เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - วิกฤตการณ์พันธมิตร

บทที่ 31 - วิกฤตการณ์พันธมิตร

บทที่ 31 - วิกฤตการณ์พันธมิตร


บทที่ 31 - วิกฤตการณ์พันธมิตร

แม้จะยึดอำเภอหนานหยางมาได้แต่ความยุ่งยากก็ติดตามมาติดๆ

ตู้เจิงนำกองทหารระดับแนวหน้าถึงแปดพันนายมาด้วยตัวเอง ทว่านี่เป็นเพียงแค่ทัพหน้าเท่านั้น

ประกาศจากระบบดังขึ้น "อำเภอหนานหยางถูกเปลี่ยนมือ ส่งผลให้เมืองตกอยู่ในสภาวะโกลาหลเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้ผู้เล่นหรือพันธมิตรใดๆ ก็สามารถส่งกองทัพเข้ามายึดครองได้ เมื่อครบสิบสองชั่วโมงฝ่ายที่ครอบครองเมืองจะถือเป็นผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในอำเภอหนานหยาง และจะได้รับระยะเวลาพักรบเป็นเวลาหนึ่งวัน! ในขณะเดียวกันผู้เล่นทุกคนในเซิร์ฟเวอร์จะถูกปลดออกจากระยะคุ้มครองผู้เล่นใหม่ทันที"

สภาวะโกลาหล...

นั่นก็เท่ากับว่าอำเภอหนานหยางกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิรบอันดุเดือด

เรื่องนี้ถือเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ของพันธมิตรหงส์เหินครองหล้าให้ย่ำแย่ลงไปอีก!

ลั่วชิงเหยียนยิ้มเจื่อนและพูดกับเยาหลี "ข้ากะไว้แล้วเชียวว่าช่องโหว่ของระบบมันไม่ได้เจาะกันง่ายๆ! ตอนนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว แม้พวกเราจะยึดอำเภอหนานหยางมาได้แต่มันก็เป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น แถมในสภาวะโกลาหลพวกเทคโนโลยีและฟังก์ชันสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายในเมืองก็ใช้งานไม่ได้เลย แม้แต่การเกณฑ์ทหารก็ยังทำไม่ได้ สิ่งเดียวที่เราได้เปรียบก็คือตอนนี้พวกเราอยู่ในฐานะฝ่ายป้องกันอำเภอหนานหยาง การส่งกองกำลังเข้ามาจึงทำได้เร็วกว่าคนอื่นหนึ่งเท่าตัวเท่านั้น"

"หนำซ้ำระยะคุ้มครองผู้เล่นใหม่ก็ถูกยกเลิกไปแล้วด้วย"

เยาหลีถอนหายใจ "ไม่คิดเลยว่าการที่พวกเราแค่นึกสนุกและฉวยโอกาสยึดเมืองตอนที่กำลังพลขาดแคลนในภารกิจเนื้อเรื่องจะสร้างปัญหาตามมามากมายขนาดนี้... พี่ชิงเหยียน เมืองหลักของท่านไม่เป็นไรใช่ไหม"

"ตอนนี้ยังไม่เป็นไร แต่ว่า..." ลั่วชิงเหยียนยิ้มขื่น

"ดูเหมือนพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องย้ายเมืองมาที่นี่แล้วล่ะ!" เยาหลีกัดฟันพูด "พวกเรากลายเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกของเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถเด็ดผลท้อมาครองได้สำเร็จ ผู้เล่นหลายร้อยล้านคนในเกมกลียุคกำลังจับจ้องมาที่พวกเรา ตอนนี้แรงกดดันมันมหาศาลมากจริงๆ! แต่ต่อให้แรงกดดันจะมากแค่ไหนศึกครั้งนี้พวกเราก็ต้องสู้ให้สุดกำลัง!"

"อืม ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะขอร่วมเป็นร่วมตายไปกับอำเภอหนานหยางแห่งนี้!" ลั่วชิงเหยียนพยักหน้าและเริ่มจัดการเตรียมการเรื่องการย้ายเมืองทันที

การย้ายเมืองจำเป็นต้องใช้ป้ายย้ายเมืองพร้อมกับเงินอีก 500 เหรียญทอง

ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว

แค่ป้ายย้ายเมืองเพียงชิ้นเดียวก็ต้องใช้ค่าผลงานถึง 500 แต้มในการแลกเปลี่ยนแล้ว

นอกจากนี้ป้ายย้ายเมืองยังแบ่งออกเป็นระดับสูงและระดับต่ำ ป้ายย้ายเมืองระดับต่ำจะไม่สามารถระบุพิกัดได้ ในขณะที่ป้ายย้ายเมืองระดับสูงสามารถระบุพิกัดเพื่อทำการย้ายเมืองไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ

แน่นอนว่าป้ายย้ายเมืองระดับสูงต้องใช้ค่าผลงานถึง 800 แต้ม

ลั่วชิงเหยียนมีแต้มผลงานเพียงพออย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นประธานพันธมิตร หากเมืองหลักของนางถูกตีแตก สมาชิกทุกคนในพันธมิตรหงส์เหินครองหล้ารวมถึงเมืองต่างๆ ที่ครอบครองอยู่ก็จะถูกยึดครองไปด้วย

หากเป็นเช่นนั้นพันธมิตรหงส์เหินครองหล้าคงต้องพ่ายแพ้ไปโดยไม่ต้องออกรบเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูก 'เด็ดหัวแม่ทัพ' นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องย้ายเมืองมาตั้งไว้ข้างอำเภอหนานหยาง จากนั้นก็เรียกให้สมาชิกทุกคนในพันธมิตรส่งกองกำลังมาช่วยป้องกัน... อีกด้านหนึ่งเยาหลีก็ได้ส่งจดหมายเวียนสั่งการให้สมาชิกทุกคนในพันธมิตรส่งกองกำลังมุ่งหน้ามาที่อำเภอหนานหยางเพื่อเตรียมการสร้างสิ่งกีดขวาง หอสังเกตการณ์ และป้อมค่ายป้องกันต่างๆ

ที่อำเภอหนานหยางบรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด ทางด้านลั่วปิงเหยียนเองก็ไม่ต่างกัน

โจวลี่ได้นำกองกำลังมุ่งหน้าไปยังอำเภอหนานหยางเพื่อเริ่มก่อสร้างค่ายทหารและป้อมค่ายป้องกันแล้ว

ส่วนลั่วปิงเหยียนและหลี่เจิ้นก็เดินทางมาส่งซุนก้วนที่อำเภอหว่าน

วงล้อมที่อำเภอหว่านถูกคลี่คลายลงแล้ว ภารกิจเนื้อเรื่องของซุนก้วนถือว่าเสร็จสมบูรณ์ หลี่เจิ้นได้รับความสำเร็จและได้รับซุนก้วนมาเป็นผู้ติดตาม ทว่าซุนก้วนยังต้องกลับไปสะสางธุระที่อำเภอหว่านเสียก่อน

ในเวลานี้หลี่เจิ้นสามารถดูหน้าต่างข้อมูลของซุนก้วนได้แล้ว

ค่าพลังต่อสู้ของนางยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง คาดว่าน่าจะเป็นเพราะนางต้องเดินทางกลับบ้านก่อนจึงจะมีการอัปเดตข้อมูล

ทันทีที่มาถึงอำเภอหว่านลั่วปิงเหยียนก็ขมวดคิ้วแน่น

"เกิดอะไรขึ้นหรือ" หลี่เจิ้นเอ่ยถาม

ลั่วปิงเหยียนอธิบายว่า "จู่ๆ ที่หนานหยางก็มีผู้เล่นโผล่มาเยอะแยะเลย แถมยังมีพันธมิตรระดับท็อปๆ ของตารางอย่างตำหนักอ๋องจิงและหอคอยเสียดฟ้ามาร่วมวงด้วย พวกตำหนักอ๋องจิงเริ่มตั้งค่ายทางทิศเหนือของหนานหยางแล้ว ดูทรงแล้วคงกะจะบุกเข้ามาแบบค่อยเป็นค่อยไป พี่เยาหลีเลยสั่งให้ข้าลองหาทางไปเจรจากับพวกเขารูปแบบใดรูปแบบหนึ่งดู"

"ตำหนักอ๋องจิงอย่างนั้นหรือ" หลี่เจิ้นชะงักไป

"ใช่แล้วล่ะ พวกเขาคือพันธมิตรอันดับหนึ่งในเขตจิงโจว ว่ากันว่าท่านประธานพันธมิตรในโลกแห่งความเป็นจริงมีทรัพย์สินนับหมื่นล้านเลยนะ แข็งแกร่งมากๆ เลยล่ะ กลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลังหอคอยเสียดฟ้าก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน..." ลั่วปิงเหยียนอธิบายให้หลี่เจิ้นฟัง

หลี่เจิ้นกล่าวว่า "ดูท่าพันธมิตรตำหนักอ๋องจิงก็คงอยากจะได้เมืองระดับอำเภอเหมือนกัน แถมยังมีเงินทุนหนาขนาดนั้น เจ้าจะไปเจรจากับพวกเขาได้อย่างไร จะใช้เงินซื้อตัวประธานพันธมิตรของเขางั้นหรือ"

"นั่นน่ะสิ!" ลั่วปิงเหยียนถอนหายใจ "ตำหนักอ๋องจิงแข็งแกร่งเกินไป เจรจายากแน่ๆ"

"แต่ยังไงก็ต้องลองดูใช่ไหมล่ะ" หลี่เจิ้นเข้าใจในความหนักใจของลั่วปิงเหยียน เขาจึงบอกว่า "เดี๋ยวข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง"

ลั่วปิงเหยียนหันไปถาม "แล้วทางก้วนเหนียงล่ะ"

ซุนก้วนรีบตอบอย่างว่าง่าย "ท่านเจ้าเมืองกับพี่ชายไปจัดการธุระเถอะ ข้าเข้าไปพบท่านพ่อเสร็จแล้วจะรีบตามไปสมทบนะ!"

"งั้น... ตกลงตามนี้!" ลั่วปิงเหยียนพยักหน้ารับ

หลี่เจิ้นกำชับซุนก้วน "ถ้าเจ้าหาพวกเราไม่เจอ ก็ให้มุ่งหน้าไปที่อำเภอหนานหยางก่อนเลยนะ"

"อืม!" ซุนก้วนรับคำก่อนจะเดินเข้าเมืองไป

หลี่เจิ้นและลั่วปิงเหยียนรีบควบม้าเดินทางกลับทันที ระหว่างทางลั่วปิงเหยียนคอยติดตามความเคลื่อนไหวในช่องสนทนาและจดหมายของพันธมิตรอย่างใกล้ชิด นางคอยอัปเดตสถานการณ์ให้หลี่เจิ้นฟังเป็นระยะ "พี่ชิงเหยียนย้ายเมืองไปที่หนานหยางเรียบร้อยแล้ว พี่เยาหลีก็ย้ายไปแล้วเหมือนกัน พี่ๆ น้องๆ อีกหลายคนก็กำลังทยอยย้ายตามกันไป... หลี่เจิ้น พี่ชิงเหยียนบอกว่าศึกครั้งนี้เลี่ยงไม่ได้เด็ดขาด และพวกเราก็แพ้ไม่ได้ด้วย"

"ดูเหมือนการเจรจากับตำหนักอ๋องจิงจะล้มเหลว พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว โชคดีที่พี่เยาหลีสั่งให้ทุกคนสร้างสิ่งกีดขวาง หอสังเกตการณ์ และป้อมค่ายไว้ทางทิศเหนือล่วงหน้าแล้ว พวกเขาเลยยังบุกเข้ามาไม่ได้ง่ายๆ"

"ทางหอคอยเสียดฟ้าดูเหมือนจะคุยได้นะ แต่เงื่อนไขของพวกเขาคือพวกเราต้องยกเมืองระดับอำเภอให้..."

ฟังถึงตรงนี้หลี่เจิ้นก็พูดแทรกขึ้นมาทันที "จะเป็นไปได้อย่างไร หากยกเมืองให้เขาแล้วสงครามครั้งนี้จะมีความหมายอะไรอีกล่ะ!"

"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ" ลั่วปิงเหยียนร้อนรน "หอคอยเสียดฟ้าบอกว่าตำหนักอ๋องจิงก็กำลังติดต่อพวกเขาอยู่เหมือนกัน แถมตอนนี้รอบๆ อำเภอหนานหยางก็เต็มไปด้วยกองทหาร พันธมิตรเล็กๆ หลายกลุ่มปูทางมาจนถึงระยะแปดสิบลี้จากหนานหยางแล้วด้วย"

การปูทางที่ว่านี้ก็คือการยึดครองพื้นที่ป่าที่เชื่อมต่อกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงบริเวณใกล้เคียงเป้าหมายนั่นเอง

เมื่อระบบเติมเงินเปิดใช้งานและระยะคุ้มครองผู้เล่นใหม่สิ้นสุดลง พันธมิตรใหญ่ๆ หลายแห่งก็เริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน พื้นที่ป่าระดับสี่หลายแห่งไม่สามารถต้านทานกองทัพของพันธมิตรเหล่านี้ได้และถูกบดขยี้ไปอย่างง่ายดาย

สภาพของอำเภอหนานหยางในเวลานี้ช่างตรงกับสุภาษิตที่ว่า วุ่นวายราวกับจับปูใส่กระด้ง!

โอกาสที่จะได้ครอบครองเมืองระดับอำเภอมีใครบ้างล่ะที่จะไม่อยากได้

แม้แต่พันธมิตรเล็กๆ ก็ยังหวังจะใช้โอกาสนี้พลิกชะตาชีวิตตัวเอง!

เพราะเมื่อยึดเมืองระดับอำเภอได้สำเร็จ พันธมิตรนั้นจะได้รับระยะเวลาพักรบหนึ่งวันเต็มๆ ซึ่งสามารถใช้เวลานี้วิจัยทหารระดับแนวหน้า จากนั้นก็เปิดรับผู้เล่นเข้าพันธมิตรและอนุญาตให้เกณฑ์ทหารระดับแนวหน้าได้ ถึงเวลานั้นพันธมิตรก็จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ต่อให้เป็นพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่างตำหนักอ๋องจิง หอคอยเสียดฟ้า หรือแม้แต่หงส์เหินครองหล้าก็ยังต้องหลีกทางให้!

เพราะในเวลานี้ใครที่สามารถเกณฑ์ทหารระดับแนวหน้าได้ คนนั้นก็คือผู้กุมอำนาจที่แท้จริง!

"แล้วเจ้าตั้งใจจะไปเจรจากับหอคอยเสียดฟ้ายังไงล่ะ" หลี่เจิ้นหันไปถามลั่วปิงเหยียน

"ข้าจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ คงต้องไปถึงค่ายของหอคอยเสียดฟ้าก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที!" ลั่วปิงเหยียนมีสีหน้าสับสนอยู่บ้าง เหตุการณ์พลิกผันอย่างกะทันหันและรุนแรงเช่นนี้ทำเอานางรับมือแทบไม่ทัน

ยิ่งไปกว่านั้นลั่วปิงเหยียนก็เป็นเพียงแค่ผู้เล่นหน้าใหม่ในเกมนี้เท่านั้น

จะให้นางไปเป็นนักเจรจาอย่างนั้นหรือ

นางถนัดก็แค่การใช้งานหลี่เจิ้นเท่านั้นแหละ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 31 - วิกฤตการณ์พันธมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว