- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 260 - [หนูขโมย]
บทที่ 260 - [หนูขโมย]
บทที่ 260 - [หนูขโมย]
บทที่ 260 - [หนูขโมย]
จี๊ดๆๆ—
หนูปีศาจสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ที่ถูกเย็บติดจากซากหนูตัวที่แปดโผล่พรวดพ้นมุมกำแพงมา ดวงตาสีเลือดทั้งหกดวงของมันล็อกเป้าไปที่หลินผิงเขม็ง
พายุกลิ่นคาวเลือดพัดโชยปะทะใบหน้า
เหยื่อรายใหม่ของตราประทับหนูปรากฏตัวอีกแล้ว
การไล่ล่าแบบตายกันไปข้างหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
หลินผิงชินชากับจังหวะแบบนี้ไปเสียแล้ว เขาไม่ได้หยุดชะงักแม้แต่น้อย รีบหันหลังกลับแล้วพุ่งตัวไปยังทางแยกข้างหน้าเพื่อเตรียมงัดเทคนิคขัดตาทัพที่ทำจนคล่องแคล่วออกมาใช้อีกรอบ
ทว่าในตอนที่เขาเลี้ยวพ้นมุมและกำลังจะเร่งความเร็วเพื่อทิ้งห่าง เสียงพุ่งชนและเสียงกรีดร้องดังสนั่นที่ไล่หลังมากลับเกิดความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง
ตู้ม!
หนูปีศาจตัวแรกพุ่งชนเข้ากับซอกกำแพงแคบๆจนร่างอันใหญ่โตของมันเข้าไปติดแหง็กตามที่คาดไว้ เสียงกระแทกทุ้มต่ำดังก้องไปทั่ว
ตามมาติดๆด้วย
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
หนูปีศาจตัวที่สอง ตัวที่สาม และตัวที่สี่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาชนกระแทกเข้ากับก้อนเนื้อเน่าๆของตัวแรกอย่างจัง
ก่อนหน้านี้ตอนที่มีแค่เจ็ดตัว แรงกระแทกมหาศาลจากหกตัวหลังมักจะช่วยดันหนูปีศาจตัวแรกที่ติดแหง็กอยู่ให้หลุดออกมาได้เสมอ ถึงจะเสียเวลาไปบ้างแต่การไล่ล่าก็ไม่เคยขาดตอน
แต่ครั้งนี้ เมื่อหนูปีศาจตัวที่แปดเข้ามาร่วมวงกระแทกด้วย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
สัตว์ประหลาดตัวอ้วนฉุกว่าแปดตัวเข้าไปอุดทางเดินจนมิดชิด
พวกมันเบียดเสียด ทับถมกันจนเกิดเสียงกระดูกเสียดสีดังก๊อบแก๊บปะปนกับเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดที่ไร้ประโยชน์ ฟังแล้วชวนปวดประสาทสุดๆ
หนูปีศาจตัวหน้าสุดถูกอัดติดกำแพงจนขยับไม่ได้ ไม่ว่ามันจะดิ้นรนแค่ไหนหรือพยายามเอากรงเล็บตะกุยกำแพงจนเกิดเสียงแสบแก้วหู มันก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปข้างหน้าได้อีกแม้แต่นิ้วเดียว
ส่วนพรรคพวกอีกเจ็ดตัวที่อยู่ข้างหลังก็พลอยติดแหง็กกลายเป็นภูเขาเนื้อเน่าที่กำลังกระดึ๊บๆอยู่กับที่ตามไปด้วย
หลินผิงที่กำลังวิ่งใส่เกียร์หมาอยู่ถึงกับชะงักฝีเท้า
เขาหยุดวิ่งแล้ว
เขายืนอยู่ห่างจากภูเขาเนื้อที่กำลังขยุกขยิกนั่นไม่ถึงห้าสิบเมตร ยืนดูหนูปีศาจทั้งแปดตัวดิ้นรนแทบตายแต่ก็ขยับไปไหนไม่ได้ด้วยท่าทางตลกขบขัน
ผ่านไปหนึ่งถึงสองนาทีเต็มๆ
หนูปีศาจพวกนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุดออกมาได้เลยสักนิด....
เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่
ดันเจี้ยนโบราณสถานหนูแห่งนี้คงฝันไปก็คิดไม่ถึงว่าจะมีใครบ้าบิ่นสะสมตราประทับหนูรวดเดียวถึงแปดอันแถมยังวิ่งปร๋อได้สบายๆแบบนี้
นี่คงจะเป็นบั๊กที่คนออกแบบดันเจี้ยนไม่เคยคิดว่าจะถูกกระตุ้นให้ทำงานมาก่อน
ขั้นตอนหลังจากนี้กลายเป็นเรื่องราบรื่นจนเกือบจะเรียกได้ว่าน่าเบื่อไปเลย
พอหลินผิงรู้ว่าหนูปีศาจแปดตัวคือลิมิตสูงสุดที่จะทำให้อุดตันทางเดินได้ เขาก็ขี้เกียจแม้แต่จะเปิดช่องแชทไปสั่งการเฉินหยวนฝูแล้ว
ไม่จำเป็นอีกต่อไป
เขาไม่ต้องพึ่งพาเสียงแหกปากร้องโหยหวนของเฉินหยวนฝูเพื่อรีเฟรชโล่ป้องกันอีกแล้ว
ตอนนี้เขาคือวิญญาณที่อิสระที่สุดในเขาวงกตแห่งนี้
หลินผิงเริ่มมหกรรมการกวาดล้างอย่างบ้าคลั่ง
เขาไม่มัวมานั่งคำนวณเส้นทางอีกต่อไป หีบสมบัติใบไหนอยู่ใกล้บนแผนที่หยั่งรู้ เขาก็พุ่งไปเปิดใบนั้น
เปิด
[เปิดหีบสมบัติ (ปลอม) ได้รับ 'ตราประทับหนู' เป็นเวลาสิบนาที!]
แสงสีเทาหม่นสว่างวาบ ร่างของหลินผิงถูกวาร์ปไปยังจุดสุ่มในเขาวงกต
พอเท้าแตะพื้นปุ๊บ สิ่งแรกที่เขาทำก็คือวิ่งหาทางแยกที่ใกล้ที่สุด
จากนั้นเขาก็แค่ไปยืนหลบมุมกำแพงแล้วรออย่างใจเย็น
ไม่นานนัก หนูปีศาจร่างยักษ์หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเก้าตัวก็จะวิ่งเบียดเสียดกันมาจากอีกฝั่งของทางเดิน แล้วก็... มาแสดงฉากรถชนวินาศสันตะโรตรงหัวมุมกำแพงให้เขาดู
ใช้ได้ผลทุกรอบจริงๆ
ความเร็วในการเปิดหีบของหลินผิงยิ่งมายิ่งเร็ว ยิ่งมายิ่งบ้าระห่ำ
จำนวนตราประทับหนูบนตัวเขาก็ทวีคูณขึ้นด้วยความเร็วที่น่าขนลุก
สิบอัน!
สิบห้าอัน!
เมื่อหลินผิงเปิดหีบปลอมรวดเดียวสิบเก้าใบภายในเวลาสิบนาที ตราประทับหนูบนตัวเขาก็พุ่งปรี๊ดไปถึงสิบเก้าอัน!
เขาหันกลับไปมองผลงานของตัวเอง
ภาพตรงหน้ามันมากพอที่จะทำให้คนเป็นโรคเกลียดอะไรยั้วเยี้ยเป็นลมล้มพับไปได้เลย
ฝูงหนูปีศาจอันดำมืด สัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียดสิบเก้าตัวกองทับถมกันเป็นกำแพงสูงลิ่วอยู่ตรงหัวมุม ซากแขนขาเน่าเปื่อยและดวงตาสีเลือดขยุกขยิกเบียดเสียดกันอยู่ตรงนั้น พวกมันทำได้แค่อ้าปากแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความโกรธแค้นที่ทำอะไรเขาไม่ได้เลย
เขาวงกตทั้งแห่งสั่นสะเทือนเบาๆจากการกระแทกของพวกมัน
ส่วนหลินผิงก็แค่หันหลังเดินไปหาหีบสมบัติใบต่อไปอย่างสบายอารมณ์
หน้าต่างแจ้งเตือนระบบเด้งรัวๆ
[จำนวนหีบสมบัติที่เหลือ: 60]
[จำนวนหีบสมบัติที่เหลือ: 42]
[จำนวนหีบสมบัติที่เหลือ: 38]
จำนวนหีบสมบัติลดฮวบลงด้วยความเร็วที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
แต่สิ่งที่ทำให้หลินผิงรู้สึกแปลกใจที่สุดกลับเป็นจำนวนผู้รอดชีวิต
[ผู้รอดชีวิตในปัจจุบัน: 5 คน]
ตัวเลขนี้ไม่เคยขยับเลยตั้งแต่เขาเริ่มวิ่งไล่เปิดหีบสมบัติ
หลินผิง เฉินหยวนฝู หานเยวี่ย อวิ๋นตั่ว
ปาร์ตี้ของเขามีกันแค่สี่คน
ใครมันจะดวงดีรอดพ้นเงื้อมมือหนูปีศาจมาได้ตั้งสิบนาทีกัน
แต่ประเด็นก็คือ หลินผิงวิ่งเปิดหีบจนแทบจะทะลุปรุโปร่งไปทั่วทั้งเขาวงกตแล้ว บนแผนที่หยั่งรู้ของเขา นอกจากพวกเขาทั้งสี่คน ก็ไม่มีจุดแสงของผู้เล่นคนอื่นโผล่มาให้เห็นเลยสักคน
ช่องแชทเฉพาะของดันเจี้ยนก็เงียบเป็นป่าช้า ไม่มีใครส่งข้อความอะไรมาเลย
ตกลงแล้วใครกันแน่
ใครที่ยังมีชีวิตอยู่แต่เขากลับหาตัวไม่เจอ
หลินผิงเดินไปเปิดหีบสมบัติพลางขบคิดถึงคำถามชวนสงสัยนี้
...
หลังจากหลินผิงเปิดหีบสมบัติใบที่เจ็ดสิบแปด แสงสีเทาที่คุ้นเคยก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง
[เปิดหีบสมบัติ (ปลอม) ได้รับ 'ตราประทับหนู' เป็นเวลาสิบนาที]
ทุกอย่างดำเนินไปตามสเต็ปเดิม
พอหลินผิงถูกวาร์ปมาโผล่ที่ใหม่ เขาก็วิ่งปรี่ไปหาหัวมุมกำแพงที่ใกล้ที่สุดทันที
แต่ในจังหวะนั้นเอง
หางตาของเขาเหมือนจะสะดุดเข้ากับสีเหลืองทองที่ดูแปลกแยกออกมาจากฝูงหนูปีศาจที่กำลังวิ่งเบียดกันมาเป็นพรวน
สีทองนั่นโผล่มาแวบเดียวก็หายไป เร็วเสียจนเขาเกือบคิดว่าตัวเองตาฝาด
หลินผิงไม่ได้หยุดวิ่ง
เขาใช้เทคนิคเดิมหลอกล่อฝูงหนูปีศาจกลุ่มใหญ่ให้เข้าไปอัดก๊อปปี้กันตรงหัวมุมกำแพงจนขยับไม่ได้อย่างชำนาญ
แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้รีบวิ่งไปหาหีบใบต่อไป
เขาหยุดฝีเท้าลง มุมมองแผนที่หยั่งรู้ถูกซูมเข้าไปที่ก้อนภูเขาเนื้อเน่าที่กำลังบดเบียดกันอย่างบ้าคลั่งทันที
เขาเริ่มสังเกตมันอย่างละเอียด
กลุ่มก้อนสัตว์ประหลาดที่ถูกเย็บติดกันด้วยซากหนูเน่าเหม็นสีเทาหม่นพวกนั้น มันช่างอัปลักษณ์และน่าสะอิดสะเอียน
สายตาของหลินผิงค่อยๆกวาดมองเข้าไปข้างใน
ในที่สุด
เขาก็พบต้นตอของสีเหลืองทองนั่นแล้ว
บนแผนที่หยั่งรู้ เขาเห็นร่างของมันแล้ว
มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนสีเหลืองทองอร่ามไปทั้งตัว หน้าตาของมันไม่ได้ดูน่าเกลียดน่ากลัวเหมือนพวกหนูปีศาจ
รูปร่างหน้าตาของมันเหมือนหนูธรรมดาทุกประการ แต่ตัวใหญ่พอๆกับเสือโคร่ง
มันถูกอัดก็อปปี้อยู่ท่ามกลางฝูงหนูปีศาจยักษ์ ดูแล้วตลกชะมัด
และจุดเด่นที่สุดของมันก็คือหน้าท้องของมันนั่นเอง
ท้องของมันบวมเป่งป่องยื่นออกมาใหญ่โตเกินสัดส่วน ราวกับว่ามันพร้อมจะปริแตกได้ทุกเมื่อ
ข้อมูลบรรทัดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของหลินผิงอย่างชัดเจน — [หนูขโมย]
[จบแล้ว]