- หน้าแรก
- ระบบสังหารไร้พ่าย จากพลทหารสู่ยอดขุนพลแดนใต้
- บทที่ 60 - ฉลาดหลักแหลม
บทที่ 60 - ฉลาดหลักแหลม
บทที่ 60 - ฉลาดหลักแหลม
บทที่ 60 - ฉลาดหลักแหลม
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ไอ้หมาเผ่ายงจอมเจ้าเล่ห์"
เมื่อทหารม้าคนเถื่อนหลายพันนายควบม้าฝ่าความมืดมาตลอดทั้งคืน และมาถึงเผ่าพฤกษาชาดในช่วงรุ่งสาง
สิ่งที่รอพวกเขาอยู่มีเพียงกระโจมที่ว่างเปล่า และสภาพเละเทะหลังพ้นค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองไปแล้ว
"บัดซบเอ๊ย"
ใบหน้าหยาบกร้านของแม่ทัพคนเถื่อนที่เป็นผู้นำเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
คนตายหมดแล้วก็แล้วไปเถอะ
ยังไงคนที่ตายก็ไม่ใช่คนในเผ่าของตัวเองอยู่แล้ว
แต่ไอ้สารเลวพวกนั้นมันดันไม่เว้นแม้กระทั่งวัวและแกะ
ฆ่าเรียบ แถมยังขนไปเกลี้ยงอีก
ทิ้งไว้แค่เครื่องในวัวและแกะที่ถูกโยนทิ้งเกลื่อนกลาด ราวกับกำลังเย้ยหยันพวกเขาที่ตามมาล่าช้าว่า 'ทำไมเพิ่งมาป่านนี้ล่ะ'
เมื่อได้กลิ่นเหม็นเน่าและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ใบหน้าของแม่ทัพคนเถื่อนผู้นั้นก็ดำทะมึนราวกับก้นหม้อ
"ไหนพวกแกบอกว่าทหารเดนตายพวกนั้นมีจำนวนไม่มากไง"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทหารม้าคนเถื่อนที่อยู่รอบๆ ก็เข้าใจความหมายของท่านผู้นำทันที
แม้เผ่าพฤกษาชาดจะไม่ได้เป็นเผ่าใหญ่โตอะไร
แต่ทั้งเผ่าก็มีประชากรเกือบสองพันคน วัวและแกะที่สะสมมาหลายปี ต่อให้จะแบ่งให้ท่านข่านพกลงใต้ไปด้วยบางส่วนแล้วก็ตาม
แต่จำนวนที่เหลืออยู่ก็คงไม่น้อยแน่ๆ
แล้วถ้าทหารเดนตายพวกนั้นมีจำนวนไม่มาก พวกมันขนวัวและแกะพวกนั้นไปได้ยังไง
ต่อให้จะฆ่าทิ้งแล้วค่อยขนไป มันก็ไม่มีที่ให้ใส่อยู่ดีไม่ใช่หรือไง
หรือว่าพวกมันจะมีถุงมิติเก็บของขนาดใหญ่ที่เอาไว้ใส่ของทั้งหมดแล้วหิ้วไปได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ ทหารม้าคนเถื่อนหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะแอบส่ายหน้าและหัวเราะเยาะในใจ
รู้สึกว่าความคิดแวบแรกของตัวเองเมื่อครู่นี้มันช่างน่าขันและตลกสิ้นดี
เพราะถ้ามีของวิเศษแบบนั้นจริงๆ มันจะไปตกอยู่ในมือของกองกำลังเดนตายกระจอกๆ ได้ยังไง
คิดยังไงก็เป็นไปไม่ได้
ด้วยความคิดเช่นนี้ ทหารม้าคนเถื่อนคนหนึ่งจึงลองกระซิบถามอย่างระมัดระวัง
"เป็นไปได้ไหมว่าพวกเราถูกไอ้หมาเผ่ายงพวกนั้นหลอกเข้าให้แล้ว"
"จริงๆ แล้วพวกมันมีจำนวนไม่น้อยเลยล่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทหารม้าคนเถื่อนคนอื่นๆ ก็สะดุ้งตกใจ
รู้สึกว่าคำพูดนี้มีเหตุผลอยู่บ้าง
ไม่อย่างนั้นก็คงอธิบายไม่ได้ว่าวัวและแกะจำนวนมากของเผ่าพฤกษาชาดถูกพวกมันเอาไปได้อย่างไร
ความจริงแล้วพวกเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากองทหารม้าเผ่ายงที่พวกเขากำลังตามล่าอยู่นี้มีจำนวนเท่าไหร่กันแน่
พวกเขาแค่อาศัยร่องรอยการต่อสู้จากจุดที่หน่วยสอดแนมกว่าร้อยนายถูกสังหารหมู่ มาคาดเดาเอาว่ากองทหารม้าเผ่ายงกลุ่มนี้คงมีจำนวนไม่มากนัก
ถึงได้รีบกะเกณฑ์กำลังคนแล้วตามล่ามาจนถึงที่นี่
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว พวกเขาอาจจะเดาผิดก็ได้
ไม่สิ
พวกเขาอาจจะตกหลุมพรางของคนเผ่ายงเข้าให้แล้ว
เพราะใครบ้างล่ะบนทุ่งหญ้าแห่งนี้จะไม่รู้ว่าคนเผ่ายงขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์เพทุบายและชอบใช้กลอุบายในการทำศึก
แม่ทัพทหารม้าคนเถื่อนมองดูสีหน้าหวาดกลัวของคนรอบข้าง สีหน้าของเขาก็ยิ่งมืดมนลง
"ไอ้พวกโง่ อย่ามาหลอกให้ตัวเองกลัวไปหน่อยเลย"
แม่ทัพทหารม้าตวาดลั่น
"ถ้าพวกมันมีคนเยอะจริงๆ แล้วพวกมันจะหนีทำไม"
จริงด้วยสิ ถ้าทหารม้าเผ่ายงพวกนั้นมีจำนวนมากจริงๆ แล้วพวกมันจะหนีทำไมล่ะ
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านผู้นำ ทหารม้าคนเถื่อนทั้งหลายก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล
กำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย และเตรียมจะกล่าวคำสรรเสริญเยินยอท่านผู้นำเสียหน่อย
แต่พอคิดไปคิดมาก็ต้องชะงักอีกรอบ
เดี๋ยวก่อนสิ
มันไม่ถูกนี่หว่า
ถ้าพวกมันมีกำลังคนน้อย แล้ววัวกับแกะล่ะ
พวกมันเอาวัวกับแกะไปได้ยังไง
ทหารม้าคนเถื่อนรู้สึกเหมือนคำถามวนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง สมองอันน้อยนิดของพวกเขาก็เลยเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามทันที
ซี๊ด
คิดไม่ออกโว้ย
แม่ทัพทหารม้าที่ถูกจ้องมองด้วยสายตาอันฉลาดหลักแหลมจากคนรอบข้างรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
พวกแกจะมาจ้องหน้าข้าทำไมวะเนี่ย
ข้าเป็นคนถามพวกแกนะโว้ย
"ไอ้พวกโง่เง่า"
แม่ทัพทหารม้าสบถด่าด้วยความหงุดหงิด
พอด่าจบก็ยังรู้สึกไม่หนำใจ เขาคว้าตัวลูกน้องมาคนหนึ่งแล้วใช้แส้ฟาดอย่างแรงไปหลายที
พร้อมกับตะโกนถามเสียงดัง
"แล้วน่าถูล่ะ มีข่าวของน่าถูบ้างไหม"
น่าถูคือผู้ช่วยคนเก่งที่ท่านพ่อส่งมาให้เขา ไม่เพียงแต่มีระดับพลังถึงขั้นปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์เท่านั้น
ที่สำคัญคือหมอนั่นฉลาดมาก มักจะคอยให้คำแนะนำดีๆ แก่นายน้อยอย่างเขาได้ในเวลาที่เหมาะสมเสมอ
เสียดายที่เมื่อวานหมอนั่นบอกว่าจะขอล่วงหน้ามาก่อน เพื่อมาสะกดรอยตามกองทหารม้าเผ่ายงกลุ่มนี้
ทหารม้าหลายพันนายของพวกเขาถึงได้แกะรอยตามที่น่าถูทิ้งไว้จนมาถึงเผ่าพฤกษาชาดได้
เพียงแต่จนป่านนี้เขายังไม่เห็นเงาของน่าถูเลย
เรื่องนี้ทำให้แม่ทัพทหารม้าเริ่มใจคอไม่ดี และแอบมีความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เกิดขึ้น
น่าถูเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า
เป็นไปไม่ได้
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
แม่ทัพทหารม้ารีบปัดความคิดนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
ก็น่าถูเป็นถึงปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์เชียวนะ
แค่ทหารเดนตายของเผ่ายงที่หนีตายมาจากสนามรบ จะไปทำอะไรเขาได้
และในขณะที่แม่ทัพทหารม้ากำลังขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงร้อนรนก็ดังแทรกความคิดของเขาขึ้นมา
"ท่านตางหู้ เจอตัวท่านนายกองพันน่าถูแล้วขอรับ"
ตำแหน่งต้าตังหู้อยู่สูงกว่านายกองหมื่น
แต่ตำแหน่งตางหู้อยู่ต่ำกว่านายกองหมื่น
ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่พ่อของแม่ทัพทหารม้าผู้นี้ ใช้ทหารม้าฝีมือดีในเผ่ากว่าพันนายแลกมา
ส่วนตำแหน่งนายกองพันของน่าถูนั้น ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับความสามารถของเขาแล้ว
และพอได้ยินว่าเจอน่าถูแล้ว แม่ทัพทหารม้าก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก เขาพูดด้วยสีหน้าดีใจ
"เจอน่าถูแล้วรึ ดี ให้เขารีบมาพบข้าเดี๋ยวนี้"
แม้จะสงสัยว่าทำไมน่าถูถึงไม่มาพบเขาเอง ช่างเสียมารยาทเสียจริง
แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องพวกนี้แล้ว
เพราะเขากำลังรอน่าถูมาช่วยตัดสินใจให้อยู่น่ะสิ
ทว่าทหารม้าคนเถื่อนที่เข้ามารายงานกลับมีสีหน้าซีดเผือดและดูลำบากใจเมื่อได้ยินคำสั่งนี้
"ท่านตางหู้... ท่านนายกองพันน่าถูมาไม่ได้แล้วขอรับ..."
...
"ปวดใจข้านัก"
เมื่อเกอหลี่ผู้เป็นแม่ทัพทหารม้าได้เห็นศพของน่าถู เขาก็ร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
เขาเติบโตมาพร้อมกับน่าถูตั้งแต่เด็ก พวกเขามีความผูกพันกันลึกซึ้ง
เขาเห็นน่าถูเป็นสุนัขรับใช้ที่แสนดีที่สุดมาโดยตลอด
แต่ตอนนี้หมาตัวนั้นตายแล้ว เขาจะรับได้ยังไง
"ท่านตางหู้ โปรดระงับความโศกเศร้าด้วยเถิดขอรับ"
เหล่าทหารม้าคนเถื่อนรีบเข้ามาปลอบประโลม
แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของท่านผู้นำ
"ไอ้หมาเผ่ายง ต่อให้เกอหลี่ผู้นี้ต้องตามล่าพวกแกไปจนสุดขอบฟ้า ข้าก็จะถลกหนังเลาะกระดูกพวกแกแล้วฆ่าล้างโคตรให้หมด"
เหล่าทหารม้าก็หน้าถอดสีกันเป็นแถว แล้วรีบเปลี่ยนมาเกลี้ยกล่อมให้เขาใจเย็นลงแทน
"ท่านตางหู้ อย่าเพิ่งวู่วามนะขอรับ"
"ใช่แล้วขอรับ ท่านตางหู้ลองตรึกตรองดูให้ดีก่อน อย่าไปตกหลุมพรางของพวกคนเผ่ายงเด็ดขาดนะขอรับ"
ต้องคิดให้ดีๆ นะท่านตางหู้
ศพของท่านนายกองพันน่าถูที่มีรอยดาบสองแผลนอนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ
ดาบหนึ่งฟันกระดูกสันหลังจนขาดสะบั้น
อีกดาบหนึ่งฟันเข้าที่ลำคอ ซึ่งเป็นแผลที่ทำให้ถึงแก่ความตาย
นี่มันหมายความว่าอะไร
ก็หมายความว่าระดับปรมาจารย์ขั้นประตูสวรรค์อย่างท่านนายกองพันน่าถู ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรู
ศัตรูเก่งกว่าน่าถูหลายขุมเลยล่ะ
คนระดับนี้อย่างน้อยๆ ก็ต้องมียศเป็นถึงเซี่ยวเว่ยคุมกองทหารในกองทัพเผ่ายงแน่ๆ
แถมลูกน้องใต้บัญชายังต้องมีไม่ต่ำกว่าสองพันคนด้วย
แล้วพอลองเอามาปะติดปะต่อกับเรื่องที่วัวและแกะของเผ่าพฤกษาชาดถูกฆ่าตายและขนไปจนหมดเกลี้ยงอีก
แค่นี้ยังชัดเจนไม่พออีกหรือ
นี่มันชัดเจนว่ามีกองทหารม้าชั้นยอดของเผ่ายงแอบลักลอบเข้ามาในทุ่งหญ้าอย่างเงียบเชียบชัดๆ
ในวินาทีนี้ หัวสมองของบรรดาทหารม้าคนเถื่อนกลับมาทำงานอย่างยอดเยี่ยมเป็นประวัติการณ์
สายตาอันฉลาดหลักแหลมหลายคู่จ้องมองไปที่ท่านผู้นำของพวกเขา
ขุนพลตางหู้เกอหลี่ที่ถูกจ้องมองจนตัวพรุนก็เริ่มนึกขึ้นได้เหมือนกัน
เขาไม่สนเรื่องความโศกเศร้าจากการตายน่าถูอีกต่อไป ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันที
"พวกแกหมายความว่า... กองทัพเผ่ายงกลุ่มนี้... ตั้งใจจะฉวยโอกาสตอนที่ท่านข่านลงใต้ มาก่อกวนแนวหลังของเผ่าอูหวนพวกเราอย่างนั้นหรือ"
มาก่อกวนแนวหลังของเผ่าอูหวนอย่างนั้นหรือ
เอ่อ มันเป็นแบบนั้นหรอกหรือเนี่ย
ความจริงทหารม้าพวกนี้ไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นหรอก
พวกเขาแค่รู้สึกว่ากองกำลังกระจอกๆ ที่ถูกทิ้งไว้เฝ้าแนวหลังอย่างพวกเขา ถ้าไปเจอกับทหารม้าชั้นยอดของเผ่ายงที่กล้าบุกเข้ามาลึกถึงในทุ่งหญ้าล่ะก็ มีหวังได้ตายสถานเดียวแน่ๆ
พวกเขาแค่กลัวตายก็เท่านั้นเอง
แต่พอได้ยินขุนพลตางหู้เกอหลี่พูดแบบนี้ ดวงตาของพวกเขาก็สว่างวาบขึ้นมาทันที
"ท่านตางหู้พูดถูก ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ ขอรับ"
...
[จบแล้ว]