เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋

บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋

บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋


บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋

ลี่ซาอวิ๋นได้ยินน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหยอกล้อของสวีจิ่งหยวน หัวใจของเขาก็กระตุกวูบและจมดิ่งลง!

นี่... มันจะเป็นไปได้ยังไง!

ก็แค่เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมกิลด์ 'หลงหยวน' คนหนึ่งเท่านั้น! จะไปทำให้บุคคลระดับสวีจิ่งหยวนต้องลงมือด้วยตัวเองได้ยังไง!?

ลี่ซาอวิ๋นมีข้อสันนิษฐานนับไม่ถ้วนแล่นผ่านเข้ามาในหัว เขาหันขวับไปตะคอกใส่เฉินจี๋ที่ยังคงดิ้นทุรนทุรายจากการโจมตีทางจิตวิญญาณอยู่ไม่ไกลด้วยเสียงแหบพร่า

"เฉินจี๋! มึงกล้าหลอกกูเหรอวะ!? น้องสาวมึงโดนกูจัดหนักจนตายคาเตียงแน่!"

จากด้านนอกกำแพงวายุ น้ำเสียงของสวีจิ่งหยวนก็ดังลอยมาอีกครั้ง ราวกับไม่ได้ยินคำขู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย

"หรือว่าพวกแกจะลองคิดดูก่อนว่า... มีอะไรอยากจะสารภาพกับฉันไหม"

คำถามเรียบๆ นั้นลอยเข้าหูคนกิลด์ซิงฮั่วทั้งสี่คน ทำเอาพวกเขาสะดุ้งเฮือกไปทั้งตัว

ผู้เล่นอีกสามคนที่เหลือหน้าถอดสีและลุกลี้ลุกลนจนทำอะไรไม่ถูก

"หัว... หัวหน้าลี่... นี่มัน... รีบติดต่อหาหัวหน้ากิลด์เร็วเข้าสิครับ!"

"ใช่ครับ! เร็วเข้า!"

ในฐานะสมาชิกระดับแกนนำของกิลด์ซิงฮั่ว พวกเขาเดินกร่างไปทั่วเมืองเสวียนชิงราวกับปูเดินขวาง ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะต้องมาสัมผัสกับความหวาดกลัวเหมือนหมูรอโดนเชือดในกรงขังแบบนี้

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสวีจิ่งหยวน สถานะที่พวกเขากำลังภาคภูมิใจนักหนากลับกลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน

"รองหัวหน้ากิลด์สวี... ก็แค่เพื่อเด็กใหม่คนเดียว! ไม่เห็นต้องทำกันถึงขั้นแตกหักขนาดนี้เลยนี่ครับ!"

ลี่ซาอวิ๋นพยายามข่มความกลัวในใจและตะโกนใส่กำแพงสีเขียวที่มีคมมีดสายลมพัดเฉือนอยู่ตลอดเวลา

"มันเป็นคนฆ่าคนของเมืองจื่อเฉินตายนะ!"

เขาตะโกนไปพลางพยายามอย่างบ้าคลั่งที่จะเปิดหน้าระบบรายชื่อเพื่อน เพื่อส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเฉินซุ่ยผู้เป็นหัวหน้ากิลด์ซิงฮั่ว

ทว่าเขากลับต้องพบกับความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเห็นว่าหน้าต่างระบบเพื่อนของเขาทั้งแผงกลายเป็นสีเทาหม่นและไม่สามารถใช้งานได้เลย...

นี่คือผลจากการที่สวีจิ่งหยวนใช้ไอเทมระดับตำนานที่หายากสุดๆ ซึ่งสามารถจำกัดการสื่อสารเป็นวงกว้างได้!

"แกคิดจะฆ่าคนของกิลด์ 'หลงหยวน' ของฉัน แต่ตอนนี้เสือกมาเรียกร้องหาเหตุผลกับฉันเนี่ยนะ"

น้ำเสียงหยอกล้อของสวีจิ่งหยวนมลายหายไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความหนาวเหน็บทะลุถึงกระดูก

"อวิ๋นตั่วอยู่ที่ไหนกันแน่"

พอได้ยินคำถามนี้ ลี่ซาอวิ๋นก็เหมือนเห็นแสงสว่างแห่งความหวังที่จะรอดชีวิตสว่างวาบขึ้นมาในหัว!

"รองหัวหน้ากิลด์สวี! ผมลี่ซาอวิ๋นขอเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ถ้าคุณยอมปล่อยพวกเราไป ผมจะส่งตัวอวิ๋นตั่วกลับไปที่กิลด์ 'หลงหยวน' แบบไร้รอยขีดข่วนแน่นอน!"

"เรื่องวันนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ! ผมจะให้หัวหน้ากิลด์ไปอธิบายเรื่องนี้กับทาง 'หลงหยวน' ให้รู้เรื่องแน่นอน!"

เขาไม่รู้หรอกว่าอวิ๋นตั่วถูกขังไว้ที่ไหน คำสั่งที่เขาได้รับมาคือการพาคนมาดักซุ่มที่นี่เพื่อร่วมมือกับเฉินจี๋ฆ่าหลินผิงทิ้งซะ แต่เขามั่นใจว่าสวีจิ่งหยวนเองก็คงไม่รู้ตำแหน่งของอวิ๋นตั่วเหมือนกัน!

เขายังงัดเอาชื่อหัวหน้ากิลด์เฉินซุ่ยออกมาอ้างเพื่อหวังจะกดดันสวีจิ่งหยวนด้วยซ้ำ

แต่น่าเสียดายที่เขาประเมินสวีจิ่งหยวนต่ำเกินไป

ในฐานะรองหัวหน้ากิลด์หลงหยวนและชายผู้มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมชั้นครู แค่ฟังประโยคแรกที่ลี่ซาอวิ๋นพ่นออกมา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าไอ้หมอนี่มันไม่รู้เรื่องหอกอะไรเลย

สวีจิ่งหยวนไม่ตอบอะไรกลับไปอีก

ความเงียบงันคือคำตัดสินประหารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด

กำแพงวายุทั้งสี่ด้านเริ่มบีบอัดเข้าหากันตรงกลางอย่างช้าๆ

ความเร็วในการบีบตัวของกำแพงลมไม่ได้เร็วมากนัก แต่ทุกๆ นิ้วที่มันขยับเข้ามา เสียงหวีดหวิวของคมมีดสายลมในกำแพงก็ยิ่งแหลมปรี๊ดขึ้น มันกรีดอากาศจนเกิดเสียงเสียดสีที่ชวนให้เสียวฟัน

คนทั้งสี่ที่ถูกขังอยู่ข้างในเบิกตาโพลงมองดูพื้นที่เอาชีวิตรอดที่ถูกบีบอัดให้แคบลงเรื่อยๆ เงามัจจุราชแผ่ซ่านลงมาปกคลุมร่างจนสัมผัสได้

"ไม่นะ! รองหัวหน้ากิลด์สวี! ไว้ชีวิตด้วย!"

"ผมยอมบอกแล้ว! ผมยอมบอกทุกอย่างเลย!"

"พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเองนะ!"

กำแพงป้องกันทางจิตใจของลี่ซาอวิ๋นพังทลายลงอย่างย่อยยับ เขาเอามือตบกำแพงวายุตามสัญชาตญาณ ทว่ากำแพงที่สร้างจากพลังงานนั้นแข็งแกร่งจนไม่อาจทำลายได้ คมมีดสายลมอันเกรี้ยวกราดสับมือของเขาจนเละตุ้มเป๊ะในเสี้ยววินาที

เสียงร้องขอชีวิต เสียงก่นด่า และเสียงร้องไห้คร่ำครวญปะปนกันมั่วไปหมด แต่ไม่นานมันก็ถูกกลืนหายไปกับเสียงลมกรรโชกที่บาดหูยิ่งขึ้น

ในที่สุดกำแพงวายุทั้งสี่ด้านก็ประกบเข้าหากัน

แผละ!

เสียงทึบๆ คล้ายแตงโมถูกบีบจนเละดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเงียบสงบ

กำแพงวายุสลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงกองเลือดและเศษเนื้อเละเทะสี่กองที่แยกไม่ออกว่าชิ้นไหนเป็นของใคร

ภาพอันแสนจะสยดสยองนี้ถูกบันทึกไว้ในสายตาของหลินผิงทั้งหมด

เขาค่อยๆ ลดมือลงและยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล

ในเมื่อสวีจิ่งหยวนมาถึงที่นี่แล้ว การปล่อยให้รองหัวหน้ากิลด์อย่างเขาเป็นคนจัดการสะสางปัญหาภายในของกิลด์หลงหยวนเองน่าจะเหมาะสมที่สุด

เพียงแค่หลินผิงขยับความคิด อักขระสีดำบนตัวก็ร่นถอยกลับไปราวกับน้ำลด มันรวมตัวกันกลับกลายเป็นไพ่หมื่นปีศาจสีดำสนิทลอยนิ่งอยู่กลางฝ่ามือของเขา

สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือลวดลายท่อนแขนสีขาวซีดที่ด้านหลังไพ่ ตอนนี้มันกลับมีสีเลือดแดงจางๆ ย้อมติดอยู่ด้วย

ไพ่หมื่นปีศาจจะค่อยๆ ย่อยสลายและดูดซับพลังงานที่กลืนกินมาเมื่อเวลาผ่านไป และจะกลับมา "หิวโหย" อีกครั้ง

ถ้ามัน "กินอิ่ม" แล้ว ไพ่หมื่นปีศาจก็จะเข้าสู่สภาวะหลับไหลและไม่สามารถใช้งานได้ จนกว่ามันจะกลับมา "หิว" อีกรอบ

แน่นอนว่าถ้ามันหิวจนตาลาย มันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับตอนอยู่ในดันเจี้ยนคุกมังกรกระดูก นั่นคือวิญญาณไพ่จะทนไม่ไหวและพุ่งทะลักออกมา "หาอาหาร" ด้วยตัวเอง

อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่การโจมตีทางจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่องหยุดลง ในที่สุดเฉินจี๋ก็ได้สติสัมปชัญญะกลับคืนมาบ้างเล็กน้อย

ในดวงตามังกรสีเลือดของเขามีแต่ความแค้นและความบ้าคลั่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง เขาทำท่าจะพุ่งตัวเข้าใส่หลินผิงอีกครั้งตามสัญชาตญาณ....

ทว่าวินาทีต่อมา คมมีดสายลมสีเขียวสองเส้นที่บางเฉียบราวกับปีกจักจั่นก็ตวัดวูบผ่านไปอย่างรวดเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทัน

ร่างของเฉินจี๋ที่เพิ่งจะออกแรงพุ่งตัวชะงักกึก ก่อนจะล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างแรง

ขาทั้งสองข้างของเขาถูกตัดขาดกระจุยตั้งแต่ช่วงหัวเข่าลงไป.....

เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาเป็นสาย

เฉินจี๋มองดูท่อนล่างที่ว่างเปล่าของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา...

ยังไม่ทันที่เขาจะได้แหกปากร้องด้วยความเจ็บปวด คมมีดสายลมนับสิบเส้นก็โผล่พรวดขึ้นมากลางอากาศเหนือหัว มันพุ่งเสียบทะลุแขนขาและลำตัวของเขาอย่างรวดเร็วประหนึ่งตะปูเหล็ก ตรึงร่างของเขาให้ติดหนึบอยู่กับพื้นดิน!

ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาสุดจะบรรยาย

เฉินจี๋รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อเงยหน้าขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ ของสวีจิ่งหยวน

หลินผิงเดินเข้าไปยืนข้างๆ สวีจิ่งหยวน ก่อนจะสรุปข้อสันนิษฐานทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ให้ฟังอย่างสั้นกระชับและได้ใจความ

สวีจิ่งหยวนรับฟังจนจบ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างของเฉินจี๋ที่เละเทะไม่ต่างอะไรกับเศษเนื้อบนพื้น

"เฉินจี๋ ที่หลินผิงพูดมามันจริงใช่ไหม"

เขาไม่ได้ถามว่าทำไมเฉินจี๋ถึงต้องทรยศ และไม่ได้ถามด้วยว่าทำไมถึงไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากกิลด์เรื่องน้องสาว

สวีจิ่งหยวนคือรองหัวหน้ากิลด์หลงหยวน และตามกฎเหล็กของเขา คนทรยศมีแต่ต้องตายสถานเดียวเท่านั้น

ไม่มีเหตุผลใดๆ ให้ต้องรับฟัง และไม่จำเป็นต้องมีข้ออ้างใดๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงปกครองคนหมู่มากไม่ได้

เกล็ดมังกรสีแดงเพลิงบนร่างของเฉินจี๋ค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว สภาวะจำแลงมังกรถูกคลายออกแล้ว เลือดสดยังคงไหลซึมออกจากมุมปากไม่หยุด.....

เขารวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกนิด

ทว่าคราวนี้คนที่เขามองไม่ใช่สวีจิ่งหยวน แต่เป็นหลินผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างหาก

"หลินผิง.... พี่จี๋.... ขอร้องอะไรแกอย่างนึง.... ได้ไหม..."

น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและอิดโรย ในดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความห้าวหาญและดุดันดั่งเหล็กกล้า ตอนนี้ไม่มีความสิ้นหวังหรือความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงการอ้อนวอนอย่างแท้จริงเท่านั้น

การอ้อนวอน... ในฐานะของพี่ชายคนหนึ่ง

หลินผิงจ้องมองเขา

"ผมตกลง"

หลินผิงไม่ได้รอให้เฉินจี๋พูดจบประโยค แต่ชิงให้คำตอบออกไปก่อนเลย

มาถึงขั้นนี้แล้ว นอกจากเรื่องของเฉินเมิ่งเอ๋อร์น้องสาวที่ถูกกิลด์ซิงฮั่วจับเป็นตัวประกัน เฉินจี๋ก็คงไม่มีเรื่องอื่นใดให้ต้องขอร้องอีก

พอได้รับคำตอบ ร่างกายที่เกร็งแน่นของเฉินจี๋ก็คลายลงทันที บนใบหน้าถึงกับมีรอยยิ้มบางๆ แห่งความโล่งใจปรากฏขึ้นมาด้วยซ้ำ

"ขอบใจนะ..."

พูดจบเขาก็หันหน้ากลับไปหาสวีจิ่งหยวน

"รองหัวหน้ากิลด์สวี..."

"ผมขอโทษครับ"

วินาทีต่อมา...

คมมีดสายลมสีเขียวก็ตวัดเฉือนคอหอยของเขาไปอย่างไร้สรรพเสียง

ชีวิตของเฉินจี๋จบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์

ถึงแม้ว่าสวีจิ่งหยวนจะตีหน้าขรึมมาตั้งแต่ต้น แต่หลินผิงก็ยังสังเกตเห็นจังหวะการหายใจที่หนักหน่วงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยของเขาได้ ซึ่งมันบ่งบอกถึงความปั่นป่วนในใจของรองหัวหน้ากิลด์คนนี้ได้เป็นอย่างดี

ก็แหงล่ะ เฉินจี๋เป็นคนเก่าคนแก่ของกิลด์หลงหยวน เป็นถึงหัวหน้าหน่วยแกนนำที่ร่วมหัวจมท้ายบุกเบิกต่อสู้มาด้วยกันตั้งแต่เริ่มแรก

"หลินผิง"

สวีจิ่งหยวนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา

"เรื่องของอวิ๋นตั่ว ฉันจะให้คำอธิบายกับนายเอง"

"รองหัวหน้ากิลด์สวี ผมไม่มีเวลามานั่งรอคำอธิบายของคุณหรอก ผมจะไปช่วยคนแล้ว"

หลินผิงตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมาและแข็งกร้าว แฝงความไม่พอใจเอาไว้อย่างชัดเจน

สวีจิ่งหยวนย่อมรู้ดีว่าหลินผิงไม่พอใจเรื่องอะไร หลินผิงรับปากว่าจะคว้าแชมป์ศึกร้อยหน้าใหม่ให้กิลด์หลงหยวนและเขาก็ทำได้สำเร็จ

แต่สิ่งที่กิลด์รับปากไว้กับหลินผิงกลับลงเอยด้วยสภาพแบบนี้

"พิกัดนั่นมันเป็นของปลอม เดี๋ยวฉันจะกลับเข้าเมืองไปเค้นเอาคำตอบจากพวกกิลด์ 'ซิงฮั่ว' เอง"

"ไม่ต้องหรอก"

หลินผิงยกมือขึ้น มอเตอร์ไซค์ลอยตัวที่ดูล้ำยุคโฉบเฉี่ยวก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า สายตาของเขามองทะลุผ่านความอ้างว้างของทุ่งหญ้ามุ่งตรงไปยังทิศทางของเมืองเสวียนชิง

"ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน"

จบบทที่ บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋

คัดลอกลิงก์แล้ว