- หน้าแรก
- เกิดชาตินี้ พี่ขอเป็นเทพ
- (ฟรี) บทที่ 483 (ฟรี)
(ฟรี) บทที่ 483 (ฟรี)
(ฟรี) บทที่ 483 (ฟรี)
(ฟรี) บทที่ 483 (ฟรี)
“เล่าเรื่องอาณาเขตยามพลบค่ำกับสุสานยามพลบค่ำให้ฟังหน่อยได้ไหม?” ในดวงตาของอู๋เทียนเกิดประกายวูบไหว
นี่คือสิ่งที่เขาอยากรู้!
“นั่นเป็นซากอารยธรรมโบราณ” เย่เหว่ยพูดอย่างช้าๆ
“โลก [ป่ากู่เซิน] เป็นโลกที่ถูกเผ่าแมลงยึดครอง แต่เดิมทีไม่ใช่แหล่งเพาะพันธุ์ของเผ่าแมลง ต่อมาถูกเผ่าแมลงบุกรุก เกิดมิติที่ผิดเพี้ยน พลังจากจักรวาลต่างๆปะทะกัน สภาพจึงกลายเป็นโกลาหลอย่างทุกวันนี้!”
“หลังจากเกิดความโกลาหล กฎเกณฑ์ของโลก [ป่ากู่เซิน] ก็ไม่สมบูรณ์ จึงเกิดสิ่งมหัศจรรย์และพื้นที่ลับมากมาย”
“ก็เพราะโอกาสเหล่านี้ โลก [ป่ากู่เซิน ]จึงกลายเป็นเป้าหมาย ‘ภัยพิบัติ’ ให้มนุษย์กำจัดในครั้งนี้!” เย่เหว่ยเล่าความลับมากมาย
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
โลก [ป่ากู่เซิน] ไม่ธรรมดา!
มันเป็นโลกที่เพิ่งผ่านการล่มสลาย สภาพไม่สมบูรณ์อยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าจะถูกเผ่าแมลงยึดครอง แต่ก็มีพื้นที่ลับมากมายที่เผ่าแมลงยังไม่ได้แตะต้อง!
ตัวอย่างเช่น....อาณาเขตยามพลบค่ำ!
นี่คือพื้นที่โบราณก่อนที่เย่เหว่ยและคนอื่นๆจะเข้ามา พวกเขาใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบที่บริเวณขอบอาณาเขต
ดินของป่าเมื่อเทียบกับทรายของอาณาเขตยามพลบค่ำ
อายุต่างกันถึง 600 ล้านปี!
นั่นหมายความว่า ซากอารยธรรมโบราณแห่งนี้ อาจจะมาจากจักรวาลเมื่อ 600 ล้านปีก่อน!
แน่นอน ไม่ได้หมายความว่าอารยธรรมนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน 600 ล้านปี
บางทีตอนนี้ จักรวาลนั้น อารยธรรมนั้นก็อาจจะหายไปตามกาลเวลาแล้ว ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง
“ซากอารยธรรมโบราณ!” ดวงตาของอู๋เทียนเป็นประกาย เริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว
ในอารยธรรมกฎเกณฑ์ ผู้คนต่อสู้กับโลกอื่นๆ แน่นอนว่าก็เพื่อซากอารยธรรมลึกลับ เมื่อหลายล้านปีก่อน
เพราะอารยธรรมไม่ใช่สิ่งที่อยู่ยงคงกระพัน
ในกาลเวลา ย่อมมีอารยธรรมที่ล่มสลาย ย่อมมีผู้แข็งแกร่งที่ล้มตาย
แม้กระทั่ง “เทพเจ้าอมตะ” ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอมตะ แม้จักรวาลดับสูญ แต่พวกเขาก็ยังคงอยู่ กระนั้นยังไงก็น่าจะมีโอกาสตายถูกไหม?
ในโลกหลากหลายมิติ เผ่าพันธุ์ที่อายุยืน เทพเจ้าเซียนผู้แข็งแกร่ง มักจะมีผู้แข็งแกร่งที่น่ากลัวปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิด!
แต่ในกาลเวลา ต่อให้ครอบครองจักรวาล ครอบครองอารยธรรม ครอบครองโลกนับไม่ถ้วน สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเวลา
ใครกันที่จะสามารถเป็นอมตะได้จริงๆ?
เทพเซียนสามารถอายุยืน แต่ไม่สามารถเป็นอมตะได้!
อู๋เทียนถอนหายใจ รู้สึกเศร้าเล็กน้อย
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกหนาวสั่น อาการคล้ายเข้าสู่ “สภาวะตรัสรู้”
การที่เขาพยายามขนาดนี้ มันจะมีประโยชน์จริงๆไหม?
ไม่สู้เป็นปลาเค็มมีความสุขกับชีวิตเป็นพันๆปี มีภรรยานางสนมมากมายเงินทองมากมาย ไม่ดีกว่าเหรอ?
แต่...... ทันใดนั้นจิตวิญญาณอมตะของอู๋เทียนก็สั่นไหว ขจัดความเกียจคร้านในใจ
“ไม่ได้! ฉันต้องพยายามต่อไป!”
“ชาติที่แล้ว ฉันไร้ค่าเพราะยุคสมัย ทั้งชีวิตก็ทำได้แค่คลานอยู่บนพื้น”
“ชาตินี้ ฉันโชคดีอยู่ในอารยธรรมระดับตำนานเล่าขานที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ แล้วจะยอมแพ้ได้ยังไง?”
“พรสวรรค์สีฟ้ายังสามารถเป็นเทพเจ้าได้ ส่วนฉันที่มีพรสวรรค์ระดับตำนานปรัมปรา แถมยังมีระบบโกง มีหรือจะทำไม่ได้?”
“นี่คือยุคแห่งการต่อสู้! เต็มไปด้วยโลกหลากหลายมิติ เหมือนกับเรือหลายร้อยลำกำลังแข่งกัน ถ้าไม่ก้าวไปข้างหน้าก็มีแต่ถอยหลัง!”
“คนอื่นไม่ก้าวข้าม แต่ฉันต้องก้าวต่อไป!” ดวงตาของอู๋เทียนเป็นประกาย
ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็รู้สึกเย็นสบายสบายใจ
ราวกับว่าผ่านการชำระล้างที่ยากอธิบาย
อีกด้านหนึ่ง หลี่ฉิงลู่และเย่เหว่ยไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจิตใจของอู๋เทียน
เย่เหว่ยพูดต่อ “ใช่ พวกเราตื่นเต้นกันมาก และเข้าไปสำรวจในสุสานยามพลบค่ำ!”
“มันเป็นสุสานต่างมิติที่เหนือความคาดหมายของพวกเรา เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอารยธรรมโบราณ ทั้งก้าวหน้าและป่าเถื่อน ผสมผสานและขัดแย้งกันเอง!”
“พวกเราพบสิ่งแปลกๆมากมาย ศพแปลกๆ มากมายในนั้น”
หลังจากที่อัจฉริยะหลายคนตรวจสอบ และยืนยันว่าเป็นสุสานทุกคนก็เริ่มสำรวจอย่างจริงจัง”
ถึงตอนนี้
หุ่นยนต์ยกอาหารมาเสิร์ฟพอดี เย่เหว่ยกินข้าวไปพลาง เล่าประสบการณ์ของเธอไปพลาง