เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - ภาพลักษณ์นางเอกพังทลายลงแล้ว

บทที่ 8 - ภาพลักษณ์นางเอกพังทลายลงแล้ว

บทที่ 8 - ภาพลักษณ์นางเอกพังทลายลงแล้ว


บทที่ 8 - ภาพลักษณ์นางเอกพังทลายลงแล้ว

แปดโมงครึ่งในตอนเช้า หน้าหอประชุมนิทรรศการนานาชาติเริ่มมีแถวรอคิวยาวเหยียดเป็นทาง

เจียงเย่ยกมือขึ้นบังแสงแดดที่แยงตา มองดูฝูงชนหลากสีสันตรงหน้า พลางเริ่มสงสัยในการตัดสินใจของตัวเองเป็นครั้งแรก

"นี่มันอะไรกันเนี่ย..."

เขาก้มลงเช็กที่อยู่ในโทรศัพท์ แล้วเงยหน้าขึ้นไปยืนยันป้ายแบนเนอร์ด้านบนอาคารที่เขียนว่า 'งานนิทรรศการอนิเมะและเกมระดับนานาชาติ'

เด็กสาวสวมชุดโลลิต้าเดินผ่านเขาไป สุ่มกระโปรงไปโดนสายกระเป๋าเป้ของเขาเข้าพอดี

"ขอโทษด้วยนะจ๊ะพี่ชาย~" เด็กสาวขยิบตาให้เขา โบว์ติดผมบนหัวสะท้อนแสงแดดวิบวับ

เจียงเย่พยักหน้าอย่างเก้อๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนจากโลกอื่นที่หลงเข้ามา

ภายในหอประชุม แอร์ที่เย็นฉ่ำพัดเข้าหาตัว ตามมาด้วยเสียงเพลงประกอบการเต้นจากอนิเมะที่ดังสนั่นและเสียงรัวชัตเตอร์ที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ

เขาควักโทรศัพท์ออกมาดูตามสัญชาตญาณ แต่ไม่มีข้อความจากเฉินตูหลิงเลย

"พี่ชายมาคนเดียวเหรอจ๊ะ?"

เด็กสาวสามคนสวมชุดกะลาสีขวางทางเขาไว้ เด็กสาวผมทวินเทลตรงกลางโบกโทรศัพท์ไปมา "มาขอรูปคู่ กันหน่อยไหมจ๊ะ?"

"ขอ... รูปคู่?" เจียงเย่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ที่นี่คืองานอนิเมะไม่ใช่เหรอครับ?"

พวกเด็กสาวพากันหัวเราะร่า ทวินเทลยกโทรศัพท์ขึ้นมาทันที "ก็คือการถ่ายรูปคู่ไงล่ะ! นายคอสเป็นตัวละครตัวไหนเหรอ? คนทั่วไปที่หล่อขนาดนี้น่ะหายากนะเนี่ย!"

เจียงเย่ยังไม่ทันได้ตอบ เสียงเย็นเหยียบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากข้างหลัง:

"เขาเป็นคนของฉัน"

พริบตาที่หันกลับไป ลมหายใจของเจียงเย่ก็สะดุดกึก

ผมสั้นสีน้ำเงินเป็นประกายมุกภายใต้แสงไฟ ชุดสูทสีแดงไวน์ขับเนียนช่วงเอวให้ดูเพรียวบาง

เฉินตูหลิงที่คอสเพลย์เป็น ชิเอล แฟนทอมไฮฟ์ กำลังยืนกอดอกมองเขา ถุงเท้ายาวสีดำที่รัดขาเรียวสวยกำลังเคาะพื้นอย่างไม่สบอารมณ์

"มองพอหรือยัง?" เฉินตูหลิงกดเสียงต่ำ แต่ปลายหูแดงก่ำจนแทบจะหยดเลือด "บอกแล้วไงว่านี่คือเรื่องงาน..."

เจียงเย่หลุดหัวเราะออกมาทันที พลางทำท่าจะแตะวิกผมของเธอแต่ก็ชะงักมือไว้ "เสี่ยวเฉิน คุณนี่มัน..."

"หุบปาก!" เฉินตูหลิงโยนถุงกระดาษยัดใส่อ้อมกอดเขา "ไปเปลี่ยนซะ ผู้กำกับซูบอกว่าต้องเก็บข้อมูลแบบเข้าถึงอารมณ์"

?????

เจียงเย่ถึงกับอึ้ง!

เขาก็ต้องทำด้วยเหรอ?

คอสเพลย์เนี่ยนะ?

ในถุงกระดาษคือชุดพ่อบ้านสีดำ

ตอนที่เจียงเย่สะบัดเสื้อผ้าออกมาดูในห้องเปลี่ยนชุด เขาพบกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งแปะอยู่ด้านใน:

"ไซส์ของเซบาสเตียนมันใหญ่ไปหน่อย ทนใส่ไปก่อนนะ —— D D"

ยี่สิบนาทีต่อมา เมื่อเจียงเย่จัดเนคไทเรียบร้อยแล้วเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด จู่ๆ ทางเดินในโซนทิศตะวันตกก็ตกอยู่ในความเงียบที่น่าขนลุก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรี๊ดที่ดังระเบมไปทั่ว

"กรี๊ดดดด นั่นมันเซบาสจังนี่นา!"

"เอวนั่นมันของจริงเหรอเนี่ย?!"

"พี่ชายมองมาทางนี้หน่อย!"

เจียงเย่โดนแสงแฟลชรัวใส่จนต้องหยีตา

ชุดสูทสีดำทรงเข้ารูปขับเนียนช่วงไหล่ที่กว้างและเอวที่สอบให้ดูชัดเจน คอนแทคเลนส์สีแดงยิ่งทำให้แววตาดูเยือกเย็นและลุ่มลึก

เขาเผลอยกมือขึ้นจัดวิกบนหัว ท่าทางนั้นยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดให้ดังขึ้นไปอีก

"อยู่นิ่งๆ" เฉินตูหลิงมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอเขย่งเท้าขึ้นเพื่อช่วยเขาจัดเนคไท

วิกสีน้ำเงินปัดผ่านคางของเขา มาพร้อมกับกลิ่นหอมหวานของแชมพูรสพุดซ้อน "คอเสื้อพับเข้าไปข้างในน่ะ"

เจียงเย่ก้มหน้ามอง เห็นขนตาหนางอนของเด็กสาวสั่นระริก ใกล้จนเห็นขนอ่อนบนใบหน้าเธอได้ชัดเจน

วินาทีที่ปลายนิ้วเธอสัมผัสโดนลูกกระเดือกของเขา ทั้งคู่ต่างก็ชะงักงันไปพร้อมกัน

"เสร็จแล้ว" เฉินตูหลิงรีบถอยหลังมาครึ่งก้าว น้ำเสียงสูงกว่าปกติไปหนึ่งคีย์ "ไป... ไปเดินดูรอบๆ เถอะ"

แต่ทว่า พวกเขากลับถูกฝูงชนรุมล้อมทันที!

"ท่านพ่อบ้านมองมาทางนี้หน่อยครับ!"

"นายน้อยชิเอลขอทำมือรูปหัวใจหน่อยได้ไหมคะ?"

เฉินตูหลิงโพสต์ท่าทางประจำตัวของตัวละครอย่างคล่องแคล่ว มือข้างหนึ่งที่สวมถุงมือสีขาววางทาบไว้ที่อก อีกข้างปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ

เจียงเย่เลียนแบบท่าทางเธอ ยืนตัวตรงแน่วเหมือนหุ่นไล่กา

"ผ่อนคลายหน่อยสิ" เฉินตูหลิงกระซิบบอกพลางทำหน้ายียวน "อาจารย์เจียงสอนการแสดงเก่งไม่ใช่เหรอ? ชอบสอนคนเรื่องตำแหน่งการยืนไม่ใช่เหรอ?"

"นี่มันเหมือนกันที่ไหนเล่า?" เจียงเย่พยายามรักษาความยิ้มแห้งๆ ไว้ พลางเค้นเสียงรอดไรฟัน "ถ้ารู้แต่แรกว่าเป็น 'ภารกิจงาน' แบบนี้ ผมคง..."

"คงทำไม?" เฉินตูหลิงหันขวับมามองเขาอย่างดุดัน "นายมาที่นี่แล้วเสียใจเหรอ?"

ช่างภาพที่สวมหมวกแพนด้าตะโกนบอก "ทั้งสองคนช่วยขยับเข้าไปใกล้กันหน่อยได้ไหมครับ? พ่อบ้านควรจะโอบเอวนายน้อยไว้นะ?"

เสียงเชียร์โห่ร้องกันดังสนั่นทันที

เจียงเย่ชะงักไป นี่มันมีสวัสดิการแบบนี้ด้วยเหรอ?

แต่เขาก็ยังปั้นหน้าลำบากใจมองไปทางเฉินตูหลิง "เสี่ยวเฉิน คุณดูสิ นี่มัน..."

"...ก็แค่ถ่ายรูปเอง" เฉินตูหลิงเม้มปาก น้ำเสียงเบาหวิวแทบจะไม่ได้ยิน "ทำตัวเป็นมืออาชีพหน่อย"

เขาวางมือลงบนเอวของเธออย่างระมัดระวัง สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของเด็กสาวผ่านเนื้อผ้าของชุด

จู่ๆ เฉินตูหลิงก็หันหน้ามาพูดบทพูดของตัวละคร ท่าทางนั้นทำให้ฝ่ามือของเจียงเย่แนบชิดติดกับส่วนโค้งของเอวเธอพอดี

บางจนน่าตกใจ เหมือนว่าถ้าออกแรงอีกนิดก็จะหักลงได้

"น้องเจียง" จู่ๆ เฉินตูหลิงก็พูดด้วยเสียงที่มีเพียงเขาได้ยิน "มือนายสั่นอยู่นะ"

เจียงเย่: "..."

แสงแฟลชรัวใส่ไม่หยุด

แม้ว่าใบหูของเฉินตูหลิงจะแดงจนแทบหยดเลือด แต่เธอก็ยังทำหน้าจริงจังคอยจัดมุมกล้องให้ช่างภาพถ่ายมุมข้าง แถมยังคอยกำกับเจียงเย่อีกด้วย "ก้มหน้าลงอีกนิด... ไม่ใช่สิ เอียงมาทางฉันหน่อย... โถ่เอ๊ย นายนี่มันโง่ยิ่งกว่าโอวหาวอีก!"

"ตอนถ่ายหนังไม่เห็นคุณจะเป็นมืออาชีพขนาดนี้เลยนะ?" เจียงเย่อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

"หุบปาก มองไปที่เลนส์ตรงสามนาฬิกานั่น!"

หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินเที่ยวในงานอย่างไร้จุดหมาย

เจียงเย่ถือเครปที่เพิ่งซื้อมา พลางมองดูเฉินตูหลิงที่ยืนแช่อยู่หน้าแผงขายของทำมืออย่างไม่ยอมไปไหน

"ชอบก็ซื้อสิครับ" เขาขยับเข้าไปใกล้

เฉินตูหลิงส่ายหัว "ตอนนี้ฉันไม่ได้เล่นคอสเพลย์แล้ว..."

แต่ดวงตายังจ้องเข็มกลัดรูปคนรับใช้สีดำชุดนั้นตาไม่กะพริบ

เจียงเย่ไม่พูดพล่ามทำเพลงรีบสแกนค่ายจ่ายเงินทันที ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของเฉินตูหลิง เขาหยิบเข็มกลัดมาติดที่คอเสื้อตัวเอง "ตอนนี้มันเป็นของผมแล้วนะ เดี๋ยวให้คุณขอยืมดูสักสองสามแวบ"

"เด็กน้อย" เฉินตูหลิงสะบัดหน้าเดินหนีไป แต่มุมปากแอบยกยิ้มขึ้น

ยามเย็นที่ความร้อนยังไม่จางหายไป ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าหอประชุมนิทรรศการ

"นี่" เธอกระตุกปลายรองเท้าเจียงเย่เบาๆ "เห็นว่าวันนี้นายทำตัวดี พี่สาวจะเลี้ยงหมี่สั่วซาฉานายเอง"

เจียงเย่กำลังก้มดูรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ถูกเหยียบจนเลอะ พลางเลิกคิ้ว "เสี่ยวเฉิน ทำไมจู่ๆ ถึงใจกว้างแบบนี้ล่ะครับ?"

"จะกินไม่กิน" เธอหันหลังเดินไปทันที แต่ก็ยังแอบเดินช้าลงเพื่อรอให้เขาตามมาให้ทัน "แถวมหาวิทยาลัยเซียะเหมินมีร้านหมี่สั่วซาฉาอยู่ร้านหนึ่ง... มีแค่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้จัก"

ยี่สิบนาทีต่อมา ทั้งคู่เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ซอยหนึ่ง

กำแพงที่มีรอยกะเทาะมีดอกเฟื่องฟ้าเลื้อยอยู่เต็มไปหมด สุดทางคือร้านเล็กๆ ที่แขวนป้ายไฟว่า 'หมี่สั่วซาฉาอาม่า'

เจียงเย่กำลังจะผลักประตูเข้าไป เฉินตูหลิงรีบดึงแขนเสื้อเขาไว้ "เดี๋ยวก่อน!"

เธอลนลานถอดวิกผมออก เผยให้เห็นผมหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"ตอนนี้โอเคแล้ว" เธอจัดระเบียบคอเสื้อยืดใหม่ แล้วกลับมาเป็นนางเอกผู้เย็นชาคนเดิม

ในร้านพัดลมส่งเสียงดังอื้ดๆ อาม่าสวมเสื้อลายดอกไม้ยกหมี่สั่วที่มีน้ำมันพริกสีแดงลอยล่องมาเสิร์ฟสองชาม

เฉินตูหลิงดวงตาเป็นประกาย เดินไปหยิบโค้กขวดใหญ่ 1.5 ลิตรมาจากตู้แช่อย่างคุ้นเคย แล้ววางกระแทกลงบนโต๊ะดัง "ปึ้ง"

"คอแห้งจะตายอยู่แล้ว!" เธอคว้าขวดโค้กกระดกเข้าปากทันที คอที่เรียวระหงดึงแนวเส้นออกมาอย่างสวยงาม

จนกระทั่งฟองของก๊าซในน้ำดำไหลเยิ้มออกมาจากมุมปากนั่นแหละ เธอถึงได้ชะงักกึก เจียงเย่กำลังถือตะเกียบค้างไว้แล้วมองดูเธอด้วยความอึ้ง

อุ๊ย ตายล่ะ ลืมไปเลยว่าตรงหน้ายังมีเด็กตัวเปี๊ยกอยู่อีกคนหนึ่ง!

"นายจะดื่มไหม?" เฉินตูหลิงพยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุด พลางรินโค้กที่เธอเพิ่งกระดกไปเมื่อกี้ส่งให้เจียงเย่แก้วหนึ่ง

เจียงเย่: "..."

เขามองดูเด็กสาวที่พยายามทำเป็นสุขุมตรงหน้า นางเอกสายปัญญาที่สวรรค์คัดสรรมา?

เด็กเรียนหัวกะทิสายวิทย์?

บุคลิกเย็นชาที่แฝงไปด้วยความห่างเหิน?

ในวินาทีนี้ ภาพลักษณ์ในใจพังทลายลงแล้ว...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 8 - ภาพลักษณ์นางเอกพังทลายลงแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว