- หน้าแรก
- พลังฮีโร่ขยะที่พวกเจ้าว่า แท้จริงคือ คาคาล็อต
- บทที่ 9: ดินแดนมายาเปิดฉาก โถงมิติเวลา
บทที่ 9: ดินแดนมายาเปิดฉาก โถงมิติเวลา
บทที่ 9: ดินแดนมายาเปิดฉาก โถงมิติเวลา
บทที่ 9: ดินแดนมายาเปิดฉาก โถงมิติเวลา
หลินเซียวยัดอาหารเข้าปากจนแก้มตุ่ย เขาสวาปามอย่างตะกละตะกลามพร้อมกับรีบสวมเสื้อผ้าไปด้วย
ชุดถ่วงน้ำหนักของเขาเต็มไปด้วยก้อนตะกั่ว ซึ่งจะถูกดินแดนมายาประเมินว่าเป็นเครื่องแต่งกายผิดกฎและถูกยึดไปทันที
เขาไม่อยากเข้าไปในดินแดนมายาด้วยสภาพชีเปลือยหรอกนะ
"พูดไปเท่าไหร่แม่ก็คงไม่เชื่อ วันนี้เป็นวันที่ดินแดนมายาเปิด แม่กับพ่อหลินคอยดูเถอะ ว่าผมจะทำผลงานในดินแดนมายาให้ออกมาดีขนาดไหน"
พ่อหลินเดินเข้ามาตบไหล่ลูกชายเบาๆ
"ไม่ต้องห่วงหรอกลูกรัก ตราบใดที่ดวงอาทิตย์ในดินแดนมายาไม่ได้เป็นสีแดงเหมือนบนดาวบลูสตาร์ล่ะก็ พลังอันแข็งแกร่งจากสายเลือดชาวคริปตัน จะมอบกายาเหล็กไหลที่ไม่มีวันถูกทำลายให้กับลูกเอง"
"แน่นอนว่าลูกต้องอาบแผ่รังสีจากดาวยักษ์แดงมาตลอดสิบแปดปีเต็ม มันก็เลยอาจจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าร่างกายจะเปลี่ยนแปลงจนสมบูรณ์ แต่พ่อรับประกันได้เลยว่า สายเลือดชาวคริปตันนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่ลูกจะจินตนาการถึงเสียอีก!"
หลินเซียวกลอกตาบน ก่อนจะตอบกลับไปแบบส่งๆ
"คร้าบๆ ทราบแล้วครับพ่อ พ่อพูดประโยคนี้มาเป็นร้อยรอบแล้วนะ!"
ว่านหลิง ผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลยาวสลวย และมีโครงหน้ากระเดียดไปทางหญิงสาวชาวตะวันตก เดินเข้าไปหาหลินเซียว
เธอแหงนหน้าขึ้นสบตากับลูกชายรูปหล่อตัวสูงปรี๊ด ประกายแสงสีแดงวาบผ่านดวงตาของเธอ
"หลินเซียว ลูกชายคนโตของแม่ ดินแดนมายาในครั้งนี้..."
หลินเซียวคลี่ยิ้มและจ้องมองกลับไปด้วยสายตาแน่วแน่ ประกายแสงสีแดงแบบเดียวกันสว่างวาบขึ้นในดวงตาของเขา
"เอาล่ะครับแม่ เก็บพลังเคออสของแม่เอาไว้เถอะ เชื่อใจลูกชายคนนี้สักครั้ง รับรองว่าชนะใสๆ แน่นอน!"
พ่อหลินเอื้อมมือไปโอบไหล่ภรรยาเพื่อปลอบประโลม
"ที่รัก ลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ปล่อยให้เขาไปผจญภัยด้วยตัวเองเถอะน่า"
"พยายามเข้าล่ะ ไม่ว่าน้องชายน้องสาวของลูกจะได้เข้าเรียนโรงเรียนประถมเอกชนไหม พ่อกับแม่จะมีน้องสาวให้ลูกอีกคนได้หรือเปล่า หรือแม้กระทั่งความหวังที่พวกเราจะได้กลับไปเยี่ยมญาติที่บ้านเกิดในอนาคต... ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสองบ่าของลูกแล้วนะ"
พ่อหลินชูสองนิ้วส่งสัญญาณสู้ๆ ให้หลินเซียว พร้อมกับกล่าวสรุปปิดท้าย!
"แกคือความหวังของครอบครัวเรานะโว้ย!"
หลินเซียวกุมขมับด้วยความจนปัญญา
"เรื่องอื่นช่างมันเถอะ แต่เรื่องที่พ่อกับแม่จะมีน้องอีกคนเนี่ย ผมควบคุมไม่ได้จริงๆ นะ ก่อนที่เรื่องทะเบียนบ้านจะเรียบร้อย พวกคุณสองคนอย่าเพิ่งมีลูกเพิ่มเลย เกิดวันข้างหน้าครอบครัวเราต้องหอบผ้าหอบผ่อนหนีขึ้นมา มันจะลำบากเอานะ!"
ว่านหลิงรีบตะครุบปิดปากพ่อหลินไว้ ไม่ให้พูดอะไรต่อ
"ลูกเอ๊ย ทำตัวให้มันกลมกลืนหน่อยสิ อย่าลืมนะว่าครอบครัวเรามาจากดินแดนมายากันทั้งบ้าน ตอนนั้นแม่ใช้เวทมนตร์ปลอมแปลงบัตรประชาชนขึ้นมา ถ้าโดนตรวจสอบขึ้นมาจริงๆ มันตบตาใครไม่ได้หรอกนะ!"
หลินเซียวถอนหายใจและพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น ละอองแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ก่อนจะควบแน่นกลายเป็นข้อความแจ้งเตือนที่ผู้ทำสัญญาเท่านั้นถึงจะมองเห็น
【ดินแดนมายาหมายเลข 1 กำลังจะเปิดตัว ขอให้ผู้ทำสัญญาพยายามแก้ไขเส้นเวลาที่บิดเบี้ยว ดินแดนมายาแห่งนี้จะคงอยู่เป็นเวลา 3 วัน กรุณาค้นหาประตูมิติที่ใกล้ที่สุดเพื่อเข้าสู่...】
【ดินแดนมายาแห่งนี้เป็นการอัญเชิญแบบบังคับ ผู้ทำสัญญาที่ถูกเรียกตัวไม่สามารถปฏิเสธได้ ผู้ที่เกินกำหนดเวลาจะถูกบังคับเทเลพอร์ตทันที เริ่มนับถอยหลัง: 99, 98, 97...】
มาแล้วสินะ การอัญเชิญแบบบังคับของดินแดนมายา
ดินแดนมายาสิบแห่งแรกล้วนเป็นการอัญเชิญแบบบังคับ ผู้ทำสัญญาไม่สามารถปฏิเสธได้ หากไม่เข้าไปตามเวลาที่กำหนด พวกเขาจะถูกเทเลพอร์ตเข้าไปในดินแดนมายาโดยตรง ซึ่งจุดที่ถูกส่งไปนั้นจะเป็นการสุ่มแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้มีโอกาสตายสูงมาก
ดังนั้น พวกผู้ทำสัญญาจึงมักจะยอมเดินเข้าไปทางประตูมิติแต่โดยดี
หลินเซียวยืดตัวตรง ก่อนจะโบกมือลาพ่อกับแม่
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ดินแดนมายากำลังเรียกหาผมแล้วล่ะ รอผมกลับมาด้วยนะครับ!"
เขาเลื่อนเปิดหน้าต่างระเบียงและมองออกไปเบื้องหน้า ห่างออกไปเป็นเส้นตรงประมาณสองกิโลเมตร มิติอวกาศกำลังสั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรง ค่อยๆ คลี่ขยายประตูมิติขนาดยักษ์สูงหลายสิบเมตรที่มีพื้นหลังสีฟ้าขอบสีแดงออกมา
นี่คือทางเข้าสู่ดินแดนมายา มีเพียงผู้ทำสัญญาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ คนธรรมดาต่อให้เดินผ่านมันไปก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่เลวแฮะ ระยะทางไม่ได้ไกลมาก
หลินเซียวพยักหน้า เขายืนขึ้นบนราวระเบียง กางแขนออกกว้าง แล้วพุ่งหลาวทิ้งตัวลงมาจากชั้นสามทันที
สองสามีภรรยาตระกูลหลินรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง และเห็นลูกชายของพวกเขากำลังเคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวราวกับเสือดาว เขาม้วนตัวกลางอากาศอย่างสวยงาม ใช้เท้าแตะกิ่งไม้ใหญ่เบาๆ และร่อนลงจอดบนพื้นอย่างมั่นคง
ว่านหลิงใช้มือลูบหน้าอกตัวเองด้วยความโล่งใจ
"เจ้าเด็กคนนี้ทำเอาใจหายใจคว่ำหมดเลย การเคลื่อนไหวของเขาเมื่อกี้มันเหนือกว่าคนธรรมดาไปไกลลิบเลยนะ วิธีฝึกฝนด้วยการถ่วงน้ำหนักนั่นมันได้ผลจริงๆ งั้นเหรอ?"
พ่อหลินจมอยู่ในห้วงความคิด
"อาจจะใช่ คุณก็รู้นิสัยลูกคนโตของเรานี่ เขาเป็นคนหนักแน่นมั่นคงมาตลอด บางครั้งผมยังรู้สึกเลยว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าผมซะอีก ตั้งแต่เด็กจนโต เขาก็สอบได้ที่หนึ่งของชั้นมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนเลยสักครั้ง"
พ่อหลินรำพึงรำพัน ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
"เฮ้อ... ผมนี่เสกสรรปั้นแต่งลูกชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ออกมาได้ยังไงกันนะ?"
"ทั้งๆ ที่ก็พ่อแม่เดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมเจ้าคนรองกับคนเล็กถึง..."
พ่อหลินปรายตามองลูกคนที่สองและสามที่กำลังนอนขดตัวอยู่บนโซฟา เคี้ยวขนมกร้วมๆ พลางหัวเราะคิกคักให้กับครอบครัวหมูน้อยในหน้าจอทีวี
"มันก็เหมือนการสุ่มกาชานั่นแหละ การ์ดใบแรกได้ระดับ SSR มาแล้ว มันก็เป็นเรื่องปกติที่ใบที่สองกับสามจะเป็นแค่การ์ดขยะระดับ D หรือ F น่ะ ตอนที่เรามีเจ้าคนโต พลังของเราอาจจะยังไม่เสื่อมถอยลงจนหมดกระมัง"
ว่านหลิงดูใจเย็นมาก แถมยังหาเหตุผลมาสนับสนุนความยอดเยี่ยมของหลินเซียวได้เป็นฉากๆ
ลึกๆ ในใจของเธอ เธอได้ยอมรับความธรรมดาสามัญของลูกคนรองกับคนเล็กไปเรียบร้อยแล้ว ช่างมันเถอะ ถ้าถึงที่สุดแล้วไม่ได้เรื่องจริงๆ รอให้เธอฟื้นฟูพลังกลับมาได้เมื่อไหร่ เธอค่อยลงมือดัดแปลงชะตากรรมของเจ้าเด็กเกาะพ่อแม่กินสองคนนี้โดยตรงเลยก็แล้วกัน
ขอแค่ลูกๆ ของฉัน 'วันด้า' มีชีวิตที่ปลอดภัยและสงบสุขไปตลอดชีวิต เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
หลินเซียวรักษาระดับความเร็วในการวิ่งสปรินต์ และพุ่งตัวเข้าไปในประตูมิติ ร่างของเขาอันตรธานหายไปจากดาวบลูสตาร์ในชั่วพริบตา
ว่านหลิงเบิกตากว้าง เธอคว้าคอเสื้อพ่อหลินไว้แน่นด้วยความดีใจสุดขีด
"เขาเข้าไปแล้ว! หลินเซียวเข้าไปแล้วล่ะ!"
"ที่รักจ๋า พวกเรามีความหวังแล้วนะ พวกเราจะได้กลับบ้านกันแล้ว..."
ว่านหลิงร้องไห้ด้วยความปีติยินดี และสวมกอดพ่อหลินไว้แน่น ยี่สิบปีแล้วนะ ตั้งแต่มาอยู่บนดาวบลูสตาร์แห่งนี้ พวกเขาต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงมาตลอดสองทศวรรษเต็ม บัดนี้เมื่อได้เห็นความหวังที่จะได้กลับบ้านเกิดปรากฏขึ้นรำไร จะไม่ให้พวกเขาตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้นได้อย่างไรกัน
ไม่ไกลจากบ้านของหลินเซียว ชายชุดดำสวมหน้ากากหัวกะโหลกคนหนึ่งกำลังรายงานสถานการณ์ต่อหัวกะโหลกใบหนึ่ง
"ท่านลอร์ดเนโครแมนเซอร์ ไอ้เด็กหนุ่มที่ทำลายแผนการจุติของดินแดนมายาเมื่อคราวก่อน มันได้เข้าไปในดินแดนมายาแล้วครับ!"
เปลวเพลิงสีขาวสว่างวาบขึ้นในเบ้าตาของหัวกะโหลก
"เข้าใจล่ะ ในเมื่อมันกล้ามาทำลายแผนการอันยิ่งใหญ่ของลัทธิหกวิถี ข้าก็จะกระชากวิญญาณของมันมาเอง!"
...
ตัดภาพมาที่หลินเซียว บัดนี้เขามายืนอยู่ในมิติอันแปลกประหลาดที่ประกอบขึ้นจากเส้นสายสีทอง
เขาเคยวิดีโอคอลคุยกับเสี่ยวเหมย ซึ่งตอนนี้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนครหลวงไปแล้ว เขาจึงรู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือ 'โถงมิติเวลา' ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ทำสัญญาทุกคนจะต้องมาเยือนก่อนเข้าสู่ดินแดนมายา
ผู้ทำสัญญาสามารถจัดตั้งปาร์ตี้กันได้อย่างอิสระภายในโถงแห่งนี้ โดยมีจำนวนสมาชิกขั้นต่ำสองคน และสูงสุดไม่เกินห้าคนต่อหนึ่งทีม
มหาวิทยาลัยชั้นนำส่วนใหญ่จะจัดเตรียมนักเรียนให้รวมทีมกันล่วงหน้า โดยพิจารณาจากรูปแบบการปลุกพลังของแต่ละคน ซึ่งมักจะประกอบไปด้วยสูตรสำเร็จสามเหลี่ยมเหล็กอย่าง แทงก์ ฮีลเลอร์ และดาเมจ
แต่ด้วยความที่หลินเซียวดันไปทำสัญญากับฮีโร่ระดับ F อย่างคาคาล็อต เขาจึงไม่ได้รับข้อเสนอพิเศษให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเหนือมนุษย์แห่งไหนเลย
และตอนที่ต้องกรอกอันดับมหาวิทยาลัยในการสอบเข้าเรียนต่อตามปกติ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ครอบครัวของเขาทั้งบ้านล้วนเป็นผู้มาเยือนจากดินแดนมายา
หากเขาสอบติดมหาวิทยาลัยเหนือมนุษย์ล่ะก็ พวกนั้นคงตามสืบประวัติโคตรเหง้าศักราชของเขาย้อนหลังไปถึงสามชั่วอายุคนแน่ๆ
ซึ่งบรรพบุรุษสามชั่วอายุคนของหลินเซียวน่ะ... น่าจะอยู่แต่ในดินแดนมายากันหมดล่ะมั้ง...
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความลับแตก เขาจึงล้มเลิกความคิดที่จะสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเหนือมนุษย์ไปโดยปริยาย
ตอนนี้เขาจึงมีสถานะเป็นนักศึกษาในหลักสูตรวิชาชีพ ของมหาวิทยาลัยสหพันธ์เมืองอันผิง ในระดับปริญญาตรี เอกวิทยาการคอมพิวเตอร์
หลังจากที่เคยร่วมเป็นร่วมตายต่อสู้กับการจุติของดินแดนมายามาด้วยกัน เสี่ยวเหมยก็มักจะวิดีโอคอลมาหาเขาบ่อยๆ เพื่อคอยให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับดินแดนมายา
ด้วยความช่วยเหลือของเสี่ยวเหมย หลินเซียวจึงรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยเหนือมนุษย์ ไม่ใช่เส้นทางที่จำเป็นสำหรับชีวิตของเขาเลย
ถึงไม่มีดินแดนมายา เขาก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายไร้กังวลอยู่ดี
ด้วยความเบื่อหน่าย หลินเซียวจึงเรียกหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมา แสงสีฟ้ากะพริบวาบกลางอากาศ เผยให้เห็นแผงข้อมูลส่วนตัวของเขา
【ชื่อ: หลินเซียว】
【เผ่าพันธุ์: ลูกครึ่งชาวคริปตัน / มนุษย์กลายพันธุ์】
【พลังกาย: 72 (ขณะนี้ไม่มีแสงดาวสาดส่อง อัตราการเพิ่มพลัง 0%)】
【พลังวิญญาณ: 112】
【พรสวรรค์ 1 (สืบทอดทางสายเลือด): สายเลือดชาวคริปตัน (แข็งแกร่งขึ้นด้วยการอาบรังสีจากดวงดาว ยกเว้นดาวฤกษ์สีแดง!)】
【พรสวรรค์ 2 (สืบทอดทางสายเลือด): พลังเคออส (ปฐมบทแห่งเวทมนตร์ทั้งปวง แสงสว่างยุคบรรพกาลจากการกำเนิดของจักรวาล)】
【ทักษะพรสวรรค์: ดินแดนมายา (สร้างภาพลวงตา; สิ่งมีชีวิตที่มีพลังวิญญาณต่ำกว่าท่าน จะไม่สามารถต้านทานผลกระทบนี้ได้)】
【พรสวรรค์ 3 (การสืบทอดเฉพาะตัว): ชาวไซย่า (ความอยากอาหารมหาศาล, ค่าสถานะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเข้าใกล้ความตาย)】
【แต้มพรสวรรค์: 】
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่หลุดพ้นจากรัศมีทำการของดาวยักษ์แดง สถานะเชิงลบที่คอยกดทับหลินเซียวมาตลอดสิบแปดปี ก็มลายหายไปจนหมดสิ้นในที่สุด