผลเป็นไงล่ะ ไปกระตุ้นให้พวกลิงหินคลุ้มคลั่งจนถูกลิงหลายสิบตัวรุมทึ้งร่างฉีกเป็นชิ้นๆ ทั้งเป็นไง!"

มือดาบยิ่งพูดยิ่งเดือดดาลราวกับว่าคนที่ตายไปนั้นได้ทำลายการเคลียร์ดันเจี้ยนอันสมบูรณ์แบบนี้จนแปดเปื้อน

"ถ้าไม่ใช่เพราะลูกพี่หลินยิงศรเดียวปลิดชีพราชาวานร พวกเราคงถูกไอ้โง่นั่นลากไปตายด้วยแล้ว!"

"ใช่แล้ว! โลภมากรนหาที่ตายเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกพี่หลินด้วยล่ะ" จอมเวทสาวที่อยู่ข้างๆ ก็ก้าวออกมาผสมโรง

"ลูกพี่หลินบอกให้นอนรอเฉยๆ มันดันทะลึ่งจะลุกขึ้นมาซิทอัป มันไม่ตายแล้วใครจะตายฮะ"

"วันหลังใครกล้าใส่ร้ายลูกพี่หลินอีก อย่าหาว่าดาบในมือข้าไม่ปรานีก็แล้วกัน!"

ฝูงชนที่เดิมทียังคงส่งเสียงเหน็บแนมเงียบกริบลงทันตาเห็น

ทิศทางลมเปลี่ยนไปแล้ว

หากบอกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาหวาดกลัวและโลภในตัวหลินผิง งั้นตอนนี้ภายใต้ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่องและคำให้การจากปากผู้รอดชีวิต พวกเขาก็เริ่มเข้าใจหลินผิงทีละน้อย

ขอแค่เชื่อฟังก็รอดชีวิตแถมยังได้รางวัล

ขอแค่ไม่เชื่อฟังและเกิดความโลภก็ต้องตาย

ช่างเป็นตรรกะที่เรียบง่ายและธรรมดาอะไรเช่นนี้ ในสมรภูมินักษัตรที่คนกินคนแห่งนี้ ความเรียบง่ายแบบนี้แหละคือความเมตตาอันสูงสุด

หลินผิงมองฉากนี้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ

ไม่ต้องลงมือเก็บกวาดขยะเองและไม่ต้องเปลืองน้ำลายอธิบาย นี่แหละคือบารมี

เมื่อบารมีก่อตัวขึ้น ความกังขาทั้งหมดก็จะแปรเปลี่ยนเป็นคำสรรเสริญ รอยด่างพร้อยทั้งหมดจะถูกซักฟอกให้ขาวสะอาดโดยอัตโนมัติ

"พอได้แล้ว" หลินผิงเก็บธนูยาวในมือ น้ำเสียงไม่ดังนักแต่กลับกลบทุกความวุ่นวายได้ในพริบตา

"ที่ต่อไป โบราณสถานเสือระดับสอง"

หากบอกว่าการเดินทางก่อนหน้านี้คือการวิ่งมาราธอน งั้นตอนนี้มันก็คือการอพยพครั้งใหญ่

ทุ่งร้างเบื้องหน้า ฝุ่นควันตลบอบอวล

ที่อยู่หน้าสุดคือรถบรรทุกซูเปอร์สมาร์ตสีดำทมิฬทั้งคันราวกับสัตว์ร้ายหุ้มเกราะเหล็ก

เบื้องหลังสัตว์ร้ายตัวนี้คือผู้เปลี่ยนอาชีพนับพันคน

มีทั้งคนที่ขับรถ ขี่สัตว์อัญเชิญ อาศัยเวทมนตร์ธาตุลมบินเลียดพื้น หรือกระทั่งนักรบสายพละกำลังสองสามคนที่แบกอาวุธขนาดยักษ์สับขาคู่ใจวิ่งสุดฝีเท้า

ยิ่งใหญ่อลังการ มืดฟ้ามัวดิน

ทุกที่ที่เคลื่อนผ่าน พวกมอนสเตอร์ป่าที่เดิมทีเดินเตร็ดเตร่ไปมาอยู่บนทุ่งร้างไม่ว่าจะเป็นหมาป่ากลายพันธุ์หรือแมงมุมพิษร้าย ล้วนถูกสัญชาตญาณผลักดันให้ถอยห่างจากคลื่นมนุษย์อันมหาศาลนี้โดยไม่รู้ตัว

ภายในห้องโดยสารของรถบรรทุก เฉินหยวนฝูฮัมเพลงผิดคีย์ มือหนึ่งจับพวงมาลัยอีกมือถือแฮมเบอร์เกอร์กิน ท่าทางสบายอารมณ์ราวกับไม่ได้กำลังจะไปลงดันเจี้ยนแต่กำลังขับรถเที่ยว

ไม่นานนัก หุบเขาที่มีรูปทรงแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนเส้นขอบฟ้า

ทางเข้าหุบเขาแคบและสูงชัน หน้าผาหินสองฝั่งราวกับเขี้ยวขนาดยักษ์สองซี่ที่แทงสลับไขว้กันขึ้นไปบนท้องฟ้า

มองจากที่ไกลๆ ทางเข้านั่นเหมือนกับปากเสือที่กำลังอ้ากว้างพร้อมจะกลืนกินผู้คน นั่นก็คือโบราณสถานเสือระดับสอง

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในรถประหลาดใจก็คือในวินาทีนี้ บริเวณทางเข้าของโบราณสถานแห่งนี้ยังคงมีผู้คนรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย

ทว่า... มันเงียบเกินไป ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่มีการแห่ต้อนรับหลินผิง กระทั่งเสียงพูดคุยก็แทบไม่มีให้ได้ยิน

พวกเขายืนสังเกตการณ์อยู่กับที่หรือไม่ก็มีสีหน้าโกรธแค้นแต่ไม่กล้าโวยวาย

สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่กึ่งกลางทางเข้าโบราณสถาน

ตรงนั้นไม่มีกองทัพนับพันนับหมื่น มีเพียงคนห้าคน

โต๊ะน้ำชาไม้แดงที่อุตส่าห์แบกมาจากไหนก็ไม่รู้หนึ่งตัวกับเก้าอี้ไท่ซืออีกหนึ่งตัว

ร่างหนึ่งกำลังพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ในมือถือถ้วยชาใสที่ยังมีควันลอยกรุ่น ท่วงท่าสง่างามราวกับกำลังชมดอกไม้ในสวนหลังบ้านตัวเอง

และที่ด้านหลังของเขา มีชายร่างยักษ์สูงเกินสองเมตรครึ่งยืนเรียงหน้ากระดานอยู่สี่คน

ชายสี่คนนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ศีรษะล้านเลี่ยน ตอนนี้เปลือยท่อนบน มัดกล้ามใหญ่โตมโหฬาร บนผิวหนังมีรอยสักสารพัดลวดลายสักไว้อย่างหนาแน่น

"นั่นมัน..." เฉินหยวนฝูหรี่ตาก่อนจะตบหน้าขาฉาดใหญ่ เสียงแหลมปรี๊ดขึ้นแปดแปดอ็อกเทฟทันที

"เชี่ยเอ๊ย! นั่นมันไอ้ตุ๊ดหน้าโง่นั่นไม่ใช่เหรอ!"

ไม่ผิดแน่ คนที่นั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือก็คือผู้นำแห่งงู ไป๋อู๋เฉิน พี่ชายแท้ๆ ของไป๋อู๋จิ้ว คนที่ถูกหลินผิงด่าประจานกลางชนเผ่าแห่งนักษัตรว่าเป็นไอ้โง่นั่นเอง

อวิ๋นตั่วร่ายบัฟให้ทั้งปาร์ตี้ทันที ทุกคนต่างดื่มด่ำกับเบียร์สดสารพัดชนิดของเฉินหยวนฝูเพื่อเติมพลัง

เมื่อเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถบรรทุกดังใกล้เข้ามา สายตาของทุกคนบริเวณหน้าประตูก็เบนเป้าหมายไปหาทันที

พอได้เห็นรถบรรทุกสีดำอันเป็นเอกลักษณ์คันนั้น รวมถึงกองทัพผู้ติดตามที่มืดฟ้ามัวดินอยู่ด้านหลังรถ แววตาของผู้เล่นอิสระที่ถูกขวางอยู่หน้าประตูก็สาดประกายแห่งความหวังออกมา

มาแล้ว!

ตรงหน้าโต๊ะไม้แดง ไป๋อู๋เฉินค่อยๆ วางถ้วยชาลง

บนใบหน้าที่หล่อเหลาติดจะหวานของเขาในยามนี้ปราศจากความโกรธเกรี้ยว กลับแฝงไปด้วยรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า

เขาลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อโค้ทกันลมสีขาวที่ไร้รอยเปื้อนให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็กวักมือทักทายรถบรรทุกที่กำลังแล่นพุ่งเข้ามาจากที่ไกลๆ

ท่วงท่าที่สง่างามและสุขุมเยือกเย็นช่างถอดแบบมาจากไป๋อู๋จิ้วไม่มีผิดเพี้ยน

ท่วงท่านั้นราวกับกำลังทักทายเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานปี

"ลูกพี่ผิง เอาไงดี" เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหลังมือที่กำพวงมาลัยของเฉินหยวนฝู แววตาดุดัน เท้าเหยียบคันเร่งจนมิดแล้ว

ตรงที่นั่งข้างคนขับ หลินผิงมองดูร่างที่กำลังวางมาดนั้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง

"ชนแม่งเลย"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 390 - ชนแม่งเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว