- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋
บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋
บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋
บทที่ 220 - คำขอร้องของเฉินจี๋
ลี่ซาอวิ๋นได้ยินน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหยอกล้อของสวีจิ่งหยวน หัวใจของเขาก็กระตุกวูบและจมดิ่งลง!
นี่... มันจะเป็นไปได้ยังไง!
ก็แค่เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมกิลด์ 'หลงหยวน' คนหนึ่งเท่านั้น! จะไปทำให้บุคคลระดับสวีจิ่งหยวนต้องลงมือด้วยตัวเองได้ยังไง!?
ลี่ซาอวิ๋นมีข้อสันนิษฐานนับไม่ถ้วนแล่นผ่านเข้ามาในหัว เขาหันขวับไปตะคอกใส่เฉินจี๋ที่ยังคงดิ้นทุรนทุรายจากการโจมตีทางจิตวิญญาณอยู่ไม่ไกลด้วยเสียงแหบพร่า
"เฉินจี๋! มึงกล้าหลอกกูเหรอวะ!? น้องสาวมึงโดนกูจัดหนักจนตายคาเตียงแน่!"
จากด้านนอกกำแพงวายุ น้ำเสียงของสวีจิ่งหยวนก็ดังลอยมาอีกครั้ง ราวกับไม่ได้ยินคำขู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย
"หรือว่าพวกแกจะลองคิดดูก่อนว่า... มีอะไรอยากจะสารภาพกับฉันไหม"
คำถามเรียบๆ นั้นลอยเข้าหูคนกิลด์ซิงฮั่วทั้งสี่คน ทำเอาพวกเขาสะดุ้งเฮือกไปทั้งตัว
ผู้เล่นอีกสามคนที่เหลือหน้าถอดสีและลุกลี้ลุกลนจนทำอะไรไม่ถูก
"หัว... หัวหน้าลี่... นี่มัน... รีบติดต่อหาหัวหน้ากิลด์เร็วเข้าสิครับ!"
"ใช่ครับ! เร็วเข้า!"
ในฐานะสมาชิกระดับแกนนำของกิลด์ซิงฮั่ว พวกเขาเดินกร่างไปทั่วเมืองเสวียนชิงราวกับปูเดินขวาง ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะต้องมาสัมผัสกับความหวาดกลัวเหมือนหมูรอโดนเชือดในกรงขังแบบนี้
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสวีจิ่งหยวน สถานะที่พวกเขากำลังภาคภูมิใจนักหนากลับกลายเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน
"รองหัวหน้ากิลด์สวี... ก็แค่เพื่อเด็กใหม่คนเดียว! ไม่เห็นต้องทำกันถึงขั้นแตกหักขนาดนี้เลยนี่ครับ!"
ลี่ซาอวิ๋นพยายามข่มความกลัวในใจและตะโกนใส่กำแพงสีเขียวที่มีคมมีดสายลมพัดเฉือนอยู่ตลอดเวลา
"มันเป็นคนฆ่าคนของเมืองจื่อเฉินตายนะ!"
เขาตะโกนไปพลางพยายามอย่างบ้าคลั่งที่จะเปิดหน้าระบบรายชื่อเพื่อน เพื่อส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเฉินซุ่ยผู้เป็นหัวหน้ากิลด์ซิงฮั่ว
ทว่าเขากลับต้องพบกับความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเห็นว่าหน้าต่างระบบเพื่อนของเขาทั้งแผงกลายเป็นสีเทาหม่นและไม่สามารถใช้งานได้เลย...
นี่คือผลจากการที่สวีจิ่งหยวนใช้ไอเทมระดับตำนานที่หายากสุดๆ ซึ่งสามารถจำกัดการสื่อสารเป็นวงกว้างได้!
"แกคิดจะฆ่าคนของกิลด์ 'หลงหยวน' ของฉัน แต่ตอนนี้เสือกมาเรียกร้องหาเหตุผลกับฉันเนี่ยนะ"
น้ำเสียงหยอกล้อของสวีจิ่งหยวนมลายหายไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความหนาวเหน็บทะลุถึงกระดูก
"อวิ๋นตั่วอยู่ที่ไหนกันแน่"
พอได้ยินคำถามนี้ ลี่ซาอวิ๋นก็เหมือนเห็นแสงสว่างแห่งความหวังที่จะรอดชีวิตสว่างวาบขึ้นมาในหัว!
"รองหัวหน้ากิลด์สวี! ผมลี่ซาอวิ๋นขอเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ถ้าคุณยอมปล่อยพวกเราไป ผมจะส่งตัวอวิ๋นตั่วกลับไปที่กิลด์ 'หลงหยวน' แบบไร้รอยขีดข่วนแน่นอน!"
"เรื่องวันนี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ! ผมจะให้หัวหน้ากิลด์ไปอธิบายเรื่องนี้กับทาง 'หลงหยวน' ให้รู้เรื่องแน่นอน!"
เขาไม่รู้หรอกว่าอวิ๋นตั่วถูกขังไว้ที่ไหน คำสั่งที่เขาได้รับมาคือการพาคนมาดักซุ่มที่นี่เพื่อร่วมมือกับเฉินจี๋ฆ่าหลินผิงทิ้งซะ แต่เขามั่นใจว่าสวีจิ่งหยวนเองก็คงไม่รู้ตำแหน่งของอวิ๋นตั่วเหมือนกัน!
เขายังงัดเอาชื่อหัวหน้ากิลด์เฉินซุ่ยออกมาอ้างเพื่อหวังจะกดดันสวีจิ่งหยวนด้วยซ้ำ
แต่น่าเสียดายที่เขาประเมินสวีจิ่งหยวนต่ำเกินไป
ในฐานะรองหัวหน้ากิลด์หลงหยวนและชายผู้มากด้วยเล่ห์เหลี่ยมชั้นครู แค่ฟังประโยคแรกที่ลี่ซาอวิ๋นพ่นออกมา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าไอ้หมอนี่มันไม่รู้เรื่องหอกอะไรเลย
สวีจิ่งหยวนไม่ตอบอะไรกลับไปอีก
ความเงียบงันคือคำตัดสินประหารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
กำแพงวายุทั้งสี่ด้านเริ่มบีบอัดเข้าหากันตรงกลางอย่างช้าๆ
ความเร็วในการบีบตัวของกำแพงลมไม่ได้เร็วมากนัก แต่ทุกๆ นิ้วที่มันขยับเข้ามา เสียงหวีดหวิวของคมมีดสายลมในกำแพงก็ยิ่งแหลมปรี๊ดขึ้น มันกรีดอากาศจนเกิดเสียงเสียดสีที่ชวนให้เสียวฟัน
คนทั้งสี่ที่ถูกขังอยู่ข้างในเบิกตาโพลงมองดูพื้นที่เอาชีวิตรอดที่ถูกบีบอัดให้แคบลงเรื่อยๆ เงามัจจุราชแผ่ซ่านลงมาปกคลุมร่างจนสัมผัสได้
"ไม่นะ! รองหัวหน้ากิลด์สวี! ไว้ชีวิตด้วย!"
"ผมยอมบอกแล้ว! ผมยอมบอกทุกอย่างเลย!"
"พวกเราแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเองนะ!"
กำแพงป้องกันทางจิตใจของลี่ซาอวิ๋นพังทลายลงอย่างย่อยยับ เขาเอามือตบกำแพงวายุตามสัญชาตญาณ ทว่ากำแพงที่สร้างจากพลังงานนั้นแข็งแกร่งจนไม่อาจทำลายได้ คมมีดสายลมอันเกรี้ยวกราดสับมือของเขาจนเละตุ้มเป๊ะในเสี้ยววินาที
เสียงร้องขอชีวิต เสียงก่นด่า และเสียงร้องไห้คร่ำครวญปะปนกันมั่วไปหมด แต่ไม่นานมันก็ถูกกลืนหายไปกับเสียงลมกรรโชกที่บาดหูยิ่งขึ้น
ในที่สุดกำแพงวายุทั้งสี่ด้านก็ประกบเข้าหากัน
แผละ!
เสียงทึบๆ คล้ายแตงโมถูกบีบจนเละดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความเงียบสงบ
กำแพงวายุสลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงกองเลือดและเศษเนื้อเละเทะสี่กองที่แยกไม่ออกว่าชิ้นไหนเป็นของใคร
ภาพอันแสนจะสยดสยองนี้ถูกบันทึกไว้ในสายตาของหลินผิงทั้งหมด
เขาค่อยๆ ลดมือลงและยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล
ในเมื่อสวีจิ่งหยวนมาถึงที่นี่แล้ว การปล่อยให้รองหัวหน้ากิลด์อย่างเขาเป็นคนจัดการสะสางปัญหาภายในของกิลด์หลงหยวนเองน่าจะเหมาะสมที่สุด
เพียงแค่หลินผิงขยับความคิด อักขระสีดำบนตัวก็ร่นถอยกลับไปราวกับน้ำลด มันรวมตัวกันกลับกลายเป็นไพ่หมื่นปีศาจสีดำสนิทลอยนิ่งอยู่กลางฝ่ามือของเขา
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือลวดลายท่อนแขนสีขาวซีดที่ด้านหลังไพ่ ตอนนี้มันกลับมีสีเลือดแดงจางๆ ย้อมติดอยู่ด้วย
ไพ่หมื่นปีศาจจะค่อยๆ ย่อยสลายและดูดซับพลังงานที่กลืนกินมาเมื่อเวลาผ่านไป และจะกลับมา "หิวโหย" อีกครั้ง
ถ้ามัน "กินอิ่ม" แล้ว ไพ่หมื่นปีศาจก็จะเข้าสู่สภาวะหลับไหลและไม่สามารถใช้งานได้ จนกว่ามันจะกลับมา "หิว" อีกรอบ
แน่นอนว่าถ้ามันหิวจนตาลาย มันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับตอนอยู่ในดันเจี้ยนคุกมังกรกระดูก นั่นคือวิญญาณไพ่จะทนไม่ไหวและพุ่งทะลักออกมา "หาอาหาร" ด้วยตัวเอง
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่การโจมตีทางจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่องหยุดลง ในที่สุดเฉินจี๋ก็ได้สติสัมปชัญญะกลับคืนมาบ้างเล็กน้อย
ในดวงตามังกรสีเลือดของเขามีแต่ความแค้นและความบ้าคลั่งที่อยู่เหนือทุกสิ่ง เขาทำท่าจะพุ่งตัวเข้าใส่หลินผิงอีกครั้งตามสัญชาตญาณ....
ทว่าวินาทีต่อมา คมมีดสายลมสีเขียวสองเส้นที่บางเฉียบราวกับปีกจักจั่นก็ตวัดวูบผ่านไปอย่างรวดเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทัน
ร่างของเฉินจี๋ที่เพิ่งจะออกแรงพุ่งตัวชะงักกึก ก่อนจะล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างแรง
ขาทั้งสองข้างของเขาถูกตัดขาดกระจุยตั้งแต่ช่วงหัวเข่าลงไป.....
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาเป็นสาย
เฉินจี๋มองดูท่อนล่างที่ว่างเปล่าของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา...
ยังไม่ทันที่เขาจะได้แหกปากร้องด้วยความเจ็บปวด คมมีดสายลมนับสิบเส้นก็โผล่พรวดขึ้นมากลางอากาศเหนือหัว มันพุ่งเสียบทะลุแขนขาและลำตัวของเขาอย่างรวดเร็วประหนึ่งตะปูเหล็ก ตรึงร่างของเขาให้ติดหนึบอยู่กับพื้นดิน!
ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาสุดจะบรรยาย
เฉินจี๋รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อเงยหน้าขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ ของสวีจิ่งหยวน
หลินผิงเดินเข้าไปยืนข้างๆ สวีจิ่งหยวน ก่อนจะสรุปข้อสันนิษฐานทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ให้ฟังอย่างสั้นกระชับและได้ใจความ
สวีจิ่งหยวนรับฟังจนจบ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างของเฉินจี๋ที่เละเทะไม่ต่างอะไรกับเศษเนื้อบนพื้น
"เฉินจี๋ ที่หลินผิงพูดมามันจริงใช่ไหม"
เขาไม่ได้ถามว่าทำไมเฉินจี๋ถึงต้องทรยศ และไม่ได้ถามด้วยว่าทำไมถึงไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากกิลด์เรื่องน้องสาว
สวีจิ่งหยวนคือรองหัวหน้ากิลด์หลงหยวน และตามกฎเหล็กของเขา คนทรยศมีแต่ต้องตายสถานเดียวเท่านั้น
ไม่มีเหตุผลใดๆ ให้ต้องรับฟัง และไม่จำเป็นต้องมีข้ออ้างใดๆ ด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงปกครองคนหมู่มากไม่ได้
เกล็ดมังกรสีแดงเพลิงบนร่างของเฉินจี๋ค่อยๆ จางหายไปอย่างรวดเร็ว สภาวะจำแลงมังกรถูกคลายออกแล้ว เลือดสดยังคงไหลซึมออกจากมุมปากไม่หยุด.....
เขารวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกนิด
ทว่าคราวนี้คนที่เขามองไม่ใช่สวีจิ่งหยวน แต่เป็นหลินผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างหาก
"หลินผิง.... พี่จี๋.... ขอร้องอะไรแกอย่างนึง.... ได้ไหม..."
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและอิดโรย ในดวงตาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความห้าวหาญและดุดันดั่งเหล็กกล้า ตอนนี้ไม่มีความสิ้นหวังหรือความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงการอ้อนวอนอย่างแท้จริงเท่านั้น
การอ้อนวอน... ในฐานะของพี่ชายคนหนึ่ง
หลินผิงจ้องมองเขา
"ผมตกลง"
หลินผิงไม่ได้รอให้เฉินจี๋พูดจบประโยค แต่ชิงให้คำตอบออกไปก่อนเลย
มาถึงขั้นนี้แล้ว นอกจากเรื่องของเฉินเมิ่งเอ๋อร์น้องสาวที่ถูกกิลด์ซิงฮั่วจับเป็นตัวประกัน เฉินจี๋ก็คงไม่มีเรื่องอื่นใดให้ต้องขอร้องอีก
พอได้รับคำตอบ ร่างกายที่เกร็งแน่นของเฉินจี๋ก็คลายลงทันที บนใบหน้าถึงกับมีรอยยิ้มบางๆ แห่งความโล่งใจปรากฏขึ้นมาด้วยซ้ำ
"ขอบใจนะ..."
พูดจบเขาก็หันหน้ากลับไปหาสวีจิ่งหยวน
"รองหัวหน้ากิลด์สวี..."
"ผมขอโทษครับ"
วินาทีต่อมา...
คมมีดสายลมสีเขียวก็ตวัดเฉือนคอหอยของเขาไปอย่างไร้สรรพเสียง
ชีวิตของเฉินจี๋จบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์
ถึงแม้ว่าสวีจิ่งหยวนจะตีหน้าขรึมมาตั้งแต่ต้น แต่หลินผิงก็ยังสังเกตเห็นจังหวะการหายใจที่หนักหน่วงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยของเขาได้ ซึ่งมันบ่งบอกถึงความปั่นป่วนในใจของรองหัวหน้ากิลด์คนนี้ได้เป็นอย่างดี
ก็แหงล่ะ เฉินจี๋เป็นคนเก่าคนแก่ของกิลด์หลงหยวน เป็นถึงหัวหน้าหน่วยแกนนำที่ร่วมหัวจมท้ายบุกเบิกต่อสู้มาด้วยกันตั้งแต่เริ่มแรก
"หลินผิง"
สวีจิ่งหยวนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
"เรื่องของอวิ๋นตั่ว ฉันจะให้คำอธิบายกับนายเอง"
"รองหัวหน้ากิลด์สวี ผมไม่มีเวลามานั่งรอคำอธิบายของคุณหรอก ผมจะไปช่วยคนแล้ว"
หลินผิงตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมาและแข็งกร้าว แฝงความไม่พอใจเอาไว้อย่างชัดเจน
สวีจิ่งหยวนย่อมรู้ดีว่าหลินผิงไม่พอใจเรื่องอะไร หลินผิงรับปากว่าจะคว้าแชมป์ศึกร้อยหน้าใหม่ให้กิลด์หลงหยวนและเขาก็ทำได้สำเร็จ
แต่สิ่งที่กิลด์รับปากไว้กับหลินผิงกลับลงเอยด้วยสภาพแบบนี้
"พิกัดนั่นมันเป็นของปลอม เดี๋ยวฉันจะกลับเข้าเมืองไปเค้นเอาคำตอบจากพวกกิลด์ 'ซิงฮั่ว' เอง"
"ไม่ต้องหรอก"
หลินผิงยกมือขึ้น มอเตอร์ไซค์ลอยตัวที่ดูล้ำยุคโฉบเฉี่ยวก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า สายตาของเขามองทะลุผ่านความอ้างว้างของทุ่งหญ้ามุ่งตรงไปยังทิศทางของเมืองเสวียนชิง
"ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน"