- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 7 - ความเร็วในการอัปเลเวลระดับวิปริต
บทที่ 7 - ความเร็วในการอัปเลเวลระดับวิปริต
บทที่ 7 - ความเร็วในการอัปเลเวลระดับวิปริต
บทที่ 7 - ความเร็วในการอัปเลเวลระดับวิปริต
หลังจากกระต่ายคลุ้มคลั่งรอบนอกป่าถูกสังหารจนเหี้ยนเตียน จางหยวนก็เริ่มบุกทะลวงลึกเข้าไปในป่า เลเวลของมอนสเตอร์ที่พบเจอก็เริ่มสูงขึ้นทีละน้อย
[สังหารหมูป่าขนดำสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +4]
[สังหารไฮยีนาตาแดงสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +6]
[สังหารราชากระต่ายคลุ้มคลั่งสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10]
จางหยวนก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มอนสเตอร์ทุกตัวตามรายทางล้วนถูกสับเละเทะในดาบเดียวแบบไม่ต้องลุ้น แถมยังตายเรียบเป็นหน้ากลอง ความเร็วในการเกิดใหม่ของมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนยังสู้ความเร็วในการฆ่าของจางหยวนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ลำแสงสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกจากร่างของจางหยวน
เลเวลอัปอีกแล้ว
พละกำลังเพิ่มขึ้น 10 หน่วย ความคล่องตัวกับความทนทานเพิ่มขึ้น 5 หน่วย พลังจิตเพิ่มขึ้น 30 หน่วย อัตราคริติคอลเพิ่มขึ้น 1% และความเสียหายคริติคอลเพิ่มขึ้น 10%
[ความชำนาญของสกิลเพิ่มขึ้น]
[ค่ายกลกระบี่ (เลเวล 2): กางค่ายกลกระบี่ จะเผาผลาญพลังจิตอย่างต่อเนื่อง ภายในรัศมี 20 เมตร ความเสียหายคริติคอลจะเพิ่มขึ้น 110%]
[วิชาบังคับกระบี่ (เลเวล 2): ควบคุมกระบี่บิน โจมตีกลางอากาศ อานุภาพขึ้นอยู่กับคุณภาพของกระบี่ พลังจิตของผู้ใช้ และเลเวลของสกิล]
"หืม เลเวลสกิลก็อัปได้ด้วยแฮะ"
พอจางหยวนพบว่าสกิล "ค่ายกลกระบี่" กับ "วิชาบังคับกระบี่" ของตัวเองเลเวลอัป เขาก็ล็อกเป้าหมายไปที่ราชากระต่ายคลุ้มคลั่งเลเวล 5 ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลทันที
กระบี่บินพุ่งทะลวงร่างของราชากระต่ายคลุ้มคลั่งในชั่วพริบตา!
-1579!
[สังหารราชากระต่ายคลุ้มคลั่งสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +10]
[สังหารกระต่ายคลุ้มคลั่งสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +1]
[สังหารหมูป่าขนดำสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ +4]
หน้าต่างแจ้งเตือนการสังหารเด้งรัวขึ้นมาเป็นชุด จางหยวนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามอนสเตอร์พวกนั้นมันตายอยู่ตรงซอกหลืบไหน!
"ตอนนี้กระบี่บินเล่มเดียวทำดาเมจได้ 1579 งั้นถ้าใช้กระบี่สิบเล่มพร้อมกันก็ทำดาเมจได้ตั้ง 15790 นี่แปลว่าฉันมีพลังพอจะวันช็อตบอสเลเวล 10 ได้สบายๆ เลยไม่ใช่หรือไง"
พอเห็นตัวเลขดาเมจของตัวเอง จางหยวนก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วกระตุก
ตอนนี้เขาเพิ่งจะเลเวล 3 อาวุธก็เป็นแค่ของกากๆ เลเวลสกิลก็ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ดาเมจของเขากลับพุ่งทะยานไปเทียบเท่ากับนักเวทอัคคีเลเวล 40 เข้าไปแล้ว
ต่อให้ไม่มีบัฟคูณสิบจากพรสวรรค์เซียนกระบี่ ความแข็งแกร่งของอาชีพนี้มันก็เข้าขั้นโคตรจะหลุดโลกอยู่ดี
"ไม่สมดุลเลย! อาชีพนี้แม่งโคตรจะไม่สมดุล! โชคดีนะที่เป็นอาชีพเอกลักษณ์ มีแค่ฉันคนเดียวบนโลกที่ต้องแบกรับความอยุติธรรมนี้ไว้!"
จางหยวนอดไม่ได้ที่จะบ่นเรียกร้องความเป็นธรรมแทนผู้เล่นอาชีพอื่น เขากลั้นน้ำตาแล้วยิงกระบี่สังหารราชากระต่ายคลุ้มคลั่งที่บังเอิญโผล่เข้ามาในระยะสายตา ทำเอาหลอดค่าประสบการณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกระลอก!
หากคำนวณจากความเร็วในการอัปเลเวลตอนนี้ จางหยวนน่าจะแตะเลเวล 12 และเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ทะลุปรุโปร่งได้ภายในเวลาไม่เกินหนึ่งวัน
จุดสำคัญที่สุดคือผลจากโบนัสกลุ่มดาวขั้น 2 และขั้น 3 ทำให้จางหยวนใช้สกิลบังคับกระบี่ได้โดยไม่ต้องสูญเสียพลังจิต แถมเมื่ออยู่ภายในค่ายกลกระบี่ค่าพละกำลังของเขาก็จะฟื้นฟูขึ้นมาเรื่อยๆ เขาจึงสามารถปักหลักฟาร์มมอนสเตอร์ได้ยาวๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินออกไปหาเสบียงหรือเติมพลังข้างนอกเลยแม้แต่น้อย
คนอื่นต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะตะเกียกตะกายไปถึงเลเวล 12 แถมยังต้องพึ่งพาปาร์ตี้ที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งและทีมเวิร์กยอดเยี่ยมถึงจะทำสำเร็จ แต่จางหยวนตัวคนเดียวกลับใช้เวลาแค่กะพริบตาก็ทะลวงดันเจี้ยนได้แล้ว ช่องว่างความห่างชั้นมันชวนให้สิ้นหวังจริงๆ
ถึงแม้เกณฑ์ขั้นต่ำในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงตูจะกำหนดไว้ที่เลเวล 19 แต่สำหรับผู้ใช้อาชีพที่ปั่นเลเวลไปถึง 12 ได้ก็ถือว่ามีคุณสมบัติพอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับแนวหน้าได้แล้ว ถ้าได้เลเวล 13 หรือ 14 ก็สามารถเลือกเรียนมหาวิทยาลัยชั้นดีระดับ 211 ได้สบายๆ และถ้าแตะเลเวล 15 ก็มีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยระดับ 985 ได้อย่างภาคภูมิ
พูดง่ายๆ ก็คือเลเวลที่จางหยวนอัปได้ภายในวันเดียว มันคือสิ่งที่นักเรียนหลายคนใช้เวลาทั้งเดือนก็ยังทำไม่สำเร็จ!
ระหว่างที่จางหยวนกำลังเปิดมหกรรมสังหารหมู่ล้างผลาญอยู่ภายในดันเจี้ยน นักเรียนหลายคนก็เริ่มทยอยถอนตัวออกจากดันเจี้ยนลับเพื่อมารับการรักษาและเติมเสบียง
ถึงแม้ดันเจี้ยนลับแห่งนี้จะดรอปค่าประสบการณ์ให้เยอะ แต่มอนสเตอร์ในนี้ก็มีพลังโจมตีและพลังป้องกันสูงลิบลิ่ว นักเรียนทุกคนเพิ่งจะเลเวล 1 ตอนก้าวเข้าไป การที่ปาร์ตี้หนึ่งสามารถรวมพลังกันรุมทึ้งกระต่ายคลุ้มคลั่งได้หลายสิบตัวภายในเวลาสองชั่วโมงก็ถือว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว
ตอนนี้บรรดาครูใหญ่ได้ตั้งโต๊ะเล็กๆ ไว้ด้านนอกดันเจี้ยน พวกเขานั่งล้อมวงจิบชาแทะเมล็ดแตงโมพลางวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของนักเรียนที่เพิ่งเดินออกมา
"ไม่เลวเลย แค่สองชั่วโมงซุนลี่จากโรงเรียนของฉันก็อัปเป็นเลเวล 2 แล้ว วันนี้น่าจะปั่นไปถึงเลเวล 4 ได้ มีแววลุ้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับ 985 อยู่เหมือนกัน"
"หวังปินจากโรงเรียนฉันก็ใช่ย่อยนะ ขาดค่าประสบการณ์อีกแค่ 10% ก็จะอัปเป็นเลเวล 2 แล้ว สอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับ 211 ดีๆ ได้สบายหายห่วง"
"ว่าแต่เฒ่าฉิน นี่ก็ปาเข้าไปเกือบสองชั่วโมงแล้วนะ เด็กที่ฉายเดี่ยวลงดันเจี้ยนคนนั้นน่าจะใกล้ถึงเวลาออกมาเติมเสบียงแล้วล่ะมั้ง"
"อืม... น่าจะใกล้แล้วล่ะ"
หนิงฉินพยักหน้ารับ เขากวาดสายตามองไปทางปากทางเข้าดันเจี้ยนด้วยความกังวลใจ สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คือจางหยวนที่บุกเข้าไปลุยเดี่ยวนั่นแหละ เพราะทุกปีมักจะมีข่าวสลดเรื่องนักเรียนพลาดท่าตายในดันเจี้ยนอยู่เสมอ เขาได้แต่ภาวนาว่าจางหยวนจะไม่มาทิ้งชีวิตไว้ในดันเจี้ยนแห่งนี้
โดยปกติแล้วปาร์ตี้ของนักเรียนจะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงก่อนจะถอยออกมาเติมเสบียง ซึ่งเลเวลตอนที่เดินออกมานี่แหละคือตัวบ่งชี้ความเร็วในการปั่นเลเวลของนักเรียนแต่ละคน
ด้วยอัตราการดรอปค่าประสบการณ์ของดันเจี้ยนลับแห่งนี้ ถ้าจางหยวนสามารถอัปเป็นเลเวล 3 ได้ในตอนที่ออกมาเติมเสบียงครั้งแรก เขาก็ยังมีหวังสอบติดมหาวิทยาลัยจิงตูได้
แต่ทว่าจนกระทั่งนักเรียนทุกคนถอยออกมาเติมเสบียงกันจนครบหมดแล้ว จางหยวนก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะโผล่หัวออกมา
หลี่เสวี่ยเอ้อร์ที่เพิ่งจะอัปเป็นเลเวล 2 เดินเช็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าเข้ามาหาหนิงฉิน "ครูใหญ่คะ ตาทึ่มออกมาหรือยังคะ"
"รออีกหน่อยเถอะ" หนิงฉินส่ายหน้า "เขายังไม่ออกมาเลย"
"ยังไม่ออกมาอีกเหรอคะ" สีหน้าของหลี่เสวี่ยเอ้อร์เปลี่ยนไปเล็กน้อย "จะเป็นไปได้ยังไงกัน นี่มันผ่านไปตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้วนะ พลังจิตของเขาไม่แห้งหลอดไปแล้วเหรอ"
ถึงแม้การลงดันเจี้ยนจะอนุญาตให้พกยาฟื้นฟูพลังจิตเข้าไปได้ แต่มันก็จำกัดจำนวนครั้งในการใช้งาน ถ้าพลังจิตหมดก๊อกเมื่อไหร่ก็จะร่ายสกิลไม่ได้อีก ต้องถอยออกมาเติมเสบียงลูกเดียว
หนิงฉินพยายามมองโลกในแง่ดี "บางทีสกิลของจางหยวนอาจจะใช้พลังจิตน้อยมากก็ได้ รออีกสักพักเถอะ ทางรัฐบาลยังไม่มีสัญญาณเตือนว่ามีนักเรียนเสียชีวิต"
พอได้ยินคำยืนยันจากหนิงฉิน หลี่เสวี่ยเอ้อร์ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง
"อยู่ในความสงบ!"
จู่ๆ กองกำลังทหารติดอาวุธครบมือของรัฐบาลก็ยกพลเข้ามาปิดล้อมพื้นที่และกันไม่ให้ใครเข้าใกล้ทางเข้าดันเจี้ยน บรรดานักเรียนที่กำลังพักเติมเสบียงอยู่ด้านนอกต่างพากันซุบซิบด้วยความแตกตื่นเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อบรรดาครูใหญ่เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันทีแล้วพากันลุกพรวดขึ้นยืน
"ซวยแล้วไง!"
เซี่ยเฉาหยางผู้เป็นหัวหน้าหน่วยทหารเดินตรงเข้ามาทำความเคารพครูใหญ่ทุกคน "ขออภัยด้วยครับ ทางกองทัพตรวจพบว่าค่าพลังงานของดันเจี้ยนแห่งนี้มีความผันผวนผิดปกติ พวกเราจำเป็นต้องปิดดันเจี้ยนเพื่อตรวจสอบความเสี่ยง กิจกรรมเก็บเลเวลของทุกโรงเรียนคงต้องระงับไว้ชั่วคราวก่อน วันนี้ขอให้ทุกท่านพานักเรียนเดินทางกลับไปก่อนเถอะครับ"
หนิงฉินรีบแย้ง "ผู้กองเซี่ยครับ ผมยังมีนักเรียนตกค้างอยู่ในดันเจี้ยนอีกคนหนึ่ง ช่วยรอให้เขาออกมาก่อนไม่ได้เหรอครับ"
"ยังมีนักเรียนตกค้างอยู่อีกเหรอครับ"
เซี่ยเฉาหยางขมวดคิ้วฉับ เขาก้มลงมองดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะตอบกลับ "ความผันผวนของพลังงานในครั้งนี้อาจเกิดจากการแทรกซึมของขุมนรก ถ้าไม่รีบจัดการแก้ไข ดันเจี้ยนแห่งนี้อาจจะแปดเปื้อนพลังจากขุมนรกและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างประเมินค่าไม่ได้ ผมให้เวลาคุณได้มากสุดแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นครับ"
หนิงฉินพยักหน้ารับ "พอแล้วครับ นักเรียนของผมเข้าไปตั้งสองชั่วโมงกว่าแล้ว ยังไงซะภายในครึ่งชั่วโมงเขาก็ต้องออกมาแน่นอน"
หลี่เสวี่ยเอ้อร์สัมผัสได้ถึงลางร้าย เธออดไม่ได้ที่จะกำมือแน่นแล้วมองไปยังดันเจี้ยนที่ถูกกองทัพปิดกั้นด้วยสายตาเป็นห่วง "ตาทึ่ม นายต้องรีบออกมานะ!"
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง จางหยวนที่กำลังเป็นที่ห่วงใยของทุกคนก็บุกตะลุยเข้าไปถึงช่วงกลางของป่าเรียบร้อยแล้ว แถมเลเวลของเขาก็พุ่งไปแตะที่เลเวล 4 เป็นที่เรียบร้อย
จางหยวนเปิดดูหน้าต่างสเตตัสของตัวเอง
[ชื่อ: จางหยวน]
[อาชีพ: ปรมาจารย์ค่ายกลกระบี่ (เอกลักษณ์)]
[เลเวล: 4 (3.00%)]
[พละกำลัง: 140]
[ความคล่องตัว: 120]
[พลังจิต: 220]
[ความทนทาน: 120]
[ค่าสถานะพิเศษของอาชีพ: อัตราคริติคอล (13%) ความเสียหายคริติคอล (130%)]
[พรสวรรค์: โชคดีสัมบูรณ์ (เลเวล 1), ข้าคือเซียนกระบี่ (เลเวล 1)]
[อุปกรณ์สวมใส่: กล่องกระบี่เหล็ก (10/10), ตราเกียรติยศความชอบพิเศษแห่งจักรวรรดิ]
[สกิล: ค่ายกลกระบี่ (เลเวล 2), วิชาบังคับกระบี่ (เลเวล 2)]
[กลุ่มดาว: ขั้น 6]
"ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าปั่นมาถึงเลเวล 4 ความเร็วระดับนี้ถือว่าไม่เลวเลยแฮะ"
จางหยวนพึงพอใจกับความเร็วในการอัปเลเวลของตัวเองมาก ตอนแรกเขาคิดว่ายิ่งเลเวลสูงขึ้น ความเร็วในการอัปเลเวลก็จะยิ่งอืดอาดเป็นหอยทากตะคริวกินเสียอีก
แต่ในความเป็นจริง การที่เขาพึ่งพาดาเมจกระจายจากกลุ่มดาวบวกกับพลังโจมตีเจาะเกราะจากกลุ่มดาวขั้น 6 มันทำให้ค่ายกลกระบี่ของเขากลายเป็นโรงฆ่าสัตว์ขนาดย่อมไปซะแล้ว
ขอแค่มีมอนสเตอร์โผล่หัวเข้ามาในรัศมีสองร้อยเมตร พวกมันก็ต้องตายห่าทันทีที่เกิดใหม่
สิ่งเดียวที่ทำให้จางหยวนรู้สึกขัดใจก็คือเขาไม่สามารถตั้งค่าให้กระบี่บินพุ่งเป้าค้นหาศัตรูแบบอัตโนมัติได้ เขาเลยหมดสิทธิ์นอนตีพุงเป็นคุณชายชิลๆ
"มอนสเตอร์แถวนี้เกิดช้าเกินไปล่ะมั้ง ดูท่าฉันคงต้องบุกเข้าไปให้ลึกกว่านี้อีก"
จางหยวนขยับกล่องกระบี่บนหลังแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่มีความคิดที่จะถอยออกจากดันเจี้ยนเลยแม้แต่น้อย
และในขณะเดียวกัน ที่ส่วนลึกที่สุดของดันเจี้ยนลับแห่งนี้ ไซคลอปส์ซึ่งเป็นบอสประจำดันเจี้ยนเลเวล 12 กำลังนอนกรนเสียงดังลั่นอยู่บนเตียงหิน
ทว่าจู่ๆ บริเวณพื้นดินข้างเตียงหินของมันก็มีฟองอากาศสีม่วงเดือดปุดๆ ผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ
[จบแล้ว]