- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในเกมสงคราม ขอฟาร์มเลเวลจนกว่าจะไร้เทียมทาน
- บทที่ 37 - ตู้เจิงแตกพ่ายหลบหนี
บทที่ 37 - ตู้เจิงแตกพ่ายหลบหนี
บทที่ 37 - ตู้เจิงแตกพ่ายหลบหนี
บทที่ 37 - ตู้เจิงแตกพ่ายหลบหนี
ค่าพลังต่อสู้ 106 แต้ม พลังโจมตีพื้นฐานด้วยอาวุธก็ทะลุหลักร้อยแล้ว
ในช่วงเวลานี้ต่อให้เป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งดุดันอย่างตู้เจิงซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่เหนือระดับขุนพลชั้นรอง ค่าความเป็นผู้นำของเขาก็คงยังไม่ถึงหลักร้อยหรอกกระมัง
ยิ่งไปกว่านั้นหลี่เจิ้นยังมีโบนัสพลังโจมตีด้วยอาวุธอีกต่างหาก
ตอนนี้อาวุธของหลี่เจิ้นยังคงเป็นหอกเหล็กยาว เพลงหอกพื้นฐานอัปเกรดถึงเลเวล 10 ซึ่งเป็นเลเวลสูงสุดแล้ว โบนัสพลังโจมตีด้วยอาวุธจึงพุ่งสูงถึง 120%!
ทักษะพื้นฐานต่างๆ ล้วนช่วยเพิ่มพลังโจมตีเมื่อใช้อาวุธที่สอดคล้องกัน นอกจากนี้อาวุธที่แตกต่างกันก็จะมีพลังทำลายล้างต่างกันไปด้วย ที่เกมออกแบบมาเช่นนี้ก็เพื่อรักษาสมดุล
ยกตัวอย่างเช่น หอกยาวและดาบใหญ่ โบนัสความเสียหายของอาวุธทั้งสองชนิดนี้ก็ไม่เหมือนกัน
เพลงดาบพื้นฐานต่อให้อัปเกรดจนเต็มเลเวลสูงสุด โบนัสพลังโจมตีด้วยอาวุธก็เพิ่มขึ้นเพียง 110% เท่านั้น!
ทว่าพลังสังหารของดาบใหญ่กลับไม่ได้ลดลงเลย ซ้ำยังเป็นอาวุธชั้นยอดในการบั่นคอศัตรู จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าดาบใหญ่นั้นอ่อนด้อยกว่าหอกยาว
นี่เป็นเพียงแค่การเปรียบเทียบเท่านั้น
ทักษะพื้นฐานสำหรับอาวุธยาวมีโบนัสความเสียหายที่ไม่ห่างกันมากนัก โดยจะแกว่งอยู่ที่ 100% ถึง 130% หอกยาวถือเป็นอาวุธยาวที่ยอดเยี่ยม เพราะถึงอย่างไรหอกก็ได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งศาสตราวุธทั้งมวล!
นอกจากจะมีพลังทำลายล้างที่โดดเด่นแล้ว หอกยาวยังมีความพลิกแพลงคล่องตัวซึ่งอาวุธยาวชนิดอื่นไม่มี
โบนัสพลังโจมตีด้วยอาวุธ 120% ทำให้พลังโจมตีของหลี่เจิ้นทะลุสองร้อยแต้มไปอย่างสบายๆ ยิ่งเมื่อรวมกับโบนัสความเสียหายจากทักษะระดับ S อย่างกวาดล้างพันทัพเข้าไปด้วย พลังทำลายล้างก็ยิ่งน่าประทับใจเป็นอย่างมาก!
ในตอนนี้เพียงแค่หลี่เจิ้นใช้ทักษะกวาดล้างพันทัพเพียงครั้งเดียว เขาก็สามารถปลิดชีพทหารระดับแนวหน้าได้ในพริบตาอย่างแน่นอน!
บนกำแพงเมือง เยาหลีและลั่วปิงเหยียนต่างก็ยืนอึ้งทึ่งจนพูดไม่ออก
พวกนางเห็นกับตาว่าหลี่เจิ้นนำทหารระดับเสริมแกร่งหกพันนายอ้อมสมรภูมิรบไปพุ่งเข้าใส่ปีกซ้ายของกองทัพศัตรูอย่างไม่คิดชีวิต
กองร้อยที่หลี่เจิ้นนำไปนั้นเปรียบเสมือนมีดเล่มคม... หลี่เจิ้นก็คือคมมีดของมีดเล่มนั้น เขากระชับหอกยาวในมือ ปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าเกรงขามและพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างไม่ย่อท้อ!
"พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด" เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู ปรากฏว่าเป็นลั่วชิงเหยียนที่เดินกลับมานั่นเอง
"ท่านพี่ พวกเรากำลังมองหลี่เจิ้นอยู่น่ะ!" ลั่วปิงเหยียนตอบกลับ
เยาหลีกลอกตาบน
กำลังมองหลี่เจิ้นที่ไหนกัน
นางแทบจะคุกเข่ากราบเขาอยู่แล้ว!
ลั่วปิงเหยียนชาติที่แล้วไปทำบุญด้วยอะไรมานะ ถึงได้หลี่เจิ้นมาเป็นพวก!
ชาวบ้านอพยพไร้ระดับคนนี้ ทำไมถึงได้แข็งแกร่งดุดันขนาดนี้
นางแทบจะทรุดเข่าลงไปนั่งดูการต่อสู้ในสนามรบอยู่แล้ว
เยาหลีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางสะกดจิตตัวเองในใจว่า อย่าอิจฉา อย่าริษยา และอย่าแค้นเคือง! เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็คือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ เป็นผู้เล่นของเกมนี้ หลี่เจิ้นก็เป็นแค่ตัวละครที่เก่งกาจตัวหนึ่งในเกมเท่านั้นแหละ!
พอคิดได้แบบนี้เยาหลีก็ใจเย็นลงมาก
ทว่า... นางก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดี!
"ท่านได้พิกัดของพวกเขามาแล้วหรือยัง" เยาหลีเปลี่ยนเรื่องคุย
ทว่าสายตาของนางยังคงจับจ้องไปที่หลี่เจิ้นอย่างไม่วางตา นางเห็นหลี่เจิ้นตวัดหอกยาวกวาดทหารระดับแนวหน้าเบื้องหน้าจนปลิวว่อน ร่างของเขาก็มีแสงเปล่งประกายวาบขึ้นมา... ดูเหมือนเขาจะเลื่อนเลเวลอีกแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้นหลี่เจิ้นยังนำกำลังทะลวงปีกซ้ายจนแตกพ่ายไปแล้ว!
ในตอนนี้หลี่เจิ้นและพรรคพวกกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มพลธนูระดับแนวหน้า... เผชิญหน้าแบบประชิดตัวเสียด้วย
ทว่าทหารระดับแนวหน้าบางคนยังคงง้างธนูเตรียมยิง ส่วนพลธนูระดับแนวหน้าที่อยู่แถวหน้าก็เก็บธนูยาวของตนแล้วชักกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาแทน
อันที่จริงพลธนูเองก็มีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดเช่นกัน
เพียงแต่เพื่อความคล่องตัวในการยิงธนู พวกเขาจึงไม่สามารถสวมเกราะหนักได้ สวมได้เพียงเกราะผ้าบางๆ เท่านั้น
และเมื่อพลธนูถูกประชิดตัว จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดก็จะเผยออกมาทันที
หลี่เจิ้นไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งานทักษะกวาดล้างพันทัพเลยด้วยซ้ำ เขาเก็บสะสมพละกำลังเอาไว้และใช้เพียงการกวาดหอกตามเพลงหอกพื้นฐาน ทุกครั้งที่ตวัดหอกก็สามารถปลิดชีพพลธนูฝ่ายศัตรูได้เป็นจำนวนมาก!
"ปีกซ้ายก็คงจะถูกตีแตกในไม่ช้านี้แหละ" เยาหลีเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้รอคำตอบจากลั่วชิงเหยียน "อันที่จริงข้าคาดเดาผลการรบไว้ก่อนแล้ว เพียงแต่ข้านึกว่าทหารม้าเกราะหนักหนึ่งหมื่นนายนี้จะต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ทั้งหมด ใครจะไปคิดว่าทุกอย่างจะราบรื่นกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก... ต้องยอมรับเลยว่าขุนพลอย่างหลี่เจิ้นนั้นแข็งแกร่งจริงๆ เหยียนเหยียน เจ้าเก็บของล้ำค่ามาได้แล้วนะ!"
"ข้าไม่ได้เก็บมาได้สักหน่อย!" ลั่วปิงเหยียนเถียงกลับพลางแอบหัวเราะคิกคัก
"หลี่เจิ้นเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ" ลั่วชิงเหยียนเองก็รู้สึกประหลาดใจ นางมองดูสนามรบแล้วเอ่ยขึ้น "นั่นมันทหารระดับแนวหน้าเลยนะ แต่เขากลับสามารถปลิดชีพพวกมันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว... ค่าพลังต่อสู้ของเขาไปถึงระดับไหนแล้วเนี่ย"
ลั่วปิงเหยียนที่ยืนอยู่ด้านข้างใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อราวกับแอปเปิลสุก... นางกำลังกลั้นคำพูดอยู่นั่นเอง
ข้าจะไม่บอก ข้าจะไม่พูดเด็ดขาด!
ข้าให้พวกนางรู้ค่าสถานะของหลี่เจิ้นไม่ได้!
ข้าจะไม่ปริปากเด็ดขาด!
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ลั่วชิงเหยียนก็วกกลับเข้าเรื่องสำคัญ "หนานจวิ้นพิกัด 914 905 นี่คือพิกัดเมืองหลักของคุณชายม่อซ่าง เซียงหยางพิกัด 875 924 นี่คือพิกัดเมืองหลักของหลี่อี้เทียน เพื่อความมั่นใจข้าจงใจให้คนที่ขายข้อมูลส่งภาพหน้าจอมายืนยันด้วย อีกอย่างระยะคุ้มครองผู้เล่นใหม่เพิ่งจะสิ้นสุดลง พวกเขาคงไม่คิดว่าเมืองหลักของตนจะถูกลอบโจมตีหรอก ตอนนี้เมืองหลักของพวกเขาก็เลยไม่ได้แขวนป้ายพักรบเอาไว้"
"ยืนยันพิกัดได้ก็ดีแล้ว ปัญหาคือพวกเรามีแค่พิกัด แล้วหลี่เจิ้นจะรู้ทิศทางได้อย่างไร" เยาหลีหันไปถามลั่วปิงเหยียน
"ไม่มีปัญหาหรอก ข้าแบ่งปันแผนที่ของจิงเป่ยให้หลี่เจิ้นไปแล้วล่ะ" ลั่วปิงเหยียนตอบกลับ
เยาหลีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา "ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าคิดว่าสถานการณ์การสู้รบที่อำเภอหนานหยางก็ใกล้จะรู้ผลแล้ว ปีกทั้งสองข้างของตู้เจิงถูกทะลวงจนแตกพ่าย ทัพกลางก็เหลือทหารไม่ถึงหนึ่งพันห้าร้อยนายแล้ว... เหยียนเหยียน เจ้ารีบเรียกหลี่เจิ้นกลับมาแล้วเริ่มแผนการได้เลย!"
ลั่วปิงเหยียนชะโงกหน้าออกไปจากกำแพงเมืองแล้วตะโกนลั่น "หลี่เจิ้น กลับมาได้แล้ว!"
เมื่อเห็นท่าทางของนาง เยาหลีและลั่วชิงเหยียนถึงกับกุมขมับ...
จะตะโกนเรียกกันดื้อๆ แบบนี้เลยหรือ
หลี่เจิ้นจะได้ยินไหมเนี่ย
ในเวลานี้หลี่เจิ้นกำลังฟาดฟันศัตรูอย่างเมามัน!
พลธนูที่สวมเพียงเกราะผ้าบางๆ เหล่านี้กลายเป็นบันไดเลื่อนเลเวลชั้นยอดของหลี่เจิ้น พลธนูระดับแนวหน้าที่แม้จะป้องกันตัวอ่อนแอแต่ก็ให้ค่าประสบการณ์สูงลิ่ว ถูกหลี่เจิ้นไล่สังหารไปกว่าครึ่งกองทัพด้วยตัวคนเดียว!
ค่าประสบการณ์ของหลี่เจิ้นพุ่งกระฉูดอย่างต่อเนื่อง!
ระดับขั้นสี่เลเวลเจ็ด ระดับขั้นสี่เลเวลแปด ระดับขั้นสี่เลเวลเก้า...
ขาดอีกแค่สองหมื่นแต้มเขาก็จะถึงระดับขั้นสี่เลเวลสิบแล้ว!
แต้มกลยุทธ์ก็เก็บเกี่ยวมาได้มหาศาล ทำให้ทักษะกวาดล้างพันทัพพุ่งขึ้นไปถึงเลเวล 9 ขีดจำกัดการโจมตีต่อเนื่องเพิ่มขึ้นเป็น 14 ครั้ง โบนัสพลังโจมตีด้วยอาวุธในแต่ละขั้นการโจมตีเพิ่มขึ้นเป็น 5.75% ขาดอีกแค่เลเวลเดียวทักษะนี้ก็จะอัปเกรดจนเต็มแล้ว
ทว่าในตอนนั้นเอง สถานการณ์ในสนามรบก็พลิกผันอย่างกะทันหัน
จู่ๆ ตู้เจิงก็นำทัพกลางถอยร่นออกไป
ไม่สิ ควรจะเรียกว่าหนีหัวซุกหัวซุนต่างหาก!
นอกกำแพงอำเภอหนานหยาง ศพของทหารที่ตายในสนามรบยังไม่ถูกระบบรีเซ็ตให้หายไป พื้นที่จึงเต็มไปด้วยซากศพเกลื่อนกลาด สถานการณ์การสู้รบถือว่าโหดร้ายทารุณเป็นอย่างมาก!
พันธมิตรหงส์เหินครองหล้าสูญเสียทหารไปไม่ต่ำกว่าสามหมื่นนาย!
ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นทหารระดับเสริมแกร่งทั้งสิ้น
ทว่าตู้เจิงก็ถูกตีจนถอยร่นไปแล้ว!
ทหารระดับแนวหน้าแปดพันนายเหลือรอดอยู่ไม่ถึงหนึ่งพันห้าร้อยนาย
ในขณะที่พันธมิตรหงส์เหินครองหล้าผู้บ้าคลั่งยังคงมีทหารระดับเสริมแกร่งเหลืออยู่อีกตั้งสองหมื่นนาย!
ในยามนี้ตู้เจิงตระหนักดีว่าตนเองไม่อาจสู้รบยืดเยื้อต่อไปได้อีกแล้ว มิเช่นนั้นแม้แต่ตัวเขาเองก็คงต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เป็นแน่!
บนกำแพงเมือง เยาหลีเป่าเขาสัตว์ส่งสัญญาณ จากนั้นบรรดาขุนพลที่ดูเหมือนจะได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าเมืองของตนเองแล้ว ก็เริ่มพากันไล่ล่าและสกัดกั้นศัตรูทันที
ทว่าเยาหลีไม่ได้สั่งให้คนไปปิดทางหนีของตู้เจิงจนหมด
นางจงใจเปิดช่องว่างทางทิศเหนือทิ้งไว้ให้ตู้เจิงใช้เป็นทางรอด!
[จบแล้ว]