เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 2: เพื่อนบ้านผู้เป็นมิตร

Chapter 2: เพื่อนบ้านผู้เป็นมิตร

Chapter 2: เพื่อนบ้านผู้เป็นมิตร


“Perfect Life นั้นเป็นเกมแนวอิยาชิเคอิที่จะผ่อนคลายจิตวิญญาณและความตึงเครียดของคุณ ที่นี่ คุณจะได้พบเรื่องสนุกสนานมากมาย ชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นกำลังรอคอยคุณอยู่ เพื่อความหวังและความสุขของผู้พักอาศัยของพวกเรา พวกเรามีหน้าที่นำเอาพลังงานด้านบวกมาสู่ชีวิตของผู้เล่นทุก ๆ คน...”

เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึง ห้าทุ่มห้าสิบเก้านาที ตอนที่เสียงของระบบที่ดูเหมือนจะดังก้องมาจากส่วนลึกในสมองของหานเฟยเงียบลง

“ตอนนี้ คุณมีอิสระที่จะเลือกชีวิตอันสมบูรณ์แบบของตัวคุณเอง”

พื้นผิวแข็งเย็นเยียบกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าของหานเฟย ชายหนุ่มลืมตาขึ้นช้า ๆ และพบว่าเขากำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นตา ห้องนี้มีขนาดประมาณเจ็ดสิบตารางเมตร เครื่องเรือนมีฝุ่นหนาปกคลุม ผนังเปื้อนคราบสีแดงเข้มกระจายเป็นจุด ๆ

“พระเจ้า ปวดหัวชะมัด เหมือนมีใครเจาะรูไว้ที่ด้านหลังหัวฉันเลย”

กลิ่นราจาง ๆ ลอยอวลเต็มจมูกของเขา หานเฟยมองเห็นทุกอย่างรอบตัวชัดเจน ประสาทสัมผัสรับกลิ่น เสียง สัมผัส และรสชาติของเขายังอยู่ครบ โลกเกมนี่ไม่ต่างไปจากชีวิตจริงเลย หานเฟยนั่งทึ่มทื่ออยู่บนพื้นมองความว่างเปล่าและทรุดโทรมรอบตัว รูปแบบแผนผังห้องและเครื่องเรือนทำให้เขานึกถึงบ้านเก่า ฝุ่นที่เกาะอยู่ทั่วบ่งบอกว่าที่นี่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว

“งั้น นี่ก็คือบ้านในเกมของฉันงั้นเหรอ?” หานเฟยลุกขึ้นยืน ลูบด้านหลังศีรษะตัวเอง “จากช่วงแนะนำเกม นี่น่าจะเป็นเกมจำลองสถานการณ์ที่จัดอยู่ในหมวดหมู่เกมอิยาชิเคอิสินะ เป็นเกม Open world ที่ไม่มีเนื้อเรื่องกำกับ ให้อิสระแก่ผู้เล่นในการเพิ่มระดับตัวเองหรือการเก็บเกี่ยวทรัพยากร ฉันสามารถหาแฟนเสมือน มีความรักในโลกเสมือนได้ด้วยซ้ำ”

ตอนที่หานเฟยกำลังคิดถึงสิ่งที่จะทำต่อไป ก็มีเสียงเคาะประตูดังมา หานเฟยเดินผ่านห้องนั่งเล่นไปดึงประตูกันขโมยเปิดออก แสงไฟสลัว ๆ ที่เปิดด้วยเสียงตามทางเดินลอดเข้ามาในห้องขับไล่ความเงียบงันและเงียบเหงาออกไป

“พ่อหนุ่ม เธอเป็นผู้เช่าคนใหม่ใช่ไหม?” น้ำเสียงเป็นมิตรดังมาจากด้านนอกประตู คุณยายคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มใจดี ผมสีเงินยวงยืนอยู่ในทางเดินที่เต็มไปด้วยขยะ “ช่วงปีใหม่ ยายทำติ่มซำกินที่บ้าน มากินอาหารเย็นกับพวกเราสิ เธอไม่ควรอยู่คนเดียวในวันหยุดแบบนี้” ทุกคนล้วนยุ่งอยู่กับชีวิตในเมืองใหญ่ เพื่อนบ้านทั่วไปในตึกเดียวกัน เดือนหนึ่งแทบไม่ได้คุยกันสักคำ ดังนั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่หานเฟยได้รับคำเชิญเช่นนี้

“ขอบคุณครับ แต่ผมไม่อยากรบกวนคุณยาย” ตั้งแต่ที่หานเฟยถูกไล่ออก เขาก็เริ่มตั้งป้อมกีดกั้นคนอื่นออกไปจากรอบตัว เขาไม่อยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ให้มากเกินไปนัก

“ลูกชายกับลูกสะใภ้ของยายอยู่ไกลบ้าน ที่บ้านมีแค่ยายกับหลานชายเท่านั้น ยายทำอาหารเยอะเกินกว่าแค่พวกเราสองคนจะกินหมดดังนั้นเธอไม่ได้รบกวนพวกเราหรอก” คุณยายมองหานเฟยอย่างเมตตาและรักใคร่ราวกับมองลูกหลานของตัวเอง ทุกถ้อยคำของเธอนั้นอบอุ่น “ตามประเพณีแล้ว ติ่มซำนั้นหมายถึงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและยังหมายถึงการเริ่มต้นปีใหม่ด้วย กินติ่มซำวันที่หนึ่งมกราจะช่วยขับไล่พลังด้านลบจากปีก่อนออกไป ยายรู้ว่ามันยากลำบากสำหรับเด็กหนุ่ม ๆ อย่างเธอที่จะเข้าไปทำงานและอาศัยในเมืองใหญ่ มาเถอะ กินอาหารปีใหม่กับพวกเรา”

คุณยายยืนกรานเชิญเขา หากนี่เป็นชีวิตจริง หานเฟยคงจะหาข้ออ้างอื่น ๆ ปฏิเสธเธอไปแล้ว แต่ในเมื่อนี่เป็นเกม เขาจึงต้องคิดถึงความเป็นไปได้ที่นี่จะเป็นเนื้อหาที่จำเป็นจุดหนึ่ง หานเฟยพยักหน้าและคว้าพวงกุญแจที่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นแล้วตามคุณยายคนนั้นไปที่ชั้นล่าง

“คุณยายระวังเท้าด้วยครับ” ทางเดินและบันไดนั้นเต็มไปด้วยขยะและปฏิกูล ราวบันไดสนิมเขรอะ รอยวาดรูปของเด็ก ๆ และป้ายโฆษณาเล็ก ๆ ติดอยู่บนกำแพง ที่นี่นั้นลอกเลียนแบบอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าจากเมื่อหลายสิบปีก่อนมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้า อพาร์ทเม้นท์แบบนี้ก็ค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ

คุณยายนำหานเฟยลงไปข้างล่างหนึ่งชั้นและไปหยุดที่หน้าห้อง 1031 ตัวเลขบนประตูนั้นซีดจางไปตามอายุแต่ว่าก็ยังคงเป็นสีแดงชัดเจน คุณยายกระแอมไอเบา ๆ ก่อนจะผลักประตูเปิด กลิ่นหอมน่าอร่อยของเนื้อลอยออกมาจากในห้อง หานเฟยกลืนน้ำลายและมองเข้าไปในห้อง บ้านของคุณยายนั้นมืด ไฟไม่ได้เปิด และแหล่งแสงเดียวก็คือเทียนหลายเล่มที่โต๊ะกินข้าว

“ฟิวส์ไหม้น่ะ ยายเรียกช่างแล้วแต่ว่าพวกเขาน่าจะหยุดช่วงวันหยุดยาวนี่”

“คุณยายให้ผมช่วยดีไหมครับ? ผมเคยเปลี่ยนฟิวส์ที่บ้าน” หานเฟยไม่ได้ปฏิบัติกับหญิงชราเหมือนเธอเป็น NPC* เพราะอะไรสักอย่าง สำหรับเขาแล้วคุณยายให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนจริง ๆ

“อย่างนั้นเธอระวังด้วย มีฟิวส์สำรองอยู่ในลิ้นชัก” คุณยายบอกขณะรีบเดินไปทางห้องครัว เธอเคี่ยวเนื้อเอาไว้บนเตา

หานเฟยไต่บันไดขึ้นไปเปลี่ยนฟิวส์ที่ไหม้ เขาดึงตัวตัดไฟแล้วแสงสว่างก็กลับมาสู่ห้องมืด ๆ ห้องนี้

“ประกาศสำหรับผู้เล่น 0000! ภารกิจทั่วไประดับ G: เปลี่ยนฟิวส์ สำเร็จ ความเป็นมิตรกับเมิ่งซื่อเพิ่มขึ้น 5 การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านเป็นก้าวแรกสู่ชีวิตสมบูรณ์แบบ” เสียงของระบบที่เยือกเย็นและไร้อารมณ์ดังก้องอยู่ในหัวของหานเฟย “เปิดใช้ระบบภารกิจ ภารกิจของผู้เล่นใหม่ได้รับการอัพเดท ทำภารกิจของผู้เล่นใหม่สำเร็จจะช่วยให้คุณเข้าใจทุกอย่างเกี่ยวกับโลกนี้ดีขึ้น” ตามหลังเสียงที่ไม่คุ้นเคยนั้นเป็นหน้าต่างกรอบหนึ่งปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของหานเฟย แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ดูอย่างละเอียด คุณยายก็ถือหม้อซุปปลาออกมาเสียก่อน

“ซุปปลาเพิ่งลงจากเตาเลย มากินตอนที่มันยังร้อนเร็ว” คุณยายตักใส่จานให้พร้อมยิ้ม เธอหันไปทางประตูห้องนอน ไขเปิดแม่กุญแจที่บนประตู “เฉินเฉิน ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว”

ครู่หนึ่ง เด็กชายอายุประมาณห้าหรือหกปีก็เดินช้า ๆ ออกมา เขาก้มหน้าต่ำและดูอารมณ์ไม่ดี เขาอาจจะเพิ่งทะเลาะกับยายของเขาก่อนหน้านี้

“กินอาหารกันไปก่อนเลย ยายยังมีจานอื่นต้องปรุง” คุณยายเปิดตู้เย็นเอาไก่แช่แข็งครึ่งตัวออกมาจากชั้นด้านบน “ไฟดับตั้งนานแล้วทำไมมันถึงยังแข็งอยู่เลยเนี่ย?” เธอวางเนื้อไก่แช่แข็งเอาไว้ในกล่องเล็ก ๆ และวางมันไว้บนโต๊ะกินข้าว

“คุณยาย ไม่ต้องทำอาหารหลายจานหรอกครับ พวกเรากินไม่หมดหรอก”

“มันเป็นธรรมเนียมที่พวกเราต้องดูแลแขกให้ดีที่สุด อีกอย่าง ถ้าทิ้งเนื้อสัตว์เอาไว้ในตู้เย็นนานเกินไปมันจะเสีย” ท่าทางกุลีกุจออยู่ในครัวของคุณยายทำให้หานเฟยนึกถึงภาพของครอบครัวอันอบอุ่นที่มักจะเห็นได้ในโฆษณาปีใหม่ของจีน

หานเฟยเป็นเด็กกำพร้า คุณอาจจะคิดว่าเขาไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสความสุขของวันหยุด แต่ว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เขาเติบโตขึ้นมานั้นก็มีการฉลองวันหยุดเหล่านี้ในแบบของตัวเอง แต่ว่า... ความสุขนั้นสั้นนัก

หานเฟยยิ้ม ประหลาดใจที่มีโอกาสได้สัมผัสกับความอบอุ่นเช่นนี้อีกครั้งในเกมอย่างคาดไม่ถึง

กลิ่นเนื้อลอยอวลในอากาศ เสียงฉี่ฉ่าดังมาจากในครัว และทีวีก็เป็นรายการพิเศษปีใหม่ ความธรรมดาที่เหมือนจะชะล้างเอาความห่างเหินในเมืองที่ไม่คุ้นเคยนี้ออกไป “บางที สิ่งธรรมดาเหล่านี้อาจจะเป็นแก่นแท้ของชีวิตที่มีความสุข”

ในชีวิตยังมีขึ้นมีลง หากคนผู้หนึ่งไม่ยอมเดินไปข้างหน้าเพราะกลัวความล้มเหลว เช่นนั้นก็จะติดอยู่ในความมืดมิดไปตลอดกาล

หานเฟยหยิบทัพพีตักซุปปลาให้เฉินเฉินและตัวเองคนละถ้วย น้ำซุปสีขาวน้ำนมส่งกลิ่นหอมน่ากิน หานเฟยเป่าน้ำซุปร้อน ๆ ตอนที่เขาชิมดู เขาก็มองเห็นจากทางหางตาว่าเด็กชายที่อีกด้านของโต๊ะยกชามขึ้นจากโต๊ะ

‘เขากำลังจะทำอะไรน่ะ?’ ก่อนที่หานเฟยจะทันมีปฏิกริยา เด็กชายก็ขว้างชามลงกับพื้น!

“ไม่มีทางที่ผมจะยอมกินอะไรที่มาจากโลงศพหรอกนะ!”

แค่ก! ได้ยินสิ่งที่เด็กชายพูด น้ำซุปปลาก็พุ่งออกจากปากหานเฟย ‘โลงศพ?’

ถ้วยแตกละเอียด น้ำซุปกระเซ็นไปทั่ว ได้ยินเสียงเอะอะ คุณยายก็ออกมาจากห้องครัว “เฉินเฉิน! นี่หนูทำอะไรลงไป?!”

“ผมไม่กินของพวกนี้! เหมือนไก่นั่นนั่นแหละ ยายทำอาหารจากของที่เอาออกมาจากโลงศพ!” เด็กชายเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำอย่างไม่น่าเชื่อ

“ไร้สาระ!” เพราะกลัวว่าน้ำซุปร้อน ๆ จะลวกเด็กชาย คุณยายจึงรีบเดินมาที่โต๊ะกินข้าวโดยไม่ถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อน

“ผู้จัดการอพาร์ทเม้นท์บอกว่ามีแต่ศพคนตายเท่านั้นที่เก็บเอาไว้ในโลงศพได้!” เด็กชายดิ้นรนให้หลุดจากมือยายของตน เขาคว้าไก่แช่แข็งจากบนโต๊ะแล้วขว้างลงพื้น หลังจากนั้น เขาก็หนีเข้าห้องนอนของตัวเองไป

“กลับมานี่นะ!” คุณยายวิ่งไล่ตามเด็กชายไป ทิ้งหานเฟยเอาไว้กับถ้วยน้ำซุปปลาในห้องนั่งเล่น

“เด็กคนนั้นประหลาดทีเดียว” หานเฟยวางถ้วยของตัวเองลงอย่างระมัดระวัง เขาเจอไม้ถูพื้นที่ด้านหลังประตูและช่วยหญิงชราทำความสะอาด แต่ตอนที่เขาก้มลงเก็บไก่แช่แข็งจากพื้น เขาก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง เด็กชายบอกว่าเขาจะไม่กินอะไรก็ตามที่ทำจากของที่เก็บไว้ในโลงสพ แต่หานเฟยเห็นชัด ๆ ว่าไก่นี่ถูกเอาออกมาจากตู้เย็น แล้วทำไมเด็กชายถึงเข้าใจผิดว่าตู้เย็นเป็นโลงศพ? บางทีเงื่อนงำอาจจะอยู่ที่ประโยคที่สองที่เด็กชายพูด... “ผู้จัดการอพาร์ทเม้นท์บอกว่ามีแต่ศพคนตายเท่านั้นที่เก็บไว้ในโลงศพได้!”

เป็นไปได้ไหมว่าเด็กชายเคยเห็นศพในตู้เย็นในบ้านของพวกเขา?

‘หืม?’ ตอนที่ความคิดนี้ผ่านเข้ามาในใจเขา หานเฟยก็นิ่งไป นี่เป็นคำถามที่เขาควรถามในเกมแนวอิยาชิเคอิเหรอ?!

NPC* ตัวละครของเกม ไม่ใช่ผู้เล่น

จบบทที่ Chapter 2: เพื่อนบ้านผู้เป็นมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว