- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 27 - อาวุธประจำตัวชิ้นใหม่
บทที่ 27 - อาวุธประจำตัวชิ้นใหม่
บทที่ 27 - อาวุธประจำตัวชิ้นใหม่
บทที่ 27 - อาวุธประจำตัวชิ้นใหม่
"ผ...ผ่านแล้วเหรอ"
กวนซินมองข้อความแจ้งเตือนมากมายที่เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างสถานะของตัวเองด้วยความมึนงง
ถึงแม้จางหยวนจะลุยบททดสอบระดับตำนานนี้ด้วยตัวคนเดียว แต่ในเมื่อพวกเขาอยู่ในสถานะปาร์ตี้ กวนซินก็ย่อมได้รับค่าประสบการณ์พื้นฐานเป็นรางวัล รวมถึงสกิลระดับเทพอย่างสัญชาตญาณป้องกันด้วย
ในขณะเดียวกัน เพราะเธอเป็นหัวหน้าปาร์ตี้ อุปกรณ์และวัตถุดิบที่ดรอปจากบอสจึงถูกเก็บเข้ามิติเก็บของของเธอ
กวนซินตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะหยิบของที่ได้ออกมาดู
[หน้ากากราชันหลัวซ่า (ระดับอีปิค) : อัญเชิญราชันหลัวซ่าออกมาร่วมต่อสู้ หากราชันหลัวซ่าตาย จะฟื้นฟูตัวเองอยู่ภายในหน้ากาก]
[หัวใจราชันหลัวซ่า : วัตถุดิบระดับอีปิค]
"อุปกรณ์ระดับอีปิคหนึ่งชิ้น วัตถุดิบระดับอีปิคหนึ่งชิ้น!"
กวนซินร้องอุทานออกมาเมื่อเห็นของที่ดรอปจากราชันหลัวซ่า
อุปกรณ์ระดับอีปิคนั้นล้ำค่าสุดๆ คงไม่ต้องอธิบายให้มากความ ส่วนวัตถุดิบระดับอีปิคคือวัตถุดิบจำเป็นสำหรับช่างตีเหล็กระดับเทพในการสร้างอุปกรณ์ระดับตำนาน เป็นของที่มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้!
ระหว่างที่กวนซินกำลังตรวจสอบอุปกรณ์และวัตถุดิบ จางหยวนเองก็กำลังดูพรสวรรค์และสกิลใหม่ที่เพิ่งได้รับมา
[สัญชาตญาณป้องกัน (สกิลติดตัว) : การป้องกันครั้งแรกจะเป็นการป้องกันสมบูรณ์แบบเสมอ]
[ข้าคือตำนาน : หากในดันเจี้ยนมีบททดสอบระดับตำนานซ่อนอยู่ เมื่อเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จ จะการันตีดรอปไอเทมสำหรับเปิดบททดสอบ]
สกิลติดตัวระดับเทพที่แค่ใช้ให้เป็นก็เท่ากับป้องกันการโจมตีกายภาพได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แถมยังสวนกลับศัตรูได้อย่างรุนแรงหนึ่งครั้ง
ส่วนพรสวรรค์ระดับท็อปก็หมายความว่าต่อไปนี้เขาจะไม่พลาดบททดสอบระดับตำนานในดันเจี้ยนไหนอีกแล้ว
"เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มหาศาลเลยแฮะ"
จางหยวนยิ้มกว้างจนหุบไม่ลงเมื่อเห็นสกิลและพรสวรรค์ใหม่ของตัวเอง
จังหวะนั้นกวนซินก็เดินเข้ามาส่งหน้ากากกับหัวใจราชันหลัวซ่าให้เขา "จางหยวน นายเก็บไว้เถอะ การต่อสู้ครั้งนี้นายผ่านมันมาได้ด้วยตัวคนเดียวล้วนๆ ของระดับอีปิคสองชิ้นนี้ควรตกเป็นของนายทั้งหมด"
จางหยวนเหลือบมองหน้ากากและหัวใจราชันหลัวซ่า ก่อนจะหยิบมาแค่หน้ากาก "ฉันบอกแล้วไงว่าตกลงแบ่งกันคนละครึ่งก็ต้องคนละครึ่ง ไม่ใช่แบ่งตามผลงาน"
กวนซินตกใจ "นายรู้ไหมว่าของระดับอีปิคมันมีมูลค่าเท่าไหร่ ลำพังแค่หัวใจราชันหลัวซ่านี่ก็ปาไปหลายสิบล้านแล้วนะ"
จางหยวนส่ายหน้าอย่างหนักแน่น "ต่อให้มูลค่าเป็นร้อยล้านก็ควรตกเป็นของเธอ มันคือหลักการ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงิน...อีกอย่าง ถ้าไม่มีกุญแจลับ ข้อมูลเรื่องการป้องกันสมบูรณ์แบบ แล้วก็โพชันฮีลสามขวดของเธอ ฉันก็ไม่มีทางเอาชนะราชันหลัวซ่าได้หรอก"
"นายนี่มัน...ฉันประเมินนายต่ำไปจริงๆ ด้วย!"
สายตาที่กวนซินใช้มองจางหยวนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ตอนที่จางหยวนยืนกรานจะแบ่งอุปกรณ์ระดับทองคนละครึ่ง เธอยังคิดว่าแค่ราคาของมันยังไม่มากพอที่จะสั่นคลอนหลักการของเขาได้
แต่พอเห็นเขาดึงดันจะแบ่งของระดับอีปิคคนละครึ่งให้ได้ กวนซินก็ต้องทำความรู้จักผู้ชายคนนี้ใหม่อีกครั้ง
ต้องเข้าใจก่อนว่าของระดับอีปิคชิ้นเดียวก็มากพอจะทำให้เพื่อนรักหรือคู่รักหักหลังกันเองมานักต่อนักแล้ว
เมื่อคิดได้แบบนั้น กวนซินก็ส่ายหน้ายิ้มๆ เธอเก็บหัวใจราชันหลัวซ่ากลับเข้ามิติเก็บของของตัวเอง "ในเมื่อนายว่าอย่างนั้น ฉันก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ"
"ต้องยอมรับเลยว่าถึงนายจะดูทื่อๆ ไปหน่อย แต่ก็เป็นคนที่พึ่งพาได้มากเลยล่ะ"
"ขอบใจที่ชม"
จางหยวนเก็บหน้ากากราชันหลัวซ่า ก่อนจะเดินไปที่หีบสมบัติกลางลานประลอง
ของเมื่อกี้คือรางวัลจากการล้มบอส ส่วนหีบนี้คือรางวัลจากการเคลียร์ดันเจี้ยนแม่น้ำหลัวซ่า
อุปกรณ์และวัตถุดิบจากบอสจะดรอปเข้ากระเป๋าหัวหน้าปาร์ตี้เพื่อให้หัวหน้าไปแบ่งสรรปันส่วน แต่รางวัลจากหีบสมบัติเคลียร์ดันเจี้ยนครั้งแรกนั้นจะเป็นของรางวัลส่วนบุคคล
กวนซินเคยเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ไปแล้ว หีบสมบัตินี้จึงมีแค่ของจางหยวนคนเดียว
เขาเปิดหีบสมบัติออก
[ได้รับศิลาเทพ 1]
[ได้รับคัมภีร์สกิลระดับต้น 5]
เมื่อจางหยวนรับรางวัลเสร็จ หีบสมบัติกลางลานประลองก็หายวับไป ประตูวาร์ปออกดันเจี้ยนปรากฏขึ้น ทั้งสองจึงวาร์ปออกไป
เมื่อออกมานอกดันเจี้ยน กวนซินก็สูดอากาศสดชื่นเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะโอนเงินสามล้านหยวนเข้าบัญชีศูนย์ซื้อขายของจางหยวนพลางส่งยิ้มให้ "เป็นการร่วมงานที่สนุกมากเลยนะ แอดเพื่อนกันไว้ดีไหม เผื่อวันหลังจะได้ร่วมงานกันอีก"
"ค่อยว่ากันวันหลังเถอะ"
จางหยวนไม่ได้ตอบรับคำเชิญของกวนซิน เขากดออกจากปาร์ตี้แล้วเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
"นี่! รับเงินปุ๊บก็เดินหนีปั๊บ นายปฏิบัติตัวกับผู้หญิงแบบนี้เนี่ยนะ"
กวนซินฉุนกึกเมื่อเห็นจางหยวนเดินหนีไปโดยไม่บอกลา เธอเกือบจะวิ่งตามไปเอาเรื่องอยู่แล้วเชียว แต่สุดท้ายก็หยุดฝีเท้าลง ได้แต่มองส่งแผ่นหลังของเขาไปจนลับตา
"เด็กอย่างนายยังไงก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงตูแน่ๆ หึหึ...นายหนีเงื้อมมือพี่สาวคนนี้ไม่พ้นหรอก!"
กวนซินหัวเราะเบาๆ ควงกริชในมือเล่นพลางผิวปากอารมณ์ดีแล้วเดินแยกไปอีกทาง
หลังจากแยกย้ายกับกวนซิน จางหยวนก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที
เหตุผลหนึ่งคือตอนนี้เขาเลเวล 18 แล้ว และนี่เพิ่งจะเป็นวันที่สามหลังจากเปลี่ยนอาชีพ ต่อให้หลังจากนี้เขาจะอู้บ้างขยันบ้าง ยังไงภายในหนึ่งเดือนเขาก็ต้องเลเวลอัปเป็น 19 ได้สบายๆ การฟาร์มเลเวลจึงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้
อีกเหตุผลคือเขาตะลอนอยู่ข้างนอกมาหลายวันแล้ว ถึงแม้การอัปเลเวลอย่างรวดเร็วจะทำให้เขาไม่รู้สึกเหนื่อยล้า แต่การต่อสู้ติดๆ กันหลายวันก็ทำให้เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะแถมยังส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวแล้วด้วย
คุณยายกับน้าสาวไม่อยู่บ้าน จางหยวนจึงจัดการอาบน้ำชำระร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้สะอาดสดชื่น จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาในห้องรับแขกแล้วหยิบเข็มทิศแห่งโชคชะตาพร้อมกับคัมภีร์สกิลสิบห้าม้วนออกมา
"ไม่คิดเลยว่าจะได้ศิลาเทพมาเร็วขนาดนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปล่ะก็ ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยฉันน่าจะได้อาวุธประจำตัวขั้นอัปเกรดสูงสุดแน่ๆ"
จางหยวนพึมพำกับตัวเอง แต่เขาไม่ได้รีบร้อนสุ่มการ์ด เลือกใช้คัมภีร์สกิลระดับต้นก่อน
เขาประเคนคัมภีร์สกิลสิบห้าม้วนรวดเดียวจบ
[ได้รับสกิลซ้ำ เพิ่มระดับความเชี่ยวชาญสกิล]
[ต้านทานพิษ (เลเวล 10) : ได้รับสถานะต้านทานพิษ 100%]
"นี่มัน...เจ๋งเป้ง" จางหยวนเห็นคัมภีร์สกิลสิบห้าม้วนของตัวเองหายวับไปกับตา แลกมากับการอัปเกรดสกิลต้านทานพิษจนเต็มหลอด มุมปากของเขาถึงกับกระตุกยิก นึกไม่ออกเลยว่าตัวเองไปกลัวพิษมาจากไหนนักหนา
"ช่างเถอะ...การสุ่มได้แต่สกิลเดิมซ้ำๆ ก็ถือเป็นความโชคดีในอีกแง่มุมหนึ่งเหมือนกัน"
จางหยวนหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะหยิบเข็มทิศแห่งโชคชะตาขึ้นมาอีกครั้งแล้ววางศิลาเทพเม็ดใหม่ลงไป
ถึงแม้เขาจะสุ่มการ์ดมาหลายครั้งแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้เข็มทิศแห่งโชคชะตาของตัวเอง จึงอดรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ไม่ได้
"กระบี่ชื่อเซียวอัปเกรดขั้นสี่นี่ถือว่าเป็นอาวุธระดับเทพแล้วมั้ง"
จางหยวนพึมพำพลางใส่ศิลาเทพลงในเข็มทิศ
เข็มทิศเริ่มหมุน ค่ายกลบนหน้าปัดเปล่งแสงสว่างวาบ การ์ดนับไม่ถ้วนหมุนวนอยู่ภายในนั้น ก่อนจะปรากฏการ์ดสีแดงใบหนึ่งลอยออกมา
"ออกมาเลย! ชื่อเซียวของฉัน!"
จางหยวนตะโกนออกมาราวกับเด็กเบียว วินาทีต่อมากระบี่สีฟ้าครามเล่มหนึ่งก็ลอยออกมาจากการ์ด
ละอองน้ำปริมาณมหาศาลพวยพุ่งอยู่รอบด้าน จางหยวนคล้ายกับได้ยินเสียงคลื่นซัดสาด
[กระบี่เทพจ้านหลู (อาวุธประจำตัวขั้น 1) : พลังโจมตี +1000 ความเสียหาย +100% สกิลปกป้องเจ้านายอัตโนมัติ ผู้ใช้จะได้รับสถานะต้านทานการโจมตีธาตุน้ำ 100% ไม่มีข้อจำกัดเลเวลในการสวมใส่]
[หมายเหตุ : หนึ่งในสิบสุดยอดศาสตราวุธ ปกป้องเจ้านายกวาดล้างมารร้าย ชำระล้างใต้หล้า]
"เอ๋?"
จางหยวนเห็นอาวุธประจำตัวชิ้นใหม่แล้วถึงกับช็อกตาตั้ง
ที่แท้...อาวุธประจำตัวก็มีมากกว่าหนึ่งชิ้นได้งั้นเหรอ
[จบแล้ว]