- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 370 - แกะ... คือพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว?
บทที่ 370 - แกะ... คือพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว?
บทที่ 370 - แกะ... คือพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว?
บทที่ 370 - แกะ... คือพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว?
"น้องหลินผิง ที่เราคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ไม่มีข้อตกลงที่บอกว่าเสร็จงานแล้วต้องฆ่าฉันทิ้งนะ"
น้ำเสียงของจางเหว่ยดังลอยมาจากระยะไม่ไกลนัก ยังคงความนุ่มนวลและแฝงแววหยอกล้อเอาไว้เล็กน้อย
พวกหลินผิงมองตามเสียงไปก็เห็นจางเหว่ยยืนอยู่ห่างออกไปราวสิบเมตร บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มสบายๆ อันคุ้นตา
บนร่างกายของเขาไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย เขาแค่โผล่พรวดมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนดื้อๆ แบบนั้น
ส่วนร่างของแกะที่ถูกถลกหนังจนเหวอะหวะตัวนั้นยังคงนอนนิ่งเงียบอยู่บนพื้น เป็นเครื่องยืนยันว่าการโจมตีอันรุนแรงเมื่อครู่นี้ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา
บนหมัดของหลินผิงที่หุ้มด้วย [เกราะอัศวิน] ยังมีหยดเลือดที่ไม่ใช่ของมนุษย์หลงเหลืออยู่
ประสิทธิภาพของ [ไพ่อัศวิน] ยังไม่หมดลง
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง
ในวินาทีนี้ ค่าสถานะความคล่องตัวที่ทะลุหลักล้านของเขามันก็คือการเทเลพอร์ตตามความหมายตรงตัวนั่นแหละ!
ตูม—!
อากาศถูกฉีกกระชากจนกลายเป็นช่องว่างสุญญากาศ ร่างของหลินผิงหายวับไปจากจุดเดิมเป็นครั้งที่สอง พุ่งทะยานเข้าชนจางเหว่ยเป็นเส้นตรงพร้อมกับกลิ่นอายที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
ภายใต้ผลของ "การทะลวงฟัน" ค่าพละกำลังของหลินผิงพุ่งทะยานเข้าใกล้หลักสองล้านเข้าไปแล้ว!
ช่างหัวมันว่าแกจะเป็นตัวอะไร
เมื่อต้องเผชิญกับพลังอันเป็นที่สุด ฆ่าครั้งเดียวไม่พอ งั้นก็ฆ่าซ้ำสองไปเลย!
ทว่าในชั่วพริบตาที่หมัดของหลินผิงกำลังจะกระแทกเข้าเต็มหน้าของจางเหว่ย
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่มีใครอาจต่อกรได้ก็โถมตกลงมาจากฟากฟ้า!
ตูม!
บาเรียที่มองไม่เห็นก่อตัวขึ้นตรงหน้าจางเหว่ยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันสกัดกั้นหมัดที่อัดแน่นไปด้วยสเตตัสระดับล้านของหลินผิงเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ!
คลื่นกระแทกพลังงานอันบ้าคลั่งกระจายตัวออกไปรอบทิศทาง พัดกระหน่ำจนพวกเฉินหยวนฝูลืมตาแทบไม่ขึ้น
หลินผิงถูกแรงสะท้อนมหาศาลกระแทกจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเท้าฝังลึกไว้บนแท่นหลอมมังกรอันแข็งแกร่ง
เขาทรงตัวได้มั่นคงแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
มังกรเหล็กดำมั่วถูที่ลอยตระหง่านอยู่บนฟ้ากำลังใช้ดวงตายักษ์สีแมกมาคู่นั้นจ้องมองลงมาที่เขาด้วยแววตาเย็นชา
มันเป็นคนลงมือเอง
ความหมายของมันชัดเจนเสียจนไม่ต้องอธิบายอะไรอีก
"เห็นไหมล่ะ" จางเหว่ยผายมือออก รอยยิ้มของเขาเจือไปด้วยความจนใจขึ้นมานิดๆ "พวกลูกรักสวรรค์อย่างนายเนี่ย อารมณ์ร้อนกันทุกคนเลยหรือเปล่านะ"
แสงสีเขียวบนชุดเกราะของหลินผิงเริ่มหม่นแสงลง เวลาของ [ไพ่อัศวิน] กำลังจะหมดลงแล้ว
เขาสลายสถานะอัศวินทิ้งและไม่คิดจะดันทุรังโจมตีอย่างไร้ประโยชน์อีก
โอกาสมีเพียงครั้งเดียว
เมื่อพลาดไปแล้ว ก็คือพลาด
สติปัญญาของหลินผิงกดทับความหงุดหงิดที่ฆ่าไม่สำเร็จเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว เขามองจางเหว่ยด้วยสายตาเรียบเฉย สมองประมวลผลอย่างหนัก
ไอ้หมอนี่สามารถใช้ "แกะ" มาตายแทนได้
แถมยังเป็นคนที่ทำให้มังกรเหล็กดำมั่วถูต้องยอมยื่นมือเข้ามาปกป้อง
จางเหว่ยที่แสร้งทำตัวเป็นพ่อพระมาตลอดคนนี้ ระดับความอันตรายของเขานั้นก้าวข้ามเมิ่งเซียวและไป๋อู๋จิ้วที่ตายไปแล้วไปไกลลิบ
"ถ้าฉันเดาไม่ผิด"
หลินผิงเอ่ยปากพลางชี้นิ้วไปที่มังกรเหล็กดำบนฟ้าอย่างไร้อารมณ์ความรู้สึก
"นายกลายเป็นหมาของมันไปแล้ว ใช่ไหม?"
"ไม่ว่าจะไป๋อู๋จิ้ว หรือเมิ่งเซียว ต่างก็กลายเป็นหมากของนายทั้งหมดเลยสินะ?"
สิ้นคำถามนั้น รอยยิ้มสบายๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปรบนใบหน้าของจางเหว่ย ก็พลันปรากฏแววประหลาดใจของจริงขึ้นมาเป็นครั้งแรก
ราวกับว่าเขาได้ยินเรื่องที่น่าสนใจมากๆ จนถึงขั้นอดไม่ได้ที่จะปรบมือเบาๆ
"หลินผิง นายฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย"
......
สายตาของจางเหว่ยเหม่อมองออกไปไกล ราวกับกำลังดื่มด่ำกับผลงานชิ้นเอกของตัวเอง
เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะที่ฟังดูเหมือนกำลังเล่าข้อเท็จจริง
"เมิ่งเซียวต้องการบารมีมาอุดปากพวกที่คอยนินทาว่าเขาไม่คู่ควร ฉันก็เลยมอบเวทีให้เขาได้เป็น 'ผู้นำแห่งมังกร' อย่างเต็มภาคภูมิ"
"เขาเสพติดความรู้สึกที่ถูกทุกคนแหงนหน้ามองจะตายไป ไม่ใช่หรือไง?"
"ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นตอนที่ฉันค่อยๆ ผลักเขาให้ตกลงไปในขุมนรกแห่งความบ้าคลั่งทีละก้าวแล้วก็ตามเถอะ"
ในช่วงเวลาที่เมิ่งเซียวถูกหลินผิงต้อนจนมุมจนเสียหน้าและตกต่ำถึงขีดสุด เขาคือคนที่เดินเข้าไปหาเมิ่งเซียวเอง
"อยากให้ฉายาผู้นำแห่งมังกรของนายสมศักดิ์ศรีหรือเปล่า?"
"อยากให้ทุกคนที่นี่หมอบกราบแทบเท้า แม้แต่ตอนที่ออกไปจากโบราณสถานแห่งนี้แล้วก็ยังต้องศิโรราบให้นายไหม?"
เมื่อต้องเผชิญกับข้อเสนอของจางเหว่ย เมิ่งเซียวที่กำลังหยิ่งผยองและบาดเจ็บที่ศักดิ์ศรี ในตอนแรกก็ทำเป็นแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
จนกระทั่งดวงตาของจางเหว่ยแปรเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาแกะสีทองที่ทอแสงเยือกเย็น
หลังจากได้เห็น "นัยน์ตาแกะ" อันพิสดารคู่นั้น และได้สัมผัสถึงพลังอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายในซึ่งเหนือล้ำกว่าความเข้าใจของเขาไปไกล เมิ่งเซียวก็ตอบตกลงร่วมมือกับจางเหว่ยทันที
จางเหว่ยอยู่ในที่ลับ เมิ่งเซียวอยู่ในที่แจ้ง
เมิ่งเซียวรับหน้าที่เป็นเป้าสายตาอยู่เบื้องหน้า ดึงดูดความสนใจของทุกคนรวมถึงหลินผิง
ส่วนจางเหว่ยก็ฉวยโอกาสใช้ภาพลักษณ์คนดีของตัวเอง คอยยุยงตะล่อมผู้รอดชีวิตทุกคนอย่างแนบเนียน ให้พวกเขายอมก้มหัวทำตามกฎที่เมิ่งเซียวตั้งขึ้นทีละนิด
ท้ายที่สุดแล้ว ฐานะผู้นำแห่งมังกรของเมิ่งเซียวก็เป็นแค่ผู้นำที่มีค่าความเข้ากันได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดในการจัดอันดับนักษัตร ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นที่โหล่
โบราณสถานมังกรขึ้นชื่อเรื่องความหายากสุดๆ เสียงนินทาต่างๆ นานาจึงเริ่มแว่วเข้าหูเมิ่งเซียว
"เชี่ยเอ๊ย มีค่าความเข้ากันได้แค่สี่ร้อยห้าสิบก็เป็นผู้นำได้แล้วเหรอวะ? แบบนี้ให้ฉันเป็นฉันก็ทำได้เว้ย!"
.....
แรกเริ่มเดิมทีเขาก็ไม่ได้ใส่ใจหรอก เพราะคนพวกนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโบราณสถานมังกรแห่งนี้มันล้ำค่าขนาดไหน
จนกระทั่งเมิ่งเซียวได้สัมผัสรสชาติของการถูก "แหงนหน้ามอง" เป็นครั้งแรก
เขาโหยหาผลงานและบารมีอย่างหนัก เพื่อเอาไปอุดปากพวกข้างนอกที่หาว่าเขา "พึ่งพาดวงล้วนๆ"
ข้อเสนอของจางเหว่ยจึงแทงทะลุจุดที่เปราะบางที่สุดในใจของเมิ่งเซียวเข้าอย่างจัง
หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เมิ่งเซียวล้มเหลว จางเหว่ยก็จะแอบ "ให้กำลังใจ" เมิ่งเซียวอยู่ในเงามืดเสมอ
จนกระทั่งครั้งสุดท้าย.... ในตอนที่เมิ่งเซียวพ่ายแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.... จางเหว่ยก็ใช้ลมปากปั่นหัวผู้รอดชีวิต... ให้รุมด่าทอเหยียดหยามเมิ่งเซียว
มันจึงกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เมิ่งเซียวคลุ้มคลั่งถึงขีดสุดในวาระสุดท้าย
"แล้วไป๋อู๋จิ้วล่ะ?"
หลินผิงยิงคำถามต่อ ในหัวของเขาหวนนึกถึงสายตาของจางเหว่ยก่อนหน้านี้ ประกอบกับท่าทางสุดท้ายของไป๋อู๋จิ้ว
ตอนนั้น... จางเหว่ยไม่ได้กำลัง "ค้นหา" ไป๋อู๋จิ้ว แต่มันกำลัง "สื่อสาร" กับไป๋อู๋จิ้วต่างหาก
จางเหว่ยเลิกคิ้วขึ้น
"ไอ้หมอนั่นน่ะเหรอ?"
"ก็แค่ [พ่อค้าหน้าเลือด] ที่อวดฉลาด คิดว่าตัวเองสามารถจับทุกคนมาเป็น 'สินค้า' บนชั้นวางได้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งแต่เริ่มแรก ตัวมันเองนั่นแหละคือสินค้าที่รอถูกขาย"
จางเหว่ยใช้นิ้วเคาะขมับตัวเองเบาๆ
"ฝีมือก็พอใช้ได้อยู่หรอก แต่สมองมันทึบไปหน่อย"
"ฉันก็แค่บอกมันว่า ให้ช่วยหาเครื่องสังเวยมาสังเวยสักสองสามคน แล้วฉันจะช่วยฆ่านายให้ แค่นี้มันก็งับเหยื่อแล้ว"
คำตอบของจางเหว่ยเป็นการยืนยันทุกข้อสันนิษฐานของหลินผิง
ตั้งแต่ต้นจนจบ ผู้นำแห่งแกะและงูทั้งสองคนบนแท่นหลอมมังกรแห่งนี้ ล้วนเป็นแค่หุ่นเชิดที่ถูกเขาปั่นหัวเล่นอยู่บนฝ่ามือมาตลอด
"งั้นแปลว่า... ตอนคลื่นเหมันต์ซัดมา ไอ้พวกนั้นนายก็จงใจส่งพวกมันไปเป็นเครื่องสังเวยให้มั่วถูเองงั้นสิ?"
หลินผิงนึกย้อนไปถึงตอนที่เกิดคลื่นเหมันต์ "คนพิการ" ทั้งเก้าคนที่ถูกเกลียวคลื่นกวาดลงไปในทะเลแมกมา
จางเหว่ยคิดไม่ถึงว่าหลินผิงจะเก็บรายละเอียดได้ยิบย่อยขนาดนี้
"ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าในโบราณสถานครั้งนี้จะได้มาเจอคนแบบนาย"
คำชมของจางเหว่ยออกมาจากใจจริง
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน เอ่ยถามด้วยความสนใจใคร่รู้
"แล้วนายรู้หรือเปล่า ว่าทำไมฉันถึงต้องฆ่าพวกมันทิ้ง?"
ทำไมน่ะเหรอ?
ก็แค่เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล
หรือไม่ก็แค่หวังฮุบแต้มนักษัตรมหาศาลจากพวกมันก็เท่านั้นเอง
หลินผิงขี้เกียจจะไปเดาความคิดของคนบ้า
"ก็แค่พวกโรคจิตวิปริตไง จะมีเหตุผลอะไรอีก"
เขาให้คำตอบกลับไปด้วยถ้อยคำที่สั้นกระชับและหยาบคายที่สุด
จางเหว่ยได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น หัวเราะจนตัวงอไปหมด
"อาจจะจริงของนายก็ได้"
เขาหยุดหัวเราะ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังเป็นครั้งแรก
"หลินผิง ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดีข้อหนึ่งนะ"
"อย่าริอ่านคิดจะไปเป็นผู้นำนักษัตรคนไหนเด็ดขาด"
หลินผิงได้ยินคำพูดของจางเหว่ยก็หัวเราะหึๆ
ประโยคนี้มันแฝงคำขู่เอาไว้แบบไม่ปิดบังเลยสักนิด
"นี่นายกำลัง... ขู่ฉันอยู่เหรอ?"
"ไม่ใช่คำขู่"
จางเหว่ยส่ายหน้าเบาๆ
"มันคือคำเตือนด้วยความหวังดีต่างหาก เพราะว่าที่นี่น่ะ..."
เขายื่นนิ้วชี้ลงไปยังแท่นหลอมมังกรใต้เท้า แต่หลินผิงรู้ดีว่า สิ่งที่เขาชี้ไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่แห่งนี้แน่นอน
"เพราะ 'แกะ' คือพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียวต่างหาก"
จังหวะนั้นเอง เสียงคำรามอันดุร้ายของมังกรเหล็กดำมั่วถูจากฟากฟ้าเบื้องบน ก็โถมกระหน่ำลงมาดังกึกก้องไปทั่วทั้งแท่นหลอมมังกร
[คลื่นลูกสุดท้าย คลื่นแห่งความตาย... กำลังจะมาถึง!]
————————————————————————————————————————————
ขอทบทวนเอฟเฟกต์ของไพ่โป๊กเกอร์ที่หลินผิงรวบรวมมาได้จนถึงตอนนี้นะครับ หากนักอ่านท่านใดมีไอเดียดีๆ สามารถคอมเมนต์บอกกันได้เลย ถ้าเหมาะสม ผมอาจจะนำไปเพิ่มในไพ่ใบใหม่ๆ ในอนาคตครับ
[ไพ่หมื่นอสรพิษ (4 ดอกจิก)]
[คุณสมบัติ: ไม่สามารถถูกทำลายได้]
[คำอธิบาย: เมื่อจุดจบขดตัวเป็นวงกลม ความสับสนวุ่นวายก็คือการก่อกำเนิดใหม่เช่นกัน]
เอฟเฟกต์ 1: สามารถ "ถักทอภาพลวงตา" ใส่เป้าหมายที่กำหนด บิดเบือนความจริงได้ในระดับหนึ่ง (หากเลเวลห่างกันเกิน 30 เลเวล มีโอกาสล้มเหลว)
เอฟเฟกต์ 2: เมื่อเผชิญหน้ากับเป้าหมายที่มีเลเวลสูงกว่าตนเองไม่เกิน 20 เลเวล หากสบตากันจะสามารถใช้ทักษะ [กลายร่างเป็นหิน] ได้
เอฟเฟกต์ 3: ในสถานะ "ปางตาย" จะกระตุ้นทักษะ "ลอกคราบ" เข้าสู่สถานะไม่สามารถตกเป็นเป้าหมายได้ 30 วินาที สะสมได้ 3 ครั้ง จำนวนครั้ง 3/3
...
[ไพ่อัศวิน (7 ดอกจิก)]
[คุณสมบัติ: ไม่สามารถถูกทำลายได้]
[คำอธิบาย: เมื่อแตรแห่งการทะลวงฟันถูกเป่าขึ้น ในพจนานุกรมของอัศวินก็มีเพียงคำว่า 'เดินหน้า' สองคำเท่านั้น]
[เอฟเฟกต์ 1: เมื่อใช้งานจะเข้าสู่สถานะ "อัศวิน" ภายใต้สถานะอัศวินจะถูกปลดอาวุธ ไม่สามารถใช้อาวุธใดๆ ได้ สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 1000% ต่อเนื่องห้านาที ป้องกันสถานะผิดปกติทุกชนิด (ทุกครั้งที่เข้าสู่สถานะอัศวิน เอฟเฟกต์เพิ่มสเตตัสในครั้งต่อไปจะลดลง 1%)]
[เอฟเฟกต์ 2: เกราะอัศวิน "ไพ่อัศวิน" กลายสภาพเป็นชุดเกราะอัศวิน เป็นรางวัลแด่อัศวินผู้กล้าหาญ เมื่อทำการโจมตี พละกำลังจะเพิ่มขึ้น 50%!]
...
[ไพ่หุ่นเชิด (ไอเทมพิเศษ) 2 ดอกจิก]
[คุณสมบัติ: ไม่สามารถถูกทำลายได้]
[คำอธิบาย: เมื่อนักเชิดหุ่นตกตาย หุ่นเชิดจะได้รับอิสระ หรือว่า... จะกลายเป็นนักเชิดหุ่นคนใหม่กันแน่?]
[คำอธิบาย: เอฟเฟกต์เฉพาะของนักเชิดหุ่น: ทำให้หุ่นเชิดที่มีอยู่กลายเป็นตัวตนอิสระ สามารถสวมใส่อุปกรณ์ ใช้สกิลได้ และเพิ่มขีดจำกัดจำนวนหุ่นเชิดที่ควบคุมได้เป็นสองเท่า!
[หากผู้ใช้ไม่ใช่นักเชิดหุ่น จะเข้าสู่สถานะ "ควบคุมเบ็ดเสร็จ" สามารถเลือกเป้าหมายได้สูงสุดสามเป้าหมาย ควบคุมทางกายภาพได้อย่างเบ็ดเสร็จเพิกเฉยต่อการต้านทานทุกชนิด ต่อเนื่องหกสิบวินาที (ผู้ที่ไม่ใช่นักเชิดหุ่นสามารถใช้งานได้สูงสุดสองครั้งต่อวัน)]
...
[ไพ่หมื่นปีศาจ (ไอเทมพิเศษ) 3 ดอกจิก]
[คุณสมบัติ: ไม่สามารถถูกทำลายได้]
[คำอธิบาย: เมื่อหมื่นปีศาจจ้องมองขุมนรก ขุมนรกก็กำลังจ้องมองหมื่นปีศาจเช่นกัน]
[ไพ่หมื่นปีศาจ]: เมื่อใช้งานจะเข้าสู่สถานะ "หมื่นปีศาจ" การโจมตีจะแฝงเอฟเฟกต์การโจมตีเฉพาะของ "หมื่นปีศาจ" (แขนซีดขาว ค่อยๆ กลืนกินสเตตัสของเป้าหมาย) เมื่อถึงจุดวิกฤต "กลืนกิน" จะทำการ "กลืนกิน" เพื่อรับค่าสเตตัสชั่วคราวและสกิลที่ทรงพลังที่สุดของเป้าหมาย!
(ยิ่ง [ไพ่หมื่นปีศาจ] มีระดับ "ความหิวโหย" สูงเท่าไหร่ ขีดจำกัดในการเริ่ม "กลืนกิน" ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ยิ่งใช้งานบ่อยครั้ง ภาระทางจิตใจของผู้ใช้ก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย)
[จบแล้ว]