- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 390 - ชนแม่งเลย
บทที่ 390 - ชนแม่งเลย
บทที่ 390 - ชนแม่งเลย
บทที่ 390 - ชนแม่งเลย
เมื่อเวลาผ่านไปทั่วทั้งสมรภูมินักษัตรก็ค่อยๆ ก้าวเข้าสู่ยามราตรี
ทว่าในเวลานี้ บริเวณหน้าภูเขาหินยักษ์ของโบราณสถานลิงระดับสอง บรรยากาศกลับอึมครึมอย่างประหลาด
เดิมทีควรจะเป็นฉากเฉลิมฉลองการเคลียร์ด่าน แต่ในตอนนี้กลับเจือปนไปด้วยความกระวนกระวายใจ
วืด! ลวดลายคล้ายระลอกน้ำของประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามมาด้วยการคายร่างสิบกว่าร่างออกมา
สิบสี่คน มีแค่สิบสี่คน
ทั้งที่ก่อนจะเข้าไป ปาร์ตี้เฉพาะกิจทีมนี้บวกกับทีมของหลินผิงรวมกันแล้วมีทั้งหมดสิบห้าคน หายไปหนึ่งคน
"มีคนตายงั้นเหรอ!" ฝูงชนที่มุงดูอยู่แตกตื่นกันทันที
"ฉันว่าแล้วเชียว! จะมีโบราณสถานที่ไม่มีคนตายได้ยังไง หลินผิงมันก็แค่ขี้โม้!"
"จบกัน ตำนานรอดปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนพังทลายแล้ว ไอ้หมอนั่นโคตรซวย สงสัยจะโดนจับไปเป็นหน่วยกล้าตายเซ่นสังเวยแน่ๆ"
"จุ๊ๆ ของฟรีไม่มีในโลก คราวนี้รถคว่ำแล้วสิ"
ความกังขา ความตื่นตระหนก และความสะใจที่ปิดไม่อยู่ดังระงมไปทั่ว
เสียงตั้งข้อสงสัย เสียงอุทาน และเสียงกระซิบกระซาบเยาะเย้ยถากถางดังขึ้นกลางฝูงชน
ทว่าเสียงเหล่านี้ แม้จะเบาลงไปบ้างในตอนที่หลินผิงเดินออกมาจากประตูมิติแต่ก็ไม่ได้จางหายไปไหน
สีหน้าของหลินผิงราบเรียบ เขาถึงขั้นขี้เกียจจะอธิบายด้วยซ้ำ ตอนนี้เขาเลเวล 147 แล้ว
ถึงแม้กลไกของโบราณสถานลิงจะค่อนข้างน่าขยะแขยงเพราะมีแต่ลิงหินหน้ามารที่มีความคล่องตัวสูง ชอบขโมยอุปกรณ์และก่อกวน แต่ข้อดีคือพวกมันมีจำนวนมหาศาล ขณะที่เลเวลอัปประกาศิตผนึกเวทก็เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย
ส่วนคนที่ไม่ได้ออกมาน่ะเหรอ... หลินผิงยังไม่ทันอ้าปาก ร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาซึ่งเป็นมือดาบหน้าตาเหี้ยมเกรียมก็พลันชี้หน้าด่าไอ้คนที่ตะโกนเสียงดังที่สุดในฝูงชน
"ตอแหลหาแม่แกเหรอ!" มือดาบปักดาบหัวผีในมือลงกับพื้น น้ำลายแตกฟอง
"ใครบอกว่าลูกพี่หลินเอาคนไปเป็นหน่วยกล้าตายวะ"
"ไอ้โง่จ้าวซื่อนั่นต่างหาก ลูกพี่หลินอุตส่าห์เตือนก่อนเข้าด่านที่สองแล้วว่าอย่าไปแตะต้องจอกเหล้าทองคำในมือพวกลิงหินนั่น!"
"ไอ้เวรนั่นไม่ฟัง! ดันคิดว่าตัวเองค่าความคล่องตัวสูงเลยกะจะไปฉกมาสักใบ!"
"แล้วผลเป็นไงล่ะ ไปกระตุ้นให้พวกลิงหินคลุ้มคลั่งจนถูกลิงหลายสิบตัวรุมทึ้งร่างฉีกเป็นชิ้นๆ ทั้งเป็นไง!"
มือดาบยิ่งพูดยิ่งเดือดดาลราวกับว่าคนที่ตายไปนั้นได้ทำลายการเคลียร์ดันเจี้ยนอันสมบูรณ์แบบนี้จนแปดเปื้อน
"ถ้าไม่ใช่เพราะลูกพี่หลินยิงศรเดียวปลิดชีพราชาวานร พวกเราคงถูกไอ้โง่นั่นลากไปตายด้วยแล้ว!"
"ใช่แล้ว! โลภมากรนหาที่ตายเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกพี่หลินด้วยล่ะ" จอมเวทสาวที่อยู่ข้างๆ ก็ก้าวออกมาผสมโรง
"ลูกพี่หลินบอกให้นอนรอเฉยๆ มันดันทะลึ่งจะลุกขึ้นมาซิทอัป มันไม่ตายแล้วใครจะตายฮะ"
"วันหลังใครกล้าใส่ร้ายลูกพี่หลินอีก อย่าหาว่าดาบในมือข้าไม่ปรานีก็แล้วกัน!"
ฝูงชนที่เดิมทียังคงส่งเสียงเหน็บแนมเงียบกริบลงทันตาเห็น
ทิศทางลมเปลี่ยนไปแล้ว
หากบอกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาหวาดกลัวและโลภในตัวหลินผิง งั้นตอนนี้ภายใต้ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่องและคำให้การจากปากผู้รอดชีวิต พวกเขาก็เริ่มเข้าใจหลินผิงทีละน้อย
ขอแค่เชื่อฟังก็รอดชีวิตแถมยังได้รางวัล
ขอแค่ไม่เชื่อฟังและเกิดความโลภก็ต้องตาย
ช่างเป็นตรรกะที่เรียบง่ายและธรรมดาอะไรเช่นนี้ ในสมรภูมินักษัตรที่คนกินคนแห่งนี้ ความเรียบง่ายแบบนี้แหละคือความเมตตาอันสูงสุด
หลินผิงมองฉากนี้ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ
ไม่ต้องลงมือเก็บกวาดขยะเองและไม่ต้องเปลืองน้ำลายอธิบาย นี่แหละคือบารมี
เมื่อบารมีก่อตัวขึ้น ความกังขาทั้งหมดก็จะแปรเปลี่ยนเป็นคำสรรเสริญ รอยด่างพร้อยทั้งหมดจะถูกซักฟอกให้ขาวสะอาดโดยอัตโนมัติ
"พอได้แล้ว" หลินผิงเก็บธนูยาวในมือ น้ำเสียงไม่ดังนักแต่กลับกลบทุกความวุ่นวายได้ในพริบตา
"ที่ต่อไป โบราณสถานเสือระดับสอง"
หากบอกว่าการเดินทางก่อนหน้านี้คือการวิ่งมาราธอน งั้นตอนนี้มันก็คือการอพยพครั้งใหญ่
ทุ่งร้างเบื้องหน้า ฝุ่นควันตลบอบอวล
ที่อยู่หน้าสุดคือรถบรรทุกซูเปอร์สมาร์ตสีดำทมิฬทั้งคันราวกับสัตว์ร้ายหุ้มเกราะเหล็ก
เบื้องหลังสัตว์ร้ายตัวนี้คือผู้เปลี่ยนอาชีพนับพันคน
มีทั้งคนที่ขับรถ ขี่สัตว์อัญเชิญ อาศัยเวทมนตร์ธาตุลมบินเลียดพื้น หรือกระทั่งนักรบสายพละกำลังสองสามคนที่แบกอาวุธขนาดยักษ์สับขาคู่ใจวิ่งสุดฝีเท้า
ยิ่งใหญ่อลังการ มืดฟ้ามัวดิน
ทุกที่ที่เคลื่อนผ่าน พวกมอนสเตอร์ป่าที่เดิมทีเดินเตร็ดเตร่ไปมาอยู่บนทุ่งร้างไม่ว่าจะเป็นหมาป่ากลายพันธุ์หรือแมงมุมพิษร้าย ล้วนถูกสัญชาตญาณผลักดันให้ถอยห่างจากคลื่นมนุษย์อันมหาศาลนี้โดยไม่รู้ตัว
ภายในห้องโดยสารของรถบรรทุก เฉินหยวนฝูฮัมเพลงผิดคีย์ มือหนึ่งจับพวงมาลัยอีกมือถือแฮมเบอร์เกอร์กิน ท่าทางสบายอารมณ์ราวกับไม่ได้กำลังจะไปลงดันเจี้ยนแต่กำลังขับรถเที่ยว
ไม่นานนัก หุบเขาที่มีรูปทรงแปลกประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนเส้นขอบฟ้า
ทางเข้าหุบเขาแคบและสูงชัน หน้าผาหินสองฝั่งราวกับเขี้ยวขนาดยักษ์สองซี่ที่แทงสลับไขว้กันขึ้นไปบนท้องฟ้า
มองจากที่ไกลๆ ทางเข้านั่นเหมือนกับปากเสือที่กำลังอ้ากว้างพร้อมจะกลืนกินผู้คน นั่นก็คือโบราณสถานเสือระดับสอง
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนในรถประหลาดใจก็คือในวินาทีนี้ บริเวณทางเข้าของโบราณสถานแห่งนี้ยังคงมีผู้คนรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย
ทว่า... มันเงียบเกินไป ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่มีการแห่ต้อนรับหลินผิง กระทั่งเสียงพูดคุยก็แทบไม่มีให้ได้ยิน
พวกเขายืนสังเกตการณ์อยู่กับที่หรือไม่ก็มีสีหน้าโกรธแค้นแต่ไม่กล้าโวยวาย
สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปที่กึ่งกลางทางเข้าโบราณสถาน
ตรงนั้นไม่มีกองทัพนับพันนับหมื่น มีเพียงคนห้าคน
โต๊ะน้ำชาไม้แดงที่อุตส่าห์แบกมาจากไหนก็ไม่รู้หนึ่งตัวกับเก้าอี้ไท่ซืออีกหนึ่งตัว
ร่างหนึ่งกำลังพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน ในมือถือถ้วยชาใสที่ยังมีควันลอยกรุ่น ท่วงท่าสง่างามราวกับกำลังชมดอกไม้ในสวนหลังบ้านตัวเอง
และที่ด้านหลังของเขา มีชายร่างยักษ์สูงเกินสองเมตรครึ่งยืนเรียงหน้ากระดานอยู่สี่คน
ชายสี่คนนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ศีรษะล้านเลี่ยน ตอนนี้เปลือยท่อนบน มัดกล้ามใหญ่โตมโหฬาร บนผิวหนังมีรอยสักสารพัดลวดลายสักไว้อย่างหนาแน่น
"นั่นมัน..." เฉินหยวนฝูหรี่ตาก่อนจะตบหน้าขาฉาดใหญ่ เสียงแหลมปรี๊ดขึ้นแปดแปดอ็อกเทฟทันที
"เชี่ยเอ๊ย! นั่นมันไอ้ตุ๊ดหน้าโง่นั่นไม่ใช่เหรอ!"
ไม่ผิดแน่ คนที่นั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือก็คือผู้นำแห่งงู ไป๋อู๋เฉิน พี่ชายแท้ๆ ของไป๋อู๋จิ้ว คนที่ถูกหลินผิงด่าประจานกลางชนเผ่าแห่งนักษัตรว่าเป็นไอ้โง่นั่นเอง
อวิ๋นตั่วร่ายบัฟให้ทั้งปาร์ตี้ทันที ทุกคนต่างดื่มด่ำกับเบียร์สดสารพัดชนิดของเฉินหยวนฝูเพื่อเติมพลัง
เมื่อเสียงคำรามของเครื่องยนต์รถบรรทุกดังใกล้เข้ามา สายตาของทุกคนบริเวณหน้าประตูก็เบนเป้าหมายไปหาทันที
พอได้เห็นรถบรรทุกสีดำอันเป็นเอกลักษณ์คันนั้น รวมถึงกองทัพผู้ติดตามที่มืดฟ้ามัวดินอยู่ด้านหลังรถ แววตาของผู้เล่นอิสระที่ถูกขวางอยู่หน้าประตูก็สาดประกายแห่งความหวังออกมา
มาแล้ว!
ตรงหน้าโต๊ะไม้แดง ไป๋อู๋เฉินค่อยๆ วางถ้วยชาลง
บนใบหน้าที่หล่อเหลาติดจะหวานของเขาในยามนี้ปราศจากความโกรธเกรี้ยว กลับแฝงไปด้วยรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
เขาลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อโค้ทกันลมสีขาวที่ไร้รอยเปื้อนให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็กวักมือทักทายรถบรรทุกที่กำลังแล่นพุ่งเข้ามาจากที่ไกลๆ
ท่วงท่าที่สง่างามและสุขุมเยือกเย็นช่างถอดแบบมาจากไป๋อู๋จิ้วไม่มีผิดเพี้ยน
ท่วงท่านั้นราวกับกำลังทักทายเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานปี
"ลูกพี่ผิง เอาไงดี" เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหลังมือที่กำพวงมาลัยของเฉินหยวนฝู แววตาดุดัน เท้าเหยียบคันเร่งจนมิดแล้ว
ตรงที่นั่งข้างคนขับ หลินผิงมองดูร่างที่กำลังวางมาดนั้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง
"ชนแม่งเลย"
[จบแล้ว]